“คุณหนู!” หนิงซวงอุทานด้วยความตกใจ นางรีบทิ้งชามยาในมือลงอย่างลนลานแล้วถลาเข้าไปประคองทันทีทว่าอิ๋งชีรวดเร็วกว่า เพียงก้าวเดียว เขาก็ปราดเข้าไปรับร่างที่กำลังจะล้มพับของเฉียวเนี่ยนไว้ได้ทันท่วงที ดวงตาทั้งสองข้างของนางปิดสนิท สิ้นสติไปเสียแล้ว ใบหน้าขาวซีดจนน่ากลัว ริมฝีปากไร้ซึ่งสีเลือด ดูประหนึ่งบุปผาที่เหี่ยวเฉาโรยรา“ท่านเจ้าสำนักเพียงแต่ตรากตรำจนสิ้นเปลืองพลังกายพลังใจ จึงหมดสติไปเท่านั้น” อิ๋งชีตรวจชีพจรของนางก่อนจะเอ่ยกับหนิงซวงที่กำลังเสียขวัญด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ต้องให้นางพักผ่อนทันที”เขาช้อนร่างเฉียวเนี่ยนขึ้นอุ้มแนบอก แล้วสั่งกำชับหนิงซวง: “ทางนี้ฝากเจ้าด้วย คอยดูแลคนพวกนี้ หากใครมีทีท่าว่าจะฟื้นก็ให้จิบน้ำอุ่น ข้าจะพาท่านเจ้าสำนักกลับห้อง”หนิงซวงพยักหน้าทั้งน้ำตา นางมองผู้คนที่เริ่มขยับตัวเล็กน้อยบนพื้น สลับกับมองเฉียวเนี่ยนที่หมดสติอยู่ในอ้อมแขนของอิ๋งชี ในใจพลันเปี่ยมไปด้วยความกังวลและรันทดใจอย่างสุดซึ้ง…เฉียวเนี่ยนรู้สึกราวกับตนเองจมดิ่งลงสู่ก้นวังน้ำเย็นลึกหมื่นจั้ง รอบกายมีแต่ความอึดอัดกดดันจนแทบหายใจไม่ออกและความหนาวเหน็บเสียดแทงกระดูกเงาร่างอาบโลหิตของ
続きを読む