ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์의 모든 챕터: 챕터 571 - 챕터 580

1168 챕터

บทที่ 571

เรือนชิงหนิงของกุ้ยไท่เฟย “ไท่หวงไท่โฮ่วมีพระราชเสาวนีย์ประทานงานอภิเษกสมรส และงานเลี้ยงอภิเษกจะต้องจัดขึ้นหลังจากนี้สามวัน รู้หรือไม่ว่าเป็นสตรีจากตระกูลใด?” กุ้ยไท่เฟยเอ่ยถามอาฝู อาฝูเอ่ยตอบ “ไม่มีใครที่รู้ เกรงว่าแม้แต่หวงไท่โฮ่วเองก็ไม่ทรงทราบเช่นกันเพคะ” “ไม่ ข้ารู้สึกว่านางจะต้องรู้” กุ้ยไท่เฟยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ยังคิดไม่ออกว่าไท่หวงไท่โฮ่วไปถูกใจสตรีตระกูลใดเข้า กระทั่งยอมออกจากเขามาเพื่อประทานงานอภิเษกสมรส และนี่ทำให้นางรู้สึกได้ถึงอันตรายที่กำลังคุกคามเข้ามา อาฝูเอ่ย “ไม่ว่าจะเป็นใคร อย่างไรแล้วก็ดีกว่าเซี่ยจื่ออันเป็นแน่เพคะ” กุ้ยไท่เฟยเอ่ย “ไม่ผิด ดีกว่าเซี่ยจื่ออันจริง ๆ ตอนนี้เซี่ยจื่ออันมีชื่อเสียงที่ดีในหมู่ราษฎร ชาวบ้านแทบจะนับถือนางเป็นพระโพธิสัตว์ หากว่านางยังไม่ตาย แล้วกลับมาแต่งงานกับมู่หรงเจี๋ย ก็คงจะไม่เป็นผลดีกับพวกเรานัก” อาฝูพยักหน้าออกมา “เพคะ หากว่าเซี่ยจื่ออันกลับมาได้ คงจะไม่เป็นผลดีกับกุ้ยไท่เฟยและอ๋องหนานหวาย งานอภิเษกคราวนี้รีบเร่งนัก มีเวลาเตรียมการเพียงแค่สามวัน และต่อให้จะส่งจดหมายไปให้อ๋องหนานหวายในตอนนี้ ท่านอ๋องเองก็คงจะรีบมาไม่ท
더 보기

บทที่ 572

แต่ทว่าก็ลดปัญหาเอาไว้ได้มาก เพราะไม่รู้ว่าฝ่ายหญิงนั้นเป็นใคร ไม่จำเป็นต้องตระเตรียมพิธีการที่ใหญ่โตจนเกินไป และไม่จำต้องคำนึงถึงสินสอดทองหมั้น แต่เวลาเพียงแค่สามวันสำหรับพิธีอภิเษกอันใหญ่โต ก็เพียงพอจะทำให้ผู้คนรู้สึกลำบากแล้ว เพื่อที่จะประหยัดเวลาแล้ว กรมกิจการภายในให้หูฮวนสี่จากร้านติ้งเฟิง ให้นางเป็นคนจัดงานเลี้ยง ทั้งอาหาร วัตถุดิบ และพ่อครัวทั้งหมด ล้วนแต่อยู่ภายใต้การดูแลของร้านติ้งเฟิงที่เป็นผู้รวบรวมจัดการ เป็นเพราะว่าจวนอ๋องนั้นไม่เคยที่จะจัดงานเลี้ยงขนาดใหญ่มาก่อน บวกกับครั้งนี้เป็นพระราชเสาวนีย์ที่ไท่หวงไท่โฮ่วทรงประทานมาในราชการยามเช้า ขุนนางที่อยู่ในการว่าราชการยามเช้าวันนั้นล้วนแต่ต้องเข้าร่วม และนี่หมายความว่าจำนวนแขกจะต้องมีจำนวนมาก สิ่งที่ทำให้กรมกิจการภายในปวดหัวมากที่สุดก็เห็นจะเป็นชุดอภิเษกสมรสของบ่าวสาว แล้วจะทำเช่นไรกันดี? มีเวลาเพียงแค่สามวันเท่านั้น ต่อให้จะเร่งช่างปักทำงานทั้งวันทั้งคืน ก็คงไม่อาจจะทำออกมาได้ เพราะว่าชุดอภิเษกของชินอ๋องนั้น การปักค่อนข้างจะซับซ้อน หากว่าความละเอียดค่อนข้างมาก ใช้เวลาถึงครึ่งปีก็มี และต่อให้จะไม่ได้มากพิธีนัก อย่างน้อย
더 보기

บทที่ 573

ถึงแม้ว่าอ๋องหลี่จะไม่มีเล่ห์เหลี่ยมใดในใจ ก็ยังมองออกว่าเบื้องหลังของคำพูดหวงไท่โฮ่วนั้นมีเจตนาร้ายอยู่ และแน่นอนว่าหลังจากที่เขามองด้านหลังม่านบังลมนั้นมีคนผู้หนึ่งออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหี้ยมโหด......ไม่ จ้องมองมายังเขาด้วยความกรุ่นโกรธ “ข้าดุร้าย? หยาบคาย? ไม่งดงามอย่างนั้นหรือ?” แต่ละคำค่อย ๆ บีบบังคับถาม เสียงระเบิดดังขึ้นในหูของอ๋องหลี่ อ๋องหลี่เอ่ยออกมาอย่างช้า ๆ “ดุนั้นก็ดุอยู่เล็กน้อย แต่ก็ไม่ยินยอมให้ผู้อื่นรังแก นี่เป็นข้อได้เปรียบ ส่วนหยาบคายนั้น ก็ดูหยาบคายอยู่เล็กน้อย แต่ว่าอย่างไรแล้วก็ดีกว่าหญิงสาวที่เสแสร้งอ่อนโยนพวกนั้น ไม่งดงามนั้นเป็นเพราะการตีกรอบเอาไว้ และนี่เป็นเพราะมุมมองที่แตกต่างกันของแต่ละคน เจ้าดูสิ จมูกเป็นจมูก ตาเป็นตา เพียงแต่ผิวดูจะดำคล้ำไปเสียหน่อย ในมุมมองของข้าแล้ว นี่มันงดงามมากแล้ว” องค์หญิงจากเป่ยอัน พระชายาอาหมานของอ๋องหลี่ ไม่ได้ถือว่างดงามหมดจด และเมื่อมองจากมุมมองความงามของต้าโจวแล้ว ก็ไม่ได้งดงามจริง ๆ เป็นเพราะว่าผิวของนางนั้นค่อนข้างจะดำคล้ำ แต่รูปหน้าและเครื่องหน้านั้นล้วนแต่น่ามอง หากว่าอยู่ในยุคปัจจุบันแล้ว ก็ถือได้ว่าเป็นสาว
더 보기

บทที่ 574

เมื่ออยู่ในวังหลังมานานหลายปี แน่นอนว่าย่อมรู้ดีว่าความคิดเช่นนี้นั้นดูไร้เดียงสา แต่แล้วจะอย่างไร? พวกนางนั้นต่างก็เป็นพี่น้องกันแท้ ๆ หลังจากนั้นสามวัน พิธีอภิเษกก็ถูกจัดขึ้นตามกำหนดการ ทางด้านมู่หรงเจี๋ยนั้นจัดการได้อย่างว่าง่าย เพราะว่าถูกเกลี้ยกล่อมเอาไว้แล้ว แต่จื่ออันนั้นกลับไม่ยอมที่สวมใส่ชุดแต่งงาน อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าหญิงชราทั้งสองไม่ได้คิดที่จะเอ่ยเกลี้ยกล่อมนาง ผู้เฒ่าออกคำสั่งลงมาทันที “ทำอะไรอยู่? ตีให้สลบแล้วโยนขึ้นเรือไป มัดเอาไว้ให้ดี แล้วส่งขึ้นเกี้ยวเสีย” อาเฉอหยิบไม้ติดมือเดินไปทางจื่ออัน จื่ออันเมื่อมองเห็นท่อนไม้หนาใหญ่ในมือนั้น ก็เอ่ยออกมาแต่โดยดี “ข้าจะไปเปลี่ยนชุดแต่งงาน” อาเฉอหันกลับไปมองยังผู้เฒ่า “ว่าง่ายเช่นนี้เชียวหรือ?” “สามารถเอาชนะได้เพียงครั้งเดียว ก็อย่าได้เปรียบเทียบสุ่มสี่สุ่มห้า” ผู้เฒ่าหันหลังกลับ แล้วปล่อยนกพิราบออกไป พบเพียงตรงขอบฟ้านั้น ก็ปรากฏเรือลำหนึ่งออกมา ในใจของจื่ออันนั้นมีแผนการอยู่แล้ว ตอนนี้ให้ทำทีเป็นเชื่อฟังก่อน รอจนเมื่อเรือกลับถึงชายฝั่ง ก็ให้เริ่มแผนการหลบหนี ที่น่าเศร้าที่สุดคงเป็นแหวนของนางที่ถูกนำไป แล้
더 보기

บทที่ 575

ราษฎรในเมืองหลวงพากันกรุ่นโกรธกับการที่มู่หรงเจี๋ยจะแต่งงาน เป็นเพราะว่าก่อนหน้านั้นเขามีสัญญาหมั้นหมายอยู่กับเซี่ยจื่ออัน มาตอนนี้ศพของเซี่ยจื่ออันยังตามหาไม่พบ เขาก็จะแต่งงานเสียแล้ว ทว่ามู่หรงเจี๋ยเองก็มีความชอบที่จัดการกับโรคผีดิบนี้ลงได้ เพราะฉะนั้นทุกคนเองก็อดทนที่จะไม่ตำหนิเขา และก็มีคนที่เริ่มจะเอ่ยปกป้องเขา บอกว่าเขาเองก็ทำอะไรไม่ได้ เป็นงานอภิเษกที่ไท่หวงไท่โฮ่วทรงประทานให้ เขาจะขัดขืนได้อย่างไร? สายตาของเหล่าราษฎรเองก็พากันเปลี่ยนไป ไท่หวงไท่โฮ่วที่ถูกประกาศออกมาแล้วว่าสิ้นพระชนม์ไปแล้วกลับมีชีวิตขึ้นมา ทำให้ทุกคนต่างก็พากันรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก ทว่าผู้เฒ่าผู้แก่บางคนบอกออกมาว่า หากว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับหลงไท่โฮ่วนั้น ก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาดใด เรื่องแปลกประหลาดเช่นนี้ขอเพียงแค่เกิดขึ้นกับนางแล้ว ล้วนแต่ถือว่าสมเหตุสมผล อย่างไรเสีย ท่ามกลางเสียงต่าง ๆ มู่หรงเจี๋ยก็ต้องแต่งงานแล้ว มู่หรงจ้วงจ้วงและเฉินหลิวหลิ่วต่างก็พากันเรียกร้องความยุติธรรมให้กับจื่ออัน แต่แล้วจะทำอย่างไรได้? เฉินหลิวหลิ่วบ่นออกมากับเฉินไท่จวิน “ท่านย่า ก่อนหน้านี้ท่านเคยบอกว่า ใ
더 보기

บทที่ 576

ที่เรียกว่าตระกูลมั่งคั่งนั้น แน่นอนว่าไม่ใช่ว่าเปิดเพียงแค่ร้านเดียวในเมืองหลวงแล้วจะเรียกว่ามั่งคั่งได้ เช่นดั่งตระกูลหู ตระกูลเหลียงที่เป็นตระกูลใหญ่เหล่านั้นถึงจะถูกเชิญ หูฮวนสี่ทำเป็นแบบอย่าง นางส่งเงินจำนวนหนึ่งหมื่นตำลึงไปยังจวนผู้สำเร็จราชการแทน และถือได้ว่านางเป็นแขกผู้มีเกียรติ ด้วยเพราะเหตุนี้ ก็มีผู้ที่ทำตามตั้งแต่หนึ่งหมื่นห้าพันตำลึง สองหมื่นตำลึง ไม่ว่าใครก็ตามแต่ ล้วนแต่อยากขึ้นชื่อว่าเป็นแขกผู้มีเกียรติของจวนผู้สำเร็จราชการแทน ส่วนขุนนางนั้นแน่นอนว่าย่อมไม่กล้าที่จะส่งมอบมากจนเกินไป ทางด้านของเหล่าไท่จวินว่าเอาไว้ว่า หนึ่งพันตำลึง หากว่ามากจนเกินไปก็อาจจะถูกสงสัยได้ว่ามีการทุจริตกันเกิดขึ้น เพราะว่าอย่างไรแล้ว หนึ่งพันตำลึงนั้นก็ถือว่ามากพอแล้ว ทว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบนั้น โดยมากแล้วจะเป็นจำพวกขุนนางที่จำต้องมีลูกคิดอยู่ในใจ สองแขนว่างเปล่าโดยแท้ ก็นำไก่ไปจริง ๆ ได้ เป็นของขวัญล้ำค่าใช่หรือไม่? เช่นนั้นก็เพิ่มไข่ไปอีกตะกร้าหนึ่งก็แล้วกัน เซียวท่าโมโหจนไม่ยอมไปร่วมงานเลี้ยงแต่งงาน แต่ก็ยังเป็นเซียวเซียวที่ลากเขาไป ขณะที่ไปนั้นก็ตำหนิเขาไปพลาง “ผู้อื่นจะไม่ไป เจ
더 보기

บทที่ 577

เกี้ยวสีแดงตัวใหญ่ถูกยกเข้ามาจากตรอก ม่านแดงมีแถบสีเงินอยู่ด้านบนพร้อมกับสีเหลืองปิดทับ เป็นเกี้ยวที่ใช้หรับผู้ที่มีตำแหน่งเป็นชินอ๋อง ประตูเกี้ยวนั้นทำมาจากไม้มะฮอกกานี ดูสูงส่งและหรูหราเป็นอย่างมาก เกี้ยวนี้ดูใหญ่เป็นอย่างมาก จำต้องใช้คนถึงสิบสองคนในการยกเกี้ยว เมื่อทุกคนมองไปอย่างระมัดระวังแล้ว ก็พบว่าทั้งสิบสองคนที่ยกเกี้ยวอยู่นั้นดูคุ้นตายิ่งนัก? เมื่อมองไปอย่างละเอียดแล้ว ก็ทำให้อดอึ้งตะลึงไม่ได้ นี่ไม่ใช่แม่ทัพทั้งสิบสองของตระกูลเฉินหรอกหรือ? เกี้ยวที่ใช้คนยกแปดคนนั้น ก็ถือได้ว่าอยู่ในระดับสูงมากแล้ว แต่ตอนนี้กลับใช้แรงของแม่ทัพทั้งสิบสองเพื่อยกนาง ตกลงแล้วเจ้าสาวผู้นี้เป็นใครกันแน่? นอกจากแม่ทัพทั้งสิบสองที่ยกเกี้ยวเข้ามานั้น ก็ไม่มีผู้ใดติดตามมาแล้ว แม้แต่ขบวนส่งตัวเจ้าสาวก็ยังไม่มี ไม่มีแม้แต่สาวใช้หรือเด็กรับใช้ ช่างประหลาดจริง ๆ มู่หรงเจี๋ยที่ยืนอยู่ตรงประตู กรุ่นโกรธเสียจนใบหน้าเขียวคล้ำ ให้พวกเขาทั้งสิบสองคนไปปกป้องคุ้มครองจื่ออัน แต่กลับไม่รู้ว่าไปที่ใดกัน มาตอนนี้ยังจะยกเกี้ยวเจ้าสาวเข้ามาอีก และในเวลานี้ หัวหน้ากรมกิจการภายในถึงได้พบว่า ตนเองลืมเรื่องใหญ่โตไป
더 보기

บทที่ 578

เขามองไปยังอาคารสูงฝั่งตรงข้ามอย่างเรียบเฉย ทันใดนั้นก็ส่งเสียงออกมา “นั่นไม่ใช่ไท่หวงไท่โฮ่วหรอกหรือ?” ยังคิดที่จะหลบซ่อนตัวอีกหรือ? แต่คงไม่อาจจะหลบซ่อนตัวได้ ทุกคนพากันหันมองออกไป และก็พบว่าฝั่งตรงข้ามนั้นมีเงาของคนยืนอยู่สองคนจริง จะใช่ไท่หวงไท่โฮ่วหรือไม่? ไกลเกินไปจนไม่อาจมองเห็นได้อย่างชัดเจน ทว่า ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ ในเมื่อมู่หรงเจี๋ยเอ่ยออกมาว่าใช่แล้ว พวกเขาก็จำต้องทำความเคารพ และเพราะเช่นนี้ ทุกคนต่างก็พากันคุกเข่าลงบนพื้นจนดูมืดสนิท “คารวะไท่หวงไท่โฮ่ว ขอไท่หวงไท่โฮ่วทรงมีอายุยืนหมื่นปี” อาเฉอผลักนางออกมา “เรียกท่านแล้ว” ไท่หวงไท่โฮ่วยิ้มเย็นมองไปยังมู่หรงเจี๋ย “ดีนี่ ไอเจ้าเด็กคนนี้ กล้าที่จะต่อต้านบรรพชนของเจ้า ก็ต้องดูว่าเจ้ามีคุณธรรมสูงเพียงใดกัน จะต้องมีวันที่เจ้าต้องร้องไห้ออกมาแน่” ในขณะนี้ หวงไท่โฮ่วเองก็เสด็จมาถึงแล้ว นางมาที่นี่เพื่อรับการคารวะจากทุกคน และมาในเวลานี้ก็เหมาะสมแล้ว ซุนกงกงมองเห็นไท่หวงไท่โฮ่วเสด็จมาจากที่ไกล ก็รีบเอ่ยทูลกับหวงไท่โฮ่ว “ไท่หวงไท่โฮ่วเองก็ทรงเสด็จมาด้วยพ่ะย่ะค่ะ ไท่โฮ่วรีบลงจากเกี้ยวเถิดพ่ะย่ะค่ะ” หวงไท่โฮ่วผงะขึ้นมา “ท่
더 보기

บทที่ 579

ทุกคนต่างก็รอคอยว่าไท่หวงไท่โฮ่วจะทรงตรัสอะไรออกมา ทว่ากลับเห็นชัดว่าไท่หวงไท่โฮ่วไม่มีอะไรที่จะให้ตรัสออกมา เพียงแต่เรียกมู่หรงเจี๋ยให้เข้าไปหา “เจ้าเจ็ด วันนี้จะอภิเษกแล้ว ช่างเป็นเรื่องมงคลยิ่งนัก!” นางเอ่ยออกมาอย่างเรียบเฉย มู่หรงเจี๋ยยิ้มออกมา “ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ บรรพชน วันนี้ช่างเป็นวันมงคลจริง ๆ แต่ว่าไม่รู้ว่าเจ้าสาวที่บรรพชนเป็นผู้ประทานให้นั้น หายไปที่ใดเสียแล้ว?” ไท่หวงไท่โฮ่วมองไปยังดวงตาหยิ่งยโสคู่นั้น นางจึงกวักมือเรียก แล้วกระซิบเสียงเบาข้างหูของเขาประโยคหนึ่ง ท่าทีของมู่หรงเจี๋ยเปลี่ยนไปในทันที เริ่มจากสงสัย จากนั้นก็กลายเป็นตื่นตกใจ ภายหลังเปลี่ยนเป็นกรุ่นโกรธ “สมควรตาย!” เขาส่งเสียงคำรามออกมา “เซียวเซียว เซียวท่า ซูชิง ไปกับข้า” ทั้งสามคนพากันมองหน้ากันอย่างไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อเห็นว่าเขาจากไปอย่างรีบร้อน ก็พากับรีบตามออกไป ทุกคนพากันสงสัยขึ้นมา ป้าอาเฉอกลับเอ่ยออกมา “แขกทุกท่าน เชิญนั่งดื่มเหล้ากันก่อนเถิด ท่านอ๋องออกไปตามหาเจ้าสาวของเขา พิธีกราบไหว้ฟ้าดินจะช้าลงสักเล็กน้อย แต่จะไม่ส่งผลต่องานเลี้ยงอภิเษกในคืนนี้อย่างแน่นอน” หวงไท่โฮ่วนั่งลง ก่
더 보기

บทที่ 580

แล้วยังจะปล่อยให้นางแต่งงานกับเจ้าโง่อีก ในขณะที่สิ้นหวัง ก็มองเห็นม้าสีขาวกำลังควบออกมาจากป่า นางก็ร้องไห้ออกมาในทันที “มู่หรงเจี๋ย ในที่สุดท่านก็มาแล้ว!” ไม่ต้องเอ่ยถึงว่าจื่ออันจะมีความคับข้องใจมากเพียงใด ถูกขังอยู่ในเกาะเล็ก ๆ นั่น ที่แม้แต่นกก็น้อยที่จะมาถ่ายใส่ ทุกวันล้วนแต่ต้องคอยเป็นทาสรับใช้อาเฉอ รับใช้หญิงผู้เฒ่า รับใช้งูเหลือม ตกปลา ย่างปลา และยังถูกสั่งสอนเป็นครั้งคราว ถูกบีบบังคับให้แต่งงานกับเจ้าโง่ อีกทั้งยังถูกโยนลงมาในหล่มโคลนเหม็นเน่านี่อีกด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อมองเห็นมู่หรงเจี๋ย ราวกับว่ามีความรู้สึกอยู่ในอีกโลกใบหนึ่ง จู่ ๆ ก็แสบจมูกขึ้นมา พยายามบีบน้ำตาลงมาอีกสองหยด ก่อนจะเปลี่ยนเป็นร้องไห้โฮอย่างน้อยเนื้อต่ำใจออกมา ชายชุดดำบนต้นไม้เมื่อเห็นว่าเขาปรากฏกายออกมา ก็ตกตะลึงออกมาเล็กน้อย ก่อนจะหายออกไป มู่หรงเจี๋ยผ่อนลมหายใจออกมา เอ่ยออกมาอย่างกรุ่นโกรธ “ใครที่จับเจ้าโยนลงไปในนี้? ซูชิงตาม!” เขาดึงมือจื่ออันขึ้นมา ร่างกายที่สวมใส่ชุดอภิเษกที่งดงามนั้นกลับเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนสีดำสีเหลือง นางใช้มือปัดออกไป แล้วร้องไห้ออกมาอย่างรุนแรง นางปัดเอาหนูที่ตายแล้วออกไ
더 보기
이전
1
...
5657585960
...
117
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status