All Chapters of ชายาอสรพิษ: Chapter 231 - Chapter 240

243 Chapters

สหายรึ

กาลเวลาราวหยุดนิ่ง มีเพียงเสียงลมหายใจสอดประสานกับการไหลเวียนของพลังยุทธ์ ดวงไฟสีทองทั้งหลายค่อยๆ จางลงเมื่อแต่ละคนดูดซับ สหายร่วมทางต่างจมดิ่งอยู่ในสภาวะสมาธิ ใบหน้าเรื่อเรืองด้วยแสงอ่อน พลังยุทธ์ในกายกำลังขัดเกลาตนเองกระนั้นท่ามกลางความสงบ ใต้ผืนดินราบเรียบ มีบางอย่างปะปนอยู่"นายท่าน เจ้านั่นแตะสิ่งที่ไม่ควรแตะเข้าแล้ว" เสี่ยวมู่นึกบางอย่างได้ เสียงแปล่งแฝงสั่นเทา"เจ้ารู้จักซากศพนี้แน่รึ" หลี่หลิงเฟิ่งถามตรงๆ หญิงสาวเห็นเสี่ยวมู่เงียบนานจึงคิดไปว่าแค่โอ้อวดเสี่ยวมู่เงียบครู่หนึ่ง "กลิ่นคาวฟุ้งเต็มไปด้วยความตะกละในแบบที่ข้าลืมไม่ลง นายท่าน ซากที่นอนอยู่นั่นเป็นถึงราชันอสูรบรรพกาลผู้กลืนกินฟ้าดิน แม้จะเป็นเศษซากเสี้ยววิญญาณที่ถูกราชาเซียนเต้าหยูสยบไว้ ก็ห้ามมองข้ามเด็ดขาด มันทรงพลังจนข้าไม่แน่ใจว่าจะรับมือได้ครบสิบส่วน"ภายนอกหลี่หลิงเฟิ่งไม่แสดงอาการใดๆ ภายในมองเสี่ยวมู่แผ่จิตสัมผัสเข้าสู่เศษจิตรวบรวมจิตวิญญาณบางส่วนอย่างใคร่รู้"โฮ่ สหายเทาเที่ยที่เคยองอาจเกรียงไกรในยุคบรรพกาล กลับต้องมาตกต่ำเป็นสุนัขเฝ้าสุสานให้มนุษย์ เจ้าดูไม่จืดเลยนะ" เสี่ยวมู่ได้ทีเสียดสีใหญ่สหายเทาเที่ยรึ?
Read more

คำพยากรณ์

ในมุมที่มืดมิดที่สุดของดินแดนไร้ขอบ ณ สถานที่ถูกขนานนามว่า เขตจิตลวง บรรยากาศที่เคยแปรปรวนรอยแยกมิติในยามนี้กลับนิ่งสงบอย่างผิดปกติเหมือนพายุที่หยุดนิ่งก่อนจะพัดถล่มความมืดกลุ่มหนึ่งเริ่มข้นคลักขึ้นใจกลางเขต มวลน้ำหนักก่อตัวเป็นก้อนทรงกลมแผ่ขยายอย่างช้าๆ ทุกครั้งที่มันขยับ พื้นที่มิติโดยรอบปริแตกราวกระจกถูกบีบอัดภายในก้อนกลมโปร่งแสงเพียงน้อยนิด มีร่างขดตัวอยู่ในท่าทารก ผิวพรรณคล้ายเนื้อหนัง คล้ายโลหะเหลวสีนิลขยับเขยื้อนตลอดเวลา เส้นสีม่วงคล้ำไหลพาดผ่านร่างราวเส้นเลือดทิพย์ และทุกครั้งที่มันหายใจก้อนทั้งหมดจะเต้นเป็นจังหวะ ส่งคลื่นแห่งความดับสูญกระจายออกไปเป็นวง กระตุ้นให้สัตว์อสูรในเขตจิตลวงต่างหมอบกราบด้วยความสั่นสะท้านโดยสัญชาตญาณเมื่อเผชิญกับตัวตนที่แข็งแกร่งกว่านิ้วมืออวบปลายนิ้วแหลมค่อยๆ ขยับทีละนิ้ว เส้นผมสีดำสนิทพันรัดร่างนั้นไว้ราวรังไหมเริ่มตึงขึ้นเล็กน้อยมันกำลังเติบโตและไม่มีใครในดินแดนไร้ขอบรู้เลยแม้แต่คนเดียวขณะที่ความมืดในเขตจิตลวงกำลังเพาะตัวอย่างเงียบเชียบ ลึกเข้าไปในใจกลางแดนหลักของ ดินแดนไร้ขอบ ณ ตำหนักธิดาสวรรค์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นดวงตาแห
Read more

มุกอสูร

ณ ส่วนลึกกลางสุสานท่ามกลางความสงัด หลี่หลิงเฟิ่งนั่งขัดสมาธิเช่นเคย ร่างของนางดูพร่าเลือนประหนึ่งเงาน้ำที่สั่นไหวในกระจกเงา ทุกครั้งที่นางโคจรพลังวิชากลืนบรรพต กลิ่นอายความเวิ้งว้างแผ่ซ่านออกจากรูขุมขน คล้ายตัวตนของนางกำลังค่อยๆ หลุดลอยออกจากโลกแห่งความจริงไปสู่ห้วงแห่งสุญญากาศทว่าลึกลงไปในเส้นชีพจรที่สลับซับโซน พลังสีดำแดงของเทาเที่ยกลับซ่อนหนามเอาไว้ หนามที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่คมพอจะเฉือนดวงวิญญาณให้เป็นจุณ เจตจำนงหมายจะกัดกินรากฐานวิญญาณของนางทีละน้อย เพื่อให้ทันทีที่นางบรรลุวิชาสำเร็จ จิตสำนึกของนางจะถูกกลืนกิน กายเนื้อจะกลายเป็นเพียงบ้านหลังใหม่ของมัน‘คิดจะเอาเปลือกหอยมาทดแทนตัวเรือนรึ ท่านปูเขียว’ หลี่หลิงเฟิ่งแค่นเสียงในใจเสี่ยวมู่ก็พบความผิดปกติเช่นกัน มันตกใจจนสั่นไปหมด เจ้าแก่เทาเที่ยคิดจะปล่อยให้นายท่านฝึกวิชาจนร่างสมบูรณ์ แล้วค่อยยึดร่าง เอาจิตของนางทิ้ง เหลือแต่เปลือกให้เจ้าใช้งั้นหรือ เฮือกชีวิตสุดท้ายก็ไม่อยากเอาแล้ว เลยหาทางตายให้ตน?เสี่ยวมู่คิดว่าเท่าเที่ยสมองกลวง ถึงนายท่านยังห่างไกลความไร้เทียมทาน แต่จากที่มันติดตามมาหลายปี รู้จิตใจและวิธีการลงมือของนางดี
Read more

จับแยก

 “เจ็บใจชะมัดปล่อยให้มันหนีไปได้” เหวินเจิ้งหัวเสียสุด ไอ้บ้านั่นหลอกเป็นคนสำนักตั้งนาน ทำตัวเลวทราม ไม่สังหารทิ้งใจเขาไม่สงบ“เสียดายก็แต่มุกอสูรเม็ดนั้น” เป่ยเฉินหลงกล่าว สีหน้าหม่นเนตรลักษณ์ของเขาค่อยๆ กลับคืนสู่ปกติ “มันเป็นจิ้งจอกเฒ่าที่เตรียมการมาอย่างดี แผนการหลบหนีของมันแยบยลนัก พวกเจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่”เป่ยฮวาซินเพ่งมองไปยังจุดที่ชายหนุ่มหายไป ปัดฝุ่นบนเสื้อเบาๆ พร้อมเอ่ยขึ้น แววตาลึกล้ำ “ปล่อยมันไปเถิด ระเบิดในมือคนที่ถือมันเองนั้น ไม่จำเป็นต้องไปจุดชนวนเพิ่ม สายน้ำย่อมหาทางของมันเองในที่สุด”หลี่หลิงเฟิ่งเลิกคิ้วขึ้นหลังจากได้ยินวาจาของเป่ยฮวาซิน แววตาวูบไหวประหลาดใจลอบพิจารณาสตรีตรงหน้าอย่างละเอียด ดูเหมือนพี่สาวตระกูลเป่ยคนนี้จะล่วงรู้คุณประโยชน์ของมุกอสูรไม่มากก็น้อย อย่างน้อยนางก็มีสัญชาตญาณที่เฉียบคมพอจะรู้ว่าสิ่งนั้นหาใช่ของที่ใครจะครอบครองได้ง่ายๆในขณะที่คนทั่วไปมองว่ามุกอสูรคือขุมพลัง แต่หลี่หลิงเฟิ่งครอบครองคลังความรู้ย่อมมองเห็นลึกซึ้งกว่านั้น มุกอสูรส่
Read more

ออกล่า

เสี่ยวเหมยเริ่มไม่ไหว “แรงกดดันมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”วูบสิ้นคำพูด ร่างจำแลงทัณฑ์สวรรค์เคลื่อนตัว หายไปจากจุดเดิมแล้วโผล่มาอีกจุดหนึ่งด้วยความเร็วจนเห็นเพียงเงาวูบผ่าน หมัดที่อัดแน่นด้วยพลังอัสนีพุ่งตรงเข้าหาหลูกังปังหลูกังยกแขนขึ้นรับ แรงกระแทกส่งเขาถอยหลังชนผนัง กระดูกแขนสั่นจนชา ยังไม่ทันตั้งหลัก ร่างจำแลงก็เคลื่อนตัวอีกครั้ง เสี่ยวเหมยตวัดยันต์ออกไป แสงสีทองพุ่งเข้าปะทะเกิดเสียงระเบิด แต่ไม่อาจหยุดมันได้ การต่อสู้เริ่มดุเดือดเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าหลูกังพุ่งเข้า ประชิด ฟาด ฟัน ถอย สลับจังหวะไม่หยุด เสี่ยวเหมยคอยสนับสนุนสะกด หลอกล่อ กระนั้นก็สูญเปล่า ทุกครั้งที่มันถูกฉีกกระจาย พลังจะรวมตัวกลับมาใหม่ในไม่กี่ลมหายใจ เหมือนกับไม่มี “จุดตาย”“บ้าเอ๊ย” หลูกังขบฟันแน่น หลังจากฟันดาบเต็มแรง เพียงแค่ทำให้ร่างจำแลงทัณฑ์สวรรค์แตกกระจายแล้วกลับคืนสภาพ “มันไม่ใช่ของที่ฆ่าได้ด้วยวิธีปกติ”นางก็รู้ไหมจะพูดทำไม แต่ก็ตอบกลับเสียงหอบ “รีบหาทางจัดการมันเถอะ ช้ากว่านี้ พวกเราก็เข้าไปข้างในไม่ได้แล้ว สังหารไม่ได้ก็ขังมันไว้ได้นี่ ท่านชำนาญค่ายกลขนาดนั้น ต้องมีสักค่ายกลกักขังมันได้สักพักหนึ่ง”หลูก
Read more

ที่แท้เป็นเจ้า!

หลูกังขวัญหนีดีฝ่อ ถอยกรูดจนแผ่นหลังพิงแนบสนิทกับประตู พยายามกวาดมองผ่านหมอกดำอย่างบ้าคลั่ง พลังจิตระดับปราชญ์ถูกรีดเค้นออกมาจนถึงขีดสุดเพื่อตรวจจับร่องรอยผิดปกติจิตสังหารเข้มข้น?น่าเสียดาย เขาพบเพียงความว่างเปล่า ซัดพลังยุทธ์ออกไปทุกครั้งที่มีการกระเพื่อม กระนั้นก็แค่สังหารจิตประหลาด ฆาตกรรวดเร็วลึกลับประหนึ่งภูตพราย เขาช้ากว่าศัตรูเพียงครึ่งก้าวเสมอ เหมือนถูกแมวหยอกล้อหนูใกล้ตายสังหารเสี่ยวเหมยระดับปราชญ์ได้ในพริบตาเดียว พลังนี้มันเหนือกว่าขั้นนภาแน่ ต้องระดับราชันย์ขั้นสูงถึงทำได้เป่ยเฉินหลง? เป่ยฮวาซิน?ในกลุ่มที่เดินทางมาด้วยกัน มีใครบ้างที่ทำเรื่องนี้ได้เขาคิดอย่างรวดเร็ว กลั่นกรองทีละคนสองพี่น้องตระกูลเป่ย ทั้งคู่มีฝีมือ แต่ไม่น่าลอบสังหารให้ยุ่งยากถ้าไม่ใช่ตระกูลเป่ย ก็...หลูกังเตลิดไปถึงอีกคนหนึ่ง “จงหยาง! ข้ารู้ว่าเป็นเจ้า ถนัดการต่อสู้ประชิดที่สุดไม่มีใครแล้วนอกจากเจ้า ออกมาเถอะ เห็นแก่ที่พวกเราเคยเป็นสหายมานาน ขุ่นเคืองเรื่องใดสามารถหารือกันได้ ไม่เห็นต้องถึงกับเอาชีวิตพี่น้องกันเองอย่างนี้”ไอ้สารเลวจงหยาง กล้าตลบหลังข้า!ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว หลี่หลิงเฟิ่งยืนถ
Read more

ร่างแยกอัสนี

ที่ห่างออกไปไกลหลายพันลี้แกร๊ง!ป้ายหยกสีดำในห้องหนึ่งแตกร้าว เสียงหัวเราะแผ่วต่ำก็ดังขึ้น ประหลาดใจเล็กน้อย "ตายแล้วหรือ..."เงาร่างในความมืดขยับ ดวงตาคู่หนึ่งลืมตาเนิบช้า "หมากตัวนี้ไปเจอของแข็งเข้าเสียแล้ว"ร่างนั้นนับนิ้วคำนวณรวดเร็ว ทว่าไม่นานก็กระอักเลือดออกมา หยุดคำนวณทันที "น่าสนใจ"ส่วนลึกในสุสานซู้ดดดด!เสี่ยวจูจูกลืนร่างจำแลงทัณฑ์สวรรค์ ดวงตาเป็นประกายด้วยความพอใจ น่าแปลกที่มันไม่ทำร้ายเสี่ยวจูจูเลยสักครั้ง ไม่แม้ต่อต้าน ทุกอย่างจึงราบรื่นมากราวสามชั่วยาม ร่างจำแลงทัณฑ์สวรรค์ลงท้องเสี่ยวจูจูจนหมด หมูป่าหางทองหันมามองหลี่หลิงเฟิ่งแววตากลมโตเจือความออดอ้อนปนเว้าวอน“ยังไม่อิ่มหรือ” หลี่หลิงเฟิ่งยิ้ม เดินเข้าไปลูกลำตัวอวบอ้วนของมัน ก่อนพยักพเยิดไปข้างหน้า “ข้างในยังมีอีกนะ”เห็นว่านายท่านไม่ห้ามก็ตาวาววับวิ่งเข้าไปในส่วนลึก แต่ไม่ถึงสี่สิบก้าวก็ต้องหยุด เสียงฟ้าคำราม เส้นแสงนับสิบผ่าลงบนตัวเสี่ยวจูจูพร้อมกัน มันรู้สึกจั๊กจี้จนต้องหลับตาพริ้ม สายฟ้าเหล่านั้นหลอมรวมเข้ากับร่างกายเสี่ยวจูจูอย่างต่อเนื่องเสี่ยวจูจูตื่นเต้นดีใจ มันพุ่งหน้าอีก กลืนกินสายฟ้าที่ผ่าลงมาอย่างไม่เกรง
Read more

ประตูสู่ขั้นแปลงเทพ

ท่ามกลางประกายอัสนีแทรกซึมเป็นระยะ ร่างเพรียวบางของหลี่หลิงเฟิ่งถูกห่อหุ้มด้วยกลิ่นอายเย็นเยียบ ราวกับทุกสิ่งรอบกายล้วนถูกตัดขาดจากอารมณ์ความรู้สึกปลายนิ้วเรียวพลิกมือเบาๆ ป้ายคำสั่งในมิติมายาก็ลอยออกมาอย่างเชื่องช้า แสงบางเบาแผ่กระจาย นางทอดสายตาลงไปเพียงครู่ ก่อนจะหยุดชะงักเล็กน้อยมีข้อความส่งเข้ามา แววตาที่เคยนิ่งเฉยเกิดคลื่นไหววูบหนึ่ง นางถ่ายทอดกระแสจิตเข้าไปโดยไม่รีรอ“สถานการณ์ทางพวกท่านเป็นอย่างไรบ้าง”ไม่นาน เสียงของเป่ยเฉินหลงดังขึ้น น้ำเสียงของเขายังคงสุขุมแฝงความผ่อนคลายอยู่เล็กน้อย“พวกข้ารวมตัวกันได้แล้ว พบพื้นที่หนึ่งคาดว่าอาจมีสมบัติ กำลังสำรวจอยู่ ตอนนี้ยังไม่มีอันตรายร้ายแรง”หลี่หลิงเฟิ่งนิ่งฟัง ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับไปอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการปิดบังแม้แต่น้อย“ทางข้าก็พบวาสนาเช่นกัน เป็นต้นกำเนิดธาตุอัสนี”ปลายสายเงียบงันไปชั่วขณะ ราวกับแม้แต่เป่ยเฉินหลงเองก็ยังต้องใช้เวลาประมวลผล หลี่หลิงเฟิ่งไม่เร่งเร้า รออย่างสงบผ่านไปไม่กี่ลมหายใจ เสียงของเป่ยเฉินหลงก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ได้ตอบในทันที“รอสักครู่”จากนั้นกระแสจิตก็ขาดหายไป อีกฝั่งหนึ่ง เป่ย
Read more

ขั้นที่สูงกว่า

เถิงอู่ฮ่าวหน้าซีดเผือด ตัวสั่นไม่หยุด “นะ…น่ากลัวเกินไปแล้ว!”เขาหายใจหอบถี่ ตัวสั่นเทาไม่หยุดประหนึ่งลูกนกกลางพายุเพียงแค่สายตาก็เกือบทำลายเขาได้!จิตวิญญาณสั่นคลอน พลังในร่างปั่นป่วน นี่มันไม่ใช่ระดับราชันย์ควรมี“นี่มันพลังระดับไหนกันแน่”ความเจ็บปวดที่บาดลึกถึงวิญญาณทำให้ความคิดของเขาปั่นป่วนอย่างบ้าคลั่ง สัญชาตญาณของนักหลอมโอสถพยายามจับต้นชนปลายทันใดนั้น ความเป็นไปได้หนึ่งก็ผุดขึ้นมา ทำให้เลือดทั้งร่างเย็นเฉียบ“หรือว่าจะเป็นตัวตนที่แท้จริงของนางคือผู้ยิ่งใหญ่จากยุคโบราณ สังสารวัฏสิงร่าง… หรือซ่อนเร้นอยู่ในร่างนี้ ใช่ ต้องใช่แน่”ยิ่งคิด ยิ่งสั่นสะท้าน ทุกอย่างตรงกันหมด!กลิ่นอายที่ไม่สอดคล้องกับระดับพลัง ความลึกลับที่ไม่มีผู้ใดหยั่งถึง และสายตาเมื่อครู่ไม่ใช่สิ่งที่คนจะมีได้“บ้าเอ๊ย ข้าไปยุ่งกับตัวตนแบบไหนเข้าแล้ว!” เถิงอู่ฮ่าวหัวใจแทบแตกสลายในสายตาหลี่หลิงเฟิ่ง เถิงอู่ฮ่าวเลือนราง ไม่ต่างจากจุดแสงเล็กๆ ที่เกิดแล้วดับ เพียงความคิดหนึ่ง
Read more

คนชั่วดวงกุดเสียแล้ว

 หน้าโลงศพเป่ยเฉินหลงกับพวกล้อมโลงศพบนแท่นสูง รอบโลงศพถูกปกคลุมด้วยเส้นสายพลังงานที่พันไขว้กันไปมาจนมองไม่เห็นช่องโหว่"ค่ายกลภพวิญญาณ" เขาเอ่ยสีหน้าเคร่งเครียด "ซับซ้อนเกินไป ต่อให้พวกเราทั้งหมดลงมือพร้อมกัน ก็อาจทำได้เพียงแค่ทำให้มันสั่นคลอนเท่านั้น"เหล่าสมาชิกในกลุ่มต่างมองหน้ากันด้วยความลังเล สำรวจเส้นทางจนหมด กวาดสมบัติจนเกลี้ยง กลับมาก็ยังหาทางแก้ค่ายกลไม่ได้ แต่ละคนต่างสิ้นหวังเป่ยเฉินหลงกล่าว “แม่นางหลี่มีความเข้าใจเรื่องค่ายกล หากเป็นนาง อาจจะมีวิธีแก้”เป่ยเฉินหลงนิ่งคิดอยู่ครู่ จากนั้นก็หยิบป้ายคำสั่งขึ้นมาหลี่หลิงเฟิ่งนั่งพักฟื้นอยู่ริมขอบทะเลสาบ ป้ายคำสั่งในมิติมายาสั่นสะเทือนเบาๆ ข้อความของเป่ยเฉินหลงปรากฏขึ้น สั้นและกระชับ"แม่นางหลี่ ไม่กี่วันมานี้พวกเราหาโลงศพราชาเซียนเต้าหยูเจอแล้ว แต่ติดปัญหาตรงโลงศพมีค่ายกลภพวิญญาณปิดกั้น ซับซ้อนเกินกำลังพวกข้า หากท่านพอมีวิธีแนะนำ ขอรบกวนด้วย ไม่รีบ รอได้"หลี่หลิงเฟิ่งอ่านจบแล้วก็นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง คนพวกนี้ถึงกับหาเจอ โชคดีไม่หยอกสายตาขอ
Read more
PREV
1
...
202122232425
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status