Se connecterคำตอบของเธอทำให้เพลิงตะวันชะงัก จากที่จะตำหนิ กลับกลายเป็นความรู้สึกแปลกประหลาดใจในหัวใจดวงแกร่ง
ใช่... เขาหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารพร้อมกับเธอ มันเหมือนพวกขี้ขลาดตาขาวที่ไม่กล้าสู้หน้า
แต่ลึกๆ ไปกว่านั้น เขากลัวจะหักห้ามใจตัวเองไม่ไหว ทั้งความโหยหา ทั้งความห่วงใย ถาโถมเข้ามาเมื่อมีเธอมาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้
“ขอบใจนะ แต่อาไม่ชอบกินขนมหวาน” เขาไม่อยากทำให้เธอเสียน้ำใจเลยยกโกโก้ร้อนมาดื่มแทน จริงๆ เขามักดื่มกาแฟตอนต้องทำงานดึก แต่วันนี้ถึงไม่รับกาแฟ ตาของเขาคงยังสว่างเช่นเดิม
“อาเพลิงจะนอนตอนไหนคะ” ถามแล้วรอฟังคำตอบเงียบๆ
เพลิงตะวันนึกหงุดหงิดที่เห็นอาการของเด็กสาว ปกติพิมพ์ดาวเป็นคนสดใสร่าเริง แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นคนดูเงียบๆ ประหม่า หวาดระแวง กังวลเหมือนมีเรื่องขบคิดอยู่ตลอดเวลา จนเขาเป็นกังวล คล้ายกับสาเหตุทุกอย่างเกิดมาจากตัวเขา
“ทำไม” เขาถามคำถามสั้นๆ ง่ายๆ แล้วลอบมองท่าทีของคนตรงหน้า
“หนูลองถามดูค่ะ เผื่ออาต้องการอะไร”
“อาไม่ต้องการอะไร หนูดาวไปนอนเถอะ” เขาอยากจะพูดต่อ... ว่านอนดึกระวังจะปวดหัว แต่ก็ละเอาไว้เมื่อเธอผละจากไปเงียบๆ เช่นเดิม
เป็นอีกครั้งที่เพลิงตะวันทิ้งตัวลงพิงกับพนักเก้าอี้ ถอนหายใจพรืดใหญ่ เหมือนการทำเช่นนั้นทำให้เขาสบายใจขึ้น งานที่อยู่บนโต๊ะถูกปิดเอาไว้แบบเดิม เพราะสมาธิของเขาไม่ได้อยู่กับงานเลยจริงๆ สายตาเหลือบมองโกโก้ร้อนและขนมเค้กรสช็อกโกแลต เขาจำได้ว่าเธอชอบ และเขาก็ชอบซื้อให้เธอ โดยเฉพาะในวันเกิดทุกปีของพิมพ์ดาวจะได้รับขนมเค้กช็อกโกแลตปอนด์ใหญ่ ที่เขาสั่งทำเป็นพิเศษ
“พี่กมุทครับ อย่ากังวลไปเลย ยังไงผมเป็นลูกผู้ชายพอ ผมจะรับผิดชอบพิมพ์ดาวแน่นอน แม้จะเคยคิดเอาไว้ว่าจะไม่แต่งงาน แต่พี่รู้อะไรไหมครับ ผมเริ่มจะคิดอยากมีครอบครัวก็ตอนนี้แหละ พี่จันทร์ ผมรักลูกสาวของพี่จังเลยครับ พี่สาวที่รักของผม” เพลิงตะวันหยิบรูปถ่ายของเพื่อนรุ่นพี่ทั้งสองมาถือเอาไว้ ก่อนจะสารภาพบางอย่างออกมาจนหมดเปลือก เขารู้สึกสบายใจขึ้นเมื่อได้พูด
ในชีวิตแก้ไขงานยากๆ มามากมายกว่าจะไต่เต้าขึ้นมาเป็นผู้บริหารและมีทุกอย่างพร้อมจนถึงทุกวันนี้ แต่ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่เขากำลังเผชิญมันละเอียดอ่อนเกินกว่าปัญหาใหญ่ๆ ที่เขาเคยพบ และปัญหาที่ดูเล็กๆ กลับกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่เขาต้องขบคิดอย่างหนัก แต่เพราะคำพูดอวดดีของพิมพ์ดาวทำให้เขาเลิกล้มสิ่งที่จะพูดกับเธอ คำว่ารับผิดชอบถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอเมื่อเธอเอื้อนเอ่ยแค่ว่าทุกอย่างคือการใช้หนี้
เพลิงตะวันผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่โต๊ะทำงานในทันที เขาคิดว่าควรจะเข้าห้องอาบน้ำและพักผ่อนได้แล้ว ถึงแม้จะนอนไม่หลับ แต่มีกิจกรรมอีกมากที่ทำให้เขาหลับได้ อาทิเช่น อ่านหนังสือ ดูหนังหรือฟังเพลง คืนนี้เขาอาจจะข่มตาหลับลงได้ ชายหนุ่มปลอบใจตัวเอง
ภายนอกเงียบเชียบ บ้านหลังนี้สำหรับการใช้ชีวิตอยู่สองคนดูหงอยๆ อย่างแปลกประหลาด จริงๆ เขามีบ้านของตัวเองหลายหลังและมีบ้านพักต่างอากาศอีกมากกระจายไปอยู่ทั่วในหลายจังหวัด เพื่อเปลี่ยนสถานที่ตามฤดูหรือตามความสะดวก
แต่ที่เขาต้องเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้เพราะเด็กสาวที่ชื่อพิมพ์ดาว เพลิงตะวันรู้ดีว่าเธออยากอยู่ที่นี่ ที่นี่มีความทรงจำของเธอกับครอบครัว ถ้าจะให้เธอย้ายไปปุ๊บปั๊บ เธอคงไม่ทำตาม อาจจะมีเรื่องทะเลาะกันอีก เขารู้นิสัยเธอดี แม้พิมพ์ดาวจะไม่ใช่เด็กดื้อรั้นเอาแต่ใจ แต่ก็ดื้อเงียบ อะไรที่ไม่ต้องการก็จะดื้อแพ่ง นิ่งเฉยไม่ทำตาม นั่นคือนิสัยของเธอตั้งแต่เล็กจนโต
เสียงโทรศัพท์มือถือทำลายภวังค์ความคิดมากมายของเพลิงตะวัน ปลายสายเป็นคนคุ้นเคยอีกคนที่เขาทั้งรักทั้งหวง เพราะเรื่องในอดีตที่ฝังใจตั้งแต่เด็ก พราวตะวัน น้องสาวของเขาจึงยังไม่ยอมแต่งงานกับผู้ชายคนไหนทั้งนั้น
เธอเชื่อว่าชีวิตครอบครัวและการแต่งงานคือห่วงและพันธะที่จะทำให้คนสองคนทรมาน เหมือนบิดากับมารดาที่ต้องเลิกรากันไปในที่สุด แล้วทิ้งภาระเอาไว้ให้คนข้างหลัง
เขากับน้องสาวเติบโตมากับการดูแลของปู่ย่าตายายและลุงป้าน้าอา ชีวิตที่แสนลำบากในวัยเด็กและครอบครัวที่ขาดความอบอุ่นทำให้เขาต้องดูแลพราวตะวันเป็นพิเศษ เนื่องจากกลัวน้องจะเสียคนหรือประชดชีวิตทำสิ่งไม่ดี จนอนาคตมืดมน
มีครั้งหนึ่งที่พราวตะวันเคยขอคำมั่นสัญญากับเขาว่าชีวิตที่เหลือจะไม่แต่งงาน จะไม่ต้องเป็นทุกข์เหมือนบิดามารดา แต่เขากำลังจะผิดสัญญากับน้องสาว
นี่คือเหตุผลสำคัญที่เขาสนิทชิดเชื้อกับครอบครัวกริชแก้ว แต่คนอื่นไม่สนิทและไม่รับรู้ความสัมพันธ์ลึกซึ้งอันนี้ หลายครั้งที่เขาไปไหนมาไหนแล้วไม่บอกใคร แม้แต่คนสนิท ดังนั้นเมื่อพราวตะวันเอ่ยถามและได้รับคำตอบ เธอจึงเข้าใจว่าเขาไปทำงานเท่านั้น
“พี่เพลิงอยู่ไหนคะตอนนี้ กินข้าวหรือยัง พราวคิดถึง” พราวตะวันเป็นหญิงสาวตัวเล็ก ทำให้เธอดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงอยู่มาก แม้จะเลยวัยเข้าสู่เลขสามแล้วก็ตามที
“อยู่กรุงเทพฯ ครับ พราวล่ะกินข้าวหรือยัง” เพลิงตะวันยิ้มบางๆ ที่มุมปากด้วยความเอ็นดูน้องสาว
“กินแล้วค่ะ คิดถึงพี่เพลิงจังเลยค่ะ อย่าทำงานจนยุ่งแล้วลืมดูแลสุขภาพตัวเองนะคะ พราวเป็นห่วง”
“เราก็เหมือนกัน ดูแลตัวเองด้วย ไว้เดี๋ยวพี่จะไปหา อยากได้อะไรหรือเปล่า”
“ไม่อยากได้อะไรค่ะ แค่เห็นหน้าพี่เพลิงก็ดีใจมากแล้ว” พราวตะวันออดอ้อนมาตามสาย สองพี่น้องคุยกันอยู่อีกสักพักก่อนจะวางสาย
เพลิงตะวันทอดถอนใจอย่างหนักหน่วง พราวตะวันเป็นปัญหาใหญ่สำหรับการใช้ชีวิตคู่ของเขา เขายังคิดไม่ออกว่าหากน้องสาวรู้เรื่องพิมพ์ดาวจะเป็นเช่นไร เธอต่อต้านการแต่งงานมีครอบครัว ต่อต้านการคบหาเป็นแฟนกับใครสักคนและต่อต้านพิมพ์จันทร์มาแต่ไหนแต่ไร ถ้ารู้ว่าพิมพ์ดาวเป็นบุตรสาวของพิมพ์จันทร์ น้องสาวเขาจะทำเช่นไรนะ
บางทีความลับของเขาที่เก็บซ่อนเอาไว้ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของครอบครัวกริชแก้วอาจจะความแตกเอาตอนนี้ก็ได้ เพราะตลอดระยะเวลาหลายปี เขาไม่เคยให้ความสำคัญกับกมุทและบุตรสาวเกินหน้าเกินตาจนใครรับรู้ ทุกครั้งที่มากรุงเทพฯ ทุกคนจะมองว่าเขามาทำงานเท่านั้น...
มือหนาเปิดประตูห้องเข้าไปภายใน ห้องนี้เป็นห้องพักห้องหนึ่งของตัวบ้านซึ่งเป็นห้องรับแขก
ชายหนุ่มมักจะมาพักที่นี่เมื่อมาหากมุท เขาไม่คิดจะใช้ห้องนอนใหญ่ของเพื่อนรุ่นพี่ จึงปิดตายไปเสีย ห้องใกล้ๆ เป็นห้องของพิมพ์ดาวที่อยู่ติดกับเขาและห้องรับแขกอีกห้องสำหรับแขกคนอื่นๆ มือหนาชะงักเล็กน้อยเหลือบมองห้องของอีกคนที่อยู่ร่วมบ้าน เธอคงนอนหลับไปแล้วเหมือนเช่นทุกคืน
เขาไม่แตะต้องเธออีกหลังจากวันนั้น อาจเพราะยุ่งกับการต้องสะสางงานและอีกข้อก็คือ ท่าเดินขัดๆ ของเธอทำให้เขารู้สึกผิดอยู่มาก ทั้งๆ ที่ความปรารถนาของเขา คุกรุ่นทุกครั้งที่เข้าใกล้ร่างหอมละมุน ผิวกายขาวเนียนนุ่มและสัดส่วนเย้ายวนของเธอทำให้เขาต้องเบือนหน้าหนีเสียทุกครั้ง
เขาเป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่มีเลือดเนื้อมีจิตใจ และที่สำคัญเขาไม่ใช่อาแท้ๆ ของเธอ นั่นคือเหตุผลสำคัญที่สุดที่เขามิอาจหักห้ามใจได้ ในระหว่างที่ชายหญิงต้องอยู่ด้วยกันสองต่อสองโดยปราศจากคนอื่นอยู่ด้วย ความผิดชอบชั่วดีนั้นไม่ต้องพูดถึง ในเมื่อมันข้ามเส้นแบ่งนั้นมาแล้ว เขากับเธอได้ทำสิ่งที่ชายหญิงพึงกระทำกันเมื่อมีอารมณ์ต้องการไปแล้ว จึงไม่ต้องกลับไปหวนคิดเรื่องว่าจะระงับอารมณ์อันใดอีก
ในห้องนอนที่แสนคุ้นเคยของเขามืดมิด เพลิงตะวันเปิดไฟจนสว่างจ้า เตียงนอนที่เรียบตึงของเขากลับนูนขึ้นมา ผ้าห่มที่ควรจะพับเอาไว้ให้เรียบร้อยกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เขาสาวเท้าเข้าไปยังเตียงอย่างรวดเร็ว กระตุกผ้าห่มที่คลุมอะไรบางอย่างเอาไว้บนเตียงก่อนจะอ้าปากค้าง
หลังๆ มานี้พิมพ์ดาวยั่วยวนเขามากขึ้น แม้จะรู้งานขึ้นกว่าเมื่อหลายปีก่อน แต่พิมพ์ดาวก็ยังเป็นพิมพ์ดาวที่น่ารักสำหรับเขาเสมอ เธอรู้จักหลอกล่อให้เขาตามติด อยากเอาชนะและอยากครอบครอง สำหรับเขาและเธอการร่วมรักเป็นสิ่งที่วิเศษเสมอ ตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน นอกจากกิจกรรมอื่นๆ กิจกรรมอันเร่าร้อนระหว่างการเมคเลิฟคือความพิเศษที่ต่างรังสรรค์ขึ้นมา ตอบสนองความต้องการของกันและกันพิมพ์ดาวสบตากับสามีก่อนจะถลกชุดนอนซีทรูขึ้นมาถึงเอวคอดเธอแยกขาขาวผ่องออกจากกันก่อนจะใช้นิ้วปาดลูบกลีบกายสาวฉ่ำน้ำหวานแล้วยกนิ้วเล็กๆ น่ารักนั้นขึ้นมาตรงหน้าเขาเพลิงตะวันไม่ต้องเสียเวลาคิด เขาจับข้อมือเธอเอาไว้ก่อนจะก้มลงดูด สายตาสองคู่สบกัน พิมพ์ดาวร้องครางเสียงโหยเมื่อเรียวลิ้นของเขาทั้งดูดและตวัดลามเลียนิ้วของเธอจนบังเกิดความเสียวซ่าน“อาเพลิงขา...” เสียงหวานเชิญชวน แยกขาขึ้นขณะยังนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง กระจกบานใหญ่ที่สามารถส่องได้ทั้งตัววางอยู่ตรงหน้าเพลิงตะวันคุกเข่าลงตรงหน้าภรรยา มือหนาจับกระชับที่ขาผ่อง ก่อนจะซุกหน้าลงดูดกลืนกลีบกายสาวฉ่ำน้ำหวานที่ผลิตไหลซึมออกมาต้อนรับลิ้นสากร้อนของเขาพิมพ์ดาวส
หลังจากมีบุตรสาวสามคนและล่วงเลยเข้าวัยต้องเรียนอนุบาล สองสามีภรรยาก็หยุดพักการผลิตลูกดูแลลูกสาวทั้งสามอย่างใกล้ชิดเพลิงตะวันปฏิเสธที่จะให้ลูกเข้าเรียนอนุบาล เขาคิดว่าการทำแบบนั้นเป็นการปล่อยเวลาทิ้งไปอย่างไร้ประโยชน์ ลูกเขาก็แค่ไปเล่นๆ เรียนเล็กๆ น้อยๆ นอนแล้วกลับบ้าน อาจจะมีสังคมเพราะมีเพื่อนเยอะ แต่เขาคิดว่าลูกชายลูกสาวพนักงานที่พามาที่โรงแรมและรีสอร์ทก็มีเยอะแยะ สังคมแบบนี้ลูกๆ ของเขาจะได้เจอคนหลากหลายแล้วเขาก็จะค่อยๆ สอนให้เรียนรู้มากกว่าเอาไปฝากไว้กับครูอนุบาลหรือเพื่อนในวัยเดียวกัน“โห... สอนลูกๆ เหรอคะพี่เพลิง” พราวตะวันเอ่ยแซวด้วยรอยยิ้ม เธอมีความสุขมากขึ้นเมื่อปล่อยวางอดีตและรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้พิมพ์ดาวยังเป็นเด็กสาวผู้น่ารักเสมอต้นเสมอปลาย และพี่ชายก็ยังเป็นพี่ชายที่ห่วงใยดูแลน้องสาวไม่เคยขาดเช่นกัน เธอขอแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว มีคนเคยถามเธอหลายคนว่าทำไมไม่แต่งงาน ทำไมไม่มีลูก เธอมีคำตอบในใจอยู่แล้วและไม่เคยยึดติดกับการแต่งงานมีครอบครัวและการมีลูก คนเราเมื่อตายไปแล้วก็เอาอะไรไปไม่ได้สักอย่าง ข้าวของเงินทอง ทรัพย์สมบัติมากมาย ถึงไม่มีลูกก็ยังมีหลานๆ ที่น่ารักถึงสา
“อาเพลิง หนูดาวเจ็บท้องจัง” พิมพ์ดาวเป่าลมออกจากปาก ใบหน้าชื้นไปด้วยเหงื่อเพลิงตะวันจับมือนิ่มเอาไว้โอบกอดร่างอวบอย่างห่วงใย“อดทนหน่อยนะ จะถึงโรงพยาบาลแล้วคนดี ไม่ต้องกลัวนะ อาอยู่นี่แล้ว ลูกพ่ออย่าทำให้แม่เจ็บมากนะครับ เดี๋ยวจะได้ออกมาลืมตาดูโลกแล้ว”เพลิงตะวันปลอบภรรยา ลูบหน้าท้องนูนๆ ไปมา ทารกน้อยในครรภ์ตอบสนองสัมผัสของบิดาจนหน้าท้องของมารดากระเพื่อม ภาพนั้นทำให้เพลิงตะวันตกตะลึง สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในนี้คือลูกสาวตัวน้อยที่น่ารักของเขา“พ่อรักหนูนะครับ” เพลิงตะวันกระซิบบอกที่หน้าท้องนูน ก่อนจะจุมพิตที่หน้าผากนูนเกลี้ยงอย่างปลอบประโลม พิมพ์ดาวเหงื่อโซม เธอปวดท้องจนต้องกัดฟันพอรถเคลื่อนมาจอดหน้าโรงพยาบาล บุรุษพยาบาลก็รีบนำเตียงเข็นคนไข้เข้าห้องคลอด เพลิงตะวันตามติดไม่คลาดสายตา เขาบีบมือเธอเอาไว้ตลอดเวลา ช่วยลุ้นให้เธอเบ่งท้องคลอด“อืดด...” เสียงของพ่อกับแม่ประสานกันจนพยาบาลต้องอมยิ้ม ดูคุณพ่อจะเป็นกังวลมากกว่าคุณแม่ที่พยายามเบ่งสุดกำลังให้ลูกน้อยออกมาลืมตาดูโลกเพลิงตะวันลุ้นจนหน้าซีด คอยซับเหงื่อให้ภรรยาอย่างห่วงใย ถ้าเจ็บได้เขาอยากจะเจ็บแทนเธอ ยิ่งเห็นร่างเล็กโซมไปด้วยเหงื่อ หายใจ
“ถ้าอาเพลิงบอกหนูสักนิด ให้หนูได้รู้ว่าอีกชีวิตจากเราไป หนูจะได้ทำบุญให้เค้าไงคะ นะ... หนู ฮึกๆ ฮือๆๆ เป็นแม่ที่แย่มาก” แทนที่จะโทษคนอื่น พิมพ์ดาวกลับพูดออกมาเช่นนั้นแล้วร้องไห้ ยิ่งทำให้ทุกคนรู้สึกผิดเข้าไปอีก“อาขอโทษ” ในที่สุดเขาก็เปล่งคำพูดนี้ออกมา ยิ่งเห็นคนในอ้อมแขนร้องไห้หนักขึ้นเขายิ่งกอดกระชับร่างเล็กๆ นั้นเอาไว้แนบอก“เป็นเพราะหนูดาวใช่ไหมคะ อาเพลิงห่วงความรู้สึกหนูดาวเกินไป อาเพลิงไม่ต้องปกป้องหนูดาวขนาดนี้ก็ได้ ให้หนูดาวได้รับรู้ทุกเรื่องไม่ได้เหรอคะ หนูดาวอยากแบ่งรับความรู้สึกสุขทุกข์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ยืนอยู่บนโลกอีกโลกที่ทุกคนสร้างกำแพงเอาไว้ เค้าเป็นลูกของหนูดาวเหมือนกันนะคะ หนูดาวมีสิทธิ์รู้ว่าเขาอยู่หรือจากไป”พิมพ์ดาวร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่กับอกของเพลิงตะวัน ทุกคนร้องไห้ตามเงียบๆ มันเป็นช่วงเวลาที่รวดร้าวเมื่อคิดถึงการสูญเสียอีกครั้ง“อาขอโทษ อาห่วงหนูดาวที่สุดคนดี” เพลิงตะวันประคองแก้มนุ่มที่อาบด้วยน้ำตาแล้วเช็ดเบาๆ ด้วยนิ้วโป้งของเขา“เป็นความผิดของพราวเองนะคะ ทุกอย่างเป็นความผิดของพราวเอง” พราวตะวันร้องไห้เบาๆ อยู่กับสายหยุด แม้เธอจะไม่ใช่คนดีนัก แต่การมีส่วนสำคัญท
“ขอบคุณมากๆ นะคะ” พิมพ์ดาวไหว้ขอบคุณพราวตะวันเช่นเคย เพราะถือว่าอายุน้อยกว่า“ไม่ต้องไหว้หรอกจ้ะ มันดูห่างเหินเกินไป แล้วก็ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นก็ได้ อะไรที่ทำให้หนูดาวได้ พี่ถือว่าเป็นการทำให้ผู้หญิงที่พี่เพลิงรักมีความสุขและพี่เพลิงก็จะมีความสุขไปด้วย”“ขอบใจนะพราว อะไรก็ตามที่ทำให้พราวมีความสุข นั่นคือสิ่งที่พี่จะทำเช่นกัน”พิมพ์ดาวยิ้มให้กับความรักของสองพี่น้อง เธอลูบหน้าท้องนูนๆ ของตัวเองไปมา การเป็นลูกคนเดียวนั้นหงอยเหงานัก ถ้าเธอสามารถท้องได้อีกและร่างกายพร้อม เธอจะมีลูกหลายๆ คน มีเสียงเด็กพูดคุย เสียงหัวเราะ เสียงหยอกล้อเล่นกัน มันคงดีพิลึก“นั่งยิ้มอะไรคนเดียวหนูดาว” เพลิงตะวันทรุดนั่งลงใกล้ๆ กับภรรยาสาว เขาเองก็ยกมือขึ้นลูบหน้าท้องของพิมพ์ดาวด้วยเช่นเดียวกัน“กำลังคิดว่าถ้าเรามีลูกหลายๆ คน บ้านของเราคงมีเสียงหัวเราะ เสียงเด็กเต็มไปหมดนะคะ”“คิดเหมือนอาเลย มีสักโหลดีไหม”“โอ้โห... หนูดาวจะคลอดไหวเหรอคะนี่”พราวตะวันฟังทั้งสองพูดแล้วตาโต ก่อนจะหัวเราะเสียงใส“ตอนนั้นหนูดาวคงกลายเป็นแม่หมูแน่ๆ เลยค่ะ ตอนนี้ก็อ้วนเอาอ้วนเอา อาเพลิงจะรังเกียจหนูดาวไหมคะ” พิมพ์ดาวถามอย่างสงสัยตามป
“อาเพลิงขนลุกด้วย” เธอลูบมือเล็กๆ ไปตามเรือนร่างของเขา“โดนเด็กหื่นลูบเอาลูบเอานี่นา”“อี๊!” เธอทำเสียงขึ้นจมูก ..คำก็เด็กหื่น สองคำก็เด็กหื่น เดี๋ยวเธอจะฟัดเขาให้จมเขี้ยวเลย“อื้อ...” เพลิงตะวันร้องครางเมื่อปลายลิ้นของเธอลากไปตามใบหน้าของเขา เธอลากปลายลิ้นเล็กๆ มาตามหน้าท้องแกร่ง ไล้เลียเส้นขนของเขาที่ทอดตัวลงไปเป็นทางหายเข้าไปในขอบกางเกง แล้วมือน้อยก็เริ่มดึงกางเกงนอนของเขาออก เขาจึงอำนวยความสะดวกโดยการยกสะโพกให้เธอถอดออกไปโดยง่าย“อาเพลิงอยู่ในชุดวันเกิดแล้ว คิกๆ”“ขี้โกงจัง หนูดาวก็น่าจะอยู่ในชุดวันเกิดด้วยสิ”“หนูดาวจะสำรวจอาเพลิงก่อนค่ะ” เธอมองเขาตาวาวเหมือนเด็กได้ของเล่นชิ้นโปรด“ทำยังกะอาเป็นตุ๊กตาอีกแล้วนะ”“เดี๋ยวนี้อาเพลิงกล้าหือกับหนูดาวเหรอคะ เอาใหญ่แล้วนะ” เธอทำเสียงเฉียบเขาได้ยินแล้วขำ เป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่นิดาเพื่อนรักตั้งแต่สมัยเรียนของเขาสั่งสอนให้เป็นคนแบบนี้“ใครจะกล้าหือกับเมียได้ลงคอ” เขาไปตามน้ำ“ดีมากค่ะ คิกๆ” เด็กสาวคว้าหมับเข้าที่แก่นกายชายเขาถึงกับใบหน้าเหยเกครางออกมาเสียงหลง“โอ้... หนูดาวชอบแกล้งจริงเชียว ใครสั่งใครสอนกันนี่”“อานิ อุ๊ย!” พูดแล้วรีบปิ







