Masuk"หมาน้อยอย่ากวนแม่สิลูก แม่ทำความสะอาดอยู่" หญิงสาวกำลังปัดกวาดรอบบริเวณหน้าบ้าน ที่มีใบไม้หล่นลงมาส่วนหมาน้อย เป็นคนทำลายกองใบไม้ที่แม่กวาดมารวบรวมกันไว้เด็กน้อยวิ่งซนรอบบริเวณนั้น จนผู้เป็นแม่ไม่เป็นอันทำอะไร มัวแต่มองกลัวว่าลูกจะล้ม"หมาน้อย!! ถ้าหนูยังดื้ออยู่อีกแม่จะตีแล้วนะ" คนตัวเล็กได้แต่ยืนเท้าสะเอวมองลูกน้อย ..เธอต้องลงแรงกวาดใหม่อีกรอบ เพราะว่า 2-3 กองที่กวาดไว้เพื่อจะรอเก็บพร้อมกัน ตอนนี้มันแยกกระจัดกระจายกันไปหมดแล้ว"แมะ แมะ" เด็กน้อยสนุกมากที่ได้เล่นแบบนี้ จนแม่ดุลูกไม่ลง"เอาที่หนูสบายใจเลยนะลูก เดี๋ยวแม่กวาดใหม่ก็ได้"ทุกสิ่งอย่างที่เธอกำลังทำอยู่ มันอยู่ในสายตาของเขาตลอดกว่าจะเก็บกวาดหน้าบ้านเสร็จ ก็เกือบเย็น ต้องได้เข้ามาทำครัวต่อพอหญิงสาวเข้ามาในบ้าน ก็ยังสงสัยเรื่องเดิม..ว่าคนหายไปไหนหมด แม้กระทั่งลูกน้องของเขาก็ยังไม่เห็นเลยสักคน"รีบทำด้วย หิวแล้ว" คนที่กำลังวุ่นอยู่กับการอ่านหนังสือพิมพ์ที่โซฟาหรูกลางของบ้านหลังนั้น..พูดออกมาโดยไม่วางหนังสือเลยด้วยซ้ำเธอรีบอุ้มลูกที่นอนหลับอยู่ในอ้อมกอด เดินตรงเข้าไปในครัว เพื่อที่จะทำอาหารให้เขา ..ชายหนุ่มมัวแต่วางมาดก็เล
"พี่สิงห์.. ไปไหนมาคะ" พออัจฉราภรณ์รู้ว่าเป็นใครที่เปิดประตูเข้ามา ก็รีบเดินเข้าไปควงแขน เหมือนกับแสดงความเป็นเจ้าของในตัวเขา"ออกไปทำธุระนิดหน่อยครับ""แล้วคุณหมอว่ายังไงบ้างล่ะลูก..เกี่ยวกับอาการของคุณน้า""คงต้องอยู่โรงพยาบาลอีกนานครับ และค่าใช้จ่ายคงจะบานตะไทเลยแหละ" ประโยคหลังเขาจงใจพูดให้ใครบางคนได้ยินค่าใช้จ่าย นี่เราลืมไปได้ยังไง ตอนนี้ค่ารักษาของแม่จะปาเขาไปกี่ล้านแล้ว หญิงสาวลอบถอนหายใจ แต่ก็ไม่ได้หันไปมองคนที่กำลังพูด"ไหนลูกบอกว่า.." แม่เริ่มจะสงสัยกับคำพูดของลูกชาย"ผมว่าคุณแม่กับคุณฟ้ากลับไปก่อนดีกว่าครับ คุณน้าคงต้องการพักผ่อนแล้ว" เขาต้องรีบชิงพูด ก่อนที่แม่จะพูดอะไรขึ้นมามากกว่านี้"แต่แม่ว่า" สุดาคิดว่าจะมาเฝ้าเพื่อนรัก และคืนนี้อาจจะนอนค้างที่นี่ด้วย"เดี๋ยวคุณหมอจะเข้ามาดูอาการของคุณน้าแล้ว..เชิญคุณแม่กับคุณฟ้ากลับตอนนี้เลย" ชายหนุ่มพยายามผลักดันให้ทั้งสองออกจากห้องไปก่อน เพราะสิ่งที่เขาจะจัดการ..ให้ใครได้ยินด้วยไม่ได้"ถ้ามีอะไรก็โทรกลับไปหาแม่นะ""แต่ฟ้าว่าจะชวนคุณไปทานข้าว" ยังไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น พวกลูกน้องก็มาเชิญ ตัวของทั้งสองออกจากห้องไปก่อนพอทางสะดว
"หมาน้อย!!" หญิงสาวไม่รอฟังว่าเขาจะพูดอะไรต่อ เธอเดินตรงเข้ามาแล้วกระชากตัวของลูกออก "ถ้าคุณยังมาวุ่นวายกับลูกชายของฉันอยู่ ฉันจะแจ้งความ""หึ! แจ้งความ?..ทำไมไม่แจ้งกับคนที่บอกว่าเป็นพ่อเขาเลยล่ะ เป็นตำรวจไม่ใช่เหรอ แต่เอ้..ได้ยินข่าวว่าถูกย้ายไปแล้วนี่ ทำไมยังเห็นวนเวียนอยู่แถวนี้อีกล่ะ""คุณ!! ฝีมือของคุณใช่ไหม" แค่นี้หญิงสาวก็พอจะเดาได้แล้ว ว่าคนที่ดัมมี่บอกว่าไปเหยียบเล็บเข้าคือใคร"แมะ" หมาน้อยตกใจเสียงที่แม่ตะคอก เด็กน้อยเบะปากกำลังจะร้องไห้"โอ๋.... คนดีไม่ร้องนะลูก หนูง่วงแล้วใช่ไหมครับ เรากลับเข้าไปนอนกันดีกว่า" อัปสรสุดาจำเป็นต้องทิ้งความโมโหไว้ตรงนั้นก่อน แต่เธอไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไปแน่ ..พี่ดัมมี่ต้องมาเดือดร้อนเพราะเราเองเหรอเนี่ยพอประตูห้องบานนั้นถูกปิดลง ชายหนุ่มก็ชูนิ้วเพื่อเรียกให้ลูกน้องเข้ามาใกล้ "ให้ผลตรวจออกมาเร็วที่สุด" เขาสั่งลูกน้องแต่สายตาก็ยังมองที่ประตูบานนั้น"หนูห้ามไปเล่นกับผู้ชายคนนั้นอีกนะลูก รู้ไหมว่ามันอันตราย" หญิงสาวตำหนิลูกชายทันทีที่เข้ามาถึงในห้อง "นี่รอยอะไร" เธอมองดูที่นิ้วชี้ของลูกเหมือนมีอะไรทิ่ม"แหมมๆๆ""อะไรนะ..หนูหิวเหรอ" ..ตายแล้วลืมถา
"หมาน้อย!!" อัปสรสุดาตะคอกลูกอย่างแรงยิ่งถูกแม่ตะคอกเด็กน้อยก็ยิ่งกลัว จนตอนนี้กอดขาของผู้ชายแปลกหน้าไว้แน่น แต่ทำไมหมาน้อยถึงรู้สึกอบอุ่นแบบนี้ จนเด็กไม่อยากจะปล่อยหญิงสาวก้าวเดินเข้ามาแบบเอาเรื่อง ฝ่ามือเรียวกำลังจะฟาดลงที่ก้นลูกน้อย แต่คนตัวสูงรีบเอาตัวเองบังไว้ แล้วคว้าเด็กขึ้นมาอุ้ม"คืนลูกฉันมาเดี๋ยวนี้นะ!""ใจเย็นก่อนน้อง" สุดารีบเข้ามาห้ามหลานสาวไว้ ถึงแม้นางจะไม่รู้เรื่องอะไร แต่เห็นว่าตอนนี้เธอกำลังโมโหให้ลูกน้อยมากหมาน้อยไม่ยอมไปกับแม่แถมยังกอดคอผู้ชายแปลกหน้าไว้แน่น ไม่ได้รู้สึกอบอุ่นแค่หมาน้อย ผู้เป็นพ่อก็อบอุ่นเหมือนกัน ทำไมเขาถึงมีความรู้สึกแบบนี้ให้กับเด็กคนนี้"นา..พาหลานไปสิ!!"พอเขาไม่ยอมคืนลูกให้เธอก็เลยหันไปตะคอกเพื่อน ..นาฬิกาที่ยืนมองอยู่ก็รีบเดินเข้ามาอุ้มเอาหลาน"งื้ออออ..ป๊ะ" หมาน้อยพยายามจะออกเสียงว่าพ่อหัวใจของผู้เป็นแม่หล่นวูบเมื่อได้ยินลูกเรียกแบบนั้น หรือแกจะสัมผัสได้ว่านี่คือพ่อของแกแต่ก็โชคดีที่พวกเขาฟังภาษาเด็กไม่รู้เรื่อง คงมีแต่เธอที่ฟังเข้าใจเวลาผ่านไป.. ตอนนี้ทุกคนอยู่บนห้องรวมทั้งสิงหราช ก็ยังไม่ยอมกลับไป เพราะเขาต้องรู้ สิ่งที่กำลังสงสัยอ
"พ่อของหลานเลยเหรอ?!!" ผู้หญิงที่มากับดัมมี่ถึงกับของขึ้น ..ลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างแรงจนเก้าอี้ตัวนั้นล้มลงไป"เมย์..ฟังเราก่อน"เพี๊ยะ!! ฝ่ามือเรียวฟาดลงที่ใบหน้าผู้เป็นสามีอย่างแรง"เราจบกันแค่นี้" จบคำพูดเมรีก็วิ่งออกจากร้านอาหารนั้นมา น้ำตาของหญิงสาวไหลมาตลอดทาง สิ่งที่เธอคิดไว้มันเป็นจริงเธอไม่ค่อยไว้ใจเขาตั้งแต่ตอนอยู่ที่โรงพักเก่าแล้ว จนถูกสั่งย้ายไปต่างจังหวัด ซึ่งเมรีก็ตามไปไม่ได้ เพราะติดงาน..ทั้งสองแต่งงานกันมาได้หนึ่งปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีลูกด้วยกัน ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ไปตรวจแล้วหมอบอกว่าเธอมีภาวะมีลูกยากแต่ไม่ได้เป็นหมัน ..พอได้ยินว่าเขามีลูกกับผู้หญิงคนอื่น เรื่องนี้เธอรับไม่ได้จริงๆสิงหราชได้แค่นั่งมอง เหมือนกับดูละครฉากใหญ่เย็นวันเดียวกันนั้น.."แม่คะ แม่พูดกับน้องหน่อยสิ" หญิงสาวกุมมือผู้เป็นแม่ไว้แน่น เธอพร่ำพูดกับแม่อยู่แบบนี้มาทั้งวัน"ป้าว่าหนูทานอะไรบ้างเถอะนะ อย่าเพิ่งกดดันแม่มากนักเลย""ทำไมแม่หลับไปอีกล่ะคะคุณป้า""หนูน่าจะพาหลานมาเยี่ยมคุณยายบ้างนะลูก เผื่อว่าคุณยายจะมีกำลังใจมากกว่านี้"..จริงด้วยถ้าแม่เห็นหลานอาจจะ มีกำลังใจมากขึ้นก็ได้ จังหวะที่หญิงสาวกำลัง
"ใช่จ้า.." สุดาแค่ดูสายตาของหลานสาวก็รู้แล้วว่าเธอคงจะสงสัยเรื่องที่สิงหราชเรียกนางว่าแม่ "สิงหราชคือสิงหาลูกชายของป้าเอง"..ทำไมโลกมันถึงกลมแบบนี้ จะเล่นตลกอะไรกับเราอีก.. หญิงสาวได้แต่คิดว่า ที่เธอเจอมายังไม่สาหัสพอใช่ไหม เอาเลยอยากจะเล่นตลกอะไรกับชีวิตเธอก็จัดมาให้พอใจ"ดีใจกับคุณป้าด้วยนะคะ ในที่สุดก็เจอลูกชาย" สมัยก่อนตอนที่แม่ของเธอไปเยี่ยมแม่ชี ..อัปสรสุดาขอไปด้วยตลอด ก็เลยสนิทกับพวกท่าน และแม่ของเธอก็เล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังสุดาได้แต่มองหน้าหลานสาว ทีแรกหมายปองเธอไว้ว่าจะได้เป็นลูกสะใภ้ แต่ก็ไม่เป็นไร ดูท่าทางแล้วลูกชายคงจะชอบคนพี่มากกว่า เพราะตอนออกจากห้องไปเห็นโอบเอวกันด้วยดึกๆ ของคืนเดียวกันนั้น.."แกจริงๆ ด้วย ทำไมแกหายไปแบบนี้ รู้ไหมว่าทุกคนเป็นห่วง" พอนาฬิการู้ข่าวจากพี่ชายก็รีบมาที่โรงพยาบาล"แกอย่าเพิ่งพูดอะไรเลย ถ้าแกรู้เรื่องนี้แล้ว แสดงว่าเรื่องนั้นแกก็คงจะรู้แล้วใช่ไหม" โชคดีที่ตอนนี้สิงหราชได้ให้คนมารับแม่ของเขากลับไปนอนที่บ้านแล้ว อัปสรสุดาก็เลยพูดกับเพื่อนได้สะดวกหน่อย"เรื่องเด็กคนนั้นเหรอ ตกลงเป็นลูกของแกจริงเหรอ?" นาฬิกาเห็นเด็กก่อนที่จะขึ้นมาด้านบนแล้ว เพร







