Share

บทที่ 248

Penulis: ซีซีโหย่วอวี๋
อันที่จริง เผยมู่เหยี่ยไม่ได้อยากพูดอะไรกับลู่จั่วฝานมากมายขนาดนี้นัก

แต่ตอนนี้ เขาไม่มีแม้แต่ใครส
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 310

    บริเวณนี้คล้ายกับเขตชานเมืองที่ดูอ้างว้างอยู่บ้าง เขาจอดรถนิ่ง แววตาลึกล้ำยากจะคาดเดา เขาหลับตาลง ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็ว หางตาแดงเรื่อ ปีนั้น หลินซีอินยืนกรานอย่างเด็ดเดี่ยวว่าจะเอาลูกของเขาออก เธอบอกว่า เธอไม่อยากมีลูกกับเขา แต่มาตอนนี้ เธอกลับได้เป็นแม่คน... เธอคลอดลูกให้กับผู้ชายคนอื่น หัวใจของเขาปวดร้าวราวกับจะแตกสลาย ความเจ็บปวดนี้รุนแรงยิ่งกว่าเมื่อสามปีก่อนเสียอีก เธอช่างเป็นผู้หญิงที่ใจจืดใจดำนัก ทั้งใจร้าย ไร้เยื่อใย ขนาดลูกของตัวเองก็ยังกล้าเอาออกได้ลงคอ ผู้หญิงแบบนี้ ยังจะมีใครมารักลงอีกหรือ? แต่ว่า... แต่ว่า... ก็ยังมีผู้ชายที่รักเธอ คบหากับเธอ หรือแม้กระทั่งยอมให้เธอมีลูกด้วย ซึ่งนั่น... ก็รวมถึงเขาด้วย... ต่อให้เธอจะใจร้ายและไร้หัวใจเพียงใด แต่ตลอดสามปีที่ผ่านมา เขากลับไม่เคยลืมเธอได้เลย เขาเคยเคียดแค้นตัวเอง เคยทรมานตัวเอง ทว่าท้ายที่สุดก็ไม่อาจฝืนใจดวงนี้ของตัวเองได้อยู่ดี ผู้หญิงคนนั้นร่ายมนตร์คาถาอะไรใส่เขากันแน่? ถึงทำให้เขาไม่อาจลืมเลือน และไม่สามารถหาใครมาทดแทนได้เลย สามปี หนึ่งพันกว่าวันคืน เขาพยายามข่มกลั้นความรู้ส

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 309

    “พี่มู่เหยี่ยคะ...” หมิงชิงหว่านเอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง: “มีเรื่องหนึ่ง ฉันไม่แน่ใจว่าควรจะบอกพี่ดีหรือเปล่า” เผยมู่เหยี่ยยังคงมีใบหน้าที่เรียบตึงเย็นชา หมิงชิงหว่านพูดต่อ: “เรื่องของหลินซีอินน่ะค่ะ” เผยมู่เหยี่ยตวัดสายตาขึ้นมามองขวับทันที นับเป็นครั้งแรกของวันที่หมิงชิงหว่านได้เห็นสีหน้าอื่นปรากฏบนใบหน้าของเขา เพียงเพราะชื่อของหลินซีอิน “หลินซีอิน...” น้ำเสียงของเผยมู่เหยี่ยยังคงราบเรียบ ทว่าเจือแววร้อนรนอย่างปิดไม่มิด: “เธอทำไม?” หมิงชิงหว่านพลันรู้สึกขัดใจขึ้นมาตงิด ๆ แต่พอคิดถึงเรื่องที่กำลังจะพูด เธอก็กลับมากระตือรือร้นอีกครั้ง: “เมื่อเช้าฉันเห็นเธอค่ะ เธอพาเด็กคนหนึ่งออกไปเที่ยว” เผยมู่เหยี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามกลับ: “เด็ก? เด็กที่ไหน?” “เธอแต่งงานใหม่ แถมยังมีลูกแล้วด้วยนะคะ” หมิงชิงหว่านพูดพร้อมรอยยิ้ม: “พี่มู่เหยี่ย...” พูดยังไม่ทันขาดคำ เผยมู่เหยี่ยก็ผุดลุกขึ้นพรวด แววตาของเขาดุดันและเหี้ยมเกรียมอย่างที่หมิงชิงหว่านไม่เคยเห็นมาก่อน เขาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของหมิงชิงหว่าน: “เธอว่าไงนะ? พูดใหม่อีกทีซิ!” หมิงชิงหว่านรู้สึกราวกับท่อนแขนถูกบีบรัดด้วยคีม

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 308

    พอเซียวรั่วอีได้ฟังเรื่องราวของครอบครัวหลิน เธอก็ถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออกเลยสักคำ “นี่พวกเขาขายบ้านทิ้งเพื่อหลินจื่อหาวจริง ๆ เหรอ?”เนิ่นนานกว่าเธอจะเอ่ยถามออกไปด้วยความแทบไม่อยากเชื่อ “ก็น่าจะใช่นะ ฉันไม่ได้ถามรายละเอียด แล้วพวกเขาก็ไม่ได้บอกอะไร แต่ตอนนี้พวกเขาย้ายไปอยู่บ้านเช่าแล้วล่ะ ส่วนบ้านหลังเก่าก็ขายไปแล้วจริง ๆ” “นี่มันจะ... เกินไปแล้วนะ!" เซียวรั่วอีโมโหจนแทบจะสบถออกมา: “พูดก็พูดเถอะ บ้านหลังนั้นซื้อหลังจากที่เธอแต่งงานแล้วนะ มันเป็นทรัพย์สินของเธอแท้ ๆ! แล้วพวกเขาก็เอาไปขายหน้าตาเฉยเนี่ยนะ?”หลินซีอินส่ายหน้า: “ช่างมันเถอะ อย่าพูดเรื่องนี้เลย” “ก็เพราะเธอหัวอ่อนยอมคนง่ายไง พวกเขาถึงได้คืบจะเอาศอกแบบนี้!” เซียวรั่วอียังคงไม่ยอมจบ: “นั่นมันของของเธอนะ มีสิทธิ์อะไรเอาไปให้หลินจื่อหาวผลาญเล่น!”“ช่างเถอะ” หลินซีอินเอ่ย: “พวกเขาก็ไม่มีอะไรให้ผลาญอีกแล้วล่ะ”“ถ้าอย่างนั้น ต่อไปเธอห้ามให้เงินพวกเขาอีกนะ!” เซียวรั่วอีย้ำ: “พ่อแม่แบบไหน กันเนี่ย? ไร้เหตุผลสิ้นดี!” หลินซีอินเองก็คิดไม่ตกเช่นกัน อาจเป็นเพราะตอนนี้หลินจื่อหาวเป็นลูกผู้ชายเพียงคนเดียวของตระกูลหลิน พวกเขาจึ

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 307

    ลู่เสวี่ยเหมยปล่อยโฮออกมาทันทีที่เห็นหน้า หลินอี้หมิงผอมซูบจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม เขาขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยปากถามเสียงแข็ง: “แกมาทำไม” “พ่อคะ แม่คะ...” หลินซีอินเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงสะอื้น “ยังรู้ทางกลับบ้านอีกเหรอ” หลินอี้หมิงตวาด: “ตอนนั้นห้ามไม่ให้หย่า แกก็หัวเด็ดตีนขาดไม่ยอมฟัง! หย่าเสร็จยังหนีไปเมืองนอกเมืองนา ในสายตาแกยังเห็นฉันกับแม่อยู่บ้างไหม!” “เอาเถอะน่า คุณก็เพลา ๆ ลงหน่อย” ลู่เสวี่ยเหมยเดินเข้ามาถาม: “กลับมาคราวนี้ จะไปไหนอีกหรือเปล่า” หลินซีอินส่ายหน้า: “ไม่ไปแล้วค่ะ” หลินซีอินตระหนักได้ว่า ไม่ว่าอย่างไร ช่องว่างระหว่างเธอกับพ่อแม่ก็ไม่อาจประสานให้กลับมาสนิทสนมกันได้เหมือนเดิมอีกแล้ว เรื่องบ้าน เธอไม่ได้เอ่ยถาม และก็ไม่มีใครคิดจะอธิบายให้เธอฟังเช่นกัน หลินซีอินอธิบายไม่ถูกเลยว่าความรู้สึกในใจตอนนี้มันปะปนไปด้วยรสชาติใด ทั้งที่เธอคือลูกสาวของบ้านหลังนี้ ทั้งที่เธอเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขแท้ ๆ ของพ่อแม่ แต่การมายืนอยู่ตรงนี้กลับทำให้เธอรู้สึกราวกับเป็นเพียงคนแปลกหน้า “แล้วหลังจากนี้วางแผนไว้ยังไงล่ะ” ลู่เสวี่ยเหมยถามต่อ: “ตอนไปอยู่เมืองนอกคงผลาญเงินไปไม่น้อยเลย

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 306

    หลินซีอินลองคิดทบทวนดูแล้ว กลับรู้สึกว่า...มันก็ใช่ว่าจะไม่มีความเป็นไปได้นั้นเสียทีเดียว ถึงเธอจะไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อกับแม่ถึงได้ดีกับหลินจื่อหาวนักหนาก็เถอะ แต่ถ้าจะบอกว่าเป็นเพราะค่านิยมรักลูกชายมากกว่าลูกสาว มันก็ดูจะเกินจริงไปหน่อย เพราะถึงยังไงหลินจื่อหาวก็ไม่ใช่ลูกชายแท้ ๆ ของพวกเขาเสียหน่อย จะมีพ่อแม่ที่ไหนไปรักลูกชายบ้านอื่นมากกว่าลูกสาวในไส้ของตัวเองกันล่ะ หลังจากทานข้าวเสร็จและกลับมาถึงบ้าน หลินโย่วสิงก็เข้านอนกลางวัน หลินซีอินคิดครู่หนึ่ง จึงตัดสินใจว่าช่วงบ่ายจะแวะกลับไปที่บ้านพ่อกับแม่สักหน่อย ตั้งแต่กลับมาจากต่างประเทศ เธอโทรศัพท์หาพวกท่านตั้งหลายครั้ง แต่ก็ถูกกดตัดสายทิ้งตลอด ประกอบกับช่วงที่ผ่านมางานโปรเจกต์ก็ยุ่งจนหัวหมุน เพิ่งจะพอปลีกเวลาได้ก็ตอนนี้นี่แหละ ทว่าพอมายืนอยู่หน้าประตูบ้านจริง ๆ หลินซีอินกลับเกิดความรู้สึกประหม่าและหวั่นใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เธอรวบรวมความกล้าแล้วเคาะประตู แต่ผลปรากฏว่าเมื่อบานประตูเปิดออก คนที่เดินมาต้อนรับกลับเป็นหญิงสาวท้องโตคนหนึ่ง เธออายุอานามน่าจะไล่เลี่ยกับหลินซีอิน มัดผมทรงดังโงะ สีหน้าดูฉงนไม่แพ้กันเมื่อเห็

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 305

    ชวีเหลียนอีละสายตาจากผู้หญิงที่มากับเด็กคนนั้นเช่นกัน เธอหัวเราะเบา ๆ: “มู่เหยี่ยยุ่งขนาดนั้น คงไม่ค่อยมีเวลาหรอก” หมิงชิงหว่านพูดเสียงออดอ้อน: “ถ้าพี่ไป ต่อให้พี่มู่เหยี่ยจะยุ่งแค่ไหน เขาก็ต้องยอมมาทานข้าวเป็นเพื่อนพี่แน่ ๆ ค่ะ!” “แล้วเธอล่ะ?” ชวีเหลียนอีถามกลับ: “พวกเราไปทานข้าวกัน แล้วทิ้งเธอไว้คนเดียว มันจะดีเหรอ?”หมิงชิงหว่านถึงกับชะงักไป เมื่อสบเข้ากับแววตาของชวีเหลียนอี เธอก็เข้าใจได้ทันทีว่าอีกฝ่ายจงใจพูดแบบนี้ หรือจะพูดให้ถูกก็คือ ชวีเหลียนอีมองเจตนาของเธอออกทะลุปรุโปร่ง รู้ว่าเธอคิดจะใช้ชวีเหลียนอีเป็นสะพานเพื่อเข้าหาเผยมู่เหยี่ย แต่ชวีเหลียนอีไม่มีทางหยิบยื่นโอกาสนั้นให้เธอแน่นอน หมิงชิงหว่านฝืนยิ้มอย่างเก้อเขิน: “เดี๋ยวฉันเดินไปเป็นเพื่อนพี่เองค่ะ ถ้าพี่มู่เหยี่ยมีเวลา พวกคุณก็ไปทานข้าวกัน ส่วนฉันค่อยกลับบ้านเองก็ได้! แต่ถ้าเขายุ่ง เราสองคนค่อยไปหาอะไรทานด้วยกัน ดีไหมคะ?” ชวีเหลียนอีคลี่ยิ้มบาง ๆ: “ก็คงต้องเป็นแบบนั้นแหละ” หลินซีอินซึ่งยืนอยู่ไกลออกไป เมื่อเห็นว่าหมิงชิงหว่านกับผู้หญิงอีกคนเดินลับสายตาไปแล้ว เธอถึงค่อยลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ทำไมถึ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status