All Chapters of ชายาอสรพิษ: Chapter 241 - Chapter 250

270 Chapters

นักล่าวิญญาณ

ชายหนุ่มนอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้นหินเย็นเฉียบ แม้อยู่ในระดับราชันย์ ทว่าแรงระเบิดมหาศาลและไอมรณะอันเข้มข้นได้ฉีกกระชากเส้นลมปราณของเขาจนยับเยิน พลังยุทธ์หลงเหลือริบหรี่“... นังชั้นต่ำ...”เขาเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาอย่างยากลำบาก ทันทีที่เห็นว่าเป็นหลี่หลิงเฟิ่ง แววตาขุ่นมัวฉายแววดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง แม้ก้ำกึ่งระหว่างความเป็นความตาย แต่ความโอหังฝังลึกในกมลสันดานยังคงทำงานอย่างซื่อสัตย์หลี่หลิงเฟิ่งเลิกคิ้วขึ้นมอง กดรอยยิ้มมุมปาก “ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านไม่แม้แต่แสร้งทำแล้วหรือเจ้าคะ”คำเย้าแหย่ทำเอาชายหนุ่มสำลักเลือดออกมาด้วยความคั่งแค้น เขาพยายามวางท่าทีสั่งการด้วยน้ำเสียงหยิ่งผยอง “อย่ามาโยกโย้ รีบเข้ามาพยุงข้าเสีย พาออกไปจากทางเดินอัปมงคลนี่ หากเจ้าช่วยข้าพ้นภัยได้ ข้าเว่ยเฉิง ในฐานะคุณชายแห่งตระกูลเว่ย จะประทานลาภยศและสมบัติที่เจ้าไม่มีวันจินตนาการถึงให้เป็นรางวัล”“ตระกูลเว่ย?” หลี่หลิงเฟิ่งแค่นหัวเราะ รู้สึกขบขันอยู่บ้าง “คุณชายดูจะสำคัญตัวผิดไปมาก สำหรับข้าแล้ว ตระกูลเว่ยของท่านนับเป็นตัวอะไรกัน ทรัพยากรที่ท่านอวดอ้างว่ายิ่งใหญ่นักหนา ต่อให้ถมลงมาทั้งตระกูลก็ยังเทียบไม่ได้แม้แต่เศษเสี้
Read more

มรดกตกทอด

ค่ายกลแผ่เส้นสายพลังซ้อนทับกันนับพันราวกับใยแมงมุมแห่งกาลเวลา เป่ยเฉินหลงและคนอื่นๆ ยืนล้อมอยู่ด้านนอก สีหน้าตึงเครียด พวกเขามองทะลุแก่นแท้ของมันได้ทว่าหลี่หลิงเฟิ่งกลับเพียงปรายตามองครั้งเดียว ก่อนเอ่ยอย่างเรียบเฉย “ก็แค่ค่ายกลผนึกซ้อนค่ายกลหลอกตา แล้วก็มีค่ายกลย้อนพลังแทรกอยู่อีกชั้นหนึ่ง”ชิงเหยาชะงักงันไปทันที “สหายหลี่ท่านมองออกตั้งแต่แรกหรือ”นางไม่ตอบ เพียงยกปลายนิ้วขึ้นแตะกลางอากาศ ลากผ่านโครงสร้างค่ายกลอย่างแม่นยำ “ตรงนี้คือจุดเชื่อมของสามชั้นพลัง และตรงนี้คือจุดตาย”การเคลื่อนไหวของนางลื่นไหลราวสายน้ำ ไม่ติดขัดแม้แต่น้อย ในขณะที่มือยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง จิตใจของนางกลับว่อกแว่กไปอีกเรื่องเป่ยเฉินหลงช่วงนี้ดูแปลกไปจริงๆจากที่เคยวางตัวห่างเหิน สุขุมเย็นชา กลับดูแลเป็นพิเศษ คอยแบ่งสมบัติให้โดยไม่ลังเล แม้แต่ท่าทีเล็กน้อยก็ยังต่างออกไป เมื่อก่อนเขาเรียกนางว่า “ท่านหมอ” รักษาระยะชัดเจน แล้วเหตุใดตอนนี้จึงเปลี่ยนเป็น “แม่นาง” กันเล่าปลายนิ้วของนางหยุดไปเพียงเสี้ยวอึดใจ ก่อนจะเคลื่อนไหวต่ออย่างไม่ผิดพลาดเพราะมองเห็นคุณค่าแล้ว?หรือมีจุดประสงค์อื่น…แววตาของนางหรี่ลงเล็กน้อย
Read more

โลภมากลาภหาย

“เหลวไหล! เห็นชัดๆ ว่าเจ้าฆ่าเขาเพราะแบ่งน้ำแร่ไม่ลงตัว” เถิงอู่ฮ่าวโกรธจัด พวกเขาสามคนรู้จักกันมานาน ร่วมกันเสาะหาสมบัติด้วยกันหลายปี ไม่คิดว่าจะโดนสหายร่วมกระบวนการหักหลังเพราะผลประโยชน์ตรงหน้าเหวินเจิ้งสะท้อนใจ ตอนมามีสิบคน ตอนนี้เหลือแค่เจ็ด ซ้ำจางเลี่ยความโลภครอบงำเริ่มไล่สังหารแล้ว ส่วนหลูกังสองคนนั้นขาดการติดต่อคาดว่าคงไม่รอดจางเลี่ยหัวเราะหึ ท่าทีไม่แยแสแม้แต่น้อย “แล้วอย่างไรเล่า ในโลกของผู้ฝึกยุทธ์ ใครแข็งแกร่งกว่าก็มีสิทธิ์มากกว่า เจ้ายังจะพูดถึงความยุติธรรมอะไร”“เจ้าฆ่าเขาชิงสมบัติจริงๆ สินะ” เถิงอู่ฮ่าวกัดฟันแน่น คำพูดนั้นเหมือนน้ำมันที่สาดลงบนกองไฟ “จางเลี่ย เจ้ามันเลวยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน กล้าทำกับพวกเราได้ลงคอ!”บรรยากาศพลันแข็งตึง กลิ่นอายสังหารแผ่กระจายออกจากร่างของจางเลี่ยโดยไม่ปิดบังอีกต่อไป กลายเป็นสัตว์ร้ายฉีกหน้ากากออกเผยเขี้ยวเล็บแท้จริงเป่ยเฉินหลงก้าวออกมาเพียงครึ่งก้าว ดวงตาเย็นเฉียบดุจน้ำแข็ง “ในเมื่อเจ้าก้าวข้ามเส้นก็อย่าหวังว่าจะออกไปได้อย่างปลอดภัย”เป่ยฮวาซินรีบกันหลี่หลิงเฟิ่งถอยห่างก่อนขยับมายืนเคียงข้างพี่ชายโดยไม่เอ่ยคำใด แรงกดดันจากร่างกายพุ่งสู
Read more

ราชันย์ขั้นต้น

ไอเย็นเยือกประดุจเข็มพิษทิ่มแทงเข้าสู่ห้วงจิตกะทันหัน พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่แฝงไปด้วยความชั่วร้ายดังสะท้อนออกมา“ฮ่าๆๆๆ นังหนู เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าวาสนาของข้าเทาเที่ยจะรับไปได้ง่ายดายเพียงนั้น!”ท่านปู่เขียวหรือเศษเสี้ยววิญญาณอสูรเทาเที่ยซ่อนเร้นอยู่ในผลึกวิญญาณเลือด ปรากฏตัวขึ้นพร้อมจิตสังหารหมายจะกลืนกินนางเพื่อยึดครองร่างเป็นภาชนะใหม่หลี่หลิงเฟิ่งไม่ลืมตาแม้แต่น้อย มุมปากเย้ยหยันดูกวนประสาทอย่างที่สุด“โผล่หัวออกมาสักทีนะตาเฒ่าร้อยเล่ห์” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก “รอจนเหงือกแห้งเลยล่ะ นึกว่าใจเสาะจนไม่กล้าโผล่หัวมาซะอีก”“เจ้า... เจ้ารู้อยู่แล้วรึ!” เสี้ยววิญญาณเทาเที่ยชะงัก“ตอนอยู่ในสุสานคนมันเยอะ แถมเจ้ายังพอมีฤทธิ์เดช ข้าเลยแกล้งโง่ปล่อยให้เจ้าดีใจเล่น แต่ที่นี่คือถิ่นของข้า และเจ้าตอนนี้ ก็เป็นแค่เศษขยะใกล้ตาย เจ้าว่าข้าจะทำอย่างไรกับเจ้าดีล่ะ”“นังเด็กโอหัง ข้าจะบดขยี้วิญญาณเจ้าให้แหลก!”เสี้ยววิญญาณเฒ่าแผดคำราม พุ่งเข้าหาจุดศูนย์กลางจิตของนางด้วยโทสะ หลี่หลิงเฟิ่งแค่ขยับจิตวูบเดียว วิชาที่นางเพิ่งสืบทอดมาจากราชาเซียนเต้าหยูก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้
Read more

งานจัดอันดับยอดอัจฉริยะ

ในที่สุด วันนี้ก็มาถึงสถานที่จัดงานจัดอันดับยอดอัจฉริยะคึกคักอลังการ ตระกูลสมกับเป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่กุมบังเหียนดินแดนไร้ขอบ ผู้คนนับล้านหลั่งไหลจับจองที่นั่ง สมมงที่รอคอยมาร้อยปีตื่นตาตื่นใจมากท่ามกลางเสียงผู้ชม เหล่าอัจฉริยะทยอยกันเข้ามาแล้ว ท่ามกลางพวกเขา คนกลุ่มหนึ่งมองซ้ายแลขวาหาที่นั่งตนเอง นั่งแช่ไปพูดคุยกันไปราวสองชั่วยาม งานจัดอันดับยอดอัจฉริยะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ บรรดาผู้มีชื่อเสียงเริ่มมากันแล้ว เสียงตะโกนเรียกชื่อไม่เคยขาด มีแต่จะดังขึ้นเสมอ พวกเขาเสมือนเทพจุติจากฟากฟ้าหาตัวจับยากบนแท่นผู้ชม เสี่ยวพ่านตื่นเต้นสุดขีด ชะเง้อคอมองมุมของที่นั่งสำหรับผู้ทรงอิทธิพลโดยเฉพาะ เสี่ยวพ่านสะกิดไหล่เพื่อนข้างๆ อย่างอดใจไม่ไหว“อาเจ๋อ พวกหอสิบทิศยังไม่มากันหรือ” หยวนเจ๋อกลอกตาเหนื่อยหน่าย หมอนี่พูดมาสิบรอบแล้วยังไม่หยุด คนอื่นมาดูการประลอง สหายของเขามาดูหมอหญิงซะงั้นสองสามปีมานี้ชื่อเสียงของหลี่หลิงเฟิ่งโด่งดังถึงปลายยอด อายุยังน้อยก็เป็นแพทย์โอสถฝีมือดี ให้เวลานางเติบโตสักสิบปีคงกลายเป็นนักหลอมโอสถไม่ยากดังขนาดถึงขั้นเปรียบเทียบกับธิดาเทพได้เลย“ดูนั่นๆๆ ธิดาเทพ ธิดาเทพจริ
Read more

จิ่นอวี้

 หลี่หลิงเฟิ่งอดไม่ได้แอบยกมือตบอกตัวเองแรงๆ หนึ่งทีเกือบไปแล้วไหมล่ะนางลอบถอนหายใจยาว ยังดีมีร่างแยกอัสนี มิฉะนั้นวันนี้คงเผยพิรุธต่อหน้าคนทั้งงานแน่ ร่างแยกยังนั่งอยู่ข้างพี่น้องตระกูลเป่ยในเวลานี้ ทั้งตัวตนมีลมหายใจ คลื่นพลัง และสติสัมปชัญญะครบถ้วน ไม่ว่าจะสีหน้า แววตา หรือแม้แต่จังหวะการพูด ล้วนไม่ต่างจากร่างต้นที่สำคัญที่สุด ทั้งสองร่างยังเชื่อมถึงกันตลอดเวลา สิ่งที่ร่างแยกมองเห็น นางรับรู้ สิ่งที่นางคิด ร่างแยกก็เข้าใจ คนสองคนใช้ดวงจิตเดียวกันหลี่หลิงเฟิ่งซ่อนกลิ่นอาย เคลื่อนตัวไปตามเงามืดของระเบียงอย่างไร้สุ้มเสียง ยันต์อำพรางถูกติดไว้แทบทั่วร่าง เสื้อคลุมล่องหนสวมทับอีกชั้น ทุกย่างก้าวระมัดระวังจนถึงขีดสุดไม่รู้ว่าในตระกูลชิงแห่งนี้ซ่อนสัตว์ประหลาดเฒ่าไว้มากเพียงใด หากแหวกหญ้าให้งูตื่นขึ้นมา ต่อให้มีสิบชีวิตก็คงไม่พอให้หนีถึงอย่างนั้น ก็ยังต้องมาตั้งแต่วินาทีแรกก้าวขาสู่งานจัดอันดับยอดอัจฉริยะ นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นคุ้นเคยยังมีเรื่องของมารดามารดาของนางมาจากสายหลัก และสายรองชิงอำนาจทำล
Read more

ชาติกำเนิด

 หลี่หลิงเฟิ่งเกิดจิตสังหารแวบหนึ่ง ผู้ที่ล่วงรู้ว่านางครอบครองธาตุมิติมายามีเพียงไม่กี่คน คนอื่นตายหมดแล้วความทรงจำในวัยเยาว์เลือนรางเริ่มแจ่มชัดทีละส่วน เมื่อก่อนสติไม่แจ่มชัดจึงดูไม่ออกมารดาแท้ๆ เย็นชาแม้ไม่ได้ลงไม้ลงมือทารุณกรรมและเลี้ยงดูมาตามปกติ แต่ก็ไม่มอบความรักแม้เพียงกระผีกริ้น มีเพียงความเฉยเมยที่มอบให้เสมอมากับจิ่นอวี้สาวใช้ข้างกายมารดาคนนี้ หลี่หลิงเฟิ่งยิ่งไม่มีความสนิทสนมด้วย สำหรับนางแล้ว จิ่นอวี้ไม่ต่างจากคนแปลกหน้าเท่าไหร่ สายตาที่มองจิ่นอวี้ซับซ้อนยิ่งนักนางลังเลแล้วหลี่หลิงเฟิ่งเก็บสีหน้ามืดมน พยุงนางลุกขึ้น “อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้ ออกไปจากที่นี่ก่อนค่อยว่ากัน”จิ่นอวี้ส่ายหน้า หายใจอ่อนแรง มุกเงือกถูกสูบออกไปเกือบครึ่ง ซ้ำร้ายตันเถียนถูกทำลาย ต่อให้รอดกลับมาก็ไม่มีทางฟื้นคืนดังเดิม"ร่างกายของข้า ข้ารู้ดีที่สุด" จิ่นอวี้ยิ้มขม มองหลี่หลิงเฟิ่งราวกับมองเงาสะท้อนวัยสาว “เหมือนมากจริงๆ”นางกัดฟันแน่น ควักมุกเงือกออกจากอกยื่นให้หลี่หลิงเฟิ่งด้วยมือที่สั่นเทา กล่าวอย่าง
Read more

แดนศักดิ์สิทธิ์

 ภายในลานประลองฝูงชนโห่ร้องเชียร์ดังก้อง บนแท่นฝั่งหอสิบทิศ "หลี่หลิงเฟิ่ง" ยังคงนั่งสงบนิ่งอยู่ที่เดิม"ข้าว่าเยี่ยหลินได้เปรียบแน่ กระบวนท่าของอีกฝ่ายเริ่มสับสนจังหวะแล้ว!" สมาชิกหอสิบทิศเอ่ยด้วยความตื่นเต้น"มิแน่..." อีกคนเอ่ยขัด "อีกคนยังมิได้หงายไพ่ตายใบสุดท้าย"หลี่หลิงเฟิ่งเพียงพยักหน้าเบาๆ ราวกับกำลังจดจ่อกับการประลองบนเวทีทว่าในความเป็นจริง ร่างหลักของนางเพิ่งจะหลอมรวมเข้ากับร่างแยกอัสนีอย่างแนบเนียนไปเมื่อครู่ ด้วยดวงจิตที่เชื่อมถึงกันอย่างสมบูรณ์ จึงไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าสตรีที่นั่งอยู่ตรงหน้าพวกเขาเพิ่งจะก้าวข้ามผ่านความเป็นตายมาหญิงสาวนั่งตัวตรง ในหัวย่อยข้อมูลมหาศาลที่เพิ่งได้รับมาทั้งเรื่องสายหลักถูกกวาดล้าง สำนักไร้ขอบ ตระกูลไป๋ ตำหนักธิดาสวรรค์ และกำไลมังกรเก้าชีวา ทุกอย่างถูกถักทอเข้าด้วยกันสิ่งที่ทำให้นางกังขาที่สุดคือพรสวรรค์ของตนเองมารดาครอบครองธาตุน้ำแข็งและธาตุไม้ บิดาเป็นถึงเจ้าสำนักไร้ขอบครองธาตุไฟ ส่วนนางถือกำเนิดมาพร้อมธาตุมิติมายาและธาตุไฟ ซึ่งมิเคยปรากฏมานับหมื่นปี อย่างน้อยตระกูลชิ
Read more

ตั้งกลุ่ม 1

 หนึ่งเดือนก่อนหน้า ชิงเซวียนซึ่งปกติสุขุมลุ่มลึกบัดนี้ตกอยู่ในสภาพคลุ้มคลั่ง ทันทีที่ได้รับรายงานเรื่องการตายของจิ่นอวี้ สีหน้าของเขาก็มืดมนลงจนน่าสะพรึงกลัวประหนึ่งท้องฟ้ายามพายุกำลังตั้งเค้าสาวใช้คนเดียวตายแล้วก็ตายไปเถอะ แต่มุกเงือกนั่นเป็นความหวังที่จะช่วยยื้ออายุขัยของเขากลับถูกชิงไปต่อหน้าต่อตาในรังของตนเอง!ตูม!“โธ่เอ๊ย! พวกไร้ประโยชน์!” เสียงคำรามดังสะเทือนไปทั่วตำหนักราวอสนีบาตฟาดผ่า แรงกดดันอันน่าสะพรึงแผ่ออกมาจนหลายคนเลือดลมปั่นป่วน ใบหน้าซีดขาว กระอักเลือดออกมาเงียบๆ แต่ต้องฝืนทนไม่กล้าส่งเสียงร้องแม้แต่คำเดียวชิงเซวียนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดนูน ความแค้นและความอัปยศแทบกลืนกินสติของเขา คุกน้ำเป็นสถานที่ลับล้อมด้วยค่ายกลโบราณ ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับราชันย์ก็ยากจะลอบเข้ามาได้โดยไร้ร่องรอย แต่ไอ้หัวขโมยผู้นั้นไม่เพียงบุกเข้ามาได้สำเร็จ ชิงมุกเงือกไปใต้จมูกเขา เรื่องนี้หากแพร่ออกไป ทั่วดินแดนไร้ขอบคงหัวเราะเยาะเขาจนฟันร่วง“ประกาศล่าค่าหัว” ชิงเซวียนเอ่ยเสียงเย็น ไอสังหารควบแน่นจนอากาศรอบกายกลายเป็นน
Read more

ตั้งกลุ่ม 2

 ลำไผ่ทั้งต้นเปล่งแสงสีครามอ่อนจาง กลิ่นอายไม้บริสุทธิ์ลอยวนไม่ขาดสาย เพียงมองก็รู้ว่าเป็นของล้ำค่า หากนำออกไปภายนอก เกรงว่าคงทำให้ผู้คนแย่งชิงกันจนหัวร้างข้างแตกแต่ตอนนี้เจ้าของมันกลับยื่นให้นางหน้าตาเฉย“นี่…” หลี่หลิงเฟิ่งอ้าปาก ไม่รู้ควรพูดอะไรดี “พวกท่านต่อสู้กันแทบเป็นแทบตายเพื่อสิ่งนี้ไม่ใช่หรือ เอามาให้ข้าทำไม”ชายหนุ่มร่างสูงในชุดคลุมสีดำตรงหน้ายังคงสีหน้าเรียบเฉย เขาคือเป่ยเทียนวั่ง ผู้ได้อันดับสามจากงานจัดอันดับยอดอัจฉริยะอีกฝ่ายส่ายยัดไผ่ครามใส่มือนางอย่างไม่ใส่ใจ“ท่านหมอหลี่มีพระคุณต่อตระกูลเป่ยของเรา” เป่ยเทียนวั่งประสานมือ สีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง “ท่านประมุขเคยกล่าวไว้…บุญคุณหนึ่งหยดน้ำ ต้องตอบแทนดุจธารน้ำพุ หากไร้ท่านในวันนั้น ตระกูลเป่ยคงไม่อาจมีวันนี้ ดังนั้นไม่ว่าท่านต้องการสิ่งใด ขอเพียงตระกูลเป่ยทำได้ พวกเราจะไม่มีวันปฏิเสธ”คนอื่นต่างชื่นชมความใจกว้างของเป่ยเทียนวั่ง“พี่เป่ยสมแล้วที่ติดหนึ่งในสามยอดอัจฉริยะแห่งยุค ทั้งพรสวรรค์และใ
Read more
PREV
1
...
222324252627
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status