กาลเวลาราวหยุดนิ่ง มีเพียงเสียงลมหายใจสอดประสานกับการไหลเวียนของพลังยุทธ์ ดวงไฟสีทองทั้งหลายค่อยๆ จางลงเมื่อแต่ละคนดูดซับ สหายร่วมทางต่างจมดิ่งอยู่ในสภาวะสมาธิ ใบหน้าเรื่อเรืองด้วยแสงอ่อน พลังยุทธ์ในกายกำลังขัดเกลาตนเองกระนั้นท่ามกลางความสงบ ใต้ผืนดินราบเรียบ มีบางอย่างปะปนอยู่"นายท่าน เจ้านั่นแตะสิ่งที่ไม่ควรแตะเข้าแล้ว" เสี่ยวมู่นึกบางอย่างได้ เสียงแปล่งแฝงสั่นเทา"เจ้ารู้จักซากศพนี้แน่รึ" หลี่หลิงเฟิ่งถามตรงๆ หญิงสาวเห็นเสี่ยวมู่เงียบนานจึงคิดไปว่าแค่โอ้อวดเสี่ยวมู่เงียบครู่หนึ่ง "กลิ่นคาวฟุ้งเต็มไปด้วยความตะกละในแบบที่ข้าลืมไม่ลง นายท่าน ซากที่นอนอยู่นั่นเป็นถึงราชันอสูรบรรพกาลผู้กลืนกินฟ้าดิน แม้จะเป็นเศษซากเสี้ยววิญญาณที่ถูกราชาเซียนเต้าหยูสยบไว้ ก็ห้ามมองข้ามเด็ดขาด มันทรงพลังจนข้าไม่แน่ใจว่าจะรับมือได้ครบสิบส่วน"ภายนอกหลี่หลิงเฟิ่งไม่แสดงอาการใดๆ ภายในมองเสี่ยวมู่แผ่จิตสัมผัสเข้าสู่เศษจิตรวบรวมจิตวิญญาณบางส่วนอย่างใคร่รู้"โฮ่ สหายเทาเที่ยที่เคยองอาจเกรียงไกรในยุคบรรพกาล กลับต้องมาตกต่ำเป็นสุนัขเฝ้าสุสานให้มนุษย์ เจ้าดูไม่จืดเลยนะ" เสี่ยวมู่ได้ทีเสียดสีใหญ่สหายเทาเที่ยรึ?
Read more