تسجيل الدخول“จากใครน่ะ?” และก็เป็นอย่างที่นิรดาคิด บนกล่องมีซองเท่าซองจดหมายวางอยู่และเธอเดาว่าข้างในจะต้องมีการ์ดเขียนคำอวยพรแน่ และถ้าอยากรู้ว่ากล่องของขวัญนี้ส่งมาจากใครเธอคงต้องอ่านการ์ดที่อยู่ในซองนี้
ความสงสัยใคร่รู้ทำให้นิรดายื่นมือออกไปหยิบซองจดหมายนั้นขึ้นมา แต่แล้วต้องถือค้างไว้อย่างนั้นเมื่อคิดได้ว่า ‘ถ้าเราเปิดอ่านพี่หมากต้องไม่พอใจแน่’
จู่ๆ เกิดความลังเลขึ้นในใจเพราะทุกวันนี้ในสายตาของหมากภูมิ เธอก็ไม่ต่างอะไรกับการเป็นแค่พนักงานคนหนึ่งในบริษัทของเขา ไม่ได้มองเธอเป็นคนรักเหมือนเดิมอีกแล้วเพราะสายตาของเขาเฉยชาต่อเธอมาก
และในระหว่างที่นิรดากำลังยืนลังเลท่ามกลางเหล่าพนักงานที่รอค่อยให้เธอเปิดการ์ดออกอ่านอยากใจจดใจจ่ออยู่นั้น เจ้าของกล่องของขวัญตัวจริงได้เดินเข้ามาและยืนเท้าสะเอว มองพนักงานของตัวเองที่เวลานี้ควรนั่งประจำอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเองไม่ใช่พากันมายืนรวมตัวกันกลางออฟฟิศแบบนี้
“ทำอะไรน่ะ”
พรึบ แยกย้ายจ้า...
เพียงแค่ได้ยินเสียงของหมากภูมิทุกคนก็พร้อมใจกันสลายตัวแล้วกลับไปนั่งทำงานที่โต๊ะของตัวเองประหนึ่งว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คอยเปิดหูรอฟังตลอดเวลา มือทำงาน ตามองจอแต่หูแอบฟังได้!
“ไวกันเชียวนะพวกนี้” มันน่าเรียกมาอบรมจริงๆ ลูกน้องแต่ละคนเนี่ย จ้างให้มาทำงานไม่ได้จ้างให้มาเป็นไทยมุง
“สวัสดีครับป้าไหม”
ยกมือขึ้นไหว้คนสูงวัยกว่า หมากภูมิไม่ได้เป็นคนถือยศถือศักดิ์อะไร ป้าไหมเป็นแม่บ้านของบริษัทก็จริงแต่เขาก็เคารพคนที่มีอายุมากกว่า
ทักทายป้าไหมเสร็จแล้วจึงหันมามองหน้านิรดา ก่อนจะเลื่อนลงไปมองสิ่งที่อยู่ในมือของเธอ ส่วนกล่องของขวัญอันใหญ่โตนี้มากภูมิเห็นตั้งแต่เปิดประตูเข้ามาแล้วและยังแอบสงสัยอยู่ว่าของใคร ‘รกมาก’
“อย่าบอกนะว่าเป็นฝีมือของนิ่ม เมื่อวานพี่พูดไม่ชัดเหรอว่าพี่ไม่ต้องการอะไรแบบนี้ เอาเวลาทำเรื่องไร้สาระไปนั่งดูบัญชีของบริษัทให้มันเรียบร้อยดีกว่าไหม”
“พี่หมาก...”
“อย่าบอกนะว่าเป็นฝีมือของนิ่ม เมื่อวานพี่พูดไม่ชัดเหรอว่าพี่ไม่ต้องการอะไรแบบนี้ เอาเวลาทำเรื่องไร้สาระไปนั่งดูบัญชีของบริษัทให้มันเรียบร้อยดีกว่าไหม”
นี่คือประโยคแรกที่เขาทักทายเธออย่างนั้นเหรอ ไม่ยิ้มให้กันไม่ว่า แต่เขาเลือกที่จะพูดจาเหมือนตำหนิกันทั้งที่เธอยังไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ยืนอยู่ตอนนี้ก็แทบจะกลั้นหายใจอยู่แล้วยังมากล่าวว่าเหมือนเธอทำงานไม่ดีอีก
ทุกวันนี้ไม่ได้มีแค่เขานะที่ทุ่มเทเพื่อบริษัท เธอเองก็ทุ่มเทเหมือนกันเพราะบริษัทนี้เราสองคนช่วยกันสร้างขึ้นมา เธอเลือกที่จะให้สิทธิ์เขาเป็นเจ้าของ เพราะความสามารถและความเป็นผู้นำของหมากภูมิ และเธอเชื่อว่าหมากภูมิจะพาบริษัทของเราไปได้ไกลแน่
เธอขออยู่เคียงข้างเขา เป็นกำลังใจให้เขาและพร้อมช่วยเหลือเขาทุกอย่างที่เขาอยากให้เธอทำ แต่นี่อะไร ทำไมถึงได้ไร้เยื่อใยกับเธอเหลือเกิน
“พี่หมากยังไม่ได้ฟังคำตอบของนิ่มเลยนะคะ”
ก่อนจะว่าเธออย่างน้อยก็ควรจะถามกันสักหน่อยไหม แต่คงไม่จำเป็นเพราะเขาทำร้ายจิตใจของเธอไปแล้วและดูเหมือนจะมีแค่หมากภูมิที่ไม่รู้ตัว ว่าตัวเองพูดจาไม่ดีกับเธอเพราะป้าไหมที่ยืนอยู่ข้าง ๆ นิรดายังสัมผัสได้และคิดว่าครั้งนี้หมากภูมิทำไม่ถูกต้อง
สองคนนี้จะมีปัญหาอะไรอยู่ป้าไหมคงไม่กล้าเข้าไปหารู้เพราะมันเป็นเรื่องของเจ้านาย แต่เรื่องที่หมากภูมิกำลังทำตัวไม่ดีต่อแฟนสาวเพราะเข้าใจผิดโดยไม่มีการถามไถ่ที่มาที่ไปก่อน เรื่องนี้ป้าไหมคิดว่าเธอสามารถช่วยนิรดาได้เพราะเธอรู้ว่ากล่องของขวัญนี้นิรดาไม่ได้เป็นคนส่งของนี้มา
และถ้าหมากภูมิอยากตำหนิใครสักคนจริง ๆ คนนั้นไม่ควรเป็นนิรดาแต่ควรเป็นคนที่ส่งของขวัญมาให้เขามากกว่าไม่ใช่มาว่าคุณนิ่มของป้ามั่วซั่วแบบนี้!
“คุณนิ่มไม่ได้เป็นคนทำกล่องนี้มาหรอกค่ะคุณหมาก พวกเราต่างก็ไม่มีใครรู้ว่าคนที่ส่งกล่องของขวัญผูกริบบิ้นใหญ่โตนี้เป็นใคร” และตอนนี้ป้าไหมคิดว่าคงไม่มีใครอยากจะรู้แล้ว เพราะกล่องเจ้าปัญหานี้ทำให้นิรดาเดือดร้อน
ป้านิ่มกล้าพูดเลยว่าทุกคนในออฟฟิศรักนิรดามากเพราะเธอเป็นคนน่ารักและเป็นกันเองกับทุกคน ใครได้คุยหรือได้ทำงานด้วยต่างสบายใจกันทั้งนั้น ไม่มีใครเขาเกร็งเหมือนตอนคุยกับหมากภูมิหรอก
“อื้อ พี่หมาก!” นิรดายกมือขึ้นมาปิดปากของตัวเองไว้แทบไม่ทันเมื่อหมากภูมิหมุดหน้าของเขาเข้าตรงกลางหว่างขาของเธอและเริ่มใช้ลิ้นร้อนละเลงจังหวะที่ปลุกปั้นความร้อนรุ่มขึ้นในร่างกายของนิรดาเขามันตัวร้ายชัด ๆ ที่หลอกให้เธอมาติดกับดักเปลืองตัวในเต็นท์แบบนี้“พี่หมากขี้โกง นี่ไม่ใช่การตรวจสอบคุณภาพเต็นท์ตัวใหม่นะคะ อ๊ะ!” เขามูมมามตรงส่วนนั้นของเธอจนหนำใจแล้วเปลี่ยนมาเป็นสอดประสานร่างกายให้เป็นหนึ่งเดียวกัน หมากภูมิยกยิ้มเจ้าเล่ห์ขณะมองร่างบางบิดเร้าเพราะทนพิษความเสียวซ่านที่เขาปรนเปรอให้ไม่ไหว“นิ่มจ๋า พี่ก็พามาตรวจสอบคุณภาพเต็นท์จริงๆ นะ วันนี้ต้องตรวจว่าเต็นท์เก็บเสียงดีไหม”พูดไปก็กระแทกสะโพกด้วยจังหวะรักที่ดุดันไปด้วย นิรดานิ่วหน้าเมื่อโดนเขาตอกอันถี่รัว เขาจ้วงมาลึกมากและโดนทุกจุด รู้จุดเสียวของเธอดีแบบนี้แล้วเธอจะไปกลั้นเสียงครางไว้ได้ยังไงกัน“ครางออกมาเลยจ้ะที่รัก พี่จะได้รู้ว่าเสียงหลุดลอดออกจากเต็นท์เยอะไหม พี่อัดเสียงไว้”กรี๊ด! แฟนเธอต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ อัดเสียง น่าอายชะมัดและเธอดันครางซะดังเลย ดีนะที่ตอนนี้มีแค่เธอกับเขาสองคนในบริษัท งื้อ!“อ๊ะ พี่หมากไม่ต้องใช้วิธีนี้ก็ได้นะคะ”
แม้จะแอบกลัวที่จะเจ็บอีกแต่นิรดาเลือกแล้วที่จะขอเสี่ยงอีกสักครั้ง เพราะปล่อยไปแบบนี้เธอเองก็ไม่มีความสุขอยู่ดี หากการเปิดโอกาสให้เขาจะทำให้เธอมีความสุขมากกว่า นิรดาคิดว่ามันก็คุ้มค่าที่จะเสี่ยงเพราะลึก ๆ เธอเองก็แอบมั่นใจว่าเขาจะเป็นพี่หมากของเธอในรูปแบบที่ดีกว่าเดิม“พี่ขอสาบานว่าพี่จะรักษาโอกาสนี้และทำออกมาให้ดีที่สุดด้วยชีวิตและหัวใจของพี่ โอกาสที่นิ่มมอบให้พี่จะไม่เสียเปล่าและนิ่มจะไม่เสียใจอีก เชื่อพี่นะครับ ที่รัก”“ค่ะ นิ่มเชื่อใจพี่หมาก” รอยยิ้มสวย ๆ ของเธอเหมือนแสงในเช้าวันใหม่ของเขา จะไม่ปล่อยไปอีกแล้ว“เรามาเริ่มกันใหม่นะนิ่ม” หมากภูมิดึงสร้อยคอที่เขาใส่ติดตัวไว้ตลอดเวลาออกมาจากคอเสื้อ และเผยให้เห็นว่าที่สร้อยเส้นนี้มีบางอย่างห้อยไว้ สิ่งนั้นคือแหวน“พี่หมากยังเก็บไว้อีกเหรอคะ” แหวนวงเดิมที่เขาขอเธอแต่งงานเมื่อสามปีก่อน“แหวนวงนี้เป็นของนิ่มและมันกำลังรอเวลาที่จะได้กลับไปอยู่กับเจ้าของที่แท้จริง”หมากภูมิจับมือข้างซ้ายของนิรดาขึ้น ส่งสายตาขออนุญาตเธอก่อน และเมื่อเห็นนิรดาเอียงหน้าหลบเพราะเขินอายเขาจึงรวบรวมความกล้าและสวมแหวนวงเดิมที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอ แหวนได้กลับไปอยู่กั
“พี่หมากรักนิ่มไหมคะ” หัวใจดวงน้อยของเธอกระตุกแรงมากเมื่อเห็นดวงตาของเขามีน้ำตาเจ่อนองมากมาย เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นหมากภูมิร้องไห้หนักขนาดนี้ เขาร้องไห้เพราะเธออีกแล้วสินะ“...” หมากภูมิปล่อยให้นิรดาเช็ดคราบน้ำตาที่ไหลรินเลอะแก้มของเขา ถามว่าอายไหมหมากภูมิก็คงต้องตอบว่า ไม่ เขาไม่อายหรอกนิรดาคือทุกอย่างของเขา เป็นพื้นที่ปลอดภัยของเขาเสมอ เพราะฉะนั้น ถ้าเขาจะต้องร้องไห้ต่อหน้าผู้หญิงที่เขารัก เขาก็สามารถปล่อยมันออกมาได้อย่างไม่ต้องฝืนเก็บมันเอาไว้“พี่รักนิ่ม รักจนไม่สามารถรักใครได้อีกแล้ว”“พี่ขอโทษสำหรับทุกอย่าง” เขาทำพังและจะไม่มีวันลืมสิ่งที่พลาดไป เขาจะฝั่งลึกในจิตใจตระหนักเอาไว้ว่าที่กลายมาเป็นแบบนี้ก็เพราะเขาทำตัวเอง“พี่หมากต้องรักตัวเองด้วยนะคะ” พอได้มายืนอยู่ใกล้ ๆ เขาในระยะประชิดแบบนี้ ทำให้นิรดาสำรวจใบหน้าของหมากภูมิได้ชัดมากขึ้น เขาโทรมมาก เหมือนเขาปล่อยเนื้อปล่อยตัวไม่ยอมดูแลตัวเองเหมือนเมื่อก่อน ทำตัวเหมือนคนตรอมใจอย่างไรอย่างนั้น“พี่ก็พยายามอยู่นิ่ม”เขาก็รักตัวเองแต่เขารักเธอมากกว่าไง ในหัวก็เอาแต่คิดถึงนิรดา เป็นห่วงแต่นิรดา เขาเอาเรี่ยวแรงที่เหลือไปดูแลเธอและอุทิศเ
“โต๊ะทำงาน...”นิรดาถามขึ้นเมื่อเธอยังเห็นโต๊ะทำงานของเธออยู่ที่เดิม เขาไม่ได้เอาออกไปหรือเขาให้พนักงานคนใหม่เข้ามานั่งทำงานในห้องนี้...หรือเจ้าของโต๊ะคนใหม่คือแฟนใหม่ของเขา นิรดาคิดไปต่าง ๆ นา ๆ และรู้สึกใจหวิวแปลก ๆ เมื่อคิดไปว่าเขามีคนรักใหม่แล้ว‘ไม่ใช่หรอก พี่หมากยังไม่มีแฟน’ เพราะถ้าเขามีแฟนใหม่แล้วจริง ๆ เขาจะมาห่วงใยเธอทำไม เขาเอาของที่ส่งให้เธอไปให้แฟนของเขาไม่ดีกว่าเหรอ และถ้าเขาจะมีแฟนใหม่จริง ๆ เขาก็คงจะบอกเธอไปแล้ว“อ๋อ...” หมากภูมิยกมือขึ้นเกาท้ายทอยแก้เขินก่อนจะพูดถึงเหตุผลที่โต๊ะทำงานของนิรดายังอยู่ที่เดิม“พี่อยากให้ทุกอย่างอยู่เหมือนเดิม เหมือนตอนที่พี่มีนิ่มอยู่กับพี่ที่นี่”“...” เขาทำแบบนี้แล้วจะลืมเธอได้ยังไง?“พี่ขอโทษนะถ้าพี่ทำให้นิ่มลำบากใจ”เขาไม่คิดว่าเธอจะมาแล้วเราจะได้มานั่งคุยในห้องทำงานกันเหมือนแต่ก่อน แต่จะให้เอาทุกอย่างที่เกี่ยวกับนิรดาออกไปเขาทำใจไม่ได้จริงๆ“ไม่ค่ะ นิ่มไม่ได้ลำบากใจอะไร” จะลำบากใจได้ยังไงกัน ต้องบอกว่าใจเต้นแรงถึงจะถูก“พี่หมากเก็บทุกอย่างที่เป็นของนิ่มไว้แบบนี้ แล้วพี่หมากจะลืมนิ่มได้ยังไงคะ”แก้วคู่ที่เธอตั้งใจทิ้งไว้ที่นี่เพราะไม่
“บ่ายนี้นิ่มลานะคะ” กดลาพักร้อนในระบบเรียบร้อยก็ลุกขึ้นหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายแล้วเดินออกจากโต๊ะทำงานไปทันทีเป็นการแจ้งลาอย่างกะทันหันเพราะนิรดาพึ่งรู้ว่าตัวเองอยากจะวันนี้และต้องเป็นบ่ายนี้ตอนนี้ด้วย เธออาจจะโดนหัวหน้าตำหนิทั้งที่เธอไม่เคยโดนตำหนิเลยแต่นิรดาก็ยอมเพราะถ้าเธอไม่ไปจัดการปัญหากวนใจให้จบในวันนี้ นิรดาคงไม่มีสมาธิทำงานแน่และเธอไม่อยากปล่อยให้ตัวเองทำงานทั้งที่ในหัวกำลังคิดวกวนเรื่องอื่น:บริษัท เอ็มแคมป์เปอร์นิรดาจอดรถอยู่ที่หน้าออฟฟิศนี้และเธอนั่งมองอยู่ในรถมาสักพักหนึ่งแล้วแต่ไม่ยอมเดินลงจากรถไป สายตาของนิรดาทอดมองไปที่ป้ายชื่อบริษัท เอ็มแคมป์เปอร์ สองปีแล้วนะที่เธอไม่ได้มาที่นี่เลย สถานที่กักเก็บความทรงจำ“เอ็มแอนด์เอ็นแคมป์เปอร์ดีกว่านะนิ่ม พี่อยากให้มีชื่อนิ่มอยู่ในชื่อของบริษัทด้วย”“มีแค่เอ็มดีกว่าค่ะชื่อจะได้ไม่ยาวเกินไป ลูกค้าจะได้อ่านง่ายด้วย”“นิ่มชอบชื่อเอ็มแคมป์เปอร์ใช่ไหม”“ใช่ค่ะ”“งั้นพี่เอาชื่อนี้ก็ได้ อะไรที่นิ่มชอบนั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพี่ ความสุขของนิ่มคือความสุขของพี่นะครับ”ภาพวันวานที่เธอกับเขาช่วยกันตั้งชื่อบริษัทได้ไหลเข้ามาและภาพเหล่านั้น
“พี่รักนิ่มนะ”ถ้านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้พบกัน ถ้านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้พูดกับเธอ หมากภูมิก็อยากจะให้คำพูดสุดท้ายของเขาเป็นคำว่า เขารักเธอ มันอาจจะไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้วสำหรับนิรดา แต่เขาก็ยังอยากพูดคำนี้ให้เธอได้ยินหมากภูมิหลับตาซึมซับความหอมความอบอุ่นจากร่างนุ่มนิ่มของนิรดา ซึมซับให้ได้มากที่สุดเพราะเขาต้องใช้เศษเสี้ยวความอบอุ่นนี้ประคองหัวใจของตัวเอง ยอมปล่อยแขนแล้วเดินจากมาเมื่อเธอยืนยันแล้วว่าเขาไม่คู่ควรที่จะได้รับโอกาสนั้น เขาก็ต้องยอมรับความจริงให้ได้ แม้หัวใจจะแหลกสลายเขาก็ต้องอยู่กับความแหลกสลายนี้ให้ได้ ที่กลายมาเป็นแบบนี้ก็เพราะตัวเอง ในเมื่อเขาทำพลาด ทำให้เธอเจ็บปวด เพราะฉะนั้นชีวิตที่เหลือนับจากนี้เขาจะต้องอยู่กับหัวใจที่ชอกช้ำของตัวเอง ชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองทำ แม้จะเสียใจที่เขายังไม่มีโอกาสได้ทำเต็มที่ ไม่มีโอกาสได้เธอกลับคืนมาแต่เขาต้องอยู่ให้ได้โดยไม่มีความรักของนิรดาหล่อเลี้ยงหัวใจของตัวเอง เขาต้องอยู่เพื่อคอยดูแลเธออยู่ห่าง ๆ เขาจะกลายเป็นคนอื่นสำหรับเธอ แต่นิรดาจะเป็นเจ้าของหัวใจของเขาคนเดียวตลอดไปเป็นเวลากว่าสองปีแล้วหลังจากวันนั้นที่หมากภู







