ログイン“ไม่ได้ค่ะ” ขืนเขาอยู่ เธอคงไม่มีสมาธิทำอาหารแน่ “งั้นพรุ่งนี้เช้ามาหาใหม่นะครับ” ชายหนุ่มไม่ได้ดื้อดึง ด้วยไม่อยากทำให้แพรไหมต้องปวดหัว แต่เช้าวันพรุ่งนี้รับรองว่าเธอจะได้เห็นหน้าเขาอีก พลันขยับตัวลุกแล้วเอ่ยเรียกชื่อคนที่กำลังจะเดินไปยังห้องครัว “แพรครับ” “อะไรคะ” “รักแพรนะ” แพรไหมแสร้งทำเป็นมองนกมองไม้ไม่ได้ยินคำพูดนั้น ทำให้มีคนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน แสร้งทำเป็นงอนเดินสะบัดก้นไปขึ้นรถ ไม่นานก็ต้องยกมือขึ้นป้องปากหาว เพราะรู้สึกง่วงไม่น้อย การตื่นเช้าไม่ใช่ทางของเขาเลย แต่ก็พร้อมจะปรับเปลี่ยนให้เข้ากับหญิงสาวได้ “แพรจะคอยดูว่าจะเป็นยังไงต่อ” เธอยังไม่ได้เอาใจลงไปเล่นกับความสัมพันธ์ครั้งนี้ ขอดูความพยายามของใจดวงโตไปก่อน วันนี้โชคไม่เข้าข้างแพรไหมสักเท่าไร เพราะมีฉัตรฐาเป็นลูกค้ารายแรกและรายเดียวทั้งวัน แต่ก็ไม่ได้คิดท้อ เชื่อว่าพรุ่งนี้ต้องเป็นวันที่สดใสสำหรับเธอ เมื่อเช้าวันใหม่มาถึงเธอก็ก้าวเท้าออกจากบ้านหมายจะไปยังตลาดสด แม้ของสดจะยังเต็มตู้เย็น แต่เมื่อวานเธอลืมซื้อเส้นใหญ่และแป้งมันสำ
“ขายของ? คุณเนี่ยนะคะ คุณจะขายอะไร” หญิงสาวทำหน้านึกฉงน ฉัตรฐาเป็นพ่อค้าขายของเก่าของโบราณก็จริง แต่อย่างอื่นไม่เห็นเขาถนัด หนำซ้ำยังจะมาเปิดร้านใกล้ๆ กัน “ขายน้ำไง” คนพูดยืดอกขึ้นนิดๆ คล้ายมีความภูมิใจอยู่มาก แพรไหมขมวดคิ้วมุ่น เขาจะเล่นใหญ่เกินเบอร์ไปแล้ว ขนาดแค่เข้าครัวทำอาหารเขายังไม่ค่อยชอบเลย “แพรเคยบอกว่าน้ำฉันอร่อยไม่ใช่เหรอ” ฉัตรฐากดยิ้มมุมปาก ก่อนจะถูกแว้ดใส่เสียงดัง “ไอ้คุณไฉ...” แพรไหมยกมือขึ้นเท้าเอว นึกอยากจะยื่นมือไปหยิกเนื้อหนาๆ ของฉัตรฐา พูดออกมาได้อย่างไร ไร้ความกระดากสิ้นดี “อ้าว ไม่อร่อยเหรอ เมื่อก่อนแพรกินออกบ่อยนึกว่าชอบ” หลายครั้งที่อยู่บนเตียงด้วยกันเขาเห็นหญิงสาวกลืนน้ำสีขุ่นลงคออย่างเอร็ดอร่อย “วันนี้คะแนนคุณติดลบค่ะ” แพรไหมคาดโทษ เธอจะหักคะแนนเขาหนึ่งร้อยคะแนน จากศูนย์จึงกลายเป็นติดลบร้อย “ได้ไงอะแพร” ฉัตรฐาโวยวาย ไม่ยินยอม “หลีกไปเลยค่ะ แพรจะเอารถออก” มือเรียวยาวสะบัดไล่คนที่กำลังเกะกะขวางทาง “แพรจะไปไหนครับ” ฉัตรฐายอมขยับตัวหลบ แต่ก็เดินตามหลังหญิงสาวไปที่รถ
แพรไหมนิ่งเงียบไปหลังจากนั้น ขณะที่มัฆวานปล่อยคำถามสำคัญออกมา “คุณแพรก็เคยอยากได้รับการให้อภัยใช่ไหมครับ” หญิงสาวขบเม้มปาก เพราะรู้ความหมายของคำถามนี้ดี ฉัตรฐาในตอนนี้ก็ไม่ต่างจากเธอในตอนนั้นที่อยากให้ครอบครัวให้อภัยเช่นกัน “ถ้าคุณจะไม่ให้อภัยมัน ผมก็คงทำอะไรไม่ได้ แต่อย่างน้อยให้โอกาสมันพิสูจน์ว่า มันรักคุณจริงๆ ก็ยังดีครับ” มัฆวานได้แค่หวังว่าเพื่อนจะได้รับโอกาสนั้น แต่ทั้งหมดทั้งมวลล้วนขึ้นอยู่กับแพรไหม และเมื่อสิ้นคำพูดเขาก็ตรงไปขึ้นรถแล้วกลับไปยังบ้านพัก “ขอบใจว่ะ” ฉัตรฐาหันดวงหน้าไปมองมัฆวานอย่างซึ้งใจ ก่อนกลับไปมองหญิงสาว “แพรจะไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมค่ะ” แพรไหมเอ่ยขึ้นด้วยถ้อยคำที่จริงจังและเด็ดขาด เธอจะไม่กลับไปอยู่ในสถานะเดิมอีกแล้ว “แพร...” ฉัตรฐาเสียงเบาหวิว หัวใจวูบหาย เพราะกลัวหญิงสาวจะโกรธและเกลียดกัน “ส่วนคุณถ้าจะยอมแพ้ แพรก็ไม่ได้ว่าอะไร” เธอใช้สายตานิ่งๆ มองคนที่ทำหน้าเศร้า “แพร...ฉันไม่ยอมแพ้หรอก” ฉัตรฐาทำตาโต หัวใจเต้นไวขึ้น เริ่มเข้าใจความหมายคำพูดของหญิงสาวว่าเจ้
แพรไหมหันไปมองคนที่ทำหน้าเศร้า แล้วมองสำรวจเขาว่าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ โชคดีที่กัลย์สุดาแย่งปืนไม่สำเร็จ ตอนนั้นเธอจะวิ่งลงจากรถเข้าไปช่วย แต่ลูกน้องของฉัตรฐาล็อกรถไม่ยอมให้เธอลงมา “ยังไงกับผมก็คงได้คำตอบเหมือนเดิมใช่ไหมครับ” ธาดากลอกตามองบน หลังเห็นสายตาของหญิงสาวที่มองฉัตรฐาด้วยมีความห่วงใย “แพรขอโทษนะคะ” แพรไหมค้อมศีรษะลง เพราะสำหรับเธอ ธาดาคือเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง “ไม่เห็นต้องขอโทษ ผมดีใจที่ได้รู้จักคุณแพร แต่ถึงเราจะเป็นเพื่อนกัน แต่ผมกับมันไม่มีทางครับ” ธาดาบิดปากใส่ศัตรูที่ไม่มีวันญาติดีกันได้ “เอาเป็นว่าติดต่อหาผมได้ทุกเมื่อนะครับ” “ค่ะ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะคุณธาดา” จากนั้นธาดาก็กลั้นใจเดินห่างออกมา ลูกน้องหลายคนก็หมุนตัวตามเจ้านายไป พร้อมมีคำถามหนึ่งดังขึ้น “คุณธาดาจะยอมแพ้หรือครับ” “ยังไม่แข่งกูก็แพ้แล้วโว้ย จะแข่งไปทำห่าอะไร อย่างน้อยได้เป็นเพื่อนกันก็ยังดี กูยิ่งมีเพื่อนน้อยอยู่” เขาไม่ได้อยากยอมแพ้ แต่การแข่งขันมันเริ่มไปนานแล้วต่างหาก เขาเองจึงคิดว่าการเป็นเพื่อนกันก็ไม่ได้เสียหายอะไร
เธอรู้เรื่องนี้จากคำบอกเล่าของอธิวัฒน์ เพราะเจ้าตัวบังเอิญนำของเก่าไปส่งให้เจ้านายที่บ่อนนั้นเข้าพอดี จึงไปได้ยินสัญชัยพูดระบายกับพวกนักพนันด้วยกัน สัญชัยจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม “ไอ้ฉิบหาย” ธาดาสบถลั่น นึกเจ็บใจไม่น้อย งานที่ทางบ้านเขาให้มันคอยช่วยญาติเขาดูแลโรงงานที่เหลืออยู่ไม่ได้กระจอกเลยสักนิด “แต่มันกลับผิดพลาด เพราะไอ้สัญมันไม่ยอมไปฆ่าอีแพรด้วยตัวเองเหมือนที่ตกลงกันไว้ มันดันเอาเงินก้อนเล็กๆ ไปจ้างไอ้พวกมือสมัครเล่นมาจัดการ แล้วมันก็เอาเงินไประเริงกับบ่อนพนันบ่อนอื่นต่อ” กัลย์สุดายังเจ็บใจไม่หาย หากมันทำตามที่ตกลงเรื่องก็คงจบไปนานแล้ว “สุดท้ายงานก็ไม่สำเร็จ จากที่จะใส่ร้ายว่าไอ้ธาดารู้เรื่องที่อีแพรท้องลูกของไอ้ไฉจึงฆ่าทิ้งด้วยความโกรธ พอไอ้ไฉรู้เรื่องก็คงไม่อยู่เฉยต้องไปตามล้างแค้นแทนอีแพรแน่ จากนั้นพวกแกก็จะไล่ฆ่ากันเอง กลับกลายเป็นไอ้ไฉได้เป็นฮีโร่ เพราะช่วยอีแพรออกมาจากไอ้โรคจิตอย่างไอ้ธาดาได้” กัลย์สุดานึกเจ็บใจที่สัญชัยไม่ยอมไปฆ่าแพรไหมด้วยตัวเอง โดยตกลงกันไว้ว่าจะให้มันใช้มีดกรีดท้องแพรไหมควักลูกของฉัตรฐาออกมา ให้เหมือนธาดาทำ
“ใช่ แต่อีแก่นั่นมันไม่อยู่รอดู มันชิงตายไปก่อน” กัลย์สุดานึกหงุดหงิดใจที่มารดามาชิงตายไปเมื่อสามปีก่อน แล้วหันมองฉัตรฐาอย่างแค้นจับใจ “ฉันก็พยายามกัดฟันทนเรียนให้จบ แล้วกลับมาที่นี่เพื่อทำอีกเป้าหมายหนึ่ง นั่นคือการแก้แค้นไอ้ไฉ” การแก้แค้นต่อให้ผ่านไปสิบปีแล้วก็ยังไม่สาย รอเวลาที่เหมาะสมมันสะใจกว่า “แต่ฉันรู้ว่า ถ้าฉันจะเริ่มแก้แค้นแก ฉันก็ต้องรู้ข้อมูลของแกก่อน เลยจ้างนักสืบให้หาจุดอ่อน หาคนที่จะมาคอยรายงานทุกเรื่องของแกให้ฉันฟัง” “แล้วเธอก็เจอไอ้อ้นสินะ” มัฆวานเลิกคิ้วมองและเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้มากขึ้น “ใช่ และมันก็โง่ให้ฉันหลอก” กัลย์สุดาหันไปมองอธิวัฒน์ที่มีจุดอ่อนเรื่องความรักที่ไม่ค่อยจะสมหวัง เธอจึงใช้เรื่องนี้ให้เป็นประโยชน์ ทำทีจะโทร.หาฉัตรฐา แต่โทร.ผิดไปหาเจ้าตัวแทน “นี่เกล...เกลหลอกพี่เหรอ” อธิวัฒน์มองคนที่รัก และเริ่มเจ็บที่ใจขึ้นมา เขาเป็นแค่หมากตัวหนึ่งอย่างนั้นหรือ แสดงว่าเรื่องที่บอกว่าเจ้านายเคยให้เบอร์เขาเอาไว้ เพื่อติดต่อกรณีฉุกเฉินก็คงไม่ใช่เรื่องจริง และที่บอกว่าเหงา ขอให้เขาคุยเป็นเพื่อน ก็คงเป็นแผนการทั้งห
“ถือว่าแพรขอ...ได้ไหม” หญิงสาวร้องขอเสียงเบา เธอมึนงงไปหมดแล้วว่าตนเองกำลังเจอกับเรื่องอะไร “งั้นฉันจะให้คนมาดูแลเธอ” ฉัตรฐามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย เห็นชัดว่าหญิงสาวมีความหวาดระแวงฝังตัวอยู่ ทั้งที่ไม่อยากถอยห่างแต่ก็จำต้องทำ “แพรไม่อยากให้ใครมาเฝ้าแพรทั้งนั้น” แพรไห
“กูไม่ได้จัดฉาก ไม่เคยโว้ย” ธาดาตะโกนลั่น “มึงจะบอกว่าข่าวเรื่องแฟนเก่ามึงไม่ใช่เรื่องจริง?” หนนี้มัฆวานบิดปากถาม ถ้ามันจะโกหกหน้าด้านๆ ก็เกินไป ในเมื่อมีหลักฐานขนาดนั้น “ข่าวน่ะเรื่องจริง ยัยนั่นถูกทำร้ายกักขังก็เรื่องจริง แต่ไม่ใช่แฟนกู แฟนพี่ชายกูต่างหาก”
แพรไหมยิ้มแห้งๆ สัญญาว่าวันนี้เธอจะทำอาหารให้ดีเหมือนเดิม จะไม่แกล้งคนทั้งคู่แน่ แล้วขยับตัวหิ้วกระเป๋าเดินเข้าด้านในบ้าน “เดี๋ยวก่อนแพร” ฉัตรฐาส่งเสียงเรียกให้แพรไหมหยุดเท้า “ขอแค่อย่าโทร.หามัน” ฉัตรฐาคืนสมาร์ตโฟนให้แก่คนเป็นเจ้าของ โดยมีข้อแม้เล็กน้อย “ค่ะ”
ในด้านแพรไหมหลังถูกฉัตรฐาทำให้ตกใจก็หนีเข้ามานั่งในห้องนอน มือนุ่มยกขึ้นมาทาบบนหน้าอก เพราะใจมันเต้นไวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่ เธอไม่เคยเห็นอีกฝ่ายในมุมนี้เลย ไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่เธอแค่ตั้งตัวไม่ทัน หัวใจที่มีความหวาดระแวงลดลงเล็กน้อย ก่อนจะหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมานั่งหาข้อมูลต่อ กว่าหญิงสาวจะโผ







