กล่าวจบ เขาก็มิได้เอ่ยคำใดอีก เพียงพยักหน้าให้เฉียวเนี่ยนเล็กน้อย ก่อนจะหมุนกายพาอาจิ่วเดินไปตามเส้นทางสายเล็กบนขุนเขา มุ่งหน้าออกจากหุบเขาไปเฉียวเนี่ยนยืนนิ่งอยู่กับที่ เฝ้ามองเงาหลังของหนึ่งผู้ใหญ่หนึ่งเด็กค่อย ๆ เลือนหายไปสุดปลายทางเดินเขาอันเขียวชอุ่ม จึงค่อยถอนสายตากลับมานางย่อกายลงข้างสระโอสถอีกครา ทอดถอนใจพลางมองดูฉู่จืออี้ที่ยังคงหลับตาพริ้ม “เสิ่นเยว่กับอาจิ่วเติบโตในสำนักราชาโอสถมาตั้งแต่เล็ก บัดนี้กลับต้องจากไป ช่างน่าทอดถอนใจนัก แต่ในเมื่อเสิ่นเยว่ก่อเรื่องไว้มากมายเพียงนี้ หากข้ายังรั้งเขาไว้ในหุบเขาต่อไป ย่อมเลี่ยงมิได้ที่จะถูกครหาว่าเมตตาจนเกินงาม ตำแหน่งเจ้าสำนักนี้ช่างยากเย็นเหลือเกิน... เจ้าว่าจริงหรือไม่?”สิ้นคำกล่าว มีเพียงความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณสายลมเอื่อยพัดผ่านขุนเขามาแผ่วเบา ราวกับจะเป็นคำตอบให้แก่นางมุมปากของเฉียวเนี่ยนหยักโค้งเป็นรอยยิ้มขื่นโดยไม่รู้ตัว คิ้วเรียวขมวดมุ่น “พี่ใหญ่ ท่านหลับไปนานเหลือเกิน เมื่อใดจะฟื้นเสียที?”เสียงทอดถอนใจยังคงไร้ซึ่งการตอบสนองใด ๆเฉียวเนี่ยนเอียงคออย่างจนใจ ทว่าในห้วงความคิดกลับพลันหวนนึกถึงสีหน้าของเสิ่นเยว
Baca selengkapnya