LOGINบทที่ 2
ฉัตรฐาลากตัวเองออกจากเตียงนอนในเวลาประมาณสิบเอ็ดโมงเช้า ก่อนจะถือกาแฟดำเข้มๆ มานั่งลงบนโซฟาและกดเปิดทีวี ในวันนี้เขาไม่มีงานเร่งรีบต้องรีบเคลียร์ งานประมูลก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี กระนั้นก็ยังมีอีกหลายงานรออยู่ ทั้งการประมูลเพชร งานเปิดตัวโครงการบ้านจัดสรรที่เขาเพิ่งลงทุนทำกับมัฆวานและเพื่อนอีกคนอย่างจิรัฐเมื่อปีก่อน
แต่แล้ววันดีๆ ก็มีแววจะขุ่นมัว เมื่อมีแขกไม่ได้รับเชิญโผล่หน้ามาให้ร้องถาม
“มาทำไม วันนี้ไม่ได้เรียก” ฉัตรฐารู้สึกเซ็งเมื่อเห็นหน้าแพรไหม
“คุณไฉ ลุกขึ้นไปแต่งตัวค่ะ” แม้จะเห็นสีหน้าไม่ต้อนรับแต่หญิงสาวก็ไม่เก็บมาใส่ใจ มือเล็กดึงรั้งข้อมือหนาให้เจ้าของห้องลุกถลาตามเธอไปยังห้องนอน
“จะชอปปิง? จะเอาอะไรอีก เดือนนี้เธอรูดบัตรฉันฉีกไปแล้ว”
ฉัตรฐากระชากข้อมือกลับแล้วถามอย่างเอาเรื่อง แพรไหมนั้นใช้เงินเก่งจนเขาอยากจะโละทิ้งเต็มที
“วันนี้แพรมาทำงานค่ะ”
ดวงตากลมโตตวัดค้อน เธอทำงานให้เขาแบบถวายหัว เขาก็ควรใจกว้างกับเธอเช่นกัน งานๆ หนึ่ง เขาได้กำไรไปตั้งเท่าไร บางครั้งเธอก็อดหลับอดนอนควบงานสามสี่งานเพื่อเขา โดยเฉพาะงานประมูลที่เธอต้องนั่งศึกษาประวัติและข้อมูลมากมาย“วันนี้เธอไม่มีคิวงาน” ฉัตรฐาแย้งออกไป ไม่รู้ผู้หญิงคนนี้จะมาเล่นลิ้นอะไร
“แพรมาตามคำสั่งคุณท่านค่ะ” เธอมาทำงานให้บิดาของเขาตามคำสั่งที่ได้รับ “วันนี้คุณไฉต้องไปดูตัว”
“นอกจากชอบชักให้แล้ว ยังเป็นแม่สื่อให้ด้วย” ฉัตรฐาเล่นลิ้น เมื่อวานที่บิดาบอกว่าหาคนไว้แล้ว ไม่นึกว่าจะเป็นแพรไหม ก่อนถามไปอีกหนึ่งประโยคด้วยความอยากรู้ “ตาแก่นั่นไม่รู้เหรอว่าเธอรักฉัน”
“รู้ค่ะ” แพรไหมพยักหน้ารับ ฉันทวัศรู้ดีทุกอย่าง
“ใจร้ายว่ะ” ฉัตรฐาบิดปาก เรื่องความใจร้ายเลือดเย็นเขายกให้บิดาเป็นที่หนึ่ง พลันหรี่ตามองเพราะรู้สึกว่าน่าจะมีอะไรมากกว่านี้แน่ “หรือเธอได้ข้อเสนอพิเศษ”
“ก็นิดหน่อยค่ะ” แพรไหมยอมรับว่าขี้เกียจนั่งปกปิด
“ขอแบบเคลียร์ๆ” เขามั่นใจว่าบิดาคงให้ข้อเสนอที่ดีกับแพรไหม
“ถ้าทำให้คุณไฉตกลงปลงใจได้ แพรจะได้อิสระเร็วขึ้นค่ะ” เธอมองว่ามันเป็นข้อเสนอที่ดี หากสิ่งนี้จะช่วยย่นระยะเวลามาได้อีกสักเดือนสองเดือน
“เสียใจด้วยว่ะ ฉันไม่เคยคิดขาดทุน” ฉัตรฐาแสดงความเลือดเย็นเหมือนบิดา เขาเป็นลูกไม้ที่หล่นใต้ต้น ก่อนจะยกมือขึ้นมาเท้าคางมองคนตรงหน้าที่กำลังฝันเฟื่อง “แต่ถ้าเธอคิดจะไปก็ไปได้เลยนะ...”
“แพรจะได้บ้านคืนไปด้วยไหมคะ” เธออยากจะดีใจจนเนื้อเต้น แต่สายตาของฉัตรฐาทำให้ไม่กล้าตั้งความหวัง มันไม่ได้มีแววพ่อพระ มีแต่เงาของปีศาจเผยให้เห็น
“โนว์” นิ้วชี้ยกขึ้นส่ายไปมา แล้วบอกคำตอบที่ชัดเจน “ไปก่อนคือไปแต่ตัว”
“งั้นแพรไม่ไปก่อนหรอกค่ะ แพรก็ไม่อยากขาดทุน” หากเธออยู่กับฉัตรฐาครบสามปี เธอจะได้บ้านที่จำนองไว้กับเขาคืน ที่ผ่านมายังใจเย็นอยู่กับเขาได้ อีกแค่สี่เดือนไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่ที่ต้องรับคำสั่งของฉันทวัศ เป็นเพราะไม่มีใครขัดได้
ฉัตรฐาแค่เอียงศีรษะรับรู้ ก่อนจะมองเอกสารที่ถูกยื่นมาให้
“นี่ประวัติคุณมายค่ะ” เธอได้รับประวัติคู่ดูตัวของฉัตรฐาเมื่อวานตอนกลางคืนพร้อมคำสั่งการ
“น่ารักว่ะ” ฉัตรฐาผิวปากดูรูปผู้หญิงหน้าตาจิ้มลิ้ม ผิวขาว ผมสั้นประบ่า ต่างจากแพรไหมโดยสิ้นเชิง เพราะเจ้าตัวผิวแทนเล็กน้อย ตาคม ผมยาว
“ถูกใจใช่ไหมล่ะคะ แพรลงไปรอข้างล่างนะคะ”
แพรไหมไม่ได้ปวดใจกับคำชม เพราะเธอว่าคู่ดูตัวของฉัตรฐานั้นสวยน่าดึงดูด เสียดายอยู่อย่างเดียว ไม่น่ามาเป็นคู่ดูตัวของคนตรงหน้าเลย
“แต่งตัวให้ด้วย” ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินไวๆ กลับไปห้องนอน “ค่ะ”
คนถูกสั่งจะทำอะไรได้นอกจากเดินไวๆ ตามไปเลือกชุดที่ดูดีให้คนที่กำลังจะได้เป็นฝั่งเป็นฝา แวบหนึ่งแอบคิดว่าหากเป็นเธอจะดีไหม
“ไม่ดี” สมองของเธอตอบกลับมาแบบทันควัน หัวใจยังไม่ได้เริ่มรู้สึกด้วยซ้ำ จึงว่าตามนั้น เพราะไม่อยากเจ็บไปทั้งใจ เท่านี้ก็รู้สึกเจ็บแปลบพอแล้ว
แพรไหมไม่ได้เลือกชุดให้ฉัตรฐาถึงขั้นใส่สูทผูกไท เพราะจากนิสัยของคู่ดูตัว ฝ่ายนั้นชอบความเรียบง่าย ไม่ชอบความวุ่นวายหรืออะไรที่เป็นทางการ แต่ก็ไม่ได้ดูไร้กาลเทศะจนเกินไป
นอกจากการเป็นแม่สื่อแล้วเธอยังรับหน้าที่เป็นสารถีคอยบริการให้ด้วย เมื่อไปถึงร้านอาหารที่ฉันทวัศจองไว้ รอไม่เกินห้านาทีผู้หญิงคนนั้นก็ปรากฏตัว
“เธอมานั่นแล้วค่ะ”
ในเช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันที่มืดมนสำหรับคนที่นอนแทบไม่ได้เลย เพราะหัวใจมีแต่ความเจ็บปวด มันทิ่มแทงเธอทั้งยามหายใจเข้าและออก แพรไหมขยับตัวลุกจากเตียงมานั่งกอดเข่าแล้วโยกตัวไปมาคล้ายหมดอาลัยตายอยาก ความเข้มแข็งที่เคยมีสูญสลาย น้ำตาขังคลอหน่วยตา หญิงสาวเหม่อมองไปรอบบ้านพร้อมคิดถึงบิดามารดาจับใจ พลันกอดตัวเองแน่นกว่าเดิม เพราะรู้สึกเหน็บหนาว แล้วคิดหาวิธีทำให้ตัวเองหายไปจากความเจ็บปวดนี้ แพรไหมนิ่งไปหลายนาทีกว่าจะค่อยๆ ขยับตัวอย่างเชื่องช้าลุกไปอาบน้ำ หลังคิดวิธีออกแล้ว หลังจากแต่งตัวง่ายๆ เสร็จก็ตรงไปที่รถของตัวเอง แล้วขับตรงไปยังสถานที่หนึ่ง ดวงหน้ายังเต็มไปด้วยร่องรอยคราบน้ำตา รถเคลื่อนที่ไปได้ราวครึ่งชั่วโมงก็หยุดสนิท เท้าเรียวเล็กก้าวลงไปยืนอยู่หน้าของสิ่งหนึ่งที่หน้าร้านขายอุปกรณ์ “ไปยืนมองจ้องอะไรกันวะ...” ขณะในรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ห่างไปคนหลังพวงมาลัยเกิดคำถาม หัวคิ้วขมวดยุ่ง โดยเขาขับตามมาตั้งแต่บ้านของหญิงสาวแล้ว มือเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดจมูก รู้สึกเหมือนตัวเองจะมีน้ำมูก แต่สายตายังมองตรงไปยังเจ้าของร่างระหง
“ฮือ” แพรไหมร้องไห้โฮออกมา อีกไม่ถึงสิบก้าวก็จะถึงป้ายรถเมล์โดยสารแล้ว แต่เธอพาตัวเองไปไม่ถึง เพราะรู้สึกเหมือนจะขาดใจตาย หญิงสาวเอาแต่ก้มหน้าลงกับเข่าของตัวเอง คุดคู้อยู่กลางสายฝน ฟังเสียงฝนสลับกับเสียงรถยนต์ที่ขับผ่านไปมา ความรู้สึกตอนนี้ไม่มีอะไรมาบรรยายได้ ก่อนจะต้องเงยหน้าขึ้นมา หลังได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ กลิ่นบุหรี่ลอยมาเตะจมูก คล้ายมีคนยืนสูบอยู่ใกล้ๆ เมื่อไล่สายตาไปมองก็พบกับคนคนหนึ่ง คนที่ตั้งคำถามกับเธอ “ให้ช่วยอีกปะ” ใครคนนั้นไม่พ้นฉัตรฐาที่กำลังอัดบุหรี่เข้าปอดแล้วพ่นควันออกมา ดวงหน้าคมคายก้มลงมองลูกนกที่ถูกฝนกระหน่ำ จนปีกน่าจะบินไม่ไหวอีกต่อไป “ไปให้ไกล เหม็นบุหรี่” แพรไหมเค้นเสียงบอก แค่เรื่องที่เจอวันนี้เธอก็เหนื่อยจนอยากหยุดหายใจแล้ว ฉัตรฐายังมารังควานกันอีก แล้วไม่รู้ว่าเขาบ้าหรือเปล่าที่มายืนสูบบุหรี่กลางสายฝน ฉัตรฐาบิดปากใส่ ยังคงยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างๆ แพรไหม ก่อนเสียงฟ้าจะคำรามก้องทำให้ทั้งเขาและหญิงสาวสะดุ้งโหยง แพรไหมก้มหน้าลง เพราะเธอไม่มีแรงจะขยับตัวลุก หากนอนลงได้คงทำไปแล้ว พลันเงยหน
บทที่ 13 แพรไหมนิ่งเงียบไปหลายนาที หัวใจเจ็บจนแทบทนไม่ไหว พลางมองหน้าคนที่เธอรักทั้งสองแล้วหลับตาลง ขณะคู่ป้าหลานบีบมือของแพรไหมอยู่ตลอด เพราะอยากให้เจ้าตัวยินยอมตกลง เฝ้ามองความหวังของพวกเธอด้วยสายตาเว้าวอนและโน้มน้าว ก่อนทั้งสองจะยิ้มร่า “โอนเงินเข้าบัญชีพิ้งค์ได้เลยค่ะ” แพรไหมมองตรงไปยังศิวัฒน์ “พี่แพร” พิพรรษพรสวมกอดพี่สาวแน่น โล่งใจไปได้มาก ส่วนพรรณรวีถอนหายใจยาว ทว่าไม่ถึงเสี้ยววินาทีกลับถูกผลักให้ตกจากสวรรค์ชั้นฟ้า “แต่พิ้งค์ต้องขายตัวเอง” แพรไหมพูดให้ครบใจความ แล้วสะบัดตัวให้น้องสาวคลายอ้อมกอดออก ดวงตาแข็งกระด้าง ไร้ความอ่อนโยน “พี่แพร” พิพรรษพรหน้าชา เมื่อพี่สาวจะให้เธอทำสิ่งที่น่าขยะแขยง “ทำไม ขายไม่ได้เหรอ” แพรไหมตั้งคำถามเสียงหยัน เธอเจ็บไปทั้งใจจนมันชาแทบไม่รู้สึกอะไรแล้ว โชคดีที่มันยังเต้นได้อยู่ “พิ้งค์จะทำแบบนั้นได้ยังไง ถ้าทำพิ้งค์จะเอาหน้าไปไว้ไหน” พิพรรษพรตาลุกวาวและเริ่มโวยวายดังลั่น “ก็เอาไว้บนคอเหมือนเดิม แต่ต้องเอาตัวไปอยู่บนเตียงของคนอื่น” แพรไหมพูดอย่างหมดเยื่อใย ไม่มี
“เรื่องนี้กูไม่รู้ คุณทีเจเป็นคนนัดร้านนี้” ฉัตรฐารีบปฏิเสธ เขาไม่บ้าถึงขั้นนั้นหรอก “เออ กูค่อยสบายใจหน่อย แต่ดีที่อย่างน้อยเขาก็มีครอบครัว ไม่ได้อยู่ลำพังแล้วยังต้องต่อสู้กับมึง” “ถ้าคนของมึงหักหลังไปยุ่งกับศัตรู มึงจะปล่อยไว้รึไง” ฉัตรฐาตั้งคำถาม คิดว่าเป็นมัฆวานก็คงไม่ปล่อยไว้เช่นกัน “ไม่อะ แต่คงฆ่าทิ้งไปแล้ว” มัฆวานมองลึกเข้าไปในดวงตาของเพื่อนอย่างทิ้งนัยสำคัญ ฉัตรฐาทำเป็นไม่ได้ยินและหันไปสนใจกับลูกค้ารายใหญ่อย่างทีเจที่เดินตรงเข้ามาหา ก่อนทั้งสามจะขึ้นลิฟต์ไปยังห้องอาหารชื่อดังเพื่อพูดคุยงานกัน ด้านพิพรรษพรเมื่อเดินเข้ามาในห้องอาหารก็ได้บอกชื่อที่จองไว้กับพนักงาน จากนั้นก็ถูกพาไปยังห้องส่วนตัวซึ่งจัดโต๊ะไว้รองรับสำหรับสี่ที่ แพรไหมมองไปรอบๆ แล้วหันไปมองน้องสาวกับคนเป็นป้า “แพรดีใจนะคะที่พวกเราได้มากินข้าวด้วยกัน” แม้ทุกอย่างอาจจะไม่ได้กลับไปเป็นเหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ได้กลับมากินข้าวพร้อมหน้ากันสักครั้งหนึ่งก็ยังดี “พี่แพรสั่งได้เต็มที่เลยนะคะ” พิพรรษพรบอกอย่างเอาใจ “ได้เลยจ้ะ” แพร
“ทำไมล่ะ...” แพรไหมแปลกใจ เพราะหลังจากวันนั้นน้องก็ส่งข้อความมาเร่งเร้าให้เธอรีบทำตามที่บอก “พิ้งค์...พิ้งค์ขอโทษ” พิพรรษพรอึกอักอยู่เกือบนาทีกว่าจะเอ่ยออกมาได้ แล้วบอกต่อด้วยเสียงอ่อยๆ “พิ้งค์ไม่ควรโทษพี่คนเดียว พี่แพรไม่โกรธพิ้งค์ได้ไหม...พิ้งค์สำนึกผิดแล้ว” “อื้อ...ไม่โกรธแล้ว” แพรไหมเงียบไปก่อนครางตอบ ในเมื่อน้องสาวรู้สึกผิดแล้วเธอก็ไม่อยากตั้งแง่ ตอนนี้น้องสาวคงจะมองเห็นถึงสิ่งที่เธอพยายามทำให้มาตลอดแล้ว “งั้นพรุ่งนี้ไปกินข้าวกันนะคะ พิ้งค์จะชวนคุณป้าไปด้วย” พิพรรษพรเอ่ยปากชวน “ได้สิ” เธอไม่ปฏิเสธ เพราะอย่างไรก็พี่น้องกัน แต่สำหรับเรื่องการเงินของคนเป็นป้า เธอยังยืนยันคำเดิมว่าจะไม่ให้ความช่วยเหลืออีกแล้ว “ไว้พิ้งค์ไปรับนะ แต่งตัวสวยๆ นะ พิ้งค์อยากไปกินอาหารที่โรงแรม” พิพรรษพรดีใจที่พี่สาวตกลง เธอจะรับหน้าที่ในการจองโต๊ะเอง “ได้เลย พี่จะรอนะ” แพรไหมมีดวงตาที่กระจ่างใสขึ้น ส่วนเรื่องบ้านเธอยังจะไปตามนัด เพราะบ้านหลังนี้อย่างไรก็ต้องเป็นของน้องสาว เธอเองก็ควรมีที่ที่เป็นของตัวเอง แล้วเวลาที่แพรไหมเฝ้ารอ
“อย่าสำคัญตัวผิด ฉันพาเกลมาทำบุญต่างหาก” ฉัตรฐาอยากจะหัวเราะเย้ยใส่แพรไหมที่คิดไปว่าเขามาที่นี่เพราะเจ้าตัว แล้วเค้นเสียงถามกลับไป “ยังไม่เลิกชอบคิดเข้าข้างตัวเองอีกเหรอ เธอไม่ได้สำคัญกับฉันเลยสักนิด” “แล้วที่ผ่านมามาด้วยทำไมทุกปี” เธอนึกสงสัยขึ้นมา เรื่องวันเกิดพอเข้าใจแล้ว แต่เรื่องที่เขาอุตส่าห์ตื่นเช้ามาทำบุญด้วยกันตลอดสองปีที่ผ่านมา เขาทำไปเพื่ออะไร ฉัตรฐาไหวไหล่ เขาไม่จำเป็นต้องมานั่งตอบคำถาม “อ้อ หรือว่าอยากจะทำบุญให้คนที่ตายไป เผื่อความละอายในใจจะลดลงบ้าง แต่ดีใจด้วยนะคะ ที่สุดท้ายก็ได้ผล เธอคนนั้นให้อภัยเรื่องพี่ชายที่จมน้ำตายได้แล้ว ทำบุญวัดนี้ได้สมดังใจหวังจริงๆ” แพรไหมคาดเดาเองเมื่อไม่ได้คำตอบ “แพรไหม” ฉัตรฐาตาลุกวาวเมื่อแพรไหมกำลังล้ำเส้น ไม่รู้ว่าเธอไปรู้เรื่องนั้นได้อย่างไร แต่เจ้าตัวไม่มีสิทธิ์พูดเรื่องของเขา หญิงสาวไหวไหล่บ้าง ทำไมเธอต้องยอม ในเมื่ออย่างไรเขาก็ตามรังแกกันอยู่ดี ยิ่งยอมอ่อนฉัตรฐาจะยิ่งได้ใจ คิดแล้วแพรไหมก็เดินเชิดหน้าอย่างถือดีผ่านหน้าคนชังไป ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยอีกแล้ว ทว่าจังหวะนั้นร่างบางกลับเซถอยห






![นางบำเรอมาเฟีย [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
