FAZER LOGIN“คุณนิ่มส่งซองนั้นให้คุณหมากเปิดเถอะคะ แล้วเราไปทำงานของเรากันดีกว่า”
“ค่ะป้าไหม...ซองนี้ติดมากับกล่องค่ะพี่หมาก”
นิรดาก้มหน้าขณะยื่นซองใส่การ์ดนั้นให้หมากภูมิ เธอไม่อยากให้เขามองตาของเธอตอนนี้เพราะนิรดามั่นใจว่ามันต้องกำลังแดงและมีม่านน้ำตาเอ่อคลออยู่แน่ เธอไม่อยากให้เขาเห็น ไม่อยากให้เขาถาม วันนี้เธอไม่อยากได้ยินคำพูดบาดหัวใจจากหมากภูมิอีกแล้ว
เธอรอจนเขารับมันไปแล้วรีบหมุนตัวเดินออกจากตรงนั้น ตรงไปที่ห้องทำงานของตัวเองซึ่งก็คือห้องเดียวกันกับหมากภูมิ เมื่อก่อนนิรดามีความสุขทุกวันที่ได้มาทำงานพร้อมกับเขา ได้นั่งมองหน้าเขา เราสองคนคุยกันและช่วยกันทำงาน เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก
แต่ตอนนี้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม การเดินทางมาทำงานจากที่หมากภูมิยืนกรานว่าจะต้องมารับเธอที่บ้านทุกวัน แต่ทุกวันนี้เขาปล่อยให้เธอมาเองโดยให้เหตุผลว่า เขาต้องประหยัดค่าน้ำมัน การไปรับเธอที่บ้านเป็นการเดินทางที่อ้อมเกินไป นิรดาพยายามเข้าใจเขาทุกอย่าง และคิดถึงความสุขที่เคยมีร่วมกันให้มากที่สุด
“นิ่มยุ่งอยู่หรือเปล่า”
นิรดาละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วเงยหน้าขึ้นเพื่อตอบคนที่ถามเธอ
“ไม่เท่าไหร่ค่ะ พี่หมากอยากให้นิ่มทำอะไรหรือเปล่าคะ”
แอบเลื่อนสายตามองดูเวลาที่หน้าจอและก็พบว่า เธอก้มหน้าก้มตาทำงานจนไม่รู้ถึงการเดินเข้าห้องทำงานของหมากภูมิเลย เขาเข้ามาตอนไหนนะ ตลอดสามชั่วโมงที่เธอใช้สมาธิอยู่กับงานเพื่อขจัดเรื่องวุ่นวายในหัวออกไปและเพื่อไม่ให้ตัวเองสนใจบรรยากาศที่แสนจะอึดอัดในห้องทำงานด้วย
จากความสุขสู่ความอึดอัดและเมื่อไหร่มันจะดีขึ้นนะ เมื่อไหร่ความสุขที่เคยมีจะกลับมาเหมือนเดิม
“พี่จะชวนนิ่มไปกินข้าวเที่ยงข้างนอก”
“จริงเหรอคะ”
น้ำเสียงของเขาเรียบเรื่อยแต่สามารถหล่อเลี้ยงหัวใจของนิรดาได้อย่างไม่น่าเชื่อ นานมากแล้วที่เราสองคนไม่ได้ออกไปทานข้าวด้วยกัน แค่เขาเอ่ยชวนกันเธอก็ดีใจจนไม่สามารถหุบยิ้มลงได้และพร้อมจะวางงานทุกอย่าง ต่อให้ยุ่งนิรดาก็จะหยุดสิ่งที่ทำเพื่อได้ออกไปทานมื้อเที่ยงกับหมากภูมิ
“พี่ขอโทษนะที่พูดจาไม่ดีกับนิ่มไปเมื่อเช้า”
“ไม่เป็นไรค่ะ นิ่มไม่โกรธพี่หมาก”
นิรดายิ้มรับคำขอโทษของเขา แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่หันมาพูดขอโทษกับเธอตรง ๆ แต่นิรดาก็เข้าใจเพราะหมากภูมิกำลังขับรถอยู่ แค่เขาขอโทษกันเธอก็พร้อมจะโยนความน้อยใจที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าทิ้งไปทันที
อันที่จริงก็หายน้อยใจตั้งแต่เขาชวนออกมาทานมื้อเที่ยงด้วยกันแล้ว ‘จะได้กินข้าวพร้อมหน้าพี่หมาก’
“แล้วกล่องของขวัญนั้นใครส่งมาให้เหรอคะ”
ในเมื่อตอนนี้เขาดูไม่ค่อยหงุดหงิดมากนักนิรดาเลยคิดว่าถ้าถามเรื่องของขวัญเขาคงไม่โกรธเธอ บางทีก็คิดนะว่าเธอกลายเป็นคนที่กลัวการพูดกับแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่
จากที่พูดกับเขาถามเขาได้ทุกเรื่องตอนนี้กลายเป็นกังวลไปหมด กลัวว่าพูดไปหรือถามอะไรออกไปเขาจะโกรธ จะชักสีหน้าใส่เธอ แรก ๆ ก็รับไหวอยู่หรอกแต่หลัง ๆ หัวใจของนิรดาก็เริ่มไม่ไหวแล้วเหมือนกัน
“ฟ้าส่งมาน่ะ”
“พี่ฟ้า...”
ใบหน้าของเขายิ้มแย้มขณะที่พูดถึงเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เพื่อนคนที่หมากภูมิยอมยกเลิกทุกอย่างเพื่อไปหาเพื่อนคนนี้หากเธอต้องการเขา ทุกอย่างที่ว่านั้นรวมถึงการผิดนัดกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนอย่างนิรดาด้วย
“แล้วพี่ฟ้าส่งอะไรมาให้เหรอคะ”
“เป็นกล่องเปล่า”
“ฟ้าชอบแกล้งพี่แบบนี้ตลอด”
หมากภูมิดูอารมณ์ดีมาก เขาพูดปนหัวเราะไปด้วยเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับนิรดามาตลอดหลายเดือน การที่ได้เห็นคนที่เรารักยิ้มและหัวเราะอย่างมีความสุข เราก็ควรจะมีความสุขไปกับเขาใช่ไหม
แต่...นิรดากลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น เธอรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกข้างซ้ายเมื่ออดคิดไม่ได้ว่า ทำไมนะ แค่กล่องเปล่าก็ทำให้เขายิ้มกว้างอย่างมีความสุขแต่เค้กวันเกิดที่เธอตั้งใจทำมาให้ เขากลับไม่ไยดีเลย ไม่มีความยินดี ไม่แสดงความดีใจกับสิ่งที่เธอทำ แกล้งยิ้มให้กันหน่อยก็ได้แค่นั้นเธอก็ชื่นใจแล้ว
“อื้อ พี่หมาก!” นิรดายกมือขึ้นมาปิดปากของตัวเองไว้แทบไม่ทันเมื่อหมากภูมิหมุดหน้าของเขาเข้าตรงกลางหว่างขาของเธอและเริ่มใช้ลิ้นร้อนละเลงจังหวะที่ปลุกปั้นความร้อนรุ่มขึ้นในร่างกายของนิรดาเขามันตัวร้ายชัด ๆ ที่หลอกให้เธอมาติดกับดักเปลืองตัวในเต็นท์แบบนี้“พี่หมากขี้โกง นี่ไม่ใช่การตรวจสอบคุณภาพเต็นท์ตัวใหม่นะคะ อ๊ะ!” เขามูมมามตรงส่วนนั้นของเธอจนหนำใจแล้วเปลี่ยนมาเป็นสอดประสานร่างกายให้เป็นหนึ่งเดียวกัน หมากภูมิยกยิ้มเจ้าเล่ห์ขณะมองร่างบางบิดเร้าเพราะทนพิษความเสียวซ่านที่เขาปรนเปรอให้ไม่ไหว“นิ่มจ๋า พี่ก็พามาตรวจสอบคุณภาพเต็นท์จริงๆ นะ วันนี้ต้องตรวจว่าเต็นท์เก็บเสียงดีไหม”พูดไปก็กระแทกสะโพกด้วยจังหวะรักที่ดุดันไปด้วย นิรดานิ่วหน้าเมื่อโดนเขาตอกอันถี่รัว เขาจ้วงมาลึกมากและโดนทุกจุด รู้จุดเสียวของเธอดีแบบนี้แล้วเธอจะไปกลั้นเสียงครางไว้ได้ยังไงกัน“ครางออกมาเลยจ้ะที่รัก พี่จะได้รู้ว่าเสียงหลุดลอดออกจากเต็นท์เยอะไหม พี่อัดเสียงไว้”กรี๊ด! แฟนเธอต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ อัดเสียง น่าอายชะมัดและเธอดันครางซะดังเลย ดีนะที่ตอนนี้มีแค่เธอกับเขาสองคนในบริษัท งื้อ!“อ๊ะ พี่หมากไม่ต้องใช้วิธีนี้ก็ได้นะคะ”
แม้จะแอบกลัวที่จะเจ็บอีกแต่นิรดาเลือกแล้วที่จะขอเสี่ยงอีกสักครั้ง เพราะปล่อยไปแบบนี้เธอเองก็ไม่มีความสุขอยู่ดี หากการเปิดโอกาสให้เขาจะทำให้เธอมีความสุขมากกว่า นิรดาคิดว่ามันก็คุ้มค่าที่จะเสี่ยงเพราะลึก ๆ เธอเองก็แอบมั่นใจว่าเขาจะเป็นพี่หมากของเธอในรูปแบบที่ดีกว่าเดิม“พี่ขอสาบานว่าพี่จะรักษาโอกาสนี้และทำออกมาให้ดีที่สุดด้วยชีวิตและหัวใจของพี่ โอกาสที่นิ่มมอบให้พี่จะไม่เสียเปล่าและนิ่มจะไม่เสียใจอีก เชื่อพี่นะครับ ที่รัก”“ค่ะ นิ่มเชื่อใจพี่หมาก” รอยยิ้มสวย ๆ ของเธอเหมือนแสงในเช้าวันใหม่ของเขา จะไม่ปล่อยไปอีกแล้ว“เรามาเริ่มกันใหม่นะนิ่ม” หมากภูมิดึงสร้อยคอที่เขาใส่ติดตัวไว้ตลอดเวลาออกมาจากคอเสื้อ และเผยให้เห็นว่าที่สร้อยเส้นนี้มีบางอย่างห้อยไว้ สิ่งนั้นคือแหวน“พี่หมากยังเก็บไว้อีกเหรอคะ” แหวนวงเดิมที่เขาขอเธอแต่งงานเมื่อสามปีก่อน“แหวนวงนี้เป็นของนิ่มและมันกำลังรอเวลาที่จะได้กลับไปอยู่กับเจ้าของที่แท้จริง”หมากภูมิจับมือข้างซ้ายของนิรดาขึ้น ส่งสายตาขออนุญาตเธอก่อน และเมื่อเห็นนิรดาเอียงหน้าหลบเพราะเขินอายเขาจึงรวบรวมความกล้าและสวมแหวนวงเดิมที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอ แหวนได้กลับไปอยู่กั
“พี่หมากรักนิ่มไหมคะ” หัวใจดวงน้อยของเธอกระตุกแรงมากเมื่อเห็นดวงตาของเขามีน้ำตาเจ่อนองมากมาย เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นหมากภูมิร้องไห้หนักขนาดนี้ เขาร้องไห้เพราะเธออีกแล้วสินะ“...” หมากภูมิปล่อยให้นิรดาเช็ดคราบน้ำตาที่ไหลรินเลอะแก้มของเขา ถามว่าอายไหมหมากภูมิก็คงต้องตอบว่า ไม่ เขาไม่อายหรอกนิรดาคือทุกอย่างของเขา เป็นพื้นที่ปลอดภัยของเขาเสมอ เพราะฉะนั้น ถ้าเขาจะต้องร้องไห้ต่อหน้าผู้หญิงที่เขารัก เขาก็สามารถปล่อยมันออกมาได้อย่างไม่ต้องฝืนเก็บมันเอาไว้“พี่รักนิ่ม รักจนไม่สามารถรักใครได้อีกแล้ว”“พี่ขอโทษสำหรับทุกอย่าง” เขาทำพังและจะไม่มีวันลืมสิ่งที่พลาดไป เขาจะฝั่งลึกในจิตใจตระหนักเอาไว้ว่าที่กลายมาเป็นแบบนี้ก็เพราะเขาทำตัวเอง“พี่หมากต้องรักตัวเองด้วยนะคะ” พอได้มายืนอยู่ใกล้ ๆ เขาในระยะประชิดแบบนี้ ทำให้นิรดาสำรวจใบหน้าของหมากภูมิได้ชัดมากขึ้น เขาโทรมมาก เหมือนเขาปล่อยเนื้อปล่อยตัวไม่ยอมดูแลตัวเองเหมือนเมื่อก่อน ทำตัวเหมือนคนตรอมใจอย่างไรอย่างนั้น“พี่ก็พยายามอยู่นิ่ม”เขาก็รักตัวเองแต่เขารักเธอมากกว่าไง ในหัวก็เอาแต่คิดถึงนิรดา เป็นห่วงแต่นิรดา เขาเอาเรี่ยวแรงที่เหลือไปดูแลเธอและอุทิศเ
“โต๊ะทำงาน...”นิรดาถามขึ้นเมื่อเธอยังเห็นโต๊ะทำงานของเธออยู่ที่เดิม เขาไม่ได้เอาออกไปหรือเขาให้พนักงานคนใหม่เข้ามานั่งทำงานในห้องนี้...หรือเจ้าของโต๊ะคนใหม่คือแฟนใหม่ของเขา นิรดาคิดไปต่าง ๆ นา ๆ และรู้สึกใจหวิวแปลก ๆ เมื่อคิดไปว่าเขามีคนรักใหม่แล้ว‘ไม่ใช่หรอก พี่หมากยังไม่มีแฟน’ เพราะถ้าเขามีแฟนใหม่แล้วจริง ๆ เขาจะมาห่วงใยเธอทำไม เขาเอาของที่ส่งให้เธอไปให้แฟนของเขาไม่ดีกว่าเหรอ และถ้าเขาจะมีแฟนใหม่จริง ๆ เขาก็คงจะบอกเธอไปแล้ว“อ๋อ...” หมากภูมิยกมือขึ้นเกาท้ายทอยแก้เขินก่อนจะพูดถึงเหตุผลที่โต๊ะทำงานของนิรดายังอยู่ที่เดิม“พี่อยากให้ทุกอย่างอยู่เหมือนเดิม เหมือนตอนที่พี่มีนิ่มอยู่กับพี่ที่นี่”“...” เขาทำแบบนี้แล้วจะลืมเธอได้ยังไง?“พี่ขอโทษนะถ้าพี่ทำให้นิ่มลำบากใจ”เขาไม่คิดว่าเธอจะมาแล้วเราจะได้มานั่งคุยในห้องทำงานกันเหมือนแต่ก่อน แต่จะให้เอาทุกอย่างที่เกี่ยวกับนิรดาออกไปเขาทำใจไม่ได้จริงๆ“ไม่ค่ะ นิ่มไม่ได้ลำบากใจอะไร” จะลำบากใจได้ยังไงกัน ต้องบอกว่าใจเต้นแรงถึงจะถูก“พี่หมากเก็บทุกอย่างที่เป็นของนิ่มไว้แบบนี้ แล้วพี่หมากจะลืมนิ่มได้ยังไงคะ”แก้วคู่ที่เธอตั้งใจทิ้งไว้ที่นี่เพราะไม่
“บ่ายนี้นิ่มลานะคะ” กดลาพักร้อนในระบบเรียบร้อยก็ลุกขึ้นหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายแล้วเดินออกจากโต๊ะทำงานไปทันทีเป็นการแจ้งลาอย่างกะทันหันเพราะนิรดาพึ่งรู้ว่าตัวเองอยากจะวันนี้และต้องเป็นบ่ายนี้ตอนนี้ด้วย เธออาจจะโดนหัวหน้าตำหนิทั้งที่เธอไม่เคยโดนตำหนิเลยแต่นิรดาก็ยอมเพราะถ้าเธอไม่ไปจัดการปัญหากวนใจให้จบในวันนี้ นิรดาคงไม่มีสมาธิทำงานแน่และเธอไม่อยากปล่อยให้ตัวเองทำงานทั้งที่ในหัวกำลังคิดวกวนเรื่องอื่น:บริษัท เอ็มแคมป์เปอร์นิรดาจอดรถอยู่ที่หน้าออฟฟิศนี้และเธอนั่งมองอยู่ในรถมาสักพักหนึ่งแล้วแต่ไม่ยอมเดินลงจากรถไป สายตาของนิรดาทอดมองไปที่ป้ายชื่อบริษัท เอ็มแคมป์เปอร์ สองปีแล้วนะที่เธอไม่ได้มาที่นี่เลย สถานที่กักเก็บความทรงจำ“เอ็มแอนด์เอ็นแคมป์เปอร์ดีกว่านะนิ่ม พี่อยากให้มีชื่อนิ่มอยู่ในชื่อของบริษัทด้วย”“มีแค่เอ็มดีกว่าค่ะชื่อจะได้ไม่ยาวเกินไป ลูกค้าจะได้อ่านง่ายด้วย”“นิ่มชอบชื่อเอ็มแคมป์เปอร์ใช่ไหม”“ใช่ค่ะ”“งั้นพี่เอาชื่อนี้ก็ได้ อะไรที่นิ่มชอบนั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพี่ ความสุขของนิ่มคือความสุขของพี่นะครับ”ภาพวันวานที่เธอกับเขาช่วยกันตั้งชื่อบริษัทได้ไหลเข้ามาและภาพเหล่านั้น
“พี่รักนิ่มนะ”ถ้านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้พบกัน ถ้านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้พูดกับเธอ หมากภูมิก็อยากจะให้คำพูดสุดท้ายของเขาเป็นคำว่า เขารักเธอ มันอาจจะไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้วสำหรับนิรดา แต่เขาก็ยังอยากพูดคำนี้ให้เธอได้ยินหมากภูมิหลับตาซึมซับความหอมความอบอุ่นจากร่างนุ่มนิ่มของนิรดา ซึมซับให้ได้มากที่สุดเพราะเขาต้องใช้เศษเสี้ยวความอบอุ่นนี้ประคองหัวใจของตัวเอง ยอมปล่อยแขนแล้วเดินจากมาเมื่อเธอยืนยันแล้วว่าเขาไม่คู่ควรที่จะได้รับโอกาสนั้น เขาก็ต้องยอมรับความจริงให้ได้ แม้หัวใจจะแหลกสลายเขาก็ต้องอยู่กับความแหลกสลายนี้ให้ได้ ที่กลายมาเป็นแบบนี้ก็เพราะตัวเอง ในเมื่อเขาทำพลาด ทำให้เธอเจ็บปวด เพราะฉะนั้นชีวิตที่เหลือนับจากนี้เขาจะต้องอยู่กับหัวใจที่ชอกช้ำของตัวเอง ชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองทำ แม้จะเสียใจที่เขายังไม่มีโอกาสได้ทำเต็มที่ ไม่มีโอกาสได้เธอกลับคืนมาแต่เขาต้องอยู่ให้ได้โดยไม่มีความรักของนิรดาหล่อเลี้ยงหัวใจของตัวเอง เขาต้องอยู่เพื่อคอยดูแลเธออยู่ห่าง ๆ เขาจะกลายเป็นคนอื่นสำหรับเธอ แต่นิรดาจะเป็นเจ้าของหัวใจของเขาคนเดียวตลอดไปเป็นเวลากว่าสองปีแล้วหลังจากวันนั้นที่หมากภู







