Todos los capítulos de ชายาอสรพิษ: Capítulo 201 - Capítulo 210

215 Capítulos

เหตุเกิดจากการเข้าใจผิด

เหยื่อชุดใหม่ถูกโยนรวมกับชุดเก่าอย่างหยาบกระด้าง บางคนหมดสติสิ้นเรี่ยวแรง บางคนครางกระเสือกกระสนด้วยพิษร้ายที่สะสมอยู่ในร่าง ขณะที่บางคนแม้ยังพยายามลืมตา ทว่าจิตสำนึกกลับพร่าเลือนหลี่หลิงเฟิ่งยืนมองภาพความอนาถนั้นด้วยแววตาที่สงบนิ่ง“เริ่มเถิด” นางกล่าวนางหยิบขวดหยกออกมา บรรจงเปิดฝาอย่างระมัดระวัง กลิ่นหอมสะอาดบางเบาพลันลอยละล่องออกมา หลี่หลิงเฟิ่งเคลื่อนไหวรวดเร็ว มือเรียวแตะที่ปลายคางของคนแรก บีบเบาๆ เพื่อให้ยาลูกกลอนหนึ่งเม็ดไหลลงลำคอได้อย่างไร้การต่อต้านคนผู้นั้นไร้สติสัมปชัญญะ หารู้ไม่ว่าตนเองเพิ่งได้รับโอกาสในการมีชีวิตรอดกลับมาอีกครั้งนางทำเช่นเดียวกันกับคนที่สอง คนที่สาม และคนที่สี่ การเคลื่อนไหวนั้นนุ่มนวลและเฉียบขาด ยาลูกกลอนที่ปรุงจากเลือดและน้ำทิพย์ละลายในกายอย่างรวดเร็ว พลังบริสุทธิ์ค่อยๆ แทรกซึมไปตามเส้นเลือด ชะล้างพิษที่กัดกร่อนร่างทีละชั้น แม้จะไม่ช่วยให้ฟื้นคืนพละกำลังในทันที ทว่าเริ่มมีประกายแห่งชีวิตขึ้นมาเล็กน้อย“เพียงพอให้ยื้อชีวิตต่อไปได้อีกหลายเดือน” นางกล่าวอย่างพึงพอใจหลี่หลิงเฟิ่งมิได้ตั้งใจจะพาคนทั้งหมดหนี ช่วยเท่าที่ควรช่วย หลังจากนี้ย่อมขึ้นอยู่กับวา
Leer más

ลูกบอลเพลิงกัลป์ขั้นสูง

ท่ามกลางความต่างชั้นของระดับพลังนั้นชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธชายผอมแม้จะคลุ้มคลั่งเพียงใด ทว่ารากฐานวิญญาณเพิ่งจะถูกทำลายจากการสูญเสียทาสวิญญาณ พลังยุทธ์ในกายจึงปั่นป่วน ไร้ซึ่งความมั่นคงดังเก่า ส่วนชายหน้าบากแม้จะเปี่ยมด้วยโทสะ ทว่าสติสัมปชัญญะยังครบถ้วน อีกทั้งระดับพลังยังเหนือกว่าอีกฝ่ายหนึ่งขั้นเต็มหนึ่งขั้นในโลกของผู้ฝึกยุทธ์ มิใช่เพียงตัวเลข แต่มันคือช่องว่างราวฟ้ากับเหวอั่ก!กรงเล็บถูกกระบี่ฟันแหวกกลางอากาศ ประกายคมศาสตราสว่างวาบดุจสายฟ้าฟาดฉัวะคมกระบี่แทงทะลุหน้าอกของชายผอม ปลายดาบทะลวงผ่านจุดตันเถียนอย่างแม่นยำ ดวงตาที่แดงก่ำเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ไม่อยากเชื่อ พลังยุทธ์ที่กำลังปะทุพลันดับวูบลงในทันที ร่างซูบผอมสั่นกระตุกสองสามครั้งก่อนจะทรุดฮวบลงบนพื้นหินที่แตกยับเยิน เลือดสีคล้ำเหนียวหนืดไหลแผ่ซ่านเป็นวงกว้างประหนึ่งดอกไม้แห่งความตายที่เบ่งบานเงาดำจิตประหลาดรอบตัวดับดิ้นลงเช่นกันเงียบกริบทั้งลานกว้างตกอยู่ในความเงียบงันชวนให้หายใจลำบาก ลูกสมุนรอบข้างแตกกระเจิงด้วยความกลัว ชายหน้าบากยืนหอบหายใจอย่างหนักหน่วงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะชักกระบี่ออกช้าๆ โลหิตพุ่งกระฉูดออกมาเป็นสา
Leer más

พบเยี่ยเหล่าโถว

หลี่หลิงเฟิ่งยกมือขึ้นลูบคางพลางใช้ความคิด ดวงตาคู่งามเป็นประกายเล็กๆ อย่างที่สัตว์อสูรทั้งสองคุ้นเคยดี “ตอนนี้... นับเป็นโอกาสทองอย่างยิ่ง”“โอกาสใดหรือ” เสี่ยวไป๋ถาม“ไม่รู้อะไรก็อย่าถามมาก” เสี่ยวมู่ตบหัวเสี่ยวไป๋ เสี่ยวไป๋เบะปากน้อยใจนัก เฒ่าทารกนี่ชอบรังแกมันอยู่เรื่อย หากไม่เห็นว่าเป็นผู้อาวุโสมันคงสู้กลับไปแล้วหลี่หลิงเฟิ่งส่ายหน้ายิ้มบาง แต่ไม่ห้ามปราม มีเสี่ยวมู่คอยเป็นหัวหอกเหล่าสัตว์อสูรในมิติมายาก็ดี ช่วงนี้เสี่ยวไป๋เพิ่งเรียนรู้วิชาใหม่ในหอคอยมากำลังกระเหี้ยนกระหือรือเลยทีเดียว จำเป็นต้องลดความโอหังของมันลงไปบ้างภายในค่ายยามนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย คืนนี้เพิ่งจะมีคนตายไปหนึ่ง และหัวหน้ารองย่อมต้องวุ่นวายอยู่กับเหตุการณ์โกลาหลจนลืมสังเกตการณ์ด้านนอก ไม่มีใครสนใจหรอกว่าที่โขดหินนอกกำแพงจะมีใครจ้องมองอยู่ หลี่หลิงเฟิ่งจึงทรุดกายลงนั่งบนโขดหินปลายนิ้วแตะพื้นดินเบาๆพลังจิตแผ่ขยายออกไปอย่างระมัดระวัง เห็นว่าไม่พบตัวอันตรายจึงเริ่มถอดเส้นอักขระบนกำแพงทีละเส้น ขีดเขียนแบบจำลองลงบนพื้นดิน จำลองโครงสร้างพลังงาน ทดลองปรับเปลี่ยนทิศทางในห้วงความคิดคืนแรกผ่านไปอย่างรวดเร็ว
Leer más

ตระกูลเป่ยตกตะลึง

  นางเก็บทั้งหมดเข้าสู่กำไลมิติอย่างทะนุถนอม กำไรเกินคาดนัก ทั้งสมบัติในห้องปรุงโอสถของหัวหน้ารอง ทั้งตำราลูกบอลเพลิงกัลป์ ความรู้เรื่องค่ายกล และยันต์ระดับสูงอีกนับไม่ถ้วน แม้จะเกือบพลาดท่าไปช่วยศัตรูเข้า แต่โดยรวมแล้วก็นับว่าคุ้มค่าจนหาที่เปรียบมิได้หลี่หลิงเฟิ่งอารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัด กำไลสำริดบนข้อมือดูจะหนักอึ้งขึ้นเล็กน้อยจากยันต์และตำราที่เพิ่งได้รับมาหลี่หลิงเฟิ่งพลิกข้อมืออย่างแผ่วเบา ใบชาสีทองอร่ามใบหนึ่งพลันปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือเสี่ยวมู่ถึงกับจับจ้องด้วยความตกตะลึง ปกติแล้วหลี่หลิงเฟิ่งมิเคยนำใบชาล้ำค่าระดับนี้ออกมาแบ่งปันให้ผู้ใด“ของตอบแทนเล็กน้อยเท่านั้น” นางกล่าวด้วยรอยยิ้มละไมนางวางเตาน้ำหยกขนาดกะทัดรัดลงบนโต๊ะไม้ไผ่ ดีดนิ้วจุดเปลวเพลิงใสสะอาดไร้ควันตรงปลายนิ้ว อึดใจเดียวน้ำก็เดือด หย่อนใบชาลง ทันทีที่สัมผัสน้ำร้อน กลิ่นหอมอันลึกซึ้งที่มิอาจพรรณนาได้ก็แผ่ซ่านออกมา มันมิใช่เพียงกลิ่นชาธรรมดา แค่ได้กลิ่นก็จิตใจปลอดโปร่งคลื่นพลังบางเบาแผ่ขยายออกจากศาลาไม้ไผ่ ปกคลุมไปทั่วอาณาเขตของตระกูลเย
Leer más

แจ้งเบาะแส

 “ชาระดับนี้ ท่านได้ประสบวาสนามาจากที่ใดกันแน่รึ” คำถามนี้มิใช่การซักไซ้เพื่อจับผิด ทว่าคือความอัศจรรย์ใจที่เปี่ยมล้นจากก้นบึ้งของหัวใจหลี่หลิงเฟิ่งวางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา กิริยาเรียบง่ายทว่าแฝงด้วยความสูงส่ง “ข้าเพียงพบวาสนาเล็กน้อยระหว่างอยู่ในเขตจิตลวง บังเอิญพบต้นชาโบราณต้นหนึ่งเข้า จึงได้เก็บเกี่ยวกลับมาจำนวนหนึ่งเท่านั้น”จำนวนหนึ่ง...คำพูดที่ดูแคลนความสำคัญของสิ่งของตรงหน้า ทำให้ผู้อาวุโสหลายท่านถึงกับสำลักน้ำชา เขตจิตลวงที่นางเอ่ยถึงพวกเขาก็อยู่ อีกอย่างผู้ฝึกยุทธ์สิบคนเข้าไป อาจรอดกลับมาได้เพียงหนึ่ง ทว่านางกลับเอ่ยถึงมันราวกับเดินเข้าไปเก็บผักหญ้าในสวนหลังบ้านนางพบวาสนามากมาย ส่วนพวกเขาหาไม่เจอ น่าอิจฉาเกินไปแล้วผู้อาวุโสท่านหนึ่งมองนางด้วยด้วยความอิจฉา “ท่านหมอหลี่ช่างเป็นผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่นัก”เรื่องต้นชานี้ห้ามแพร่งพรายออกไปแม้เพียงครึ่งคำ ความสงบสุขย่อมสำคัญกว่าชื่อเสียง โดดเด่นเกินไปย่อมชักนำภัยมาสู่ตัวไม่โดดเด่นจนเกินงาม ไม่ให้ผู้ใดคลางแคลงใจเกินควร ใช้ชีวิตอย่า
Leer más

เตรียมยกระดับ

คราวนี้หลี่หลิงเฟิ่งไม่ยอมปล่อยสองแม่ลูกตระกูลถังอีก ต่อให้ไร้หลักฐานเชิงจะเปิดโปงพวกนาง ส่วนต่อสู้ซึ่งหน้าหรือ ล้วนไม่ใช่ทางเลือกของคนฉลาด นางเลือกยืมดาบฆ่าคนแจ้งเรื่องราวแก่คนตระกูลเป่ยแต่ไหนแต่ไรหลี่หลิงเฟิ่งก็เป็นผู้มีพระคุณของพวกเขา ประมุขตระกูลเป่ยย่อมไม่ปฏิเสธ จริงเท็จอย่างไรไม่สำคัญ“แม่นางหลี่มิต้องกังวล เรื่องนี้พวกเราย่อมไม่ปล่อยผ่าน แม่ลูกตระกูลถังคู่นั้นต้องได้รับสาสมกับสิ่งที่พวกนางทำลงไปแน่นอน ท่านพักผ่อนให้ดีเถิด เรื่องที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้า”คำมั่นสัญญานั้นหนักแน่นเพียงพอ ทว่าหลี่หลิงเฟิ่งกลับมิได้ผ่อนคลายลงทั้งหมด มีสิ่งหนึ่งเก็บงำไว้มิบอกผู้ใดคือตระกูลชิงที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังอีกชั้นหนึ่งบึงนี้ลึกเพียงใด?ขุ่นมัวแค่ไหน?กระแสใต้น้ำที่เชี่ยวกรากเพียงไร?นางไม่ประมาทแม้เพียงกึ่งส่วน ในตระกูลใหญ่ที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์มหาศาล ย่อมมีสายข่าวและหูตาแฝงเร้นอยู่ทุกหย่อมหญ้า แต่ละฝ่ายต่างสอดส่องกันเองจนไม่มีใสสะอาดอย่างแท้จริง ประสบการณ์จากชีวิตก่อนบวกกับชั้นเชิงทางการเมืองที่สั่งสมมา ทำให้นางเข้าใจแจ่มแจ้ง ศัตรูที่ถือดาบรออยู่ตรงหน้าไม่น่ากลัวเท่าศัตรูที่ยิ้ม
Leer más

มิติมายายกระดับ

หลายวันถัดมา หลี่หลิงเฟิ่งยังคงเดินวนสำรวจทั่วหุบเขาหยกขาว นางมิได้รีบร้อน ปลายนิ้วแตะพื้นหินเป็นครั้งคราว ปล่อยกระแสจิตซึมลึกลงใต้ชั้นดินตามรอยแยกหินลงไปสำรวจเบื้องล่างกระทั่งวันหนึ่ง ณ ซอกหินลึกมีคลื่นพลังร้อนระอุสายหนึ่งพลันสะท้อนการสำรวจของนาง เลือดในกายของนางเริ่มอุ่นซ่านดวงตาของหญิงสาวสว่างวาบ ลึกลงไปใต้พื้นดินหลายสิบจั้ง มีแหล่งกำเนิดพลังธาตุไฟอันเข้มข้นขุมหนึ่งซ่อนอยู่ แร่เพลิงบริสุทธิ์มากทีเดียวเหมาะแก่การฝึกลูกบอลเพลิงกัลป์ที่สุด“ที่นี่แหละ” นางกล่าวกระบี่วิญญาณถูกเรียกออกมาผสานพลังมิติช่วยเจาะชั้นหิน ใช้เวลาหนึ่งวันเต็มถ้ำลึกเจาะถึงจุดศูนย์กลางของสายแร่เพลิง อากาศภายในร้อนอบอ้าว นางวาดค่ายกลป้องกันขึ้นรอบถ้ำก่อนจะเริ่มฝึกค่ายกลนี้มิใช่ของที่ได้มาจากใครแต่เป็นสิ่งที่นางคิดค้นเอง โครงสร้างเรียบง่าย ใช้พลังไฟเป็นแกน ผสานอักขระสะท้อนและกักเก็บพลัง ต้านทานพลังยุทธ์ขั้นนภาได้“พอถูไถ” นางพยักหน้าประเมินหญิงสาวนั่งขัดสมาธิกลางถ้ำ หยิบตำราลูกบอลเพลิงกัลป์ขั้นสูงขึ้นมา ครานี้อ่านอย่างละเอียดทุกตัวอักษร ยิ่งอ่าน คิ้วยิ่งขมวดขบวนท่าซับซ้อนยิ่งนัก การควบแน่นไฟแบ่งเป็นเก้าชั้น หม
Leer más

ชีวิตมั่นคงอีกขั้น

ในที่สุดสิ่งที่หลี่หลิงเฟิ่งคาดการณ์ไว้ก็เกิดขึ้นสัตว์อสูรในละแวกนั้นเริ่มเคลื่อนไหวผิดปกติ เนื่องจากเสียงระเบิดกัมปนาทจากการเคี่ยวกรำวิชาดังสะเทือนติดต่อกันนานหลายวัน จากเดิมที่เพียงแค่ผ่านไปมาบัดนี้กลับวนเวียนอยู่รอบพื้นที่มากขึ้นเรื่อย ๆอย่างน้อยสามตัวที่นางสัมผัสได้มีพลังใกล้เคียงขั้นนภา หนึ่งในนั้นเหนือกว่านางชัดเจนแม้ท่าใหญ่ลูกบอลเพลิงกัลป์จะยกระดับขึ้นแล้ว แต่หากโดนอสูรระดับสูงรุมล้อม สถานการณ์ย่อมไม่แน่นอน อย่าเสี่ยงดีกว่า“ที่นี่ไม่เหมาะจะอยู่ต่อแล้ว”นางตัดสินใจรวดเร็ว เก็บกลิ่นอาย สลายค่ายกลเดิม จากนั้นทะยานกายออกจากบริเวณนี้ เลือกเส้นทางอ้อมผ่านแนวผาหินและพงไม้หนาทึบ ลดการเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด จุดหมายถัดไปคือถ้ำเดิมของมารดาถ้ำแห่งนั้นตั้งอยู่ลึกเข้าไปในแนวผาคดเคี้ยว ปากถ้ำแคบ เถาวัลย์ผุดขึ้นอำพรางตาได้เป็นอย่างดี แถมภูมิประเทศซับซ้อนแม้สัตว์อสูรจะตามกลิ่นมาก็ยากจะค้นพบโดยง่ายเมื่อมาถึงหลี่หลิงเฟิ่งสำรวจโดยรอบอย่างละเอียด แน่ใจว่าไร้ร่องรอยสิ่งมีชีวิตอื่นจึงก้าวเข้าไปด้านใน ภายในถ้ำบังคงเดิม หลี่หลิงเฟิ่งเริ่มวาดค่ายกลป้องกันอีกรอบภายนอกสัตว์อสูรเคลื่อนไหวเป็นระยะ
Leer más

จุดจบของแม่ลูกตระกูลถังและนายน้อยตระกูลหนาน

ครึ่งเดือนแล้วที่หลี่หลิงเฟิ่งเก็บตัวอยู่ในหุบเขาหยกขาว แม้จะห่างไกลเมือง ตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก แต่นางหาได้ตัดขาดจากข่าวสารไม่แหล่งข่าวแรกย่อมเป็นหอสิบทิศ ยันต์สื่อสารที่นางปรับปรุงด้วยตนเองกระจายอยู่ในมือแกนนำหลักกว่าสิบใบ อักขระเสริมพลังทำให้การส่งสารเสถียรขึ้นหลายเท่า แทบทุกวันจะมียันต์เรืองแสงขึ้นหนึ่งถึงสองครั้ง รายงานความเคลื่อนไหวจากทั่วสารทิศอีกทั้งใบชาฌานสำนึกก็ไม่เคยขาด สมาชิกแกนกลางที่ติดคอขวดต่างได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง พลังยุทธ์ของพวกเขาก้าวกระโดดข้ามขั้น ความเข้าใจวิชาลึกซึ้งขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนภายในเวลาอันสั้น กำลังรบของหอสิบทิศเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว องค์กรข่าวกรองอันดับหนึ่งแห่งดินแดนไร้ขอบ เริ่มมีเขี้ยวเล็บออกมาอีกครั้งส่วนแหล่งข่าวที่สองนั้นมาจากคุณชายสามเป่ย ป้ายคำสั่งทองคำที่ให้นางไว้ มิได้มีไว้เพียงเรียกกำลังคนยามคับขัน หากส่งพลังจิตเข้าไปอย่างถูกวิธี ก็สามารถสื่อสารกันได้โดยตรงความสะดวกสบายเช่นนี้ บางครานางยังอดนึกถึงโทรศัพท์มือถือจากดาวโลกสีน้ำเงินในชาติก่อนไม่ได้ ต่างกันเพียงเครื่องหนึ่งใช้สัญญาณ อีกเครื่องใช้พลังวิญญาณ แต่หลักการทำงานเหมือ
Leer más

จัดเปลี่ยนของวิถียุทธ์

กองทัพตระกูลใหญ่มีหัวหอกเป็นตระกูลเป่ย พวกเขาไม่บุกในทันที เลือกปักหลักอยู่รอบบริเวณนอกค่ายโจร การเตรียมการต่างๆ กินเวลาหลายเดือน เชิญปรมาจารย์ค่ายกลขั้นปราชญ์ออกจากการเก็บตัว ระดมกำลังจากพันธมิตรสองตระกูล รวบรวมยอดฝีมือเหนือขั้นนภาหลายคนสายข่าวแทรกซึมตามแนวเขตอันตราย ส่งข้อมูลตำแหน่งลาดตระเวน จำนวนเวรยาม ช่วงเวลาที่ค่ายกลเปิดปิด ข้อมูลเหล่านี้ถูกส่งต่อมายังหุบเขาหยกขาวด้วยเช่นกัน หลี่หลิงเฟิ่งนั่งอ่านยันต์สื่อสารทีละแผ่นอย่างออกอรรถรสและแล้วเช้าวันหนึ่ง ป้ายคำสั่งทองคำสั่นขึ้นมา เสียงเป่ยเฉินหลงลอดออกมา“ค่ายกลแก้ยากกว่าที่ประเมินไว้เล็กน้อย แต่ควบคุมได้”พอหลี่หลิงเฟิ่งได้ฟังก็ยกยิ้ม แอบชื่นชมเหล่านักวางค่ายกลอยู่ในใจ สมกับเป็นแผ่นดินใหญ่ คนเก่งกาจมีเยอะจริง ๆ ตัวนางเอกก็ไม่อาจหย่อนยานฝึกฝน ทั้งสองพูดคุยกันสักก่อนจะตัดการติดต่อไปวันเดียวกันยันต์สื่อสารสว่างขึ้นกลางดึก“ค่ายกลซับซ้อนกว่าที่คิด มีชั้นซ้อนหลายระดับ ทุกครั้งที่แก้สำเร็จส่วนหนึ่ง จะกระตุ้นกลไกโจมตีอัตโนมัติ คาดว่าคงใช้ต้องเวลาอีกหลายวันถึงจะทำลายได้”หลี่หลิงเฟิ่งอ่านเงียบ ๆ สีหน้าแปลกประหลาดยิ่ง เมื่อเช้าเป่ยเฉินหลง
Leer más
ANTERIOR
1
...
171819202122
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status