Beranda / วัยรุ่น / ไม่ใช่เพื่อนเล่น / ตอนที่8 เกิดเป็นคนจนนี่ลำบากจัง

Share

ตอนที่8 เกิดเป็นคนจนนี่ลำบากจัง

last update Tanggal publikasi: 2026-07-14 23:25:20

“นี่ยัยฟาง เอาหนังสือพวกนี้ไปคืนห้องสมุดให้ด้วยนะ”

            ฟางข้าวเงยหน้าขึ้นจากสมุดรายงานตรงหน้า  เธอขยับแว่นสายตากรอบหนาสีดำขึ้นชิดใบหน้า    หนังสือกองสูงเกือบหนึ่งฟุตวางตรงหน้าแต่พอเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของก็เห็นหน้าของชมพูกับเพื่อนยืนหัวเราะ

            “ตะ...แต่...แต่เราต้องรีบเขียนสรุปกิจกรรมให้อาจารย์เย็นนี้”   ฟางข้าวพูดเสียงเบา

            “ก็นั่นมันเรื่องของเธอ  แต่อย่าลืมที่ฉันสั่ง หรือจะให้ฉันทวงดอกเบี้ยที่น้าเธอยืมไปต่อหน้าเพื่อนๆ ล่ะ” ชมพูเชิดหน้าขึ้น เพื่อนๆ หัวเราะกันใหญ่ เมื่อทั้งหมดเดินจากไปแล้ว  ฟางถึงหายใจโล่งขึ้น

            ‘เกิดเป็นคนจนนี่ลำบากจัง’

            ฟางข้าวรู้สึกเหมือนเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นกับเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำไมหนอ! ใคร ๆ ก็พากันเรียกเธอว่าเด็กอัจฉริยะ      แต่เธอกลับไม่รู้สึกอย่างนั้นเพราะแค่ปัญหาชีวิตของตัวเองเธอยังเอาตัวไม่รอด ไม่ใช่ซิ!

เพราะปัญหาชีวิตมันไม่ง่ายเหมือนเวลาทำข้อสอบนี่  ฟางข้าวจัดการเอาหนังสือกองโตมาคืนห้องสมุดแต่วันนี้ไม่เห็นอาจารย์บรรณารักษ์คนสวยที่ใจดี  ฟางข้าวจึงเดินทางกลับบ้านอย่างเหงาหงอยเช่นทุกครั้ง  ชีวิตเธอมันก็แค่นี้แหละคือตั้งใจเรียนให้ได้ที่ 1 คว้าเอาทุนเรียนดีมาครองให้ได้โดยไม่จำเป็นต้องสนใจเสียงรอบข้าง พูดง่ายแต่ทำยากนะซิ! ฟางข้าวถอนหายใจ  เธอจะมีประโยชน์หน่อยก็ตอนที่เพื่อนใช้งานเธอแบบนี้แหละ รูปโปสเตอร์ขนาดใหญ่โฆษณามือถือยี่ห้อหนึ่งทำให้หญิงสาวหยุดยืนมอง    กลุ่มเด็กวัยรุ่นอายุไล่เลี่ยกับเธอส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดพยายามแกะโปสเตอร์นั่นออกเพื่อเป็นของตัวเอง

            “กรี๊ดๆ พี่เวย์ของฉัน”

            “ยัยบ้า!พี่เวย์ของฉันต่างหากละ”

            ฟางข้าวขยับแว่นตากรอบหน้าชิดใบหน้าก่อนเดินเลยไปไม่สนใจจะยื้อแย่งโปสเตอร์ เดินไปทางไหนก็เห็นแต่หน้ามิสเตอร์เวย์ หรือ เวย์ อนันดา เปิดโทรทัศน์ก็เจอเล่นละคร เดินเข้าห้างสรรพสินค้ายังได้ยินเพลงของมิสเตอร์เวย์  ท่าทางเดือนหนึ่งเขาคงทำงานได้เงินเป็นแสน  ฟางข้าวถอนใจ  ทำไมบางคนถึงรวยเอาๆ แต่คนจนอย่างเธอถึงจนเอาๆ   เธอเรียนหนักแทบตายอ่านหนังสือท่องตำรา กว่าจะได้คะแนนยอดเยี่ยม แถมต้องหมกมุ่นกับการเขียนโครงการต่างๆ เพื่อขอทุน กว่าจะได้เงินมาเป็นค่าเทอม แล้วพวกดาราพวกนั้นแหละไม่เห็นทำอะไรสาหัสเท่าเธอเลย  แต่กลับมีเงินเป็นกอบเป็นกำ สวรรค์! ความยุติธรรมมีจริงหรือนี่!!!

            ตายแหละ!  นี่เราอิจฉาคนอื่นอยู่เหรอ ฟางข้าวตบแก้มตัวเองเบาๆเพื่อเตือนสติ ต้องอดทนไว้เรียนจบเมื่อไหร่  อีกหน่อยเธอจะเรียกเงินเดือนสูงๆ ให้สมค่าความเหนื่อยอยากที่ท่องตำรามาแทบเป็นแทบตายแบบนี้!มือเล็กผลักประตูบ้านเข้ามาอย่างเคยชิน  แต่ภาพคนนอนฟุบอยู่กับฟื้นห้องทำให้ฟางแก้วตาโตรีบวิ่งไปที่พื้นห้อง

            “น้าแหวน!”

            “ฟาง...ฟางมาแล้ว...เหรอ...” เสียงอ่อนระโหยโรยแรงของแหวนนิลทำให้ฟางแก้วใจหวิว          

            “น้าแหวนตัวร้อนจี๋เลย” ฟางข้าวพยายามประคองน้าให้ลุกนั่งแต่ตัวเธอเล็กกว่าผู้เป็นน้าทำให้ทำได้ลำบาก   พอจับน้านั่งได้ก็เห็นรอยเปื้อนบนพื้นที่น่านั่งทับเป็นสีเลือดจางๆ

            “น้าแหวน!น้า...น้าเลือด..เลือดออก”

            “อย่าตกใจ...น้า...ไม่ได้...เป็น...เป็นอะไรมาก...มากหรอก”

            “ฟางจะไปโทรเรียกรถพยาบาล” ฟางข้าวลุกขึ้น แต่มือของน้าจับแขนของฟางข้าวไว้ก่อน แต่มือนั่นก็ไร้เรี่ยวแรง

            กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงง !!!!!!!!!

            ยังไม่ทันที่ฟางข้าวจะเดินไปถึงโทรศัพท์มือถือก็ร้องเสียงดังออกมากก่อน   ฟางข้าวเอื้อมมือไปรับสายอย่างมึนงงเหมือนคนสติแตก

            “ฟางใช่มั๊ยจ๊ะ นี่อาจารย์เอื้อมดาวเองนะจะถามเรื่อง.....”

            “ฮือๆ ช่วยด้วย ฮือๆ ช่วยฟางด้วย”  ฟางข้าวร้องไห้สะอึกสะอื้นขึ้นมาทันที

            “ฟางเป็นอะไร!เกิดอะไรขึ้น”

            “ฟางไม่ได้เป็นอะไรค่ะ ฮือๆ น้าแหวน ฮือๆ น้าแหวนไม่สบาย ฮือๆ น้าแหวนเลือดออก!ฮือ ๆ”

            “ทำใจดีๆไว้จ๊ะฟาง”   เอื้อมดาวพยายามสงบสติอารมณ์  “เดี๋ยวจะไปรับที่บ้าน ฟางทำใจดี ๆ ไว้ก่อนนะ”

            “ค่ะ ฮือๆ ”

            ทันทีที่วางสายจากฟางข้าว   เท้าของเอื้อมดาวก็รีบเหยียบคันเร่งมุ่งหน้าไปบ้านของฟางข้าวทันที  แต่มือหนึ่งก็ยังกดหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน  เมื่อปลายทางรับสายเธอก็กรอกเสียงผ่านแฮนด์ฟรีทันที

            “พี่หมอ! ดาวมีคนไข้ฉุกเฉินอีกไม่เกินยี่สิบนาทีจะไปถึงโรงพยาบาลนะค่ะ”

         ....

   เอื้อมดาวจับมือเย็นเฉียบของลูกศิษย์อย่างให้กำลังใจ  หลังจากที่เธอพาแหวนนิลมาส่งโรงพยาบาลแล้ว ฟางข้าวเหมือนคนสติแตกได้แต่ยืนนิ่งเงียบทำอะไรไม่ถูกเอื้อมดาวจึงจัดการให้ทุกอย่าง   ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแหวนนิลก็อยู่ในชุดของโรงพยาบาลและนอนให้น้ำเกลืออยู่บนเตียงเรียบร้อยแล้ว

            “ผลตรวจเลือดออกมาแล้วครับ” หมอหนุ่มหน้าตาละอ่อนเดินยิ้มเข้ามาในห้องฟางข้าวสะดุ้งรีบยกมือไหว้หมอทันที

            “กรวยไตอักเสบหน่ะ”

            “แล้วทำไม น้าแหวนมีเลือดออกละค่ะ”

            “น้าปวดฉี่จะไปห้องน้ำแต่ไปไม่ไหวก็เลย ราดมันตรงนั้น”  แหวนนิลก็ไม่อยากพูดเรื่องน่าอายแบบนี้ออกมา

            “มันเกิดจากการอั้นปัสสาวะบ่อยๆ การที่ปัสสาวะมีเลือดปนออกมาก็เป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ และเมื่อไม่ได้ดูแลรักษามันก็เกิดการติดเชื้อลุกลามไปที่กรวยไต ตอนนี้คนไข้ต้องพักผ่อนมากๆทานน้ำเยอะๆ แล้วก็ทานยาที่หมดสั่งอย่างเคร่งครัดนะครับ”

            สองขาของฟางข้าวเกิดหมดแรงเอาดื้อๆ เธอทุดลงไปนั่งกับพื้น เอื้อมดาวตกใจจนต้องรีบเข้าไปประคอง

            “เพราะฟางแท้ๆ เลยทำให้น้าแหวนไม่สบายขนาดนี้ ฮือๆ ”

            “อย่าคิดมากน้าพักไม่กี่วันก็หายไปทำงานได้แล้ว ใช่มั๊ยคะหมอ” แหวนนิลพยายามทำร่าเริงแต่น้ำเสียงเหนื่อยอ่อน

            “ครับ...แต่อาจจะต้องพักนานหน่อย”

            ‘ฉันจะไปหยุดงานนานๆ ได้ไงเล่าหมอบ้า!’

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ไม่ใช่เพื่อนเล่น    ตอนที่60 ฝัน/ฉ่ำ/รัก (3)

    เรื่องอะไรที่ทำให้เธออ่อนแอขนาดนี้คำถามมากมายผุดขึ้นในสมองของผม แต่ไม่อาจเอ่ยถามออกมาได้ เพียงเพราะคนที่อยู่ในอ้อมกอดไม่พร้อมที่จะโดนรุมล้อมด้วยคำถามซึ่งอาจเป็นปัญหาที่เธอไม่อยากคิดจะเจอมันในเวลานี้ ผมได้แต่ลูบเส้นผมของเธอแผ่วเบาคล้ายปลุกปลอบปล่อยให้เธอสะอื้นอยู่กับอกของผมจนรู้สึกถึงความชื้นจากหยดน้ำตาของพราย ถ้าเป็นไปได้ผมอยากแบ่งหยดน้ำตาและความเจ็บช้ำมาที่ตัวผม อย่างน้อยให้เธอปวดเจ็บน้อยที่สุด“โคมคงไม่ว่านะที่มีผู้หญิงมาหาตอนกลางคืนแล้วก็มาร้องไห้อยู่อย่างนี้” เธอเอ่ยขึ้นแล้วดันตัวเองออกมาจากอกของผม รู้สึกเสียดายลึกๆ เสียดายที่เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน“ไม่หรอก...คนอื่นจะว่ายังไงโคมไม่เคยสนใจ ที่โคมสนใจคือตัวพรายและทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นพรายเพราะโคมไม่ได้อยู่ใกล้ๆพรายและรับรู้เรื่องราวว่าพรายเป็นยังไง นอกจากที่พรายเขียนมาเล่าทางจดหมายเท่านั้น แต่โคมก็อยากให้พรายรู้ว่าถึงยังไงพรายจะยังมีโคมเสมอทุกเวลาที่พรายต้องการ”ผมเห็นพรายยิ้ม เธอยิ้มทั้งน้ำตา ผมจะเช็ดหยดน้ำที่ใบหน้าของเธอก็เช็ดมันออกเสียเอง“พรายจะไม่ขี้แยอีกแล้วล่ะ พรายจะเช็ดน้ำตาด้วยตัวพรายเอง พรายดีใจที่รู้ว่าโคมยังเข้าใจพราย

  • ไม่ใช่เพื่อนเล่น    ตอนที่ 59 ฝัน /ฉ่ำ /รัก (2)

    “ถามทำไม”“จะเพ้นท์เสื้อให้โคมสักตัวนะ” เธอตอบเสียงดังแข่งกับเสียงลมที่เร็วขึ้นตามแรงบิดคันเร่งของผม“ของฟรีหรือเปล่า”ผมถามเมื่อส่งเธอตามที่หมายเธอพยักหน้าก่อนโบกมือลา เล่นเอาคนแถวนั้นมองผมเป็นตาเดียวแล้วอีกสัปดาห์ถัดมาเสื้อยืดพื้นสีขาวสะอาดก็ถูกส่งมาทางพัสดุไปรษณีย์ พรายเพ้นท์รูปตะเกียงที่มีเปลวไฟสีเขียวอ่อนอย่างที่ผมชอบมาให้ เธอแนบจดหมายมาด้วย ผมจึงรู้ว่าเธอย้ายไปอยู่แพร่กับอาแท้ๆของเธอที่เข้าใจว่าเธอต้องการเรียนสิ่งใด เธอไม่ได้เพ้นท์เสื้อให้ผมคนเดียวหรอก แต่ยังรวมถึงพี่หัวหน้าและคนที่เธอนับเป็นเพื่อนด้วย แต่สำหรับผมแล้วถือเป็นมิตรภาพอย่างหนึ่งที่ต้องรักษาไว้ ผมตอบจดหมายของเธอตามที่อยู่ที่เธอเขียนไว้ที่มุมบนของจดหมาย แล้วเรื่องราวต่างระหว่างผมและพรายก็ติดตามมา ผมเริ่มรอจดหมายของเธอเมื่อหายไปนานๆและเป็นห่วงเธอเสมอ เธอเองก็ดูจะห่วงผมที่ชอบเก็บเอาคำพูดของคนอื่นมาคิดจนน้อยใจและเสียใจบ้างบางเวลา บางครั้งดอกไม้แห้งที่บรรจุในกล่องอย่างดีก็เดินทางมาถึงพร้อมกับถ้อยคำที่เป็นห่วงเป็นใย ผมไม่อยากเข้าข้างใจตัวเองว่าเธอมีผมเพียงคนเดียวที่เธอห่วงอย่างนี้ ก็ขนาดเสื้อเธอยังเพ้นท์แจ

  • ไม่ใช่เพื่อนเล่น    ตอนที่58 ฝัน /ฉ่ำ /รัก (1)

    นาฬิการูปตัวการ์ตูนที่แขวนอยู่ข้างห้องบอกเวลาเพิ่ง 2 ทุ่มกว่าๆ เท่านั้น ผมย้ายสายตากลับมาที่นอกหน้าต่างอีกครั้ง ซึ่งเวลานี้เม็ดฝนกำลังเหยียบย้ำพื้นดินเป็นจังหวะแผ่วเบาคล้ายดนตรีเต้นรำที่เชื่องช้าทว่านุ่มนวล ผมชักอยากเต้นรำจังหวะสายฝนดูสักครั้งหากแต่ไม่กังวลงานที่กองอยู่เต็มโต๊ะตรงหน้า มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่ตัวผมเองตะเกียดตะกายเร่งให้ตัวเองจบเร็วๆ และใช้ชีวิตของคนทำงานเร็วกว่าคนอื่น ถ้าเปรียบเทียบกันแล้วในเวลานี้เพื่อนๆรุ่นผมคงอยู่แค่ปี 3 ในขณะที่ผมทำงานมัณฑนากรได้เกือบ 2 ปีแล้ว ความจริงผมเรียนรู้ชีวิตที่ต้องดิ้นรนมาตั้งแต่เรียน ม.ต้นแล้วและเริ่มชินขึ้นเรื่อยๆ เป็นความจำเป็นของทางบ้านที่ส่งผมเรียนอย่างที่ผมตั้งใจไม่ได้ผมจึงต้องแสวงหาสิ่งที่ต้องการด้วยตัวเอง เวลาส่วนใหญ่ของผมจึงมีแค่เรื่องเรียนและงาน ต้องรู้จักที่จะปรับตัวเองเข้ากับสังคมที่หาความจริงใจยากขึ้นทุกวัน ต้องคอยหลบเหลี่ยมคนที่จะมาเอาเปรียบ ผมไม่เคยคิดเอาเปรียบใครแต่ก็ไม่ต้องการให้ใครมาเอาเปรียบด้วย และนี้ก็คือข้อแตกต่างอย่างสิ้นเชิงเวลาที่อยู่กับเพื่อนๆของผม ที่มักจะมองว่าผมเป็น “คนแก่” แก่คิดนะ ผมร

  • ไม่ใช่เพื่อนเล่น    ตอนที่57 คืน/เหงา/เรา/ฝน (2)

    “ญาณาฝันร้าย...” น้ำเสียงแผ่วเบาของเธอ คล้ายเสียสะอื้นไห้ แขมโอบกอดร่างที่สั่นน้อยๆ นั่นไว้อก ลูบเส้นผมของเธอเบาๆ อย่างปลอบโยน ให้เธอนั่งพักที่ขั้นบันได“ไม่เป็นไรแล้ว แขมอยู่นี้ คงจะไข้ขึ้นนะ เดี๋ยวแขมไปส่งเข้านอนแล้วกัน”“ญาณาไม่อยากหลับแล้ว” เธองอแงอย่างกับเด็กเกเรจนแขมชักนึกอย่างลงโทษให้เข็ดหลาบสักที“ญาณากลัวฝันร้าย...” ดวงตาของเธอเริ่มจะปิด แต่ปากของเธอยังขยับส่งเสียงแผ่วๆ ที่แขมเองอยากแนบหูลงใกล้ๆ ริมฝีปากบางๆ ของเธอ อยากได้ยินชัดๆว่าเธอพูดอะไร“แขมจะอยู่เป็นเพื่อน” แขมไม่รอฟังว่าเธอจะเถียงว่าจะนอนหรือไม่...พาเธอกลับไปที่นอนของเธอ...ที่เตียงของเขา“บางทีญาณาเองก็ไม่รู้ตัวเองกำลังทำอะไร เสียใจแค่ไหนกับที่เจฟไม่ใยดีกับญาณาแล้ว รู้เพียงแต่ ไม่อยากอยู่ตรงนั้น...ไม่อยากเจอคนๆนั้น...แขมเข้าใจไหม”“เข้าใจซิ”ชายหนุ่มรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองเขา นาทีต่อมาเธอก็ยื่นหน้าประกบริมฝีปากกับเขา ตัวเธอเย็นจนน่าสงสาร เขารั้งเธอมากอดเพื่อมอบไออุ่น ทรวงอกที่ไร้ชุดชั้นในเบียดแนบชิดแผงอกแม้จะมีเสื้อผ้าของทั้งคู่สวมอยู่“จะดีเหรอ” เขาถาม มีมารและเทวดาส่งเสียงโต้เถียงกันอยู่ในหัว“ญาณาหวาว แขม

  • ไม่ใช่เพื่อนเล่น    ตอนที่56 คืน/เหงา/เรา/ฝน (1)

    พายุฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ทะเลยามค่ำคืนในเวลานี้ช่างดูน่ากลัวเหลือเกินต้นไม้ที่ยืนต้นอยู่ริมหาดคล้ายจะหักลงเมื่อลมพัดอย่างแรงแขมอุ้มร่างบางๆ ของญาณาเข้ามาในบ้านพักริมหาดของเขาอย่างลำบากไม่ใช่ว่าตัวของเธอจะหนัก แต่กลับเป็นเพราะมือทั้งสองข้างดูเหมือนจะไม่พอใช้งานเลยกว่าจะไขกุญแจบ้านแล้วอุ้มเธอมาถึงห้องรับแขกได้ ก็ผ่านอุปสรรคหลายๆ ด่านมากทีเดียวเขาวางร่างของเธอลงบนโซฟาตัวยาวใหญ่กลางห้อง ก่อนที่จะเดินไปเปิดไฟฟ้าให้ภายในห้องได้สว่างขึ้น ได้เห็นใบหน้าใสๆ ที่เวลานี้ปิดเปลือกตาสนิท เสื้อผ้าของเธอเปียก แขมถอนหายใจหนักๆ ก่อนที่จะวิ่งขึ้นไปที่ห้องของตัวเอง เตรียมที่นอนใหม่ให้เธอพร้อมกับเสื้อผ้าของเขา ก่อนที่จะย้ายร่างที่หลับใหลไปที่ห้องนอนของเขาเอง...“ญาณา ไหวไหม เปลี่ยนเสื้อก่อน เดี๋ยวไม่สบายนะ” แขมพยายามปลุกเธอญาณาปรือตาขึ้นก่อนพยักหน้ารับช้าๆ คว้าเสื้อของเขาไป แขมขยับแว่นสายตากรอบหนากระชับใบหน้าก่อนหันหลังให้เธอ มองเหม่อไปที่ภาพนอกหน้าต่าง ทะเลที่แสนสวยงาม เวลานี้ดูน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก“เสร็จแล้วแขม” เสียงของเธอแผ่วเบา แต่ในความเงียบภายในห้องนั้นก็ทำให้เขาได้ยินเสียงของเธอชัดเจน แล

  • ไม่ใช่เพื่อนเล่น    ตอนที่55 เรื่องนี้อธิบายได้

    พริ้มมาทำงานปกติ หมดเดือนที่สองของการทำงานแล้ว มหาวิทยาลัยกำลังจะเปิดเทอมในไม่ช้า แม้ว่าเธอไม่จำเป็นต้องเข้าเรียนทุกวันก็ได้ แต่ตอนนี้เธออยากเอาเวลาทั้งหมดทุ่มเทให้การเรียนและเธอตั้งใจจะเรียนออกแบบเสื้อผ้าไปด้วย ซึ่งแม่ก็ต้องการให้เธอมุ่งมั่นกับสิ่งที่ฝัน วันนี้พริ้มตั้งใจเข้ามาคุยกับพี่เดือนเพ็ญ เพื่อว่าจะขอทำงานเฉพาะวันเสาร์หรือทำตอนเย็น เธอยังต้องการรายได้สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่จะไม่ทำให้แม่ต้องกู้หนี้ยืมเงินใครมาเธอเดินมาหยุดที่หน้าห้องทำงานของพี่เดือนเพ็ญแต่เมื่อเคาะประตูแล้วไม่มีใครเปิด เธอก็ถอยหลังไม่แน่ใจว่าคุณเดือนเพ็ญอยู่หรือไม่ แต่สายตาเธอเหลือบไปเห็นห้องประธาน เธอสูดลมหายใจลึก ใครๆ ก็บอกว่าท่านประธานเจ้าของโรงงานเป็นคนใจดีมีเมตตา บางทีท่านอาจจะพอรับฟังปัญหาของเธอได้บ้าง“ขออนุญาตคะ”“เชิญครับ”“คือหนูมีเรื่องจะปรึกษาค่ะ” น้ำเสียงที่คุ้นเคยทำให้พริ้มชะงักไปและพริ้มพูดได้แค่นั้นก็ต้องอ้าปากค้าง ชายหนุ่มที่นั่งตรงหน้าก้มหน้าก้มตาอยู่กับเอกสารกองโต อีกฝ่ายไม่ได้ยินคำพูดใดๆ ต่อจึงเงยหน้าขึ้น แล้วก็เป็นเขาที่ตกใจจนหน้าซีด ร่างสูงรีบลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ “พริ้ม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status