Beranda / วัยรุ่น / ไม่ใช่เพื่อนเล่น / ตอนที่9 เอาบิลมานี่

Share

ตอนที่9 เอาบิลมานี่

last update Tanggal publikasi: 2026-07-14 23:25:59

แหวนนิลได้แต่บ่นในใจ   เธอรู้ดีว่าตัวเองไม่สบายเพราะอะไร  แต่มันก็ช่วยไม่ได้  ทั้งงานที่ร้านเสริมสวยหรืองานแต่งหน้าในคลับเอสมันทำให้เธอเดินเข้าห้องน้ำลำบากนี่นะ  ลูกค้ายิ่งเยอะเงินก็ยิ่งเข้ากระเป๋ามาก  เธอถึงได้ติดนิสัยอั้นฉี่ไปเสียนี่...

            “ฟางกลับไปนอนที่บ้านเถอะ  น้าไม่เป็นไรหรอก”

            “แต่ฟางจะอยู่เป็นเพื่อนน้า”

            “กลับบ้านไป พรุ่งนี้มีเรียนแต่เช้านะ”

            “ให้คนไข้พักผ่อนก่อนเถอะครับ”

            แหวนนิลแกล้งหลับตาเหมือนอยากนอนหลับ  คนอื่นๆ ในห้องถึงเดินออกไปกันหมด  เมื่อได้ยินเสียงปิดประตูแล้ว  เธอจึงลืมตามองรอบๆ ตัว

            “ตายแล้ว!ตายแน่ๆ”   แหวนนิลอยากจะร้องกรี๊ดๆ ออกมาแต่ก็ไม่มีแรงที่จำทำแบบนั้น  หรือถ้าทำได้เธอก็อยากลุกจากเตียงแล้วขอย้ายห้องทันที!

            ‘ก็นี่มันห้องพิเศษนี่นะ  แล้วแบบนี้ค่าห้องค่ายามันปาไปเท่าไหร่แล้วเนี่ย’

            ฟางข้าวยืนหน้าซีดเป็นรอบที่สองในระยะเวลาห่างกันไม่ถึงชั่วโมง เพราะบิลค่ารักษาพยาบาลของแหวนนิลที่พยาบาลยื่นมาตรงหน้า  ปกติฟางแก้วมีเงินติดตัวไม่ถึงร้อยบาท  เงินทุกบาททุกสตางค์น้าแหวนนิลเป็นคนจัดการหมด   ถ้าเธอมีเงินที่เหลือจากค่าขนมในแต่วันเธอก็คืนให้น้าสาวจนหมด         

            “เอาบิลมานี่” เอื้อมดาวดึงบิลค่ายาออกจากมือของฟางแล้วรีบชำระเงินผ่านบัตรเครดิตทันที

            “ขอบคุณค่ะ”  ฟางข้าวยกมือไหว้ครู  น้ำตาที่แห้งไปแล้วจะไหลออกมาอีกรอบ “หนูมีเงินเมื่อไหร่จะรีบเอามาใช้ให้นะคะหรือจะทำสัญญาเงินกู้ก็ได้ค่ะ”

            “ไม่ต้องคิดมากหรอกจ๊ะ”

            “วันนี้ครูโทรไปหาหนูที่บ้านมีเรื่องอะไรเหรอคะ” ฟางข้าวถามอย่างเพิ่งนึกได้

            “ครูจะถามเรื่องงานพิเศษที่เสนอให้หนูไปทำนะจ๊ะ”

            “งานพิเศษที่จะให้เป็นติวเตอร์หรือคะ”

“ใช่จ๊ะ ได้คำตอบหรือยังจ๊ะ”

            ฟางข้าวนิ่งไปครู่หนึ่งเธอนึกถึงตัวเลขที่เป็นหนี้หลักแสนอยู่นั้นบวกบิลค่ารักษาพยาบาลของน้าแหวนนิล  และการที่น้าไม่สบายขนาดนี้ก็เพราะเธอแท้ ๆเลย  

            ‘ถ้าทำงานมีรายได้ ก็คงเพราะช่วยไม่ให้น้าแหวนทำงานหนักแบบนี้’

            “ฟางตกลงค่ะ”

            เอื้อมดาวอ้าปากค้างอย่างแปลกใจไม่คิดว่าจะได้ยินคำตอบง่ายขนาดนี้

             “ฟางกินอะไรมาหรือยัง เรากินข้าวไปคุยกันไปดีไหม”

            ฟางข้าวพยักหน้าแทนคำตอบเธอก็รู้สึกว่าท้องร้องแล้วเหมือนกัน  เอื้อมดาวกดโทรศัพท์พูดคุยอยู่ไม่กี่ประโยคก่อนจะพาฟางแก้วขึ้นรถและขับมาที่ร้านอาหารน่ารักๆ ร้านหนึ่ง ไม่ไกลจากโรงพยาบาลนัก ทีแรกที่พีระเห็นเบอร์ที่โทรเข้ามาในมือถือก็แทบจะกระโดดตัวลอย  แต่พอน้ำเสียงหวานใสแต่พูดจาห่างเหินคุยธุระแค่ไม่กี่คำก็วางสายทำให้จิตใจเขาห่อเหี่ยวขึ้นมา

            “นิสัยเย็นชามันถ่ายทอดทางพันธุกรรมหรือไงนะ”   

พีระบ่นอย่างน้อยใจ โชคดีที่งานวันนี้เสร็จแล้วเขาก็อยู่ใกล้ร้านอาหารที่เอื้อมดาวนัดพบ           เขาเลี้ยวรถเข้าไปจอดเสร็จแล้วก็เดินไปหาคนที่นัดหมายไว้ ร่างเล็กๆ ของสาวน้อยแว่นหนาผมเปียทำให้พีระชะงักเท้าก่อนที่จะเข้าไปทักทายเอื้อมดาว ฟางข้าวเหมือนจะรู้สึกตัวว่าถูกมองเธอก็เงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาใสซื่อเหมือนลูกแมวน้อย

“คุณพีระทานข้าวหรือยังคะ  ดาวสั่งไปเยอะเลย”     เอื้อมดาวถามแล้วเรียกพนักงานให้นำจานมาเพิ่ม 

พีระยิ้มแทนคำตอบแต่อดสำรวจร่างเด็กผู้หญิงที่นั่งข้างๆ ไม่ได้  ท่าทางเด็กเรียนนั่นคงเป็นของจริง แต่ที่ดูใส่ซื่อและหัวอ่อนนี่ซิ  จะไปสู้รบปรบมือกับนายเวย์ไหวเหรอ!

            “นี่น้องฟางข้าวที่จะให้เป็นติวเตอร์ให้เวย์ค่ะ” เอื้อมดาวแนะนำ   ฟางข้าวยกมือไหว้อย่างประหม่า

            “ดูยังเด็กๆ อยู่เลยนะครับ” ใจจริงอยากพูดว่า ‘จะรอดมั๊ยเนี่ย’ ต่างหากละ

            “คนนี้ได้ฉายาเด็กอัจฉริยะเชียวนะคะ ถ้าไม่ติดเรื่องทุนทรัพย์อาจจะได้เป็นดอกเตอร์ที่อายุน้อยที่สุดก็ได้ค่ะ”

            “เรื่องเรียนเก่งผมไม่กังวลเท่าไหร่หรอกครับคุณดาว” พีระกระแอมเบาๆ พยายามคิดหาคำพูดที่ดูเบาและกระทบจิตใจคนฟังน้อยที่สุด “ผมเกรงว่าหนูคนนี้จะเอานายเวย์ไม่อยู่”

            “เรื่องนั้นดาวทราบค่ะ” เอื้อมดาวยิ้มอย่างมีเลศนัย  “นายเวย์เค้ามีพันธะสัญญากับทางบ้านอยู่ ถ้าผลการเรียนตกต่ำกว่านี้ เขาจะไมได้ทำงานที่รักแน่ค่ะ”

            “แต่ว่า....” พีระอึกอัก   “น้องหนูนี่...เป็นผู้หญิงนะครับ”

            เอ๊ะ! เป็นผู้หญิงแล้วไงยะ   ฟางข้าวเริ่มทำหน้าไม่พอใจ  แม้เธอจะไม่เข้าใจอะไรก็ตาม แต่เธอไม่ชอบหน้าผู้ชายคนนี้นักหรอก

            “ตายจริง!ดาวลืมไปสนิทเลย”  

เอื้อมดาวทำหน้าตกใจ  คราวนี้ฟางข้าวตกใจไปด้วย ทำไมละ แค่เพราะเธอเป็นผู้หญิงเลยจะไม่ให้ทำงานแล้วเหรอ   ตอนนี้เธออยากทำงาน อยากมีเงินไปใช้หนี้และรักษาน้าแหวนนิลด้วย ฉันไม่อยากเป็นคนจนไปตลอดชีวิตนะ

 “เป็นผู้หญิงแล้วทำไมคะ” ฟางข้าวถามทั้งน้ำเสียงสั่นๆ   “คนนั้นเกลียดผู้หญิงเหรอคะ”

พีระกับเอื้อมดาวหันมามองหน้าฟางแก้วก่อนหันไปมองหน้ากันอีกและเผลอหัวเราะออกมา พีระอยากจะหัวเราะให้ดังไปถึงนอกเลยทีเดียว

“คุณดาวไม่ได้บอกหรือครับว่าจะให้ไปสอนใคร”

ฟางข้าวส่ายหน้าจนผมเปียสะบัดไปมา   “ให้ฟางทำงานเถอะค่ะ  ทดลองงานฟางก่อนก็ได้นะคะ

“มันไม่ใช่แบบนั้นหรอกจ๊ะ”  เอื้อมดาวพยายามหยุดหัวเราะ

“แล้วมันเป็นแบบไหนล่ะคะ”

“คือ..”  พีระมองฟางข้าวตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกรอบ   หน้าอกหน้าใจก็ราบเรียบจนไม้กระดานนึกว่าเป็นญาติกัน 

“ผู้หญิงก็ผู้หญิง ถ้าไม่กลัวว่าจะตกเป็นข่าวซุบซิบเสียงชื่อเสียงก็ลองดู”

“ได้ค่ะ ขอให้ฟางได้ทำงานก็พอแล้ว”

พีระกับเอื้อมดาวหันมามองหน้าฟางข้าวอย่างตกใจ แววตามุ่งมั่นกับน้ำเสียงจริงจังทำให้รู้ว่าเด็กผู้หญิงคนนี้เอาจริงพีระถึงกลับกระตุกยิ้มออกมา เอาละซิงานนี้ท่าทางสนุกแฮะ!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ไม่ใช่เพื่อนเล่น    ตอนที่60 ฝัน/ฉ่ำ/รัก (3)

    เรื่องอะไรที่ทำให้เธออ่อนแอขนาดนี้คำถามมากมายผุดขึ้นในสมองของผม แต่ไม่อาจเอ่ยถามออกมาได้ เพียงเพราะคนที่อยู่ในอ้อมกอดไม่พร้อมที่จะโดนรุมล้อมด้วยคำถามซึ่งอาจเป็นปัญหาที่เธอไม่อยากคิดจะเจอมันในเวลานี้ ผมได้แต่ลูบเส้นผมของเธอแผ่วเบาคล้ายปลุกปลอบปล่อยให้เธอสะอื้นอยู่กับอกของผมจนรู้สึกถึงความชื้นจากหยดน้ำตาของพราย ถ้าเป็นไปได้ผมอยากแบ่งหยดน้ำตาและความเจ็บช้ำมาที่ตัวผม อย่างน้อยให้เธอปวดเจ็บน้อยที่สุด“โคมคงไม่ว่านะที่มีผู้หญิงมาหาตอนกลางคืนแล้วก็มาร้องไห้อยู่อย่างนี้” เธอเอ่ยขึ้นแล้วดันตัวเองออกมาจากอกของผม รู้สึกเสียดายลึกๆ เสียดายที่เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน“ไม่หรอก...คนอื่นจะว่ายังไงโคมไม่เคยสนใจ ที่โคมสนใจคือตัวพรายและทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นพรายเพราะโคมไม่ได้อยู่ใกล้ๆพรายและรับรู้เรื่องราวว่าพรายเป็นยังไง นอกจากที่พรายเขียนมาเล่าทางจดหมายเท่านั้น แต่โคมก็อยากให้พรายรู้ว่าถึงยังไงพรายจะยังมีโคมเสมอทุกเวลาที่พรายต้องการ”ผมเห็นพรายยิ้ม เธอยิ้มทั้งน้ำตา ผมจะเช็ดหยดน้ำที่ใบหน้าของเธอก็เช็ดมันออกเสียเอง“พรายจะไม่ขี้แยอีกแล้วล่ะ พรายจะเช็ดน้ำตาด้วยตัวพรายเอง พรายดีใจที่รู้ว่าโคมยังเข้าใจพราย

  • ไม่ใช่เพื่อนเล่น    ตอนที่ 59 ฝัน /ฉ่ำ /รัก (2)

    “ถามทำไม”“จะเพ้นท์เสื้อให้โคมสักตัวนะ” เธอตอบเสียงดังแข่งกับเสียงลมที่เร็วขึ้นตามแรงบิดคันเร่งของผม“ของฟรีหรือเปล่า”ผมถามเมื่อส่งเธอตามที่หมายเธอพยักหน้าก่อนโบกมือลา เล่นเอาคนแถวนั้นมองผมเป็นตาเดียวแล้วอีกสัปดาห์ถัดมาเสื้อยืดพื้นสีขาวสะอาดก็ถูกส่งมาทางพัสดุไปรษณีย์ พรายเพ้นท์รูปตะเกียงที่มีเปลวไฟสีเขียวอ่อนอย่างที่ผมชอบมาให้ เธอแนบจดหมายมาด้วย ผมจึงรู้ว่าเธอย้ายไปอยู่แพร่กับอาแท้ๆของเธอที่เข้าใจว่าเธอต้องการเรียนสิ่งใด เธอไม่ได้เพ้นท์เสื้อให้ผมคนเดียวหรอก แต่ยังรวมถึงพี่หัวหน้าและคนที่เธอนับเป็นเพื่อนด้วย แต่สำหรับผมแล้วถือเป็นมิตรภาพอย่างหนึ่งที่ต้องรักษาไว้ ผมตอบจดหมายของเธอตามที่อยู่ที่เธอเขียนไว้ที่มุมบนของจดหมาย แล้วเรื่องราวต่างระหว่างผมและพรายก็ติดตามมา ผมเริ่มรอจดหมายของเธอเมื่อหายไปนานๆและเป็นห่วงเธอเสมอ เธอเองก็ดูจะห่วงผมที่ชอบเก็บเอาคำพูดของคนอื่นมาคิดจนน้อยใจและเสียใจบ้างบางเวลา บางครั้งดอกไม้แห้งที่บรรจุในกล่องอย่างดีก็เดินทางมาถึงพร้อมกับถ้อยคำที่เป็นห่วงเป็นใย ผมไม่อยากเข้าข้างใจตัวเองว่าเธอมีผมเพียงคนเดียวที่เธอห่วงอย่างนี้ ก็ขนาดเสื้อเธอยังเพ้นท์แจ

  • ไม่ใช่เพื่อนเล่น    ตอนที่58 ฝัน /ฉ่ำ /รัก (1)

    นาฬิการูปตัวการ์ตูนที่แขวนอยู่ข้างห้องบอกเวลาเพิ่ง 2 ทุ่มกว่าๆ เท่านั้น ผมย้ายสายตากลับมาที่นอกหน้าต่างอีกครั้ง ซึ่งเวลานี้เม็ดฝนกำลังเหยียบย้ำพื้นดินเป็นจังหวะแผ่วเบาคล้ายดนตรีเต้นรำที่เชื่องช้าทว่านุ่มนวล ผมชักอยากเต้นรำจังหวะสายฝนดูสักครั้งหากแต่ไม่กังวลงานที่กองอยู่เต็มโต๊ะตรงหน้า มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่ตัวผมเองตะเกียดตะกายเร่งให้ตัวเองจบเร็วๆ และใช้ชีวิตของคนทำงานเร็วกว่าคนอื่น ถ้าเปรียบเทียบกันแล้วในเวลานี้เพื่อนๆรุ่นผมคงอยู่แค่ปี 3 ในขณะที่ผมทำงานมัณฑนากรได้เกือบ 2 ปีแล้ว ความจริงผมเรียนรู้ชีวิตที่ต้องดิ้นรนมาตั้งแต่เรียน ม.ต้นแล้วและเริ่มชินขึ้นเรื่อยๆ เป็นความจำเป็นของทางบ้านที่ส่งผมเรียนอย่างที่ผมตั้งใจไม่ได้ผมจึงต้องแสวงหาสิ่งที่ต้องการด้วยตัวเอง เวลาส่วนใหญ่ของผมจึงมีแค่เรื่องเรียนและงาน ต้องรู้จักที่จะปรับตัวเองเข้ากับสังคมที่หาความจริงใจยากขึ้นทุกวัน ต้องคอยหลบเหลี่ยมคนที่จะมาเอาเปรียบ ผมไม่เคยคิดเอาเปรียบใครแต่ก็ไม่ต้องการให้ใครมาเอาเปรียบด้วย และนี้ก็คือข้อแตกต่างอย่างสิ้นเชิงเวลาที่อยู่กับเพื่อนๆของผม ที่มักจะมองว่าผมเป็น “คนแก่” แก่คิดนะ ผมร

  • ไม่ใช่เพื่อนเล่น    ตอนที่57 คืน/เหงา/เรา/ฝน (2)

    “ญาณาฝันร้าย...” น้ำเสียงแผ่วเบาของเธอ คล้ายเสียสะอื้นไห้ แขมโอบกอดร่างที่สั่นน้อยๆ นั่นไว้อก ลูบเส้นผมของเธอเบาๆ อย่างปลอบโยน ให้เธอนั่งพักที่ขั้นบันได“ไม่เป็นไรแล้ว แขมอยู่นี้ คงจะไข้ขึ้นนะ เดี๋ยวแขมไปส่งเข้านอนแล้วกัน”“ญาณาไม่อยากหลับแล้ว” เธองอแงอย่างกับเด็กเกเรจนแขมชักนึกอย่างลงโทษให้เข็ดหลาบสักที“ญาณากลัวฝันร้าย...” ดวงตาของเธอเริ่มจะปิด แต่ปากของเธอยังขยับส่งเสียงแผ่วๆ ที่แขมเองอยากแนบหูลงใกล้ๆ ริมฝีปากบางๆ ของเธอ อยากได้ยินชัดๆว่าเธอพูดอะไร“แขมจะอยู่เป็นเพื่อน” แขมไม่รอฟังว่าเธอจะเถียงว่าจะนอนหรือไม่...พาเธอกลับไปที่นอนของเธอ...ที่เตียงของเขา“บางทีญาณาเองก็ไม่รู้ตัวเองกำลังทำอะไร เสียใจแค่ไหนกับที่เจฟไม่ใยดีกับญาณาแล้ว รู้เพียงแต่ ไม่อยากอยู่ตรงนั้น...ไม่อยากเจอคนๆนั้น...แขมเข้าใจไหม”“เข้าใจซิ”ชายหนุ่มรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองเขา นาทีต่อมาเธอก็ยื่นหน้าประกบริมฝีปากกับเขา ตัวเธอเย็นจนน่าสงสาร เขารั้งเธอมากอดเพื่อมอบไออุ่น ทรวงอกที่ไร้ชุดชั้นในเบียดแนบชิดแผงอกแม้จะมีเสื้อผ้าของทั้งคู่สวมอยู่“จะดีเหรอ” เขาถาม มีมารและเทวดาส่งเสียงโต้เถียงกันอยู่ในหัว“ญาณาหวาว แขม

  • ไม่ใช่เพื่อนเล่น    ตอนที่56 คืน/เหงา/เรา/ฝน (1)

    พายุฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ทะเลยามค่ำคืนในเวลานี้ช่างดูน่ากลัวเหลือเกินต้นไม้ที่ยืนต้นอยู่ริมหาดคล้ายจะหักลงเมื่อลมพัดอย่างแรงแขมอุ้มร่างบางๆ ของญาณาเข้ามาในบ้านพักริมหาดของเขาอย่างลำบากไม่ใช่ว่าตัวของเธอจะหนัก แต่กลับเป็นเพราะมือทั้งสองข้างดูเหมือนจะไม่พอใช้งานเลยกว่าจะไขกุญแจบ้านแล้วอุ้มเธอมาถึงห้องรับแขกได้ ก็ผ่านอุปสรรคหลายๆ ด่านมากทีเดียวเขาวางร่างของเธอลงบนโซฟาตัวยาวใหญ่กลางห้อง ก่อนที่จะเดินไปเปิดไฟฟ้าให้ภายในห้องได้สว่างขึ้น ได้เห็นใบหน้าใสๆ ที่เวลานี้ปิดเปลือกตาสนิท เสื้อผ้าของเธอเปียก แขมถอนหายใจหนักๆ ก่อนที่จะวิ่งขึ้นไปที่ห้องของตัวเอง เตรียมที่นอนใหม่ให้เธอพร้อมกับเสื้อผ้าของเขา ก่อนที่จะย้ายร่างที่หลับใหลไปที่ห้องนอนของเขาเอง...“ญาณา ไหวไหม เปลี่ยนเสื้อก่อน เดี๋ยวไม่สบายนะ” แขมพยายามปลุกเธอญาณาปรือตาขึ้นก่อนพยักหน้ารับช้าๆ คว้าเสื้อของเขาไป แขมขยับแว่นสายตากรอบหนากระชับใบหน้าก่อนหันหลังให้เธอ มองเหม่อไปที่ภาพนอกหน้าต่าง ทะเลที่แสนสวยงาม เวลานี้ดูน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก“เสร็จแล้วแขม” เสียงของเธอแผ่วเบา แต่ในความเงียบภายในห้องนั้นก็ทำให้เขาได้ยินเสียงของเธอชัดเจน แล

  • ไม่ใช่เพื่อนเล่น    ตอนที่55 เรื่องนี้อธิบายได้

    พริ้มมาทำงานปกติ หมดเดือนที่สองของการทำงานแล้ว มหาวิทยาลัยกำลังจะเปิดเทอมในไม่ช้า แม้ว่าเธอไม่จำเป็นต้องเข้าเรียนทุกวันก็ได้ แต่ตอนนี้เธออยากเอาเวลาทั้งหมดทุ่มเทให้การเรียนและเธอตั้งใจจะเรียนออกแบบเสื้อผ้าไปด้วย ซึ่งแม่ก็ต้องการให้เธอมุ่งมั่นกับสิ่งที่ฝัน วันนี้พริ้มตั้งใจเข้ามาคุยกับพี่เดือนเพ็ญ เพื่อว่าจะขอทำงานเฉพาะวันเสาร์หรือทำตอนเย็น เธอยังต้องการรายได้สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่จะไม่ทำให้แม่ต้องกู้หนี้ยืมเงินใครมาเธอเดินมาหยุดที่หน้าห้องทำงานของพี่เดือนเพ็ญแต่เมื่อเคาะประตูแล้วไม่มีใครเปิด เธอก็ถอยหลังไม่แน่ใจว่าคุณเดือนเพ็ญอยู่หรือไม่ แต่สายตาเธอเหลือบไปเห็นห้องประธาน เธอสูดลมหายใจลึก ใครๆ ก็บอกว่าท่านประธานเจ้าของโรงงานเป็นคนใจดีมีเมตตา บางทีท่านอาจจะพอรับฟังปัญหาของเธอได้บ้าง“ขออนุญาตคะ”“เชิญครับ”“คือหนูมีเรื่องจะปรึกษาค่ะ” น้ำเสียงที่คุ้นเคยทำให้พริ้มชะงักไปและพริ้มพูดได้แค่นั้นก็ต้องอ้าปากค้าง ชายหนุ่มที่นั่งตรงหน้าก้มหน้าก้มตาอยู่กับเอกสารกองโต อีกฝ่ายไม่ได้ยินคำพูดใดๆ ต่อจึงเงยหน้าขึ้น แล้วก็เป็นเขาที่ตกใจจนหน้าซีด ร่างสูงรีบลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ “พริ้ม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status