LOGIN"ถามจริงตลอดเวลาสองปีกว่านี้ไม่รักแพรบ้างเลยเหรอ" แพรไหมแค่นยิ้มเจ็บปวดออกมาเล็กน้อย "ไม่-เคย-คิด-รัก" ฉัตรฐาเน้นทีละคำ หวังว่าแพรไหมจะเข้าใจ "เคลียร์ดีค่ะ แพรจะได้ตัดใจ" แพรไหมบอกกับตัวเองว่าเป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว พลันพลิกตัวกลับไปมองกระจกอีกครั้ง "เธอรักฉัน? " คนฟังถามกลั้วหัวเราะ "เผลอรักไปแล้วค่ะ โชคร้ายชะมัด" เธอไม่รู้เหมือนกันว่าดันไปรักคนที่ไม่ควรรักตอนไหน หรือเพราะมองไปทางไหนเธอก็มีแต่ฉัตรฐากระมัง เมื่อเธอกลายเป็นที่ชังของญาติๆ แม้กระทั่งน้องสาวของตัวเอง จะสุข จะทุกข์ เธอก็มีเขารับฟัง แม้เขาจะไม่อยากฟังก็ตาม "ไม่เจียมตัว"
View Moreบทนำ
ปิ๊บๆ
เสียงแจ้งเตือนของสมาร์ตโฟนทำให้แพรไหมที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งในห้องนอนของตัวเองหยิบขึ้นมากดรับสาย
“คุณแพรครับ”
“คะคุณนน” แพรไหมขานรับน้ำเสียงนิ่มนวล เธอมักคุ้นกับปลายสายเป็นอย่างดี
“คุณไฉให้มารับครับ” นนทกรหยุดเท้าอยู่หน้าล็อบบีในอาคารบี เพราะมีหน้าที่มารับผู้หญิงของไฉ ฉัตรฐา ผู้เป็นเจ้านาย
“ทำไมคุณไฉคิดถึงแพรอีกแล้วคะ”
แพรไหมอดจะถามไม่ได้ เพราะสองวันก่อนเธอเพิ่งไปหาเขาคนนั้นมา คนที่เป็นหลุมหลบภัยของเธอมาสองปีกว่าได้แล้ว
“หงุดหงิดอะไรไม่รู้ครับ” นนทกรเองก็ไม่ทราบถึงสาเหตุ เพราะเขาได้รับคำสั่งมากะทันหัน
“งั้นแพรจะรีบลงไปค่ะ”
แพรไหมรีบดีดตัวจากเก้าอี้ไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเดรสสีครีม เธอควรรีบไปดับความหงุดหงิดของเขาคนนั้น ก่อนจะถูกหาเรื่องหักเงินเดือน เพียงห้านาทีต่อมาเธอก็หยิบกระเป๋าสะพายแบรนด์หรูพาดบ่า แล้วจ้ำอ้าวลงลิฟต์ไปหานนทกร
ใช้เวลาอยู่บนรถเบนซ์ไปประมาณยี่สิบกว่านาทีก็มาถึงเพนต์เฮาส์สุดกว้างขวางที่แพรไหมสามารถเข้านอกออกในได้ทุกเมื่อ เพราะมีคีย์การ์ดอยู่ในมือ
มือนุ่มออกแรงผลักประตูเข้าไปด้านใน ก่อนหยุดเท้าเมื่อมาถึงห้องนอน มองเห็นเขานั่งรออยู่ปลายเตียงในสภาพเนกไทถูกคลี่ออกจนสุดและปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตไปหลายเม็ด
“มาแล้วค่ะ” แพรไหมปรี่ไปทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ทิ้งศีรษะลงซบหัวไหล่กว้างอย่างออดอ้อน
“ชักช้า” คนที่เฝ้ารอเธออยู่แสดงความไม่พอใจ
“ถ้าไม่อยากให้ชักช้า ก็ซื้อบ้านให้แพรสักหลังสิคะ” แพรไหมสบโอกาสจึงอ้อนขอ หากเขาอยากให้เธอไปมาหาสู่กันได้แบบเร็วไวทันใจก็ควรซื้อบ้านที่อยู่ใกล้ๆ กันให้เธอสักหลัง
“ฝันไปเถอะ” คนที่กำลังจะถูกขูดรีดทำเสียงเหอะในลำคอ ปากได้รูปเอ่ยตั้งคำถามให้คนหวังสูงได้คิดทบทวนดู “ปีหนึ่งๆ ฉันให้เธอไปตั้งเท่าไรแล้ว”
“สองสามล้านเอง” แพรไหมหยุดนิ่งประมวลจำนวนเงิน ก่อนจะตอบอย่างไม่สะท้าน คนฟังกระแทกลมหายใจแรงๆ แต่ก็ไม่อยากโต้เถียงอีกจึงออกคำสั่ง
“รีบๆ ขึ้น วันนี้โคตรอยาก” เขามองต่ำไปยังส่วนกลางลำตัวที่มันขึงแข็งจนปวดร้าว
“ไปทำอะไรมาคะถึงแข็งขนาดนี้”
แพรไหมมองตามแล้วเกิดคำถาม มือนุ่มไต่อยู่แถวขอบกางเกงสแล็กที่ถูกปลดกระดุมออกแล้ว เพียงแค่เธอถลกมันให้ต่ำลง ของแข็งขืนนั้นก็คงดีดเด้งมาสู้ตา
“เกือบโดนเอา” ฉัตรฐาหงุดหงิดเมื่อต้องพูดถึงสาเหตุ
“ใครคิดเอาคุณไฉคะ” แพรไหมไม่ได้ตกใจสักเท่าไร เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่เจอกับเรื่องแบบนี้ เขามักมีคนหมายปองอยู่เสมอ
ทำไมน่ะเหรอ
เพราะฉัตรฐารวยแล้วยังมีหน้าตาหล่อเหลาระดับพระเอกหนัง แต่กลับไม่เอานิสัยดีๆ แบบหน้าตาติดมาด้วย
“นางเอกเบอร์หนึ่ง” ฉัตรฐายังหงุดหงิดไม่หาย แม่นางเอกสาวตั้งใจมอมเหล้าเขา แต่โชคดีที่เขาคอแข็ง ไม่เพียงเท่านั้นยังกระโดดมานั่งตัก พยายามเอาหน้าอกกับบั้นท้ายถูไถ ถ้าไม่ติดว่าเขาอยากซื้อแจกันโบราณใบนั้นคงลุกออกจากห้องมานานแล้ว
“แล้วตอนนี้คุณบีมอยู่ที่ไหนคะ” แพรไหมรู้ว่าเป็นนางเอกคนไหน เพราะเธอเป็นคนกลางให้ฉัตรฐากับนางเอกสาวเจรจาธุรกิจกัน
“อย่าคิดตามไปอาละวาด” ฉัตรฐารีบปรามคนไม่มีสิทธิ์ แพรไหมคือน้ำมัน หากทะเลาะกับใครมีแต่จะเผาศัตรูให้มอดไหม้
“เปล่าค่ะ แพรแค่จะไปบอกเธอว่า เธอโชคดีแล้ว” นับว่าเป็นโชคดีของผู้หญิงคนนั้นจริงๆ ที่ทำไม่สำเร็จ ยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่งเสียอีก
“พูดมาก ใช้ปากทำงานเสียที” ฉัตรฐาอยากจะตีปากสวยๆ ที่พูดค่อนขอดสักที แต่เขายังต้องการใช้งานมันอยู่ ไม่อยากให้มันช้ำจากมือ แต่ควรช้ำด้วย ‘ของ’ ของเขามากกว่า
แพรไหมค้อมศีรษะน้อมรับคำสั่ง ก่อนดวงตากลมโตจะช้อนขึ้นมองด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นออดอ้อน ยั่วยุให้ลุ่มหลง แม้ในใจจะอยากอิดออดแต่เธอต้องพึ่งใบบุญเขาอยู่ ทว่าก็มีหลายจังหวะที่ภายในอกโหวงหวิวปวดหนึบ ทว่าไม่นานก็สลัดให้หายวับไป
เจ้าของร่างเล็กขยับตัวไปนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น เบื้องหน้าเป็นชายหนุ่มที่กำลังมองจ้องเธออยู่อย่างเร่งเร้า จนอดจะส่งค้อนกลับไปไม่ได้ อยากขนาดนี้ ช่วยตัวเองไปก็จบแล้ว แต่สิ่งที่เธอทำได้คือยื่นมือไปจัดการดึงกางเกงให้หล่นไปกองอยู่ที่พื้น เหลือเพียงบ็อกเซอร์สีดำเอาไว้
ฉัตรฐาใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้ม เขาทรมานแทบแย่ แต่แพรไหมกลับยังลีลา ทว่าก็ไม่อยากไปขัด เพราะจะทำให้ชักช้ากว่าเดิม
แพรไหมกดยิ้มมุมปากอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า เขารู้ดีว่าควรเป็นแมวเชื่องๆ ไม่เช่นนั้นอาจจะต้องอยู่ในสภาพนี้ไปอีกนาน
ดวงตาสวยไล่มองอย่างอ้อยอิ่งจากกรอบหน้าคมเข้ม ลำคอแกร่ง ไหล่กว้าง ต่ำลงมายังเม็ดเชอร์รีสีแดงที่เธอกลืนกินนับร้อยครั้งได้แล้ว จนมาถึงเอวสอบที่ทำให้เธอหมดแรงได้ทุกหน
“สักทีแพร ฉันเงี่ยนจะตายห่าอยู่แล้ว”
ฉัตรฐาระงับความดิบไว้แทบไม่อยู่ เขาจะรออีกไม่เกินสองนาที ไม่อย่างนั้นแพรไหมจะไม่ได้พักเลยทั้งคืน
“ค่ะ”
คนถูกสั่งส่งเสียงขานรับ แล้วมือนุ่มก็เลื่อนไปลูบไล้ของร้อนที่โป่งนูนโชว์ความใหญ่ ก่อนจะออกแรงเพิ่มน้ำหนักให้คนกระหายครางเสียงกระเส่า
“อ่า... ”
ฉัตรฐาเอนตัวใช้มือค้ำไว้ด้านหลัง ใบหน้าเริ่มบิดเบ้เมื่อความต้องการค่อยๆ ถูกปลดปล่อย
แพรไหมสัมผัสได้ว่าแก่นกายของฉัตรฐานั้นร้อนจัด ปลายนิ้วออกแรงกดส่วนปลายเปียกแฉะทำให้มีคนยกสะโพกขึ้น เธอกดย้ำและซ้ำไปอีกหลายรอบ
“แพร...”
ฉัตรฐาครางไม่หยุดกับเด็กหัวไวที่เขาสอนมาเองกับมือ สันกรามขบแน่นยามบ็อกเซอร์ถูกรูดออกจากขา ดวงตามองต่ำไปยังคนที่ขยับตัวมาชิดหน้าตัก
แพรไหมเงยหน้าขึ้นไปส่งยิ้มยั่ว ตามด้วยการแลบลิ้นออกมาเลียกลีบปากนิ่ม ฉัตรฐาจึงกลืนน้ำลายลงคอ
“อยากจูบแพรหรือคะ” แพรไหมเห็นท่าทางก็รู้แล้ว ฉัตรฐาชอบการจูบเป็นที่สุด บางครั้งจูบเธอจนปากแทบเปื่อย
“เดี๋ยวค่อยจูบ ตอนนี้อยากให้ปากของเธอเปื้อนน้ำ...ก่อน” ฉัตรฐาบอกด้วยเสียงขาดเครือในลำคอ เพราะมือเล็กกำลังรูดตัวตนของเขาขึ้นลง
คนฟังทำเพียงแค่แสยะยิ้ม ปรนเปรอด้วยฝ่ามือต่อไปอีกนิด ถึงยอมทำตามความต้องการใช้ปากนุ่มครอบครองความใหญ่โตนั้น ฉัตรฐาขบกรามแน่น ทั้งสุขทั้งทรมาน แพรไหมเป็นเด็กที่สอนไม่กี่ครั้งก็เก่งกว่าครู แต่ก็อย่างว่าเขาสอนเจ้าตัวมาจะสามปีแล้ว
“แพร...ลึกอีก”
ฉัตรฐาเรียกร้องความต้องการมากกว่าเดิม เมื่อเด็กดียอมทำตามก็แทบแดดิ้นทิ้งแผ่นหลังลงบนเตียง นอนครางคำรามไม่มีจังหวะพัก
แพรไหมเฝ้าปรนเปรอคนที่ทำให้เธอรอดพ้นจากเงื้อมมือเจ้าหนี้ได้อย่างหวุดหวิด ไม่นานเท่าไรก็เห็นฉัตรฐาเกร็งไปทั้งตัว แล้วน้ำสีขาวขุ่นก็เปื้อนไปทั้งปากนุ่ม เธอสำลักเล็กน้อย ก่อนจะถูกมือใหญ่ดึงให้ไปนั่งคร่อมร่างกำยำอยู่บนเตียง
“ไม่ใช่แค่ปากเหรอคะ” เจ้าของร่างระหงเลิกคิ้วขึ้น เมื่อฉัตรฐาดูจะต้องการมากกว่าโพรงปากนุ่มๆ ก่อนชายหนุ่มจะพยักหน้ายอมรับ
“ไม่เอาค่ะ ขี้เกียจ อยากกลับไปนอนแล้ว” แพรไหมใช้สองมือดันอกกว้างเป็นการปฏิเสธ วันนี้เธอเหนื่อยมากแล้ว
“เดี๋ยวให้เงินเดือนเพิ่ม” ฉัตรฐาไม่พูดเปล่า เอื้อมมือไปหยิบสมาร์ตโฟนที่โยนทิ้งไว้บนเตียงมาเข้าแอปพลิเคชันธนาคาร
ไม่ถึงอึดใจแพรไหมก็ได้รับการแจ้งเตือน แต่เธอไม่ได้ลงจากเตียงไปหยิบมันออกจากกระเป๋ามาดู เพราะมีคนไม่ยอมให้ผละห่าง แต่ก็ได้เห็นจำนวนเงินจากการโชว์หน้าจอจากสมาร์ตโฟนของฉัตรฐา
“ให้แสนเดียว?” แพรไหมมองยอดเงินที่เขาเพิ่มให้เป็นค่าขนมจำนวนสองหมื่นบาทแล้วกลอกตามองบน ส่วนอีกแปดหมื่นเป็นเงินเดือนที่เธอต้องได้ทุกเดือนอยู่แล้ว
เพราะเธอทำงานให้ฉัตรฐา ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบแพรไหมทำได้หมดและไม่เคยเกี่ยง หากอันไหนทำไม่เป็นก็จะหัดจนเชี่ยวชาญ
ดวงหน้าบูดบึ้งมองคนที่ทำงานแบบครอบจักรวาล ทั้งงานขาว งานเทา หรือดำ ฉัตรฐาก็ล้วนมีส่วนไปเสียหมด
“อย่าขี้งก”
ฉัตรฐาทำหน้าเบื่อ ตั้งแต่อยู่กับแพรไหมมา เขาสัมผัสกับคำว่าเงินหมดตัวเกือบทุกเดือน
“ขนหน้าแข้งคุณไฉไม่ร่วงหรอก” แพรไหมว่าแล้วทำหน้าไม่ยอม พลางนึกค่อนแคะว่าเขาก็ขี้งกเหมือนกัน
“เดี๋ยวพรุ่งนี้โอนให้อีกสามหมื่น รอประมูลของเสร็จก่อน” ฉัตรฐากระแทกลมหายใจก่อนตอบ เขาชักเบื่อยัยผู้หญิงคนนี้แล้ว
“แบบนี้ค่อยเสียวได้หน่อย” แพรไหมทำตาหวานเยิ้ม
ฉัตรฐาไม่ต่อปากต่อคำอีก กระตุกแขนให้ร่างเพรียวระหงโน้มตัวลงมาหาแล้วเป็นฝ่ายประกบปากจูบอย่างดุดันและดิบเถื่อนไม่น้อย
หญิงสาวเปิดปากรับรสชาติที่คุ้นเคยจากคนที่ไม่เคยจบแค่หนึ่งรอบ ยิ่งในสถานการณ์ตอนนี้เธอเตรียมตัวปวดไปทั้งตัวได้เลย
“อื้อ...”
“ยัยตัวแสบเอ๊ย ถึงว่ายอมง่ายๆ” ชายหนุ่มเจ็บใจที่พลาดท่าจนได้ แต่ไม่ถึงนาทีก็มีเสียงหนึ่งแว่วมา “บ่นอะไรของมึง” เจ้าของเสียงไม่พ้นมัฆวานที่เข้านอกออกในบ้านได้ไม่ต่างจากเจ้าของบ้านคนหนึ่ง เมื่อทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงหน้าเพื่อน ดวงตาคู่เฉียบก็มองไปยังข้าวผัดกะเพราในจานใบสวย แล้วรู้สึกหิวขึ้นมาเหมือนกัน “น่ากินว่ะ” มัฆวานว่าแล้วยื่นมือไปดึงจานมาไว้ตรงหน้าตนเอง “ชิมคำนะเพื่อน” ฉัตรฐาไม่ได้ห้ามใดๆ รอจนมัฆวานตักข้าวใส่ปากแล้วยิ้มกว้าง เพราะมันต้องคว้ากระดาษทิชชูมาคายทิ้งแทบไม่ทัน “ไอ้เหี้ย นี่มึงซื้อร้านไหน แม่ค้าทำน้ำปลาหกใส่หรือไง” มัฆวานทำตาหยีเมื่อสัมผัสได้ถึงความเค็มไปถึงก้นทะเล ราวกับเขาได้ดำน้ำลงไปด้วยตัวเอง “แพรไหม” ฉัตรฐายื่นมือไปดึงจานข้าวคืน “ทำไมเขาทำให้มึง” มัฆวานทำสีหน้าประหลาดใจ และเขาจำได้ว่าฝีมือของหญิงสาวนั้นดีเยี่ยมกว่านี้ “ซื้อ...” ฉัตรฐาบอกสั้นๆ แล้วไหวไหล่ใส่คนมองค้อน ที่คงรู้แล้วว่าเขาตั้งใจแกล้ง “คุณแพรเปิดร้านข้าวเหรอวะ ไว้กูไปอุดหนุนบ้างดีกว่า” “ถ้าอยากเสียเงินเป็น
คิดได้ดังนั้นฉัตรฐาก็เดินลงจากรถไปยังหน้าบ้านที่เฝ้ามอง แต่จังหวะนั้นก็มีคนเดินออกมาพอดี “ออกไป” หญิงสาวออกปากไล่ทันที ก่อนหน้านี้เธอกำลังนั่งทำโฆษณาโพรโมตร้านค้าอยู่จนได้ยินเสียงฝีเท้าที่หน้าบ้านจึงเดินออกมาดู “ที่นี่ที่ไหน” ฉัตรฐาตีหน้าซื่อ ไม่สนใจท่าทีไม่ต้อนรับของแพรไหม พลางมองสำรวจคนที่หน้าตายังดูสดใส ไม่ได้ซีดเผือดจนน่ากังวล แพรไหมเงียบ เพราะไม่รู้อีกฝ่ายจะใช้ไม้ไหน “ร้านข้าว” ฉัตรฐาเป็นฝ่ายถามเองตอบเอง และกำลังทำตัวเป็นคนใจดีมาอุดหนุนแม่ค้าหน้าใหม่ “ไม่ขาย” แพรไหมตอบกลับทันที เธอแบล็กลิสต์ชื่อเขาไว้ในบัญชีหนังหมาแล้ว “ปฏิเสธลูกค้าแบบนี้เปิดไม่กี่วันคงได้ปิด” ฉัตรฐาเบ้ปากใส่เจ้าของร้าน หญิงสาวมองแขกไม่ได้รับเชิญอย่างไม่พอใจ เธอรู้อยู่หรอกว่าลูกค้าไม่ต่างจากพระเจ้า แต่ฉัตรฐานั้นเป็นปีศาจ “อยากกินแกงมัสมั่น” คนหน้าด้านบอกถึงสิ่งที่ต้องการ หลังเห็นแม่ค้าหน้าใหม่ไม่โวยวายอะไร “ไม่ขาย” แพรไหมตอบเสียงดัง แกงมัสมั่นเป็นเมนูแรกที่เธอขีดฆ่าว่าจะไม่ทำขาย โดยเฉพาะทำให้คนที่เธอไม่อยากนึกขายมัน
“พ่อคุณไง” บางทีฉันทวัศอาจจะทำให้ฉัตรฐาเลิกมาวุ่นวายกับเธอได้ ไม่รู้ว่าป่านนี้อีกฝ่ายจะกลับมาจากอังกฤษหรือยัง “ถ้าตาแก่นั่นรู้ ไม่ใช่แค่ฉันหรอกที่จะมีปัญหา เธอเองก็ด้วย” ฉัตรฐาบอกด้วยสีหน้าจริงจัง อยากให้หญิงสาวลองทบทวนดู แพรไหมขบเม้มปาก จริงสิ ฉันทวัศไม่ใช่คนที่ควรไปยุ่งด้วยเลย เธอมองดวงหน้าคมเข้มอย่างนึกสงสัยพร้อมถามออกไป “ทำไมคุณถึงไม่บอกพ่อของคุณ” จากประโยคที่เขาบอกมันสื่อได้ว่าฉันทวัศยังไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น “ขี้เกียจ” ฉัตรฐาตอบพร้อมไหวไหล่ หญิงสาวขมวดคิ้วใส่คำตอบที่ได้ กลัวว่าชายตรงหน้าจะมีแผนอื่นในใจ พลันจ้องมองลึกไปในตาคมคล้ายหาคำตอบ ทว่าฉัตรฐากลับไม่อยู่ให้มองและพลิกตัวเดินหนีจากไปดื้อๆ “อะไรของเขา” ใช่ว่าไม่ดีที่คนใจร้ายยอมกลับไป แต่เธอมองการกระทำนั้นไม่ออกกลัวจะตั้งรับไม่ทัน แล้วจำใจต้องสลัดเรื่องน่าปวดหัวออกจากสมอง เพราะวันนี้มีอีกหลายสิ่งต้องเตรียมให้พร้อมสำหรับการเริ่มต้นใหม่ แล้วไม่ลืมอวยพรตัวเอง ‘ขอให้พรุ่งนี้เป็นวันที่ดี’ ในเช้าวันใหม่ แพรไหมรีบตื่นขึ้นมาเตรียมของขาย แล
อธิวัฒน์ลอบมองหน้าเจ้านายที่กำลังมีอาการอึ้ง แล้วอธิบายถึงสิ่งได้แอบฟังมา “ผมได้ยินเธอบอกกับนางพยาบาลว่าประจำเดือนไม่มาสองเดือนกว่าแล้วครับ แต่หลังจากนั้นผมตามเข้าไปไม่ได้ครับ แต่ผมเห็นเธอหน้ามืดและทำท่าจะอ้วก อาการเหมือนคนท้องเลยครับ” เขาตามติดแพรไหมไปถึงโรงพยาบาล และแอบยืนฟังอยู่ข้างเสาที่อยู่ไม่ห่างกัน จึงได้รู้เรื่องนี้มา แต่หลังจากนั้นไม่มีข้อมูลยืนยัน ฉัตรฐายังนิ่งค้าง สมองตื้บทึบ แล้วนึกถึงอาการหน้ามืดของแพรไหมตอนเจอกันที่วัด “ท้อง? สองเดือนกว่า?” ชายหนุ่มใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มอย่างแรง เพราะมีสิทธิ์ที่เด็กในท้องจะเป็นลูกของเขาค่อนข้างมาก อาจเป็นในรถคืนนั้น แม้เขาจะป้องกัน แต่ใช่ว่าจะไม่มีสิทธิ์พลาด ก่อนดึงตัวเองกลับมาออกคำสั่ง “ไปสืบมา... ฉันต้องการข้อมูลด่วนที่สุด” เขาอยากได้คำตอบที่แน่ใจ ขณะหัวใจรู้สึกร้อนระอุขึ้น “ครับ” อธิวัฒน์ก้มหน้ารับคำสั่ง แล้วเดินถอยล่าออกไป ฉัตรฐาหันกลับไปโฟกัสกับงาน แม้ว่าใจจะกำลังเต้นไวไม่น้อย ส่วนเรื่องของแพรไหม เดี๋ยวลูกน้องก็หาคำตอบมาให้เอง ทางด้านหญิงสา
reviews