Masukโบราณว่าเล่นกับหมา หมาเลียปาก แต่ไอ้หมาเด็กมันไม่แค่เลียมันจะเอาเธอเป็นเมียด้วย อ๊ายยยย!!!
Lihat lebih banyakกรี๊ดดดดดดดด
ยาหยี เมธาเวศ สาวโสดวัย 27 ปีร้องเสียงหลงหลังจากที่ตื่นมาพบว่าตัวเองนอนกกอยู่กับใครไม่รู้อยู่บนเตียง
เมื่อกวาดตามองไปรอบห้องก็พบว่าที่นี่คือบ้านของเธอเอง ทุกอย่างในห้องนี้ก็เป็นของ ๆ เธอ ยกเว้นอยู่อย่างเดียว
ผู้ชายที่นอนอยู่นี่เป็นใครกัน
“ตื่นมาเดี๋ยวนี้เลยนะ”
เธอพยายามปลุกอีกฝ่าย แล้วก็ต้องกรีดร้องอีกรอบเมื่อเห็นว่าตัวเองอยู่ในสภาพล่อนจ้อนเปลือยเปล่า เป็นจังหวะเดียวกันกับที่คนบนเตียงที่ก็ใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นพอกันพลิกตัวลืมตาตื่นขึ้นมาพอดี
“อย่ามองนะ” เธอฟาดหมอนเข้าหน้าเขาเต็ม ๆ ก่อนจะรีบวิ่งหน้าตาตื่นไปเข้าห้องน้ำ หาผ้าคลุมอาบน้ำมาใส่ก่อน ระหว่างนั้นเจ้าหล่อนก็สังเกตอาการตัวเองไปด้วย ทั้งล้วงทั้งขมิบก็ไม่พบว่ามันแปลกไปแต่อย่างใด
หรือจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิด?
สาวเจ้าเคยมีประสบการณ์ย่ำแย่บนเตียงกับแฟนเก่า ต่อให้มีอะไรกันแค่ครั้งเดียวนั่นก็พอจะทำให้เธอรู้แล้วต้องตรวจสอบตัวเองยังไง ยาหยีเพิ่งจะเลิกกับแฟนเก่าไปได้ไม่นาน เธอถูกไอ้หมอนั่นเชิดเงินที่เก็บร่วมกันหนีหายเข้ากลีบเมฆ หนี้ที่เคยยืมเธอไปก็ไม่ชดใช้คืนเลยสักแดงเดียว
ยาหยีเป็นทุกข์กับเรื่องนี้มาสักพัก ไหนจะเรื่องธุรกิจแบรนด์เครื่องสำอางที่ดันขายไม่ออกอีก เธอถึงได้ชวนยัยเพลงขวัญไปดื่มเพื่อจะปลดปล่อยความเครียดเสียหน่อย ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะยอมให้ผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้กลับมาค้างที่บ้านด้วย
เป็นไปไม่ได้
เธอตั้งปณิธานไว้แน่วแน่แล้วว่าจะไม่มีผู้ชายคนไหนได้เห็นขาอ่อนเธออีก ต่อให้โสดไปชั่วชีวิตก็ขออย่าให้ได้เจอผู้ชายเลว ๆ พรรค์นั้นอีกเลย
หญิงสาวกำลังตีอกชกหัวอยู่ในห้องน้ำอย่างบ้าคลั่ง
ไม่ได้เห็นขาอ่อนอีกอะไรกัน ก็เธอเปลือยเสียขนาดนั้น ป่านนี้ไอ้บ้านั่นคงเห็นของเธอหมดแล้วแน่ ๆ
แล้วจะเอาไงล่ะทีนี้?
“หยี แก 27 ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะ จะมามุดหัวกลัวคนอื่นในบ้านตัวเองทำไมกัน” สาวเจ้าพึมพำพยายามเรียกสติตัวเอง ใช่ บ้านหลังนี้เธอหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงคนเดียว ถึงจะยังผ่อนอยู่ก็เถอะ แล้วทำไมต้องกลัวอะไรบ้าบอด้วย เธอควรจะออกไปเผชิญหน้ากับไอ้คนแปลกหน้านั่นต่างหาก
ว่าแล้วก็เตรียมอาวุธที่พอจะหาได้ ยาหยีหยิบเอาแปรงขัดส้วมที่อยู่ข้างโถชักโครก ตั้งใจว่าจะเอาไว้ป้องกันตัวเอง แต่พอเปิดประตูออกมาเธอก็แทบหงายหลัง เพราะอีกฝ่ายยืนจังก้าค้ำประตูบังทางออกแทบมิด
“ว้าย!” เธอตกใจถอยกรูด ยกแปรงขัดส้วมชี้หน้าเขา ตอนนี้เองที่ยาหยีเห็นใบหน้าที่เกลี้ยงเกลา โครงหน้าชัดเจน ตาจมูกปากได้สัดส่วนเหมือนปั้นแต่งประดุจเทพบุตรของอีกฝ่าย ไหนจะซิกซ์แพ็กที่ขึ้นรูปเป็นลอนสวยงามนั่น แค่เห็นก็ชะงักค้างไป ดีที่มีบ็อกเซอร์ตัวจิ๋วติดตัวอยู่ไม่อย่างนั้นคงได้ตื่นตะลึงมากกว่านี้
“พี่เป็นอะไรไหม”
พี่อย่างนั้นเหรอ? นี่เธอไปคว้าเด็กเอ็นจากที่ไหนมากัน จำได้ว่าเมื่อคืนเธอพกเงินติดตัวไปแค่ไม่กี่พัน ผู้ชายรูปร่างสมส่วน อกผายไหล่กว้าง เอวคอดเห็นวีไลน์ชัดแบบนี้ ไม่น่าตกมาถือมือเธอได้เลย
“นะ นายมาอยู่นี่ได้ไง เมื่อคืนเราไม่ได้ทำอะไรกันใช่ไหม”
เธอถามละล่ำละลัก อย่างน้อยถ้าพ่อหนุ่มหล่อคนนี้ยืนยันคำตอบให้เธอได้ คงจะโล่งใจไปได้อีกหลายเปราะ
“พี่พาผมมาเอง”
“ฉันเนี่ยนะจะพานายมา” เธอไม่ใช่พวกลุ่มหลงหน้าตาเสียหน่อย ต่อให้หุ่นของเขาจะดีมากก็เถอะ โถ่เอ๊ย มันจะไม่มีข้อติให้เธอเลยรึไงกัน ยาหยีมองหน้าผู้ชายตรงหน้าในหัวตีกันสับสนวุ่นวาย ได้แต่นึกหาเหตุผลให้ตัวเองว่าทำไมเธอต้องปฏิเสธเขากัน ร้อยทั้งร้อยอมพระมาพูดก็คงจะไม่เชื่อแน่ ๆ
“ไม่เชื่อพี่ก็เปิดมือถือดูสิ เมื่อคืนพี่ก็ไลฟ์สดด่าแฟนเก่าทั้งคืนนี่”
“แล้วทำไมนายกับฉันอยู๋ในสภาพแบบนี้ล่ะ”
“พี่อ้วกรดไปทั่ว ถอดเสื้อผ้าตัวเองเสร็จก็พาผมขึ้นเตียง”
“แล้วไงอีก” ยาหยีจะเป้นบ้าตายเพราะลุ้นกับคำตอบ แต่ก็ดูเหมือนอีกฝ่ายจะลีลาใช่ย่อยไม่ยอมตอบคำถามนั้น
ไม่อยากจะเชื่อจริง ๆ ว่าตัวเองจะเป็นฝ่ายเริ่ม ยาหยีวิ่งพรวดออกจากห้องน้ำ วิ่งไปหามือถือตัวเองที่ตอนนี้กองอยู่ไหนก็ไม่รู้ เธอหาไปด้วยหวีดร้องไปด้วย เพราะเดี๋ยวชายผ้าเลิก เดี๋ยวเสื้อคลุมเลื่อน เดี๋ยวจุกโผล่ เดี๋ยวนั่นเดี่ยวนี้ ปล่อยให้แขกในห้องได้แต่ลอบขำในใจ
ติ๊ง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
เสียงแจ้งเตือนดังระรัวหลังจากพี่เปิดเครื่องได้ ปกติแล้วเธอจะไลฟ์ขายสินค้าของตัวเอง ข้อความจะเด้งบ้างก็ไม่แปลก เธอภาวนาให้มันเป็นเรื่องโกหกเพราะถ้าขืนไลฟ์เรื่องส่วนตัวนั่นเท่ากับทุบหม้อข้าวหม้อแกงตัวเอง ของก็ใช่ว่าจะขายดี วันนี้ได้อยู่สองสามออเดอร์
ครู่เดียวก็มีสายโทรเข้า เป็นชิชาที่โทรมา
[“หยี แกทำไมไม่รับสายฉ้านนนน”] คนรับถึงกับต้องยกหูให้ห่างตัว เสียงตะโกนของชิชาเกือบทำเธอหูหนวก
“ชิ เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นเหรอ”
[“ยังจะมีหน้ามาถามอีก ก็แกไลฟ์สดด่าไอ้เปาทั้งคืนรู้ตัวป่าว แต่นั่นไม่สุดเท่ากับที่แกอัพวีดีโอหวานชื่นกับเด็กใหม่ของแกหรอกนะ ฉันว่าแล้วเชียวว่าแกหายหัวไปไหน ไงจ๊ะ เด็ดมั้ย”]
“เด็ดบ้าอะไรล่ะ นี่ถ้าไม่มีหลักฐานฉันก็ไม่เชื่อหรอกนะว่าฉันจะทำแบบนั้น ว่าแต่ฉันเอาผู้ชายกลับบ้านเองจริงดิ ทำไมแกไม่ห้ามฉันล่ะ ฉันบอกแล้วไงว่าไม่เอาแล้ว ฮืออออ” เจ้าตัวงอแงยืนกระทืบเท้าราวกับเด็กน้อยสามขวบ
[“ฉันห้ามแกได้ที่ไหนกัน เมาแล้วเรื้อนไปทั่ว แกกลับตอนไหนฉันยังไม่รู้เลย มาเห็นก็ตอนแกขึ้นไลฟ์ตาหวานเยิ้มน่ะแหละยัยตัวดี แล้วก็นะ...”]
ทนฟังไม่ไหวอีกแล้ว ยาหยีตัดสายเพื่อนทิ้ง เข้าหน้าจอฟีดของตัวเองจัดการลบทุกอย่างพร้อมกับปิดมือถือลงอีกครั้ง ได้แต่ภาวนาว่าจะไม่มีคนรู้จักมาเห็นหรือแจ้นเอาข่าวพวกนี้ไปฟ้องทางบ้านของเธอหรอกนะ แค่นี้เธอเหมือนโดนตัดหางปล่อยวัดอยู่แล้ว
“ฮึ่ย เพราะนาย นายต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น”
“ผมชื่อเดนนิส”
“ใครอยากจะรู้จักกันล่ะ ไม่ได้ถามซะหน่อย” แค่คิดว่าหลังจากนี้จะเอาไงต่อก็ปวดหัวแล้ว จบกันภาพพจน์ที่เธออุตส่าห์สร้างมา
“พี่ต่างหากที่ต้องรับผิดชอบผม”
“หมายความว่าไง นี่นายทำให้ฉันเสียหายแล้วยังจะมาเรียกร้องอะไรจากฉันอีกเหรอ หน้าไม่อาย”
“เมื่อคืนพี่ขว้างกระเป๋าสะพายของผมออกจากแท็กซี่ กระเป๋าสตางค์ มือถือและของสำคัญอยู่ในนั้น แล้วผมก็ไม่รู้จะไปตามจากตรงไหนด้วยเพราะผมจำทางไม่ได้”
“นายคิดจะแบล็กเมล์ฉันใช่ไหม”
“พี่อัดคลิปไว้บนแท็กซี่น่าจะมีตอนที่พี่โยนมันทิ้งด้วย”
ไม่อยากทำก็ต้องทำ ยาหยีพรูลมออกทางจมูกอย่างเหนื่อยหน่าย เธอจำใจเปิดมือถือตัวเองอีกรอบ ปรากฎว่าไอ้คลิปที่ว่านั่นมันก็ดันมีจริง ๆ ด้วย พอทิ้งของเสร็จก็น้วยไอ้เด็กนี่ต่อแถมยังหันมายิ้มสู้กล้องสุด ๆ ดีที่บนแท็กซี่มันมืด แสงจอส่องไม่ถึงใยหน้าคนที่เธอไปทำมิดีมิร้ายเขา ไม่อย่างนั้นเรื่องใหญ่กว่านี้
“ว่าแต่นายอายุเท่าไร 20 แล้วใช่มั้ย” รู้ไว้ก่อนเป็นเรื่องดี ถ้าคนตรงหน้าอายุต่ำกว่ากฎหมายกำหนด ขาเธอก็ก้าวเข้าคุกไปแล้วข้างนึง พรากผู้เยาว์ใช่เรื่องล้อเล่นที่ไหนกัน
“ผม 21 แล้ว” อ่อนกว่าเธออยู่หลายปีดีดัก เขาว่ากินเด็กแล้วจะคงกะพัน แต่นั่นแหละ มันใช่ประเด็นที่เธอควรห่วงรึไง
ยาหยีเกือบจะทึ้งผมตัวเองเล่นอีกแล้ว เพราะมัวแต่คิดอะไรไม่เข้าท่า เธอถึงต้องรีบดึงสติและจบปัญหานี้ให้เร็วที่สุดก่อน
“ฉัน เอ่อ..ฉันขอโทษ เดี๋ยวจะชดใช้ให้นะ” แต่น่าจะไม่ใช่ตอนนี้ เพราะการเงินเธอกำลังติดลบ จะให้จ่ายแล้วจบก็คงจะยังทำไม่ได้
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกครับ แต่ตอนนี้ผมแค่อยากกลับห้อง แต่ว่าไม่มีเงินติดตัวเลย”
“เดี๋ยวฉันไปส่งนายเอง ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะรับผิดชอบทุกอย่างที่ทำกับนายไว้ รอเดี๋ยวเดียว ขอไปอาบน้ำก่อน” เธอวิ่งแจ้นเข้าห้องน้ำโดยไม่ลืมที่จะหยิบเอามือถือไปด้วย ในใจกำลังร้องแรกแหกกระเชอด่าตัวเองเหมือนคนบ้า
หยี แกทำอะไรลงไปเนี่ย!
[สามเดือนผ่านไป]วันนี้บ่าวสาวอยู่ในชุดแบบล้านนา ยาหยีสวมเสื้อแขนกระบอกพอดีตัวและผ้าซิ่นตีนจกสีงาช้างเป็นของตกทอดของแม่ของเธอเอง ส่วนของเดนนิสก็เป็นผ้าฝ้ายโทนสีเดียวกัน สั่งตัดเย็บให้เข้าคู่กับชุดของเจ้าสาวอย่างปราณีต“ยินดีโต้ยนะ มีลูกให้ทันเปิ้นเน้อ จะได้เล่นโต้ยกัน” ละอองที่อุ้มท้องได้เกือบห้าเดือนพร้อมกับสามีเข้ามาแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวที่จัดงานแต่งแบบเรียบง่ายพร้อมกับจัดพิธีทำบุญขึ้นบ้านใหม่โดยมีผู้ใหญ่บ้านกับคนบ้านใกล้เรือนเคียงและบรรดาผองเพื่อนของยาหยีเป็นสักขีพยานให้ที่บ้านหลังเล็กของเธอเอง ก่อนหน้านั้นทั้งละอองกับเมืองได้เข้ามาสารภาพความจริงทุกอย่างกับยาหยีหมดเปลือก และสิ่งเดียวที่ทำให้ยาหยีเชื่อจนยอมให้อภัยก็คือโซ่ทองคล้องใจที่กำลังก่อตัวตนอยู่ในครรภ์ของละอองที่ตอนนี้ป่องนูนออกจนเห็นได้ชัดเจนนั่นเอง“ขอบคุณมากนะละออง ดูแลตัวเองด้วยล่ะ เมืองเขาไม่ให้ไปเก็บเห็ดก็ฟังเขาบ้าง” ละอองกับเมืองเป็นคนที่ถูกจ้างมาเผื่อคอยตามดูแลยาหยีแต่ก็ดันพบรักกันจริง ๆ นับเป็นเรื่องน่ายินดี และวันนี้ทั้งคู่ก็ตั้งใจมาเป็นสักขีพยานให้กับพวกเขาด้วย“นี่ของฝากจากป๊ากับม้า ขอให้แกกับเดนนิสมีความสุขมา
“เรื่องทั้งหมดมันเป็นแบบนี้เองเหรอ นายไม่ได้ถูกครอบครัวตัวเองเล่นงานแน่ใช่มั้ย” ทันทีที่ยาหยีเข้าใจทุกสิ่ง เธอก็พรูลมหายใจออกมายาวเหยียดด้วยความโล่งอก แต่เดนนิสยังกลับคลี่ยิ้มอย่างพอใจเมื่อคิดว่าอีกฝ่ายเป็นห่วงเขา“ที่จริงพวกเขาก็ดีกับผม เพียงแต่ไม่ใช่ทุกคนและทุกครั้ง แต่ก็นั่นแหละ ผมกับแม่อาศัยชายคาพวกเขาอยู่ มีบุญคุณก็ต้องตอบแทน”“ตอบแทนแบบที่ให้นายขึ้นรับตำแหน่งเป็นหนังหน้าไฟเนี่ยนะ นายตายได้เลยนะถ้าเกิดว่ามีใครลงมือซ้ำสองอีกหลังจากที่พ่อกับพี่รองของนายถูกลอบสังหารน่ะ โชคดีแค่ไหนแล้วที่ไม่มีใครตาย”“ตาแก่กับพี่รองรอดมาได้อย่างปาฎิหาริย์ แต่ก็เพราะเรื่องนี้ทำให้พวกเขาต้องหลบซ่อนตัวไปก่อนเพื่อหลอกพวกมันให้ตายใจว่าทุกคนไม่รอดแล้ว แต่การจะหาตัวคนบงการไม่ใช่เรื่องง่าย เราใช้เวลาเกือบสองปีถึงได้จบมันได้ โชคดีที่ผมมีสื่อคอยจับตามอง ทำให้พวกมันไม่กล้าทำอะไรนอกจากลอบกัดบ้างตามโอกาส ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้เห็นหน้าพี่แล้ว”“สองปีที่ผ่านมานายคงลำบากมากสินะ” เธอประคองใบหน้าของเขาก่อนจะลูกแก้มเบา ๆ“ก็นิดหน่อย แค่พี่ปลอดภัยผมก็ดีใจแล้ว”“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับความปลอดภัยของฉันกัน ตอนนั้นเราแทบจะไม่มี
“อืม...” ทันทีที่ยาหยีลืมตา เธอก็บิดตัวไปมาด้วยความเมื่อยล้า ความรู้สึกราวกับลูกโป่งที่ใส่น้ำเต็มใบพองตัวใกล้จะแตกอยู่รอมร่อ จะขยับตัวทีก็ต้องใช้เวลากว่าปกติแล้วเธอก็เห็นว่าเดนนิสนอนมองเธออยู่ใกล้ ๆ พร้อมกับยื่นมือมาแตะใบหน้าของเธอ“เมื่อวาน...”เธอคิดไว้แล้วว่ามันก็แค่สัมพันธ์ครั้งคราว ครั้งนี้เธอก็จะพยายามไม่คิดอะไรมากจึงปัดมือเขาออก“ช่างมันเถอะ อย่าไปพูดถึงมันอีกเลย”“ทำไมจะพูดถึงไม่ได้ ก็เมื่อวานแทบไม่ได้พูดกันเลย ผมได้ยินแต่เสียงครางหวาน ๆ ของพี่เองนะ”“ไอ้เด็กบ้า เดี๋ยวนี้หัดพูดจาลามกแบบนี้แล้วเหรอ”ยาหยีรีบลุกขึ้นยังไม่ลืมห่อตัวด้วยผ้าห่ม มองหาเสื้อผ้าชุดใหม่เพื่อมาสวมแทนที่ชุดเก่าที่ถูกทิ้งกองอยู่บนพื้น แต่เธอก็ยังไม่กล้าลงจากเตียง นั่นเพราะผ้าห่มดันมีอยู่ผืนเดียว ถ้าเธอลุกไปก็เท่ากับว่าจะต้องเห็นเดนนิสเปลือยกายแน่ ๆก๊อก ๆ “คุณชายคะ ดิฉันขอเข้าไปนะคะ”“เข้ามา”เป็นหลี่ถิ่งที่เดินเข้ามาพร้อมกับคนติดตามเป็นผู้หญิงอีกสองคนยืนรอด้านนอกซึ่งพวกเธอทำแบบนี้เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ด้วยการเคาะประตูบอกล่วงหน้าเล็กน้อย รอคนด้านในตอบรับก่อนถึงเข้ามา“นายท่านสั่งให้ดิฉันเตรียมมื้ออาหารบำ
“อะ กินยาก่อน” ยาหยีเห็นเม็ดยาสองเม็ดกับน้ำหนึ่งแก้วจัดเตรียมไว้แล้วตรงห้องครัว เธอจึงคิดว่ามันน่าจะเป็นยาที่คุณหลี่นำมาให้ เธอยื่นมันให้กับคนที่เดินตามหลังมาติด ๆ เดนนิสยังคงฝืนตัวเองเดินตามเธอมาจนได้ ห้ามก็ไม่ฟัง“พี่จะวางยาผมแล้วหนีไปงั้นสิ”“โดนบ่อยรึไง ถึงได้คิดว่าฉันจะทำ” เธอยังคงถือยาไว้ในมือเพราะอีกฝ่ายไม่ยอมรับ ถึงได้คว้าแขนของเขาแล้วดึงกลับไปที่ห้อง “แล้วจะลุกขึ้นมาอีกทำไม เดี๋ยวก็เป็นลมหัวทิ่ม มานี่”ร่างสูงเดินตามอย่างว่าง่าย รอบนี้ยาหยีพาเขากลับไปนั่งลงบนโซฟาแทน“กิน แล้วไม่ต้องพูดมาก”“ผมเป็นเด็กดี” เขาไม่ยอมละสายตาจากเธอเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีราวกับกลัวว่าเธอจะหายไป แม้แต่ตอนที่ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มก็ไม่ได้สนว่าน้ำจะหกรึเปล่า“ถ้าเป็นเด็กดี กินยาแล้วก็พักผ่อน ฉันมีเรื่องต้องคุยกับนายอีกเยอะ”“แล้วคุยตอนนี้ไม่ได้เหรอครับ”“ฉันอยากกลับบ้าน”“โอเค งั้นผมพักก่อนแล้วค่อยคุยกันดีกว่า”พอรู้ว่าจะคุยเรื่องอะไร เขาก็ทำตัวหมดแรงลงดื้อ ๆ น่าหมั่นไส้ยิ่งกว่าใคร ยาหยียกมือขึ้นเท้าเอวทำหน้าตึงใส่ ไอ้เด็กนี่ เมื่อก่อนไม่ใช่คนเจ้าเล่ห์แบบนี้เสียหน่อยเดนนิสกินยาแล้วเอนตัวพิงโซฟา หยิบหมอนอิงข
“เร็วดิวะ เดี๋ยวก็มีใครมาเห็นหรอก”“ไม่มีใครหรอกน่า หมู่บ้านนี้คนน้อย มีแต่คนแก่ ๆ ทั้งนั้น ป่านนี้ไปนั่งกินเหล้าที่บ้านผู้ใหญ่บ้านกันหมดแล้ว”ชายฉกรรจ์ทั้งสองช่วยกันแบกร่างที่จวนเจียนจะหมดสติของยาหยีไปยังที่ที่พวกเขาคิดไว้ คืนนี้เป็นคืนเดือนมืดที่จะช่วยอำพรางการกระทำผิดของพวกเขาได้เป็นอย่างดีแต่ข
หลังจากวางสายกับเพื่อนไปแล้ว สิ่งที่ยาหยีทำเป็นอันดับแรกก็คือการหาข้อมูลที่เกี่ยวของกับข่าวของตระกูลหวังทั้งหมด แม้ตอนนี้จะเป็นเรื่องไกลตัว แต่เธอคิดว่าอย่างน้อยก็น่าจะพอทำอะไรได้บ้าง เธอใช้เวลาตลอดทั้งบ่ายหมดไปกับเรื่องนี้“หรือจะลองส่งเมล”เธอติดต่อเดนนิสไม่ได้อีกเลยหลังจากที่ถูกส่งกลับมาไทย ช่อง
ชิชากลับกรุงเทพฯ ในวันถัดมา ยาหยีไปส่งเพื่อนที่สนามบิน แล้วเธอถึงได้เดินทางต่อไปยังวัดที่ไปมาเมื่อวาน นั่นเพราะชื่อของผู้หญิงคนนั้นติดอยู่ในใจของเธอไม่หาย ราวกับว่าเธอเคยได้ยินมันจากที่ไหนมาก่อน“ภาริณี ธารน้ำงาม”ไม่ว่าจะพยายามกี่ครั้งก็นึกไม่ออก ใบหน้าของคนผู้นี้ก็ไม่เคยพบเห็นมาก่อน แต่เธออ่านชื่
หลังจากนอนน้ำตาซึมมาทั้งคืน ยาหยีก็ลุกตั้งแต่ก่อนไก่ขันมารับอากาศสดใส จะเรียกว่านอนก็ไม่ถูก เพราะเธอไม่ได้หลับเลยสักงีบต่างหาก ใครจะไปนอนหลับ ถึงปากจะบอกไม่สนใจเรื่องของเดนนิสแล้ว แต่ใจมันก็เอาแต่คิดเรื่องของเขาช่วงเวลาตี่สี่ ตอนนี้มีเพียงแสงไฟดวงเดียวจากเสาไฟหน้าบ้าน ที่ส่องสว่างพอให้คนที่ตื่นมาไ