LOGINบริษัท เอ็มแคมป์เปอร์
เสียงพูดคุยเฮฮาด้วยความรื่นเริงดังขึ้นทันทีที่นิรดาเปิดประตูออฟฟิศเข้ามา สิ่งแรกที่เธอพบก็คือกล่องของขวัญขนาดใหญ่ที่วางอยู่กลางออฟฟิศและกลุ่มพนักงานสามสี่คนที่กำลังมุงล้อมกล่องของขวัญปริศนากล่องนี้
“พี่นิ่มมาแล้วทุกคน”
เมื่อทุกคนเห็นนิรดาเดินมาเข้าต่างก็พากันเดินกรูเข้ามาหาเธอ ใบหน้าของทุกคนมีความอยากรู้อย่างไม่ปิดบังและนิรดาขอเดาว่าทุกคนคิดว่าเธอต้องรู้ที่มาที่ไปของกล่องของขวัญปริศนานี้แน่ แต่ทุกคนคงต้องผิดหวังแล้วล่ะเพราะเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
“มีเรื่องตื่นเต้นอะไรกันเหรอคะ”
“แหมพี่นิ่มยังจะถามอีก พวกหนูต้องถามพี่นิ่มมากกว่าคะว่าในกล่องนั้นมีอะไร”
เพย์ พนักงานดูแลเรื่องบัญชี อายุ27ปี ซึ่งมีอายุเท่ากันกับนิรดาแต่เพราะเธออยากให้เกียรติหัวหน้าแผนกของตัวเองซึ่งก็คือแฟนเจ้าของบริษัท เธอจึงขอเรียกนิรดาว่าพี่นิ่มมาตลอด ในตอนแรกนิรดารู้สึกไม่ชินที่ต้องมีคนอายุเท่ากันมาเรียกพี่ แต่เพื่อความสบายใจของเพย์เธอก็ตามใจและตอนนี้เธอก็เริ่มชินแล้วละ
“พี่นิ่มเตรียมอะไรเซอร์ไพรส์พี่หมากคะ” เพย์ไม่สามารถเก็บความอยากรู้ของตัวเองเอาไว้ได้จึงถือวิสาสะถามออกไป แม้จะรู้ว่าเรื่องเซอร์ไพรส์ก็ไม่ควรได้รู้ก่อนจนกว่าเจ้าของกล่องของขวัญที่แท้จริงจะเป็นคนเปิดออก
แต่คนอยากรู้ ‘เพย์เป็นคนไทย=เพย์ใส่ใจค่ะ’
“นั่นสิ ๆ” คนทีเหลือก็อยากรู้เช่นกัน
“ปีนี้คุณนิ่มให้ของขวัญคุณหมากกล่องใหญ่มากกว่าทุกปีเลยนะคะ หรือว่าข่าวดีที่พวกเรารอคอยจะมาถึงแล้วใช่ไหมคะ” ป้าไหมแม่บ้านประจำออฟฟิศรีบวางไม่กวาดแล้วเขามาสมทบด้วยอีกคน
ป้าไหมเป็นคนเก่าคนแก่เธอเป็นแม่บ้านที่อยู่กับบริษัทนี้ตั้งแต่วันแรกที่หมากภูมิเปิดบริษัท ในตอนนั้นมีพนักงานอยู่แค่สองนั้นก็คือ หมากภูมิที่ดำรงตำแหน่งเจ้าของบริษัทเอ็มแคมป์เปอร์และงานอื่น ๆ ทุกอย่างยกเว้นเรื่องเงินที่เขาไว้ใจให้คนรักอย่างนิรดาเป็นคนดูแลเรื่องเกี่ยวกับเงินทั้งหมด ตอนนั้นป้าไหมยังแอบแซวอยู่เลยว่าธุรกิจของหมากภูมิเจริญแน่ ๆ เพราะกลัวเมีย เป็นคู่รักที่หวานชื่นมาก
ทว่า พักหลัง ๆ ป้าไหมแอบเห็นบางอย่างผิดปกติไป ทั้งสองคนดูไม่หวานกันเหมือนก่อน ทั้งที่ปีที่แล้วหมากภูมิได้ขอนิรดาแต่งงานแต่ทำไมทั้งสองดูไม่เหมือนคนที่จะแต่งงานกัน ถ้าไม่รู้จักดีจะไม่มองว่าเป็นคนรักกันด้วยซ้ำ
ป้าไหมสงสัยและแอบเป็นห่วงในความสัมพันธ์ของทั้งสองคน ไม่อยากให้มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นเลยเพราะเสียดายมาก คู่นี้น่ารักมากนิสัยดีทั้งคู่ อยู่กันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยให้เกียรติกันและเกรงใจกันและกันอยู่เสมอ เรื่องเอาใจใส่ป้าไหมก็เห็นมากับตาว่าหมากภูมิเอาใจใส่คนรักของเขาดีมาก ดีจนคนที่มีลูกมีผัวแล้วอย่างป้ายังอิจฉา
แต่แล้วเพราะอะไรล่ะ ทำไมคนที่เคยดูแลแฟนดีถึงได้กลายเป็นคนเมินเฉยต่อแฟนได้ วันแต่งงานที่ควรจะกำหนดวันได้แล้วก็ยังไม่มี ไม่มีแผนการเรื่องงานแต่งออกมาให้คนในบริษัทได้ลุ้น
และเรื่องนี้ไม่ได้มีป้าไหมคนเดียวที่คิดไปเอง พนักงานคนอื่นต่างก็รู้สึกเหมือนกันแต่เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวของเจ้านายจึงไม่มีใครเป็นหน่วยกล้าตายไปถาม ก็ได้แต่แอบคุยกันเองตอนพักเที่ยงนี่แหละ
“พี่นิ่มได้ฤกษ์วันแต่งแล้วใช่ไหมคะ Yes!”
“วันนี้ที่พวกเรารอคอย”
“ธีมงานแต่งสีอะไรคะพี่นิ่ม”
“พี่นิ่มต้องรีบบอกธีมก่อนนะเพราะพวกหนูกับป้าไหมจะรีบไปตัดชุด อ่อ เพย์ต้องรีบลดน้ำหนักด้วย”
ดูเหมือนทุกคนจะลืมกล่องของขวัญกล่องใหญ่นี้ไปเสียแล้วเพราะต่างพากันสนใจเรื่องอื่นแทน แถมเรื่องที่กำลังพากันดีอกดีใจดันไม่เกิดขึ้นจริงน่ะสิ
“เดี๋ยวค่ะทุกคน” นิรดายกสองมือขึ้นมาเป็นเชิงบอกให้ทุกคนสงบสติและเก็บความดีใจของตัวเองก่อน อยากบอกว่าตอนนี้ทุกคนกำลังดีใจเก้ออยู่ค่ะ และใช่ว่าเธอไม่อยากบอกเรื่องข่าวดีที่ทุกคนรอคอยแต่ตัวเธอเองก็รอคอยวันนั้นอยู่เหมือนกัน รอคอยจนท้อ
“กล่องนั้นไม่ใช่ฝีมือของนิ่มค่ะ”
“อ่าว” เสียงประสานเหมือนนัดกันพูดออกมาและทุกคนแสดงสีหน้าไปในทางเดียวกันว่า ‘แล้วเป็นของใคร’
“กล่องนี้มาส่งตอนไหนเหรอคะป้าไหม” นิรดาเอ่ยถามป้าไหมขณะที่เธอเดินเข้าไปใกล้กล่องของขวัญนั้นมากขึ้น มองดูรอบ ๆ กล่องเพื่อหาข้อความหรือไม่ก็การ์ด
“กล่องนี้มาส่งตั้งแต่ตอนที่ป้ามาเปิดออฟฟิศเลยค่ะคุณนิ่ม พนักงานส่งของมาถึงก็บอกว่าเป็นของคุณหมากภูมิ ป้าเห็นว่ากล่องใหญ่มากเลยให้เขารีบยกเข้ามาข้างในก่อนค่ะ”
ป้านิ่มจะมาถึงออฟฟิศเป็นคนแรกเสมอเพราะต้องการเข้ามาทำความสะอาดให้เรียบร้อยก่อนที่พนักงานจะพากันมาถึง ทำความสะอาดตอนที่ยังไม่มีคนจะทำให้ป้านิ่มทำงานได้สะดวกกว่า
“อื้อ พี่หมาก!” นิรดายกมือขึ้นมาปิดปากของตัวเองไว้แทบไม่ทันเมื่อหมากภูมิหมุดหน้าของเขาเข้าตรงกลางหว่างขาของเธอและเริ่มใช้ลิ้นร้อนละเลงจังหวะที่ปลุกปั้นความร้อนรุ่มขึ้นในร่างกายของนิรดาเขามันตัวร้ายชัด ๆ ที่หลอกให้เธอมาติดกับดักเปลืองตัวในเต็นท์แบบนี้“พี่หมากขี้โกง นี่ไม่ใช่การตรวจสอบคุณภาพเต็นท์ตัวใหม่นะคะ อ๊ะ!” เขามูมมามตรงส่วนนั้นของเธอจนหนำใจแล้วเปลี่ยนมาเป็นสอดประสานร่างกายให้เป็นหนึ่งเดียวกัน หมากภูมิยกยิ้มเจ้าเล่ห์ขณะมองร่างบางบิดเร้าเพราะทนพิษความเสียวซ่านที่เขาปรนเปรอให้ไม่ไหว“นิ่มจ๋า พี่ก็พามาตรวจสอบคุณภาพเต็นท์จริงๆ นะ วันนี้ต้องตรวจว่าเต็นท์เก็บเสียงดีไหม”พูดไปก็กระแทกสะโพกด้วยจังหวะรักที่ดุดันไปด้วย นิรดานิ่วหน้าเมื่อโดนเขาตอกอันถี่รัว เขาจ้วงมาลึกมากและโดนทุกจุด รู้จุดเสียวของเธอดีแบบนี้แล้วเธอจะไปกลั้นเสียงครางไว้ได้ยังไงกัน“ครางออกมาเลยจ้ะที่รัก พี่จะได้รู้ว่าเสียงหลุดลอดออกจากเต็นท์เยอะไหม พี่อัดเสียงไว้”กรี๊ด! แฟนเธอต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ อัดเสียง น่าอายชะมัดและเธอดันครางซะดังเลย ดีนะที่ตอนนี้มีแค่เธอกับเขาสองคนในบริษัท งื้อ!“อ๊ะ พี่หมากไม่ต้องใช้วิธีนี้ก็ได้นะคะ”
แม้จะแอบกลัวที่จะเจ็บอีกแต่นิรดาเลือกแล้วที่จะขอเสี่ยงอีกสักครั้ง เพราะปล่อยไปแบบนี้เธอเองก็ไม่มีความสุขอยู่ดี หากการเปิดโอกาสให้เขาจะทำให้เธอมีความสุขมากกว่า นิรดาคิดว่ามันก็คุ้มค่าที่จะเสี่ยงเพราะลึก ๆ เธอเองก็แอบมั่นใจว่าเขาจะเป็นพี่หมากของเธอในรูปแบบที่ดีกว่าเดิม“พี่ขอสาบานว่าพี่จะรักษาโอกาสนี้และทำออกมาให้ดีที่สุดด้วยชีวิตและหัวใจของพี่ โอกาสที่นิ่มมอบให้พี่จะไม่เสียเปล่าและนิ่มจะไม่เสียใจอีก เชื่อพี่นะครับ ที่รัก”“ค่ะ นิ่มเชื่อใจพี่หมาก” รอยยิ้มสวย ๆ ของเธอเหมือนแสงในเช้าวันใหม่ของเขา จะไม่ปล่อยไปอีกแล้ว“เรามาเริ่มกันใหม่นะนิ่ม” หมากภูมิดึงสร้อยคอที่เขาใส่ติดตัวไว้ตลอดเวลาออกมาจากคอเสื้อ และเผยให้เห็นว่าที่สร้อยเส้นนี้มีบางอย่างห้อยไว้ สิ่งนั้นคือแหวน“พี่หมากยังเก็บไว้อีกเหรอคะ” แหวนวงเดิมที่เขาขอเธอแต่งงานเมื่อสามปีก่อน“แหวนวงนี้เป็นของนิ่มและมันกำลังรอเวลาที่จะได้กลับไปอยู่กับเจ้าของที่แท้จริง”หมากภูมิจับมือข้างซ้ายของนิรดาขึ้น ส่งสายตาขออนุญาตเธอก่อน และเมื่อเห็นนิรดาเอียงหน้าหลบเพราะเขินอายเขาจึงรวบรวมความกล้าและสวมแหวนวงเดิมที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอ แหวนได้กลับไปอยู่กั
“พี่หมากรักนิ่มไหมคะ” หัวใจดวงน้อยของเธอกระตุกแรงมากเมื่อเห็นดวงตาของเขามีน้ำตาเจ่อนองมากมาย เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นหมากภูมิร้องไห้หนักขนาดนี้ เขาร้องไห้เพราะเธออีกแล้วสินะ“...” หมากภูมิปล่อยให้นิรดาเช็ดคราบน้ำตาที่ไหลรินเลอะแก้มของเขา ถามว่าอายไหมหมากภูมิก็คงต้องตอบว่า ไม่ เขาไม่อายหรอกนิรดาคือทุกอย่างของเขา เป็นพื้นที่ปลอดภัยของเขาเสมอ เพราะฉะนั้น ถ้าเขาจะต้องร้องไห้ต่อหน้าผู้หญิงที่เขารัก เขาก็สามารถปล่อยมันออกมาได้อย่างไม่ต้องฝืนเก็บมันเอาไว้“พี่รักนิ่ม รักจนไม่สามารถรักใครได้อีกแล้ว”“พี่ขอโทษสำหรับทุกอย่าง” เขาทำพังและจะไม่มีวันลืมสิ่งที่พลาดไป เขาจะฝั่งลึกในจิตใจตระหนักเอาไว้ว่าที่กลายมาเป็นแบบนี้ก็เพราะเขาทำตัวเอง“พี่หมากต้องรักตัวเองด้วยนะคะ” พอได้มายืนอยู่ใกล้ ๆ เขาในระยะประชิดแบบนี้ ทำให้นิรดาสำรวจใบหน้าของหมากภูมิได้ชัดมากขึ้น เขาโทรมมาก เหมือนเขาปล่อยเนื้อปล่อยตัวไม่ยอมดูแลตัวเองเหมือนเมื่อก่อน ทำตัวเหมือนคนตรอมใจอย่างไรอย่างนั้น“พี่ก็พยายามอยู่นิ่ม”เขาก็รักตัวเองแต่เขารักเธอมากกว่าไง ในหัวก็เอาแต่คิดถึงนิรดา เป็นห่วงแต่นิรดา เขาเอาเรี่ยวแรงที่เหลือไปดูแลเธอและอุทิศเ
“โต๊ะทำงาน...”นิรดาถามขึ้นเมื่อเธอยังเห็นโต๊ะทำงานของเธออยู่ที่เดิม เขาไม่ได้เอาออกไปหรือเขาให้พนักงานคนใหม่เข้ามานั่งทำงานในห้องนี้...หรือเจ้าของโต๊ะคนใหม่คือแฟนใหม่ของเขา นิรดาคิดไปต่าง ๆ นา ๆ และรู้สึกใจหวิวแปลก ๆ เมื่อคิดไปว่าเขามีคนรักใหม่แล้ว‘ไม่ใช่หรอก พี่หมากยังไม่มีแฟน’ เพราะถ้าเขามีแฟนใหม่แล้วจริง ๆ เขาจะมาห่วงใยเธอทำไม เขาเอาของที่ส่งให้เธอไปให้แฟนของเขาไม่ดีกว่าเหรอ และถ้าเขาจะมีแฟนใหม่จริง ๆ เขาก็คงจะบอกเธอไปแล้ว“อ๋อ...” หมากภูมิยกมือขึ้นเกาท้ายทอยแก้เขินก่อนจะพูดถึงเหตุผลที่โต๊ะทำงานของนิรดายังอยู่ที่เดิม“พี่อยากให้ทุกอย่างอยู่เหมือนเดิม เหมือนตอนที่พี่มีนิ่มอยู่กับพี่ที่นี่”“...” เขาทำแบบนี้แล้วจะลืมเธอได้ยังไง?“พี่ขอโทษนะถ้าพี่ทำให้นิ่มลำบากใจ”เขาไม่คิดว่าเธอจะมาแล้วเราจะได้มานั่งคุยในห้องทำงานกันเหมือนแต่ก่อน แต่จะให้เอาทุกอย่างที่เกี่ยวกับนิรดาออกไปเขาทำใจไม่ได้จริงๆ“ไม่ค่ะ นิ่มไม่ได้ลำบากใจอะไร” จะลำบากใจได้ยังไงกัน ต้องบอกว่าใจเต้นแรงถึงจะถูก“พี่หมากเก็บทุกอย่างที่เป็นของนิ่มไว้แบบนี้ แล้วพี่หมากจะลืมนิ่มได้ยังไงคะ”แก้วคู่ที่เธอตั้งใจทิ้งไว้ที่นี่เพราะไม่
“บ่ายนี้นิ่มลานะคะ” กดลาพักร้อนในระบบเรียบร้อยก็ลุกขึ้นหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายแล้วเดินออกจากโต๊ะทำงานไปทันทีเป็นการแจ้งลาอย่างกะทันหันเพราะนิรดาพึ่งรู้ว่าตัวเองอยากจะวันนี้และต้องเป็นบ่ายนี้ตอนนี้ด้วย เธออาจจะโดนหัวหน้าตำหนิทั้งที่เธอไม่เคยโดนตำหนิเลยแต่นิรดาก็ยอมเพราะถ้าเธอไม่ไปจัดการปัญหากวนใจให้จบในวันนี้ นิรดาคงไม่มีสมาธิทำงานแน่และเธอไม่อยากปล่อยให้ตัวเองทำงานทั้งที่ในหัวกำลังคิดวกวนเรื่องอื่น:บริษัท เอ็มแคมป์เปอร์นิรดาจอดรถอยู่ที่หน้าออฟฟิศนี้และเธอนั่งมองอยู่ในรถมาสักพักหนึ่งแล้วแต่ไม่ยอมเดินลงจากรถไป สายตาของนิรดาทอดมองไปที่ป้ายชื่อบริษัท เอ็มแคมป์เปอร์ สองปีแล้วนะที่เธอไม่ได้มาที่นี่เลย สถานที่กักเก็บความทรงจำ“เอ็มแอนด์เอ็นแคมป์เปอร์ดีกว่านะนิ่ม พี่อยากให้มีชื่อนิ่มอยู่ในชื่อของบริษัทด้วย”“มีแค่เอ็มดีกว่าค่ะชื่อจะได้ไม่ยาวเกินไป ลูกค้าจะได้อ่านง่ายด้วย”“นิ่มชอบชื่อเอ็มแคมป์เปอร์ใช่ไหม”“ใช่ค่ะ”“งั้นพี่เอาชื่อนี้ก็ได้ อะไรที่นิ่มชอบนั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพี่ ความสุขของนิ่มคือความสุขของพี่นะครับ”ภาพวันวานที่เธอกับเขาช่วยกันตั้งชื่อบริษัทได้ไหลเข้ามาและภาพเหล่านั้น
“พี่รักนิ่มนะ”ถ้านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้พบกัน ถ้านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้พูดกับเธอ หมากภูมิก็อยากจะให้คำพูดสุดท้ายของเขาเป็นคำว่า เขารักเธอ มันอาจจะไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้วสำหรับนิรดา แต่เขาก็ยังอยากพูดคำนี้ให้เธอได้ยินหมากภูมิหลับตาซึมซับความหอมความอบอุ่นจากร่างนุ่มนิ่มของนิรดา ซึมซับให้ได้มากที่สุดเพราะเขาต้องใช้เศษเสี้ยวความอบอุ่นนี้ประคองหัวใจของตัวเอง ยอมปล่อยแขนแล้วเดินจากมาเมื่อเธอยืนยันแล้วว่าเขาไม่คู่ควรที่จะได้รับโอกาสนั้น เขาก็ต้องยอมรับความจริงให้ได้ แม้หัวใจจะแหลกสลายเขาก็ต้องอยู่กับความแหลกสลายนี้ให้ได้ ที่กลายมาเป็นแบบนี้ก็เพราะตัวเอง ในเมื่อเขาทำพลาด ทำให้เธอเจ็บปวด เพราะฉะนั้นชีวิตที่เหลือนับจากนี้เขาจะต้องอยู่กับหัวใจที่ชอกช้ำของตัวเอง ชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองทำ แม้จะเสียใจที่เขายังไม่มีโอกาสได้ทำเต็มที่ ไม่มีโอกาสได้เธอกลับคืนมาแต่เขาต้องอยู่ให้ได้โดยไม่มีความรักของนิรดาหล่อเลี้ยงหัวใจของตัวเอง เขาต้องอยู่เพื่อคอยดูแลเธออยู่ห่าง ๆ เขาจะกลายเป็นคนอื่นสำหรับเธอ แต่นิรดาจะเป็นเจ้าของหัวใจของเขาคนเดียวตลอดไปเป็นเวลากว่าสองปีแล้วหลังจากวันนั้นที่หมากภู