LOGIN“เธอมานั่นแล้วค่ะ”
แพรไหมเดินหลบฉากออกจากห้องไป แต่ไม่ลืมส่งสายตากำชับให้คนมาดูตัวว่าอย่าทำเสียเรื่อง ไม่เช่นนั้นเขาอาจจะถูกบิดาแหกอก และเธอก็อาจจะซวยไปด้วย
หญิงสาวเดินไปนั่งรออยู่ที่ร้านกาแฟด้านนอกตึก พร้อมสั่งเอสเปรสโซไปหนึ่งแก้ว แต่ยังไม่ทันได้ดื่มกลับเห็นฉัตรฐาเดินจ้ำอ้าวออกมา
“คุณไฉจะไปไหนคะ แล้วคุณมายล่ะคะ” เธอถามแล้วรีบสับเท้าเข้าไปหา ไม่ลืมคว้าแก้วกาแฟติดมือมาด้วย
“ไม่ถูกใจว่ะ เรียบร้อยเกิน หาให้ดีกว่านี้ไม่ได้หรือไง”
ฉัตรฐายกมือกอดอก หากเขาต้องแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นคงได้อกแตกตายในความเชื่องช้า กิริยาท่าทางเรียบร้อยราวผ้าที่ถูกพับมาสิบยี่สิบรอบ
“คนนี้ฉันไม่อิน”
“คุณไฉอยากได้แบบไหนคะ” แพรไหมถาม หลังรู้แล้วว่าผู้หญิงคนนั้นถูกปัดตก จะไม่มีการนัดอีกรอบแน่
“สวย แล้วเอามาให้ดูก่อนด้วย”
“ค่ะ” แพรไหมค้อมศีรษะรับ อดกระแทกลมหายใจกับคำตอบแบบครอบจักรวาลไม่ได้ “คนเมื่อกี้ก็สวยแต่ไม่ถูกใจ มากเรื่องแท้”
“ฉันได้ยิน” ฉัตรฐาเค้นเสียงดุ โดยไม่ได้หันกลับไปมอง ก่อนจะไปหยุดที่รถแล้วแบมือขอกุญแจ “เอากุญแจรถมา”
ความหมายของฉัตรฐาคือต้องการเฉดหัวแพรไหมทิ้งไว้ตรงนี้
“คุณไฉยังไปไหนไม่ได้ค่ะ วันนี้คุณมีนัดกับคุณหมอด้วย”
“หายแล้ว”
“หายแล้วควรมาจากคำพูดของคุณหมอค่ะ” แพรไหมแย้งไปทันควัน ฉัตรฐาจะมาพูดเองเออเองไม่ได้
ชายหนุ่มทำหน้าหงุดหงิดใส่ เพราะมั่นใจว่าตนหายดีแล้วจากอาการบาดเจ็บที่แผ่นหลัง เนื่องจากถูกยิงเมื่อแปดเดือนก่อน จากคู่แข่งทางธุรกิจ
“หรือต้องให้แพรรายงานพ่อคุณ” แพรไหมขู่ เปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจัง แม้ไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องกับ
ฉันทวัศ แต่หากเขาดื้อก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้
“เด็กขี้ฟ้อง” ฉัตรฐาใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มอย่างหงุดหงิด แพรไหมอายุห้าขวบหรืออย่างไร มีอะไรไม่พอใจก็จะวิ่งแจ้นไปฟ้องผู้ใหญ่อยู่เรื่อย
แพรไหมเบะปากใส่พร้อมกับไหวไหล่
ฉัตรฐากระแทกลมหายใจแรงๆ อีกครั้งถึงเดินหน้าหงิก ไปขึ้นรถ เพราะเขาเองก็ไม่อยากฟังคำบ่นจากบิดา จังหวะหนึ่งแค่นยิ้ม ใช่ว่าท่านห่วงเขาอะไรนักหนา กลัวไม่มีคนทำงานให้มากกว่า นานมากแล้วที่เขาไม่ได้รับความห่วงใยจากใจที่แท้จริง ส่วนใหญ่จะเป็นคำสั่งมากกว่าคำถาม
หญิงสาวสืบเท้าไวๆ ไปทำหน้าที่สารถี และมันคงจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่จะไปเป็นเพื่อนเขาได้
หนึ่งชั่วโมงต่อมา รถเบนซ์ก็เลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง และเมื่อฉัตรฐาถูกตรวจร่างกายอย่างละเอียดด้วยเครื่องมือต่างๆ แล้ว เขาก็ไปนั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงหน้าคุณหมอเจ้าของไข้ พร้อมแพรไหม
“ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วค่ะ” แพทย์หญิงระบายยิ้มให้แก่ฉัตรฐา รวมถึงแพรไหมที่เห็นหน้ากันเป็นประจำ
หญิงสาวถอนหายใจโล่งอก อย่างน้อยก็หมดห่วงไปได้เรื่องหนึ่ง เพราะหากเธอไปแล้วไม่รู้ว่าใครจะมาเคี่ยวเข็ญให้ชายหนุ่มมาหาหมอเช่นนี้
“ก็บอกแล้ว” ฉัตรฐาหันไปมองคนเจ้ากี้เจ้าการ
“ทีหลังก็อย่าถูกยิงสิคะ” หญิงสาวตวัดตาค้อน แล้วพนมมือขึ้นขอบคุณคุณหมอ ก่อนจะเดินออกจากห้องมา
พอเคลียร์เรื่องค่าใช้จ่ายเสร็จ เธอก็ยื่นกุญแจรถไปให้ฉัตรฐา เพราะต้องการขอแยกจากเขาตรงนี้เลย
“คืนนี้สามทุ่มไปหาด้วย” ฉัตรฐารับกุญแจไป แต่ยังไม่ขยับตัวไปไหน
“ไม่เบื่อบ้างหรือคะ” แพรไหมทำหน้าเบื่ออย่างไม่ปิดบัง ไม่รู้ว่าฉัตรฐาติดใจอะไรเธอนักหนา
“จ่ายเงินแล้วต้องเอาให้คุ้ม”
สามปีกับหนี้เกือบเจ็ดล้านบาท เขาว่ามันไม่คุ้มกันเลย ไหนจะต้องวุ่นวายจัดการกับเจ้าหนี้คนนั้นคนนี้ให้เจ้าตัวอีก ดังนั้น เวลาที่เหลือเขาจะขูดเนื้อรีดน้ำจากแพรไหมอย่างเต็มที่ เขาลงแรงไปก็ควรได้การตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ“ไม่ว่างค่ะ” เธอปฏิเสธทันควัน ด้วยวันนี้อยากจะพักร่างบ้าง ถ้าเขาอยากนักก็ต้องใช้มือข้างขวาที่ถนัดของตัวเองให้เป็นประโยชน์
“หักค่าขนมสองหมื่น” ฉัตรฐาตอกกลับอย่างเป็นต่อ
“หน้าเลือด”
แพรไหมตวัดตาค้อนใส่คนที่ก้าวเท้าขึ้นรถแล้วขับจากไป ทว่าวันนี้เธอคงต้องพักเรื่องเงินไว้บ้าง ก่อนร่างจะพังไปจริงๆ แล้วมองหารถแท็กซี่กลับห้องพัก ส่วนรถที่จอดไว้ที่เพนต์เฮาส์ของฉัตรฐาไว้ค่อยไปเอาภายหลัง
หลังจากกลับมาถึงห้อง คนที่บอกว่าอยากจะพักทิ้งตัวลงเกลือกลิ้งบนเตียงได้ไม่ถึงชั่วโมงก็ต้องลุกขึ้นมารับสายสำคัญของคนเป็นป้า
“ว่าไงคะป้า”
“แพร”
“มีอะไรอีกคะป้า” แค่ได้ยินน้ำเสียงสั่นเทานั้น แพรไหมก็รู้ทันทีว่าเธอคงต้องเหนื่อยเพิ่มอีกแล้ว
“บ้านป้าถูกจำนอง ลุงสมมันขโมยฉโนดไป” พรรณรวีบอกทั้งน้ำตาอาบแก้ม เธอเพิ่งรู้ว่าบ้านกำลังจะถูกยึดเมื่อครู่นี่เอง จึงรีบโทร.มาหาหลานสาว
“เท่าไรคะ”
แพรไหมถามเสียงเบาหวิวอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาระนี้ได้ เธอมีหน้าที่ชดใช้ให้ทุกคน เพราะเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้ธุรกิจของที่บ้านล้มละลาย จนเดือดร้อนกันไปหมด รวมถึงป้าของเธอ จากที่เคยนั่งรถหรู ใส่เพชรพลอยราคาแพง กลับต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านหลังเก่า ใช้เงินอย่างจำกัด“เจ็ดแสน ป้าขอโทษนะลูก...” พรรณรวีไม่สามารถห้ามเสียงสะอื้นได้อีกแล้ว นึกย้อนไปถึงอดีตที่เคยมั่งมี มีเงินทองใช้จ่ายไม่ขาดมือ แต่เพราะวิกฤตในครั้งนั้นทำให้เธอต้องมาตกระกำลำบากแบบนี้
“ไม่ต้องขอโทษแล้วค่ะ ถ้าครั้งนี้ป้าไม่เลิกกับผัว แพรไม่ช่วยค่ะ” แพรไหมรู้ว่าตัวเองเป็นสาเหตุที่ทำให้อีกฝ่ายต้องลำบาก แต่ป้าของเธอก็ไม่ควรนิ่งดูดายปล่อยให้สามีสร้างปัญหาเพิ่ม เพราะอีกไม่นานเธอคงหาเงินได้ไม่มากเท่าเก่าแล้ว
“เดี๋ยวก่อนแพร ยัยพิ้งค์โทร.มาขอเงินเพิ่มอีกสามหมื่นนะ”
“แพรจะโอนให้ค่ะ” แพรไหมเหมือนน้ำท่วมปาก ไม่สามารถปฏิเสธคำขอของน้องสาวที่เวลานี้ไปเรียนต่ออยู่ต่างประเทศด้วยทุนเรียนดีได้
“ขอบใจนะลูก” เมื่อสิ้นธุระพรรณรวีก็กดวางสายไปอย่างเร็วไว
แพรไหมถอนหายใจยาว ภาระหน้าที่ที่แบกใส่บ่าไว้ไม่เคยเบาบางลงเลย แต่อีกสี่เดือนเธอก็จะปลดระวางมันได้ในบางส่วน แล้วรีบกดเข้าแอปพลิเคชันธนาคาร มองจำนวนเงินที่เธอสะสมไว้อย่างท้อใจ ไม่ว่าจะหามาได้มากเท่าไรก็ไม่เคยพอเลย
บทพิเศษ 6 “งานไม่ใหญ่แน่นะวิ” คำถามนี้หลุดออกจากปากของจิรัฐทันทีที่มาถึงบ้านของแพรไหมที่เป็นสถานที่จัดงาน เขามองอย่างตกตะลึงนิดๆ พลันหันมองมัฆวานที่มาช่วยงานอยู่ก่อนแล้ว “เออ ไม่ใหญ่ แต่โคตรอลังการ” มัฆวานประชด แล้วมองดูทีมงานออร์แกไนซ์ที่กำลังเตรียมขึ้นโครงอุโมงค์ผ้าและดอกไม้ ไหนจะแบ็กดรอปด้านหน้าอีก ไม่เห็นเหมือนที่เพื่อนบอกไว้สักนิด ‘งานแต่งกูเล็กๆ ไม่ได้ตกแต่งอะไรมาก พวกมึงไม่ต้องเตรียมตัวอะไรกันมากหรอก’ “นี่กูกลับไปสั่งตัดสูททันไหมวะ” จิรัฐว่า เขาก็หลงเชื่อมันว่าเป็นงานเล็กๆ อบอุ่น แต่ที่เห็นนี่แสนจะหรูหรา แค่ไม่ได้อยู่ในโรงแรมหรูเท่านั้น “น่าจะไม่ทัน” มัฆวานว่า เพราะอีกสองวันจะถึงวันงานแล้ว “ว่าแต่คุณลุงมาไหมวะ” จิรัฐอดถามไปถึงฉันทวัศไม่ได้ “ไม่มา และไม่ยินดี” มัฆวานส่ายหน้า ฉัตรฐาได้พาแพรไหมไปหาอีกฝ่ายเพื่อบอกถึงการตกลงปลงใจ แต่ฝ่ายนั้นไม่รับฟังและไม่ขอรับรู้ เพราะสุดท้ายยังกอดรัดทิฐิไว้แน่น และกลับไปให้ความสนใจกับการพยายามกลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม เขาอดคิดไม่ได้ว่า บทสรุปสุดท้ายของฉันทวัศค
“อื้อ” ไม่นานสองเสียงก็ครางออกมาแผ่วเบา ชั่วครู่หนึ่งเอวสอบก็เริ่มเคลื่อนขยับ กระแทกสวนลึกจนเกิดเสียงดัง หญิงสาวครางกระเส่า มือจับหัวไหล่หนาไว้แน่น ศีรษะโยกไหวตามแรงถาโถม ไม่นานร่างของเธอก็ถูกโอบขึ้นเหนือพื้น ขณะสะโพกแกร่งยังโยกไหวเร็วไว สองแขนนุ่มโอบรัดร่างหนาไว้แน่น ก่อนบั้นท้ายจะถูกมือหนาช้อนให้ขยับขึ้นลง “อ่า” ฉัตรฐารู้สึกชอบท่านี้เป็นบ้า ส่วนหญิงสาวซุกใบหน้าเข้ากับลำคอหนาพร้อมทั้งใช้ฟันขาวขบกัดเบาๆ กระตุ้นให้ร่างของเธอถูกโจนจ้วงหนักขึ้น ไม่นานร่างเล็กก็ถูกพาเดินไปยังใต้ฝักบัว มือหนายื่นไปหมุนก๊อกให้สายน้ำเย็นฉ่ำร่วงหล่น ดับความร้อนที่กำลังแผดเผา แล้วก็ต้องใช้มือดันผนังห้องไว้ ฉัตรฐาดึงก้นสวยเข้าหาตัว มือออกแรงตีเบาๆ ก่อนจะกดสะโพกสวนล้วงลึก จากนั้นก็โน้มตัวไปด้านหน้า จับคางมนให้หันมารับจูบ แต่ไม่นานเท่าไรเขากลับถูกผลักอกให้ไปนอนลงกับพื้น แล้วร่างสวยก็มานั่งคร่อมทับ บดขยี้ก้นลงมาโยกไหว จนเขาต้องอ้าปากปล่อยเสียงคราง แล้วเกร็งไปทั้งตัว ก่อนจะผลัดกันรุกกันรับไปเรื่อยๆ ในค่ำคืนนี้ยังอีกยาวนาน บทรั
“อื้อ” นาทีนั้นก็ได้ยินเสียงครางเบาๆ จากปากนุ่มเล็ก รอยยิ้มจึงเผยขึ้น เพราะเขารู้ว่าจุดไหนคือจุดอ่อนของหญิงสาว แล้วอดใจไม่ไหวยื่นใบหน้าไปงับปากสวยเบาๆ รสชาติและกลิ่นหอมที่คุ้นเคยทำให้ชายหนุ่มพึงพอใจ แล้วถูไถปลายจมูกไปมากับจมูกโด่งสวย มือเริ่มลูบไล้ทรวงละมุนแล้วใช้ปลายนิ้วสะกิดยอดปทุมถัน แพรไหมสะดุ้งเบาๆ ห่อไหล่เข้านิดๆ ช้อนสายตาขึ้นมองคนที่ยิ้มชอบใจ แต่มีหรือเธอจะยอมแพ้ หญิงสาวยื่นมือไปทำตามแบบเดียวกับเขา แถมยังยื่นปากนุ่มเข้าไปกลืนกิน “แพร” เพียงเท่านั้นฉัตรฐาก็เสียงสั่น ความสุขซ่านเข้าโจมตีทันที แพรไหมยิ้มยั่ว ก่อนจะย้ายกลีบปากนุ่มไปยังยอดอกสีแดงอีกข้าง พลันใช้ฟันคมงับเบาๆ “อ่า” ฉัตรฐาปลดปล่อยเสียงครางออกมาอีกระลอก ใบหน้าบิดเบี้ยวเชิดสูง เขาขอยอมแพ้ตอนนี้ทันหรือเปล่า เมื่อร่างกายจวนจะคลั่ง แค่ถูกระตุ้นนิดๆ หน่อยๆ ก็แทบทนไม่ไหว จึงเชยดวงหน้าหวานขึ้นรับจูบเร่าร้อน ปลายลิ้นสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากหวาน กระหวัดเกี่ยวกับลิ้นเล็ก ลำตัวหนาขยับไปบดเบียดเสียดสีกับเนื้อนุ่ม แพรไหมเปิดปากรับอย
“พี่ไฉคะ” “ครับ” ชายหนุ่มขานรับพร้อมเหลือบตามอง “วันนี้อยู่ดูเน็ตฟลิกซ์ด้วยกันไหมคะ” หญิงสาวสูดอากาศเข้าปอดก่อนบอกออกไป หน้าแดงขึ้นชัดเจน แต่คิดว่ามันถึงเวลาแล้ว “ได้ครับ มีหนังเข้าใหม่เหรอครับ” ฉัตรฐาพยักหน้าหงึกหงักแล้วถามไปหน้าซื่อ “ก็ประมาณนั้นค่ะ” คนต้องตอบแทบไปไม่ถูก ดวงตากลอกไปมาเล็กน้อย ไม่คิดว่าฉัตรฐาจะไม่เข้าใจ แต่เธอก็เตรียมไว้อีกประโยค “แล้วเราต้มรามยอนกินกันด้วยดีไหมคะ” “เอาครับ เอา” ฉัตรฐาตอบกลับด้วยสีหน้าเช่นเดิม หญิงสาวผ่อนลมหายใจยาวๆ ออกมา สรุปแล้วฉัตรฐาไม่เข้าใจความหมายที่เธอชวน จนอยากจะส่งเสียงกรีดร้อง ทว่ารถแล่นมาไม่นานกลับชะลอและหยุดยังหน้าร้านสะดวกซื้อ “เดี๋ยวพี่มานะครับ...” “จะซื้ออะไรหรือคะ” “ซื้อถุงยางน่ะสิครับ” ฉัตรฐาเฉลย แล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม นั่นทำให้มีคนโวยวาย “โธ่ แพรก็คิดว่าไม่เข้าใจ” ที่แท้เธอถูกแกล้งนี่เอง “ระดับนี้แล้วจะไม่เข้าใจได้ไงครับ” เขาดีใจจนเนื้อเต้นและขยายโตแล้วเนี่ย แต่เก็บอาการไว้ก็เท่านั้น “เดี๋ยวก็อดหรอกค่ะ” แพรไ
“รีบๆ ไปเถอะ” ฉัตรฐาสะบัดนิ้วไล่ แล้วยกนิ้วกลางเหนือกว่านิ้วอื่นใส่อย่างอดไม่ได้เมื่อธาดายังกวนตีนไม่เลิกด้วยการส่งสายตาแช่งชักมา หลังจากนั้นแค่อึดใจเดียวภายในบ้านก็หลงเหลือแค่เขา แพรไหม และเจ้าปลาหมึก แพรไหมส่งยิ้มไปขอบคุณคนที่พยายามใจเย็นและเข้าใจ รู้สึกว่าชายหนุ่มเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก เขาพยายามดูแลความรู้สึกของเธอเสมอ หัวใจมีคำถามขึ้นมาว่า ‘ถึงเวลาแล้วหรือเปล่า’ “คราวนี้แพรจะขายไข่ข้นเหมือนเดิมไหมครับ” ฉัตรฐาให้ความสนใจกับการออกบูทของหญิงสาว “เหมือนเดิมค่ะ แต่ว่าจะเอาของอย่างอื่นไปขายด้วยค่ะ” “อะไรเหรอครับ” ชายหนุ่มนึกอยากรู้ แพรไหมยกยิ้มกว้าง เพราะเป็นสิ่งที่คนตัวโตเคยลั่นวาจาไว้ ก่อนจะยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูสะอาด ทำให้คนฟังหัวเราะออกมา แล้วรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยเลยกับบทบาทใหม่ของตัวเอง “พี่ไฉพร้อมแล้วใช่ไหมคะ” แพรไหมที่สวมผ้ากันเปื้อนและที่คลุมผมถามกับคนที่ยืนอยู่ข้างกันในบูทเล็กๆ ที่ได้มาจัดกลางห้างสรรพสินค้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านสักเท่าไร “พร้อมมากครับ” เขาพร้อมมาหลายวันแล้ว ทั้งหัดยิ้ม หั
“ผมมีมือวิเศษ” เขาใช้มือข้างถนัดให้เป็นประโยชน์ ที่ผ่านมาแม้ชื่นชอบเซ็กซ์ แต่ก็ไม่เคยนอกลู่นอกทางไปมองคนอื่น มีแต่แพรไหมคนเดียวมาตลอด ถึงแม้จะเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน หญิงสาวคิดว่าคงต้องเอาใจชายหนุ่มอีกหน่อย จึงเอนตัวไปพิงกับหัวไหล่หนา มือยกขึ้นเกาะแขน แล้วเอ่ยถ้อยคำไปอีก “พี่ไฉของแพรน่ารักที่หนึ่งเลยค่ะ” “แพร...” ชายหนุ่มถึงกับทำตาโต ดีใจที่หญิงสาวขยับประตูหัวใจกว้างขึ้นแล้ว “น้องแพรของพี่ก็ดีที่หนึ่งครับ” เขาหยอดคำหวานตอบกลับไปบ้าง แล้วดึงร่างเล็กเข้ามาในวงแขน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจากที่เคยปากดีใส่กัน ในวันนี้ทั้งเขาและหญิงสาวจะประนีประนอมถนอมใจกันได้ถึงขั้นนี้ คงเพราะความรักล้วนๆ ที่ทำให้พวกเขาอยากดีต่อกันมากขึ้น ร่วมสิบนาทีกว่าเขาจะขยับตัวออกห่าง เพราะถึงเวลาไปหาบิดาแล้ว มีของโปรดต้องนำไปให้ “พี่คงต้องกลับแล้วครับ” ฉัตรฐารีบแทนตัวเองด้วยสรรพนามใหม่ที่เฝ้ารอใช้มาตลอด “เดี๋ยวแพรเดินไปส่งค่ะ” หญิงสาวยิ้มเอ็นดู แล้วไปยืนส่งที่หน้ารถ เจ้าลูกชายตัวแสบก็มาด้วย ในจังหวะที่เท้าหนักจะก้าวขึ้นรถไป เธอก็หยุดเขาไว้ “พี
ในเช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันที่มืดมนสำหรับคนที่นอนแทบไม่ได้เลย เพราะหัวใจมีแต่ความเจ็บปวด มันทิ่มแทงเธอทั้งยามหายใจเข้าและออก แพรไหมขยับตัวลุกจากเตียงมานั่งกอดเข่าแล้วโยกตัวไปมาคล้ายหมดอาลัยตายอยาก ความเข้มแข็งที่เคยมีสูญสลาย น้ำตาขังคลอหน่วยตา หญิงสาวเหม่อมองไปรอบบ้านพร้อมคิดถึงบิด
“อย่าสำคัญตัวผิด ฉันพาเกลมาทำบุญต่างหาก” ฉัตรฐาอยากจะหัวเราะเย้ยใส่แพรไหมที่คิดไปว่าเขามาที่นี่เพราะเจ้าตัว แล้วเค้นเสียงถามกลับไป “ยังไม่เลิกชอบคิดเข้าข้างตัวเองอีกเหรอ เธอไม่ได้สำคัญกับฉันเลยสักนิด” “แล้วที่ผ่านมามาด้วยทำไมทุกปี” เธอนึกสงสัยขึ้นมา เรื่องวันเกิดพอเข้าใจแล้ว แต่เรื่องที่เ
ด้านแพรไหมเมื่อก้าวเท้าขึ้นไปบนเวทีแล้ว เธอก็ปล่อยใจสนุกไปกับเสียงเพลงที่ตัวเองกำลังเล่น ซึ่งมีทั้งไทยและเทศ ผู้คนในผับต่างโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะ เพลงไหนฮิตจะเห็นทุกคนตะโกนส่งเสียงร้องออกมาร่วมด้วย เมื่อเสร็จงานแล้วหญิงสาวก็เดินไปรับค่าจ้างจากผู้ดูแลผับ ก่อนจะตรงดิ่งไปที่รถของตัวเอง
“ก็เห็นอยู่” ทุกวันนี้ฉัตรฐาไม่ได้ส่องกระจกก่อนออกจากห้องเลยหรืออย่างไร ว่าสภาพของตัวเองดูย่ำแย่ขนาดไหน ดีที่อย่างน้อยยังโกนหนวดเครา มัฆวานส่ายหน้าก่อนถามถึงสิ่งที่อยากรีเช็ก “ว่าแต่เรื่องจริง” “มึงยังสงสัยอะไรอีก” “ก็กูไม่คิดว่าคุณแพรจะไปกับไอ้ธาดา…” ตอนที่รับรู้เรื่องเขาตกตะลึ






![เมียลับ มาเฟียร้าย [ เซตมาเฟียร้าย 1 ]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
