LOGINในวันถ่ายรูปจบการศึกษาก่อนการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ผมยืนข้างเพื่อนสมัยเด็กด้วยความเคยชิน จนมีเพื่อนร่วมชั้นเริ่มส่งเสียงแซว "เฮ้ย รีบให้คู่แค้นแสนรักมายืนด้วยกันเร็ว!" ถึงจะได้ยินคำพูดแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน แต่ผมก็ยังหน้าแดงเพราะมีความลับที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ในใจ หลูเจียวไม่ได้พูดอะไร แต่ในขณะที่ช่างภาพกดชัตเตอร์และเพื่อน ๆ ตะโกนคำว่ายิ้ม ข้าง ๆ ก็มีเสียงที่อึดอัดและหงุดหงิดดังขึ้นมา "น่ารำคาญชะมัด! ถอยไปให้ห่าง ๆ ฉันหน่อยได้ไหม!" นั่นคือเสียงของเธอ อาจเป็นเพราะสายตาไม่ดีมาแต่กำเนิด ความสามารถในการฟังของผมก็เลยดีมาก ไม่มีทางฟังผิดแน่ ตอนที่เดินผ่านกำแพงอธิษฐานหน้าห้องเรียน ผมยื่นมือไปดึงโพสต์อิทคำอธิษฐานของตัวเองซึ่งมีเป้าหมายเป็นคณะเดียวกับเธอลงมา
View More"ซูเจี้ยนเหยียน ไม่เจอกันนานเลยนะ"ผมประหลาดใจเล็กน้อยที่กู้เหิงเดินเข้ามาทักทายผมเขาไม่ได้พูดอ้อมค้อม"ฉันเคยชอบหลูเจียว นายรู้ใช่ไหม"ผมพยักหน้าข่าวนี้ผมเพิ่งเคยได้ยินจากปากเพื่อนของหลูเจียวตอนงานเลี้ยงรุ่นครั้งแรก"แต่ต่อมาฉันก็ยอมแพ้ นายรู้ไหมว่าเพราะอะไร"เขาไม่ได้รอให้ผมตอบ เขาพูดต่อเองเลย"เพราะฉันพบว่า ความรู้สึกทั้งหมดของเธอหมุนรอบตัวนายคนเดียว ทั้งความสุข ความสับสน ความหงุดหงิด ความกลัวและอื่น ๆ ตอนนั้นฉันถึงได้รู้ ว่าตัวเองไม่มีทางแทรกเข้าไปในใจเธอได้เลย ฉันไม่ได้อยากจะไปแย่งชิงอะไรด้วย ฉันก็เลยยอมแพ้ไป"ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงมาพูดเรื่องพวกนี้กับผมแต่ไม่นานเขาก็ให้คำตอบ "ฉันยินจากเพื่อน ๆ มา ว่าความสัมพันธ์ของนายกับหลูเจียวไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ฉันไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกนาย แต่ฉันกลัวว่าถ้ามันเกี่ยวอะไรกับฉัน ฉันเลยตั้งใจมาอธิบายให้ชัดเจนระหว่างฉันกับหลูเจียว เราไม่เคยสารภาพรักกันเป็นเรื่องเป็นราวด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความสัมพันธ์อื่นเลย แล้วก็..."น้ำเสียงของเขาพลันจริงจังขึ้นมา"แผ่นเสียงในตอนนั้น ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าเป็นของที่นายใ
ผมนึกถึงตอนเด็ก ๆตอนนั้นยังเด็กมากถึงพ่อแม่จะกำชับว่าอย่าไปยืนตากแดดบ่อย ๆแต่ก็ยังห้ามใจไม่อยู่ อยากจะไปเล่นกับเด็กคนอื่นอยู่ดีพอแสงแดดแยงตาจนแทบขยิบตาไม่ออก ถึงเพิ่งจะรู้จักกลัวหลูเจียวก็จะคอยจับมือผมไว้คอยอยู่ข้าง ๆ ผมมาตลอดตอนนั้นผมพูดกับเธอว่า"ต่อไปเธอมาเป็นดวงตาอีกคู่ให้ฉันได้ไหม"แล้วเธอก็คอยดูแลผมมาหลายปีจริง ๆเงาร่างเล็ก ๆ ในวันวานค่อย ๆ ทับซ้อนกับหลูเจียวที่อยู่ตรงหน้าผมอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีผมเข้าใจความคิดของเธอได้ แต่ก็ไม่อาจปล่อยวางบาดแผลเหล่านั้นลงได้เหมือนกันผมนิ่งเงียบไปนาน จ้องมองเธออยู่อย่างนั้น"หลูเจียว เรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้วไม่มีทางแก้ไขได้ เสียใจไปก็ไม่มีประโยชน์ มองไปข้างหน้ากันเถอะ"ผมถือของ แล้วลุกออกจากที่นั่งเพิ่งเดินพ้นประตู เธอก็รีบวิ่งตามมาแล้วถามผมอย่างระมัดระวัง"ซูเจี้ยนเหยียน นายยังจะยกโทษให้ฉันอยู่ไหม"ผมยืนหันหลังให้เธอ"ฉันก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้ฉันยังทำไม่ได้ ฉันก็พอเข้าใจความคิดของเธอได้นะ แต่บาดแผลพวกนั้นที่ฉันเคยได้รับ มันก็เป็นเรื่องจริงเหมือนกัน ฉันถึงขั้นเคยสงสัยในตัวเองหลายครั้งเพราะค
แสงไฟสลัวมาก แต่ผมก็เห็นว่าเธอตาแดงแล้วแต่ผมไม่ค่อยเข้าใจเธอเท่าไรเรื่องที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงรุ่นตอนนั้นจนถึงตอนนี้ผมยังจำได้ฝังใจแล้วตอนนี้เธอมาทำท่าทางแบบนี้ เพื่ออะไรอีก "หลูเจียว เธอบอกเองนะว่าให้ฉันปล่อยเธอไป ฉันก็ลองคิดดูแล้ว เธอพูดไม่ผิดหรอก ฉันไม่ควรทำเธอเสียเวลาอีกจริง ๆ นั่นแหละ"เธอขยับเข้ามาข้างหน้าสองก้าว แล้วรีบร้อนอธิบาย"ไม่ใช่แบบนั้นนะ! ฉันเสียใจมาตลอดเลย คำพูดรุนแรงที่พูดกับนายวันนั้น มันไม่ใช่สิ่งที่ฉันตั้งใจจะพูดจริง ๆ หรอก ฉันอยากจะขอโทษนายตั้งนานแล้ว แต่...นายบล็อกฉันไปแล้ว ฉันเลยคิดว่ารอเปิดเทอม พอเราเจอกันฉันค่อยขอโทษนาย แต่พอฉันไปหานายที่บ้าน คุณน้ากลับบอกว่านายไปมหาวิทยาลัยลู่เฉิงแล้ว"น้ำเสียงของเธอเจือความน้อยใจและอ้อนวอน"ซูเจี้ยนเหยียน ยกโทษให้ฉันได้ไหม อย่าใจร้ายกับฉันขนาดนี้เลย""ฉันใจร้ายเหรอ"ชั่วขณะนั้นผมมองเธออย่างสับสนจนตอนนี้ผมยังจำคำพูดที่เธอพูดตอนยืนอยู่หน้าห้องจัดเลี้ยงได้ดีจำตอนที่เธอทำตัวเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายกับผมได้แล้วสุดท้าย ทำไมกลายเป็นผมที่ใจร้ายซะแล้วล่ะ"เพราะเธอจะไปส่งฉันกลับบ้าน ฉันเลยนั่งรอเธอในห้องเรีย
มหาวิทยาลัยลู่เฉิงอยู่ไม่ไกลจากบ้าน ขับรถใช้เวลาประมาณสามชั่วโมงถ้ามีเรื่องเร่งด่วนจริง ๆ บ้านน้าก็อยู่ใกล้ ๆ แถวนั้นปกติพักหอพักของมหาวิทยาลัย วันหยุดเสาร์อาทิตย์บางครั้งก็ไปบ้านน้า วันหยุดยาวค่อยกลับมาบ้านนอกจากเรียนหนังสือแล้ว ผมยังเข้าร่วมกิจกรรมชมรมด้วยก็เพราะแบบนี้ ก็เลยได้รู้จักกับเพื่อน ๆ ที่มีอุดมการณ์และความสนใจตรงกันผมไม่ได้ปกปิดหรือหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องดวงตาของตัวเอง และก็ไม่ได้ฝืนทำเป็นเข้มแข็งหลังจากได้พยายามลองดูแล้วก็พบว่ามีหลายเรื่องที่ลำพังผมคนเดียวก็สามารถทำออกมาได้ดีมากเหมือนกันช่วงปิดเทอมฤดูหนาวและฤดูร้อน บางครั้งผมก็ไปทำงานพาร์ตไทม์แต่ส่วนใหญ่จะไปท่องเที่ยวกับพ่อแม่มากกว่านับ ๆ ดูแล้ว หลังจากเข้ามหาวิทยาลัยผมก็ไม่ได้พบกับหลูเจียวอีกเลยเป็นเวลาสองปีตอนใกล้จะเรียนจบที่บ้านวางแผนจะไปท่องเที่ยวทางไกล พวกเราจะไปซินเจียงพอใกล้ถึงวันเดินทาง แม่ของผมก็โทรศัพท์มาหา"เสี่ยวเหยียน ทริปเที่ยวครั้งนี้ ครอบครัวน้าจ้าวจะไปกับพวกเราด้วยนะ"ผมนิ่งเงียบไปสองสามวินาที"ทำไมก่อนหน้านี้ไม่เห็นบอกผมเลยครับ"แม่ของผมดูหนักใจนิดหน่อย"แต่ตอนกินข้าวด