LOGINเมื่อ 'กฎหมาย' ต้องสยบแทบเท้า 'มาเฟีย' ผู้ไร้หัวใจ การเผชิญหน้าระหว่าง 'อีริค เมแกน' พญามัจจุราชแห่งโลกมืดที่ปกครองเกาะฮ่องกงด้วยหยาดเลือด กับ 'เจโล เดอร์สัน' ตำรวจหนุ่มผู้ไม่ยอมก้มหัวให้อำนาจมืด...
View Moreแสงสว่างที่สาดเข้ามาตามรอยแยกเล็กๆของมู่ลี่ในร้านอาหารระดับมิชลินทำให้บรรยากาศภายในดูสลัวลงเล็กน้อย ผมใช้สายตากวาดมองไปรอบๆภายในร้านด้วยความระมัดระวัง มีคนกลุ่มหนึ่งนับคร่าวๆแล้วประมาณสิบคนเห็นจะได้ ยืนล้อมคนๆหนึ่งเอาไว้ คนที่นั่งอยู่ตรงนั้นคุ้นตาผมมากที่สุด เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะผมนั่งอ่านข้อมูลของเขามาทั้งคืนน่ะสิครับ ที่ผมต้องมายืนชงกาแฟอยู่ตรงนี้มันไม่ใช่หน้าที่เลยจริงๆ แต่จะทำยังไงได้ล่ะ มันเป็นหน้าที่นี่นา เดี๋ยวๆหน้าที่ผมไม่ใช่ชงกาแฟ เอาใหม่หน้าที่ผมคือสังเกตุสิ่งที่เกิดขึ้นภายในห้องอาหารนี้ต่างหาก ผมเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนของกรมตำรวจต่างหากล่ะครับ ผมกวาดสายตาอีกครั้งแล้วก้มลงรินกาแฟลงแก้วพร้อมกับปรุงรสตามที่ผมชอบกินนั่นแหละ พอเงยหน้าขึ้นมาก็ต้องผงะถอยหลัง ไอ้สัสนี่ยิงผม
"โอ๊ย!! เหี้ยมึงจะยิงทำไมวะสัสเอ้ย"ผมรีบเอามือกุมไหล่ของตัวเองเอาไว้แน่นเลือดไหล่ออกมาจนชุ่มเสื้อแดงเถือก มันใช่เวลามายิงกันเองมั๊ยวะเนี่ย ผมสบถออกมายาวเหยียด ตัดสินใจเดินเดุ่มๆข้าไปหามันทันที
"มึงจะยิงกูเอาโล่หรือไงวะ"ผมกระชากเสียงใส่มันที่ยิงคนแท้ๆกลับทำหน้าเหมือนกำลังชมสวนอยู่ได้
"ออกไป!"ดูมันสั่งสิครับ ไอ้บ้าอำนาจเอ้ย
"ทำไมกูต้องออกไป ในเมื่อมันเป็นหน้าที่ พวกมึงก็รู้ว่ากูคือใคร
"กูบอกให้ ออก ไป!"ไอ้ ไอ้ ไอ้หน้าด้านเอ้ย ผมเม้มปากยืนถลึงตาใส่ไอ้หน้าตายที่กำลังเอาผ้าเช็ดหน้าสีขาวจั๊วะเช็ดมือตัวเองอยู่ ส่วนลูกน้องมันที่ดูเหมือนจะเป็นมือขาวรับเอาปืนกระบอกหนึ่งจากมันมาเช็ดเบาๆ
"จะให้กูออกไปไหน มึงก็รู้ว่ากูเป็นใครแล้วเสือกยิงมาหาพ่องเหรอ"ผมตวาด มันลุกขึ้นยืนช้าๆขยับเสื้อสูทของมันให้หายยับแล้วเดินมาจ้องหน้าผมนิ่งๆ ดวงตาของมันเหมือนเหยี่ยวจ้องเขม็ง ก่อนจะยิ้มเยาะที่มุมปาก ใช้นิ้วชี้ของมันจิ้มหน้าผากผมแรงๆจนผมหน้าหงาย
"กระรอกจอมสอด ระวังเถอะจะถูกแมวจับกินไม่รู้ตัว"
"กูไม่ใช่กระจอก แล้วกูก็ไม่กลัวแมวส้นตีนอะไรนั่น มึงไม่แหกตาดูเวลาเหรอ ว่ามันเลทขนาดไหน พวกไอ้เชนยังไม่เห็นปรากฏตัวอีก"ผมหงุดหงิดครับเจ็บไหล่ก็เจ็บ เสียเวลาก็เสียเวลา มันเอามือสองข้างสอดเข้ากระเป๋ากางเกงแล้วมองหน้าผมนิ่งๆ ไม่รู้ในใจมันคิดห่าอะไรอยู่ให้ตายเหอะ
"นอกจากจะสอดรู้สอดเห็นแล้ว ยังโง่อีกด้วย นี่กรมตำรวจเค้าไม่มีคนอื่นที่ฉลาดกว่านี้แล้วหรือไงกัน"
"อะ..ไอ้เหี้ย มึงกล้าด่ากูโง่งั้นเหรอวะ"ผมตวาดใส่หน้ามันแล้่วต้องชะงัก มันทันคว้าปืนมาจ่อหน้าผากผมตอนไหน ผมมองไม่ทัน
"ถ้ามึงฉลาด มึงก็น่าจะรู้ว่าทำไมกูถึงนั่งอยู่ตรงนี้ทั้งที่นัดกันเอาไว้แล้ว สมองหมูอย่างมึงคงคิดอะไรไม่เป็นสินะ แล้วกูบอกเอาไว้ก่อน ทุกคนที่คุยกับกูไม่เคยมีใครกล้าขึ้นเสียง มีมึงเป็นคนแรก ไม่รักตัวกลัวตายหรือไง"จบประโยคมันก็ขึ้นนกเตรียมเหนี่ยวไกปืน ผมหลับตาปี๋เมื่อได้ยินเสียงดังกริ๊ก พอลืมตาขึ้นพวกมันก็หายไปแล้วครับ ผมเม้มปากแน่นเจ็บใจที่โดนมันดูถูกเอา เผลอบีบมือที่กุมแผลไว้แน่นจนต้องแหกปากร้องออกมาเอง
"สัสเอ้ยเจ็บชิบหาย"ผมเจ็บเองร้องเองนักเลงพอครับ พอนึกได้ก็รีบหยิบโทรศัพท์ด้วยมือข้างเดียวกดโทรหาหัวหน้าเพื่อรายงานเรื่องที่เกิดขึ้น ตามเดิมครับโดนด่าจนหูชา ผมไม่ได้รายงานว่าถูกมันยิงจนได้รับบาดเจ็บบอกเสร็จก็นั่งรถแทกซี่ไปที่โรงพยาบาล
"เฮ้!"เพื่อนผมลีญ่าเป็นหมออยู่ที่นี่ครับ ลืมบอกไปที่นี่เป็นโรงพยาบาลของกรมตำรวจ หากเจ้าหน้าที่บาดเจ็บก็มารักษาที่นี่แหละครับ แถมยังเปิดรับรักษาคนนอกด้วย นี่คือคำทักทายของเพื่อนซี้ผม
"ไปโดนยิงจากที่ไหนมา"เธอช่วยถอดเสื้อออกให้ผมแล้วก้มลงมองแผล
"งานน่ะ"
"ทำอะไรไม่ระวังเอาเสียเลยนะ ดูสิผิวขาวๆสวยๆของนายเสียหมดเลย เสียดายของจริงๆ"ผมได้ยินก็ถอนหายใจเฮือก ก็ดูคำชมสิครับมันต้องชมผู้ชายแบบนี้เหรอ
"เหลวไหลน่าเลส นั่นมันใช้สำหรับชมผู้ชายหรือไง"ผมเบ้ปาก เมื่อเธอใช้คีมเขี่ยเอาเนื้อไหม้ๆของผมออกเพื่อทำความสะอาดใบหน้าสวยๆนั่นเคร่งเครียดจนดูเหมือนผมอาการโคม่า พอเห็นแผลแล้วเธอก็จิ๊ปากด้วยความไม่พอใจ สายตาผมที่มองใบหน้าไม่สบายใจนั้นด้วยความรู้สึกอ่อนใจ ผมรักเธอ ใช่ครับผมรักเธอตั้งแต่ที่เราเข้าโรงเรียนนายตำรวจด้วยกันแล้ว แต่เธอเลือกที่จะเป็นแพทย์ส่วนผมเลือกมาทางสายบู้ ที่สำคัญความรู้สึกผมไม่เคยประกาศออกไปให้เธอรู้
"ไม่ต้องกังวลน่ามันเรื่องเล็กน้อย"ผมแลอบใจเธอเบาๆ
"เล็กน้อยกับผีน่ะสิ ใครยิงนาย"เธอโมโหจนน้ำเสียงห้วนไปเลย
"คู่อริน่ะ ไม่ทันระวัง"
"นายต้องดูแลตัวเอง ไม่รู้หรือไงว่าฉันเป็นห่วงนายมากน่ะ"ผมถอนหายใจ กลืนก้อนความรู้สึกเอาไว้ข้างใน เธอเป็นคู่รักของบัดดี้ผมครับ แต่ว่าบัดดี้ผมตายไปแล้วไฮ่หวินเป็นนายตำรวจที่เก่งกาจคนหนึ่ง ตอนนั้นพวกเราไปเป็นสายในแก้งมาเฟียแก้งหนึ่ง ก็พวกไอ้เชนล่ะครับไฮ่เหวินถูกจับได้แล้วถูกยิงตายผมกลับไปช่วยไม่ทัน ดังนั้นลีญ่าจึงโสดมาจนถึงเดี๋ยวนี้คิดแล้วก็อดถอนหายใจไม่ได้จริงๆ
"รู้น่า แต่ไม่ต้องกังวลไปหรอกเธอก็รู้นี่นาว่าฉันสัญญากับไฮ่หวินเอาไว้แล้ว ว่าจะปกป้องเธอตลอดไปแล้วจะตายง่ายๆได้ยังไง"ผมยิ้มจ้องไปที่ดวงตาคู่สวยของเธอ ลีญ่าน้ำตาคลออยู่ในดวงตา มือเรียวสวยนั่นสั่นน้อยๆ
"เขาไม่ใช่คนของคุณริกกี้ เขาเป็นเมียอเล็กซ์ คนนี้ต่างหากที่คุณจะต้องใส่ใจ ถามตัวเองให้รอบคอบว่าทำไมคนๆนี้ถึงได้อยู่ในห้องของคุณ ห้องที่แม้แต่เฟยยังไม่ได้เข้ามาเหยียบมันทั้งที่เมื่อก่อนเขาสำคัญกับคุณมากขนาดไหนใจคุณเองก็รู้ดี ใครที่คุณยอมอ่อนข้อให้มากมายทั้งที่ไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร บางครั้งบางสิ่งบางอย่างก็อย่าใช้สมองหากต้องใช้ตรงนี้ต่างหากล่ะคิดมัน"เกรย์จิ้มไปที่อกด้านซ้ายของอีริคเบาๆ"บางทีผมควรปรึกษาเรื่องนี้กำคนที่เชี่ยวชาญมากกว่าจริงมั๊ย"อีริคยกยิ้มมุมปากปล่อยให้สายเรียกเขาสั่นอยู่แบบนั้น เกรย์หัวเราะเบาๆแล้วเตรียมเดินออกจากห้องไป"เกรย์"อีริคเรียกชื่ออีกครั้ง"ขอบคุณครับ""บอกแล้วไงคุณไม่จำเป็นต้องขอบคุณ"เกรย์โบกมือแล้วเดินจากไปทิ้งให้อีริคยืนมองแสงสว่างจากหน้าจอที่สั่นถี่ๆไม่หยุดด้วยสายตาที่ใครก็อ่านไม่ออกว่าเจ้าตัวกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ เขาเดินกลับไปหาคนที่หลับอยู่บนเตียงปิดโทรศัพท์ที่สั่นรัววางไว้ที่โต๊ะข้างหัวเตียง ก้มลงมองหน้าคนที่หลับสบายด้วยสายตาอ่อนโยนลงเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวเดินไปห้องน้ำ สายน้ำจากเรนชาวเวอร์ไหลลงปะทะใบหน้าคมที่หลับตารองรับอยู่ ร่างเปลือยเปล่าที่ยังมีรอยข่วนจ
เขาหงุดหงิดจนอยากจะหาทางระบายด้วยการทำร้ายใครซักคนจนปางตาย แต่ก็ทำไม่ได้ ใบหน้าเย็นชาจนไม่มีใครกล้าสบตาด้วย เดินตัวตรงเข้าไปในบ้าน ปล่อยให้เหล่าลูกน้องทั้งหลายยืนใจหายใจคว่ำ เพราะกลัวว่าทำอะไรผิดไปนิดหนึ่งคงหมายถึงชีวิตแน่ๆ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา ใบหน้าหล่อเหลาหงายเงยไปตามศรีษะที่ทอดลงบนพนักพิง หลับตาอย่างคนใช้ความคิด ท่ามกลางเงาเลือนลางจากแสงไฟสีส้มซ่อนผนังที่ส่องสว่างไม่มากนัก ร่างสูงใหญ่ที่นอนหงายพิงพนักอยู่แบบนั้นนิ่งนานราวกับรูปปั้นโดดเดี่ยวลำพัง เขานั่งนิ่งอยู่แบบนั้น จนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน กระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้ามาหยุดอยู่ใกล้ๆ เขาเปิดเปลือกตาขึ้นมองไม่ได้เปล่งเสียงพูดหากใช้สายตาซักถาม"เรียบร้อยครับ""อืม""นี่จะเช้าแล้วผมว่าขึ้นไปพักด้านบนเถอะครับ"นานครั้งที่ทอมจะใช้น้ำเสียงปลอบประโลมผู้เป็นนายแบบนี้"ฉัน.."ทอมยิ้มน้อยๆ"อย่าพูดเลยครับ เรายังไม่รู้จุดประสงค์ของเขา คนแบบเฟยเรารู้ๆกันอยู่ถ้าอยากชนะ เจ้านายจะต้องไม่แสดงท่าทีอะไรให้เขาเห็นเด็ดขาด""ฉันเหนื่อย""แล้วมันจะผ่านพ้นไปครับ เจ้านายผ่านมันมาได้ครั้งนี้มันก็จะเป็นแบบนั้น ผมว่าอย่าไปใส่ใจดีกว่า""ขอให้เป็นแบบนั้นเ
หยิบเอามือถือขึ้นมากวาดสายตาอ่านข่าวที่คอยอัพเดทให้ในแต่ละวัน ใช้เวลาเพียงไม่นานคนที่เขารอก็เดินผ่านประตูอัตโนมัติเข้ามา ร่างสูงโปร่งอยู่ในสูทสีขาวทั้งตัวเสื้อโค้ตที่ใส่อยู่ก็ไม่เว้นว่าง เส้นผมตามสีแฟชั่นเด่นมาแต่ไกล"มาแล้วครับเจ้านาย"เขาทำเสียงรับรู้อยู่ในลำคอโดยไม่เงยหน้าขึ้นมองกระทั่งรองเท้าหนังสีขาวแบรนด์หรูราคาแพงมาหยุดยืนตรงหน้า"ไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมามองกันหน่อยหรือไง"น้ำเสียงนุ่มที่เอ่ยทักก่อนทำให้เขาวางโทรศัพท์มือถือลงข้างตัว"สวัสดีเฟย"ใบหน้าเรียวปากสีแดงสดกับดวงตาสีฟ้างดงามก้มลงทำให้ใบหน้าของคนทั้งคู่เสมอกัน"ห่างเหินชะมัด"น้ำเสียงนุ่มหยอกเย้าเขามือเรียวงดงามเอื้อมมาแตะไหล่เขาเบาๆ"คิดถึง"ใบหน้าที่เคยเฉยชาปรากฏอาการเพียงแค่เสียววินาทีแล้วกลับเป็นเฉยชาเหมือนเดิม"มาเพื่อจะเอ่ยทักแค่นั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่น่าจะลำบากถ่อมาถึงนี่ แค่นายโทรคงได้ละมั้ง"เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชืดไร้ความรู้สึก"ไม่เอาน่า ฉันก็แค่อยากมาเยี่ยมน้องชายสามีตัวเองผิดตรงไหน""เหอะ! แล้วแต่นายเลย แล้วอเล็กซ์ล่ะ""ถ้าเขามานายก็คงเห็น นี่ไม่คิดจะกอดต้อนรับพี่สะใภ้นายซักหน่อยเหรอริกกี้"เขาลุกพรวดคว้าข้อมือข
เขาดึงมือของเจโลออกด้วยความระมัดระวังแล้วล้มตัวลงนอนด้านข้างยังพื้นที่ว่างข้างๆและถอดเสื้อคลุมออกเหลือเพียงเนื้อตัวเปล่าเปลือย ยังไม่ทันขยับตัวให้นอนสบายกว่าเดิมร่างอุ่นๆก็เบียดซุกเข้ามาใกล้ เขาถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะสอดแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเข้าด้านหลังท้ายทอยคนตัวบางกว่า เจโลรู้สึกถึงความอบอุ่นอยู่ใกล้ๆจึงยิ่งซุกตัวเองเข้าเบียดชิดมากขึ้น"จะเบียดอะไรมากนักวะเดี๋ยวก็เสียตัวอีกรอบหรอกมึง"เขาอดบ่นเบาๆไม่ได้ มือเจ้ากรรมยังไม่ยอมฟังคำสั่งโอบกระชับไหล่บางให้เบียดเข้ามาใกล้ตัวเองมากขึ้น ทั้งคู่หลับไปทั้งอย่างนั้น นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่เคยหลับลึกขนาดนี้ มารู้สึกตัวเมื่อมีมือเย็นๆมาแตะถูกแขนเขา สัญชาติญาณสั่งให้เขาคว้าปืน9มม.ที่ซุกอยู่ใต้หมอนออกมาปลดเซฟแล้วจ่อตรงหน้าผากคนที่โน้มตัวเข้าใกล้ใบหน้าตนเอง"เจ้านายครับผมเอง!"ทอมกระซิบเสียงหนัก เขาถอนหายใจเฮือก"เล่นอะไรอยากตายมากหรือไง"เขาดุเสียงเข้ม ความรู้สึกชาหนึบที่แขนข้างซ้ายทำให้เขาต้องก้มลงมองใบหน้าของคนหลับสนิทที่ซุกอยู่ใต้ผ้าหม่ โผล่ให้เห็นเพียงกลุ่มผมสีอ่อน"ขอโทษครับเจ้านาย""กี่โมงแล้ว"เขานิ่วหน้าน้อยๆ"ตอนนี้ตีสามครับผมมีเรื่องด่ว