All Chapters of ชายาอสรพิษ: Chapter 221 - Chapter 230

243 Chapters

เตรียมปล้นสุสาน

 เหนือหมู่เมฆาขดตัวเป็นเกลียวคลื่น เงาร่างมหึมาตัดผ่านนภากาศด้วยความเร็วดุจสายฟ้าแลบ เสียงหวีดหวิวของลมปะทะกับปีกนิลกาฬดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วชั้นฟ้า มังกรดินโฉมใหม่กระพือปีกสีดำขนาดยักษ์ เกล็ดหนาสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นมันวาว ท่วงท่าการบินนั้นองอาจผึ่งผายประหนึ่งเจ้าแห่งเวหาที่แท้จริงหลี่หลิงเฟิ่งนั่งอยู่บนหลังของมันอย่างเกียจคร้าน อาภรณ์แดงพลิ้วไหวตามแรงลม ใบหน้าเรียบเฉยทอดสายตาลงมองเบื้องล่างเพื่อหาจุดนัดพบตามแผนที่ที่ปรากฏในยันต์สื่อสารณ ลานกว้างหน้าวิหารร้างปกคลุมด้วยเถาวัลย์โบราณ เหวินเจิ้งกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่เคียงข้างสตรีในชุดศิษย์สำนักเดียวกันผู้หนึ่ง"นั่นมันตัวอะไรกัน!"เหวินเจิ้งลืมตาโพลงพลันลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นตระหนก มองขึ้นไปบนท้องฟ้าเห็นเงาดำขนาดมหึมาบดบังแสงอาทิตย์จนมืดมิด เสียงคำรามกึกก้องสั่นสะเทือนถึงดวงวิญญาณทำให้เขาต้องเร่งโคจรพลังป้องกัน ร่างของมังกรดินพุ่งดิ่งลงมากางปีกออกกว้างชะลอความเร็ว ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณเมื่อควันจาง ภาพเบื้องหน้าทำเอาทั้งสองคนถึงกับอ้าปากค้าง มังกรดินที่ปกติควรจะนอนอยู่บนพื้น บัดนี้กลับมีปีก บนหล
Read more

หน้าประตูมีวิชา

 เหวินเจิ้งล้วงเอาแผ่นป้ายสีดำออกมา เริ่มร่ายคาถา ท่องอักขระ ไม่นานแสงสีหม่นพุ่งออกมาจากแผ่นป้ายกระทบหน้าวิหารร้าง เสียงครืนปรากฏประตูศิลาจากความว่างเปล่าเพียงแค่ประตูศิลาโผล่ทุกคนถึงกับตาโต ต่างมองลวดลายที่สลักอยู่บนบานประตูไม่กะพริบตา“ลวดลายธรรมดาอักขระที่ซ่อนเคล็ดวิชาระดับสูงเอาไว้!” หลูกังตะโกนสั่นเครือ “ทุกคนรีบนั่งสมาธิเดี๋ยวนี้ หากใครสามารถตระหนักรู้อักขระบนประตูได้แม้เพียงส่วนเดียว ก็นับเป็นโชควาสนามหาศาลแล้ว!”สิ้นคำบอกกล่าว เหล่านักล่าสมบัติทั้งหลายต่างพากันทรุดกายนั่งลงล่วงเลยหลายชั่วยามพระอาทิตย์คล้อยต่ำ ทว่ากลับยังไม่มีใครมีท่าทีว่าจะบรรลุถึงความลึกลับของอักขระนั้นได้เลย เหงื่อกาฬเริ่มผุดซึมบนใบหน้าของแต่ละคนหลี่หลิงเฟิ่งใช้เนตรลักษณ์ช่วยวิเคราะห์จนเข้าใจเจ็ดส่วน อีกสามส่วนเหมือนมีหมอกหนาบดบัง‘ยังไม่พอ’นางสะบัดมือเรียกเตาหลอมโอสถ ขนาดกะทัดรัดวางลงบนพื้น เติมน้ำตามด้วยใบชาฌานสำนึกสองสามใบ โยนใส่เตาหลอมโอสถ“นุ่มนิ่ม ออกมา!” ไส้เ
Read more

สวนสมุนไพร

 เสียงพูดคุยหัวเราะลอยตามโถงทางเดิน บรรยากาศผ่อนคลายเต็มที่ เก็บเกี่ยวโชควาสนาอยู่ตลอดสองข้างทาง“ฮ่าๆ ดูนี่สิสหายหลี่ ข้าเจอหยกสื่อสารโบราณด้วยล่ะ ถึงจะมีรอยแตกเล็กน้อยแต่วัสดุข้างในยังเอาไปหลอมใหม่ได้!” เหวินเจิ้งร้องอารมณ์ดีบอกเก็บของใส่แหวนสำริด“ศิษย์พี่ทางนี้ ช่วยข้าเก็บแร่น้ำค้างเยือกแข็งไว้ภายหลังหลอมอาวุธธาตุน้ำให้ท่านหนึ่งชิ้น” ชิงเหยาเสียกิริยาโดยสิ้นเชิง ไม่นึกว่าแค่เข้ามาสมบัติก็เกลื่อนกลาดเช่นนี้แล้วหลี่หลิงเฟิ่งชักกังขารสนิยมขอราชาเซียนเต้าหยูมากเข้าไปทุกที คนปกติที่ไหนโยนสมบัติเรี่ยราดรายทางคนอื่นๆ ไม่ต่างจากทั้งสองมากนักต่างเร่งกันเก็บสมบัติให้ได้มากที่สุด“พระเจ้าช่วย นี่แค่ของในโถงทางเดินเท่านั้นยังมีค่าขนาดนี้ สมกับเป็นสุสานราชาเซียนจริงๆ แค่เห็นของพวกนี้ข้าก็สั่นไปทั้งตัวแล้ว ถ้าเข้าลึกไปอีก ข้ามิหัวใจวายตายไปก่อนหรือ”“จริงด้วยพี่จาง” จงหยาง หนึ่งในยอดฝีมือเสริมรับ “สมบัติรอบก่อนๆ เทียบไปติดเลยสักนิด ข้าว่างานนี้พวกเรามาถูกทางแล้ว”เมื่อพ้
Read more

แก้ค่ายกลเก็บสมุนไพร

 ‘นุ่มนิ่ม ได้เวลาทำงานแล้ว’นางกระซิบผ่านกระแสจิต มือข้างหนึ่งล้วงอุปกรณ์แก้ค่ายกล แท้จริงแล้วนางล้วงเสื้อคลุมล่องหนออกมา“ฟังนะ เนียนเข้าไปข้างในสวนนั่นก่อน ถ้าเห็นสมุนไพรดีๆ ก็กวาดมาให้ข้าหน่อย แต่อย่าสุ่มสี่สุ่มห้าเก็บหมดล่ะ เอาแค่พอประมาณ เข้าใจไหม”นุ่มนิ่มส่งเสียงตอบรับรู้งาน หลี่หลิงเฟิ่งอาศัยจังหวะที่คลื่นพลังจากค่ายกลระเบิดบดบังสายตาคนรอบข้าง โยนเสื้อคลุมคลุมร่างนุ่มนิ่ม อาศัยช่องว่างเล็กๆ ‘มุด’ เข้าไปอย่างเงียบเชียบหลี่หลิงเฟิ่งลอบมองดูเหตุการณ์พลางกระตุกยิ้มนางไม่ใช่คนขี้โกงโดยสันดาน แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนให้รู้ว่าความสัมพันธ์ผิวเผินอยู่ต่อหน้าผลประโยชน์ คำว่า ‘สหาย’ มีค่าน้อยกว่าเศษดินหน้าไหว้หลังหลอกกันตั้งหลายคน ถ้าข้าแก้ค่ายกลให้พวกเจ้าเข้าไปกวาดสมุนไพรเฉยๆ โดยที่ข้าไม่ได้อะไรเลย มันดูจะเสียแรงเปล่าไปหน่อย“อดทนอีกนิดเถิดทุกท่าน ค่ายกลนี้ซับซ้อนนัก ข้ากำลังพยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว!” หลี่หลิงเฟิ่งตะโกนบอก พยายามอย่างหนัก
Read more

แยกทาง

 ส่วนที่สองของสุสานราชาเซียนเต้าหยู กลิ่นอายโบราณเริ่มทวีความเข้มข้นขึ้นทุกก้าว บรรยากาศรอบด้านเปลี่ยนจากความร่มรื่นของสวนสมุนไพรกลายเป็นโถงทางเดินหินสีเลือดนกอันลึกลับทรงพลังหลี่หลิงเฟิ่งเดินทอดน่องอยู่นอกวง ทอดมองแผ่นหลังของเพื่อนร่วมทางที่เดินเกาะกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่น นางสัมผัสถึงอันตรายซ่อนเร้นยากคาดเดา แม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับราชันย์หากก้าวพลาดเพียงก้าวเดียวก็อาจกลายเป็นเถ้าถ่านได้ในพริบตา‘ราชาเซียนหยามเกียรติไม่ได้ นี่ไม่ใช่คำพูดเลื่อนลอย’ หลี่หลิงเฟิ่งลอบเตือนตนเอง“สหายทุกท่าน นี่คือโอสถฟื้นฟูวิญญาณที่ข้าหลอมเองกับมือ พวกท่านเก็บไว้ให้ดี เวลาจวนตัวมันจะเป็นตัวช่วยชีวิตของพวกท่าน” เถิงอู่ฮ่าวยัดขวดโอสถใส่ในมือทุกคนหลี่หลิงเฟิ่งมองขวดโอสถในมือแล้วรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างหัวเราะกับร้องไห้ นางมีสมุนไพรหมื่นปี โอสถทิพย์สารพัด โอสถในขวดแทบไม่มีประโยชน์กับนางเลย แต่เมื่อเห็นสายตาที่จริงใจของเขา นางก็รับไว้แต่โดยดีวิญญูชนไม่ควรปฏิเสธน้ำใจผู้อื่นนางกำลังจะกล่าวขอบคุณพลันรู้สึกถึงแรงสะกิดที่ไหล่ข
Read more

ตามหลี่หลิงเฟิ่งมีข้าวกิน

 กลุ่มของหลี่หลิงเฟิ่งเดินลึกเข้าเส้นทางที่สาม แรงกดดันจากค่ายกลรอบด้านบีบคั้นหนักอึ้งผิดปกติซู่ม!อักขระก่อตัวขึ้นกลางอากาศ พลังงานบริสุทธิ์ควบแน่น หลอมรวม กลายเป็นดวงตาเพลิงขนาดมหึมาลอยเด่น รูม่านตาของมันกลอกวน ยิงลำแสงอัคคีเข้าใส่พวกนางแย่ล่ะสิ! เหวินเจิ้งตกใจขวัญผวา“แม่เจ้า ถึงกับเป็นเนตรอัคคีในตำนาน! คราวนี้แย่แน่แล้ว พวกเราสังหารมันไม่ตาย มันคืนชีพได้ แถมยังเปลี่ยนรูปลักษณ์ตลอดด้วย แต่ว่าถ้าทำลายลายค่ายกลบนผนังได้ มันก็น่าจะไม่อมตะแล้ว” เหวินเจิ้งพูดขณะต้านการโจมตีชิงเหยาพยายามใช้ยันต์สะกด ทว่าลายบนผนังซับซ้อนเกินกว่าที่นางจะหาจุดอ่อนเจอ นางหน้าซีดเผือด “ศิษย์พี่ ค่ายกลนี้ลึกล้ำยากจะคาดเดา ลายบนผนังเป็นแบบหมุนเวียน ข้า... ข้ายังมองหาช่องโหว่ไม่เจอเจ้าค่ะ”ทั้งสองรู้สึกท้อแท้ ด่านแรกก็เจอของแข็งเข้า ซวยอะไรอย่างนี้“สหายหลี่ ท่านมีความคิดดีๆ หรือไม่ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปไม่ดีแน่ เราต้องรีบฝ่าวงล้อมออกไป ไม่ก็ดับอนาถ” เหวินเจิ้งตะโกนฝ่าเสียงระเบิดหลี่หลิงเฟิ่งที่ยืนทอ
Read more

สหาย

 พรึ่บร่างเงาพุ่งปรี่ กระบี่จำแลงกรีดอากาศเป็นเส้นโค้ง กระบวนท่าเดียวกับนางทุกประการแกร๊งกระบี่สังหารเทพปะทะกันเสียงสะท้าน แรงสะเทือนแผ่กระจายออกไปโดยรอบ พื้นหินแตกร้าวเป็นวงกว้าง หลี่หลิงเฟิ่งถอยหลังครึ่งก้าว ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยเร็วมากเงาตรงหน้ามิใช่เพียงเลียนแบบรูปลักษณ์ แต่มันเข้าใจจังหวะการใช้กระบี่ของนางอย่างน่ากลัวฟึ่บยังไม่ทันตั้งหลัก ตัวปลอมก็แทงกระบี่ตรงเข้าจุดชีพจร หลี่หลิงเฟิ่งเอียงตัวหลบเฉียดเส้นผม ก่อนสะบัดปลายกระบี่สวนกลับทันทีเปรี้ยง!พลังธาตุไฟปะทะกันกลางอากาศ แสงสีแดงสาดกระเซ็นราวเปลวเพลิงแตกกระจาย ทั้งสองถอยออกจากกันพร้อมกันราวนัดหมาย“เลียนแบบได้ถึงขั้นนี้…” หลี่หลิงเฟิ่งเบิกตาตูม!เปลวเพลิงปะทุขึ้นรอบกายเงา เปลี่ยนเป็นวงกระบวนท่าไฟหมุนวน มันกำลังใช้วิชาธาตุไฟของนาง!“อ้อ ได้แค่นี้สินะ” หลี่หลิงเฟิ่งเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนยิ้มมุมปากอึดใจถัดมา นางก้าวเท้าออก เคลื่อนไหวเบาหวิวราว เงาชะงักตามจังหวะไม่ทัน เพียงเสี้ยววินา
Read more

พังพอนอยากร้องไห้

  เพียงการวาดมืองสามที รอยแยกกลางอากาศก็ปรากฏขึ้น อักขระกักขังแข็งแกร่งปริแตก หลายคนอึ้ง พวกเขารู้ฝีมือหลี่หลิงเฟิ่ง แต่ไม่คิดจะเก่งกาจขนาดนี้ พลังยุทธ์นภาขั้นต้นนางต้องปกปิดแน่ นี่หาใช่ขั้นนภาทำได้เสียที่ไหน“ไปกันเถิด หากช้ากว่านี้สหายตัวน้อยของเราอาจจะหนีไปไกลจนตามกลิ่นลำบาก” หลี่หลิงเฟิ่งก้าวเดินนำขณะเดินลึกบนเส้นทางสลับซับซ้อน หลี่หลิงเฟิ่งสื่อสารกับเสี่ยวมู่ตลอด“เสี่ยวมู่ เจ้าเห็นร่องรอยน้ำหมึกหรือไม่” พังพอนจะทิ้งน้ำหมึกบนรอยเท้าทุกครั้งเวลาย่างก้าว มนุษย์มองไม่เห็น แต่พืชอสูรเป็นข้อยกเว้น“เห็นชัดเจน ไปตามทางข้าบอกไม่นานก็จับตัวได้แล้ว” เสี่ยวมู่หัวเราะร่า “พังพอนนั่นอำพรางกลิ่นอาย แต่มันลืมไปว่าพลังงานที่มันใช้กระตุ้นค่ายกลนั้น ทิ้งรสชาติเฉพาะตัวไว้ เลี้ยวขวาที่หัวโค้งข้างหน้า แล้วท่านจะเจอเซอร์ไพรส์!”หลี่หลิงเฟิ่งยกมุมปากขึ้น แววตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์ไม่แพ้กัน อย่างที่เสี่ยวมู่บอก พวกนางเจอพังพอนเท้าผีจริงๆ“อย่าคิดหนี!&rdqu
Read more

ซากสัตว์อสูร

 โถงเบื้องหน้าราวกับอีกโลกหนึ่ง แสงสีทองสาดสะท้อนผนังจนเกิดลวดลายคล้ายเกล็ดขนาดยักษ์ ทอดยาวขึ้นไปตามเพดานโค้งสูง กลิ่นอายโบราณหนาหนักกดทับลงมา ราวกับอากาศเองก็มีน้ำหนัก จนลมหายใจของทุกคนฝืดเคืองโดยไม่รู้ตัวใจกลางโถง “บางสิ่ง” นอนสงบนิ่งอยู่โครงร่างของสัตว์อสูรขนาดมหึมา ครึ่งหนึ่งของร่างกลายเป็นหินสีทอง อีกครึ่งยังคงเป็นเกล็ดแข็งดุจโลหะไหม้เกรียม สีดำอมแดงคล้ายถูกเผาจนแห้งตาย เขาแหลมบิดงออย่างผิดธรรมชาติ เหมือนถูกแรงกดทับตรึงไว้แม้ไร้ลมหายใจ แต่แรงกดดันที่หลงเหลือยังอบอวล ทำให้เลือดลมของผู้ที่ยืนอยู่โดยรอบสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ชิงเหยากลืนน้ำลายฝืดคอ เสียงแทบไม่ออก “นี่มัน… ซากสัตว์อสูรระดับใดกันแน่”“ไม่ใช่สัตว์อสูรธรรมดาแน่นอน” เป่ยฮวาซินกล่าวสีหน้าขึงขัง “ต่อให้ตายไปแล้ว ยังทิ้งพลังคงค้างได้ ระดับนี้ อย่างน้อยต้องเคยเป็นราชันสัตว์อสูร”เหวินเจิ้งหันไปจ้องตัวต้นเหตุที่กำลังหดตัวอยู่มุมหนึ่งเขาพูดช้าๆ “เจ้าตั้งใจล่อพาพวกข้ามาที่นี่สินะ”พังพอน
Read more

เศษจิตราชันอสูร

  ท่ามกลางเสียงคำรามสั่นสะเทือนถึงวิญญาณ ผลึกสีทองห่อหุ้มซากอสูรยักษ์ปริแตกและร่วงหล่นประหนึ่งห่าฝน กลิ่นอายความตายพวยพุ่งออกมาจากร่างซากศพ แรงกดดันมหาศาลจนทุกคนถอยกรูดหลายก้าว พลางโคจรพลังยุทธ์ป้องกันร่างอย่างสุดกำลัง“ระยำ! แค่เศษจิตสุดท้ายแผลงฤทธิ์ได้ถึงเพียงนี้เชียวรึ” ศิษย์พี่ใหญ่ร้องลั่น ใบหน้าดำเมี่ยมอยู่แล้วยิ่งดำขึ้น เขาไม่ได้เก่งแต่ปาก สองมือพลิกหมุนเรียกอัคคีสีดำออกมาวนรอบตัว“เจ้าพวกเด็กน้อย หลบไปข้างหลังศิษย์พี่ใหญ่คนนี้ซะ ในเมื่อพวกเจ้าเรียกข้าว่าศิษย์พี่ ข้าก็จะสำแดงวิชาที่อาจารย์ไม่เคยสอนพวกเจ้าให้ดู”วูมร่างใหญ่ทะยานขึ้น พริบตานั้นอัคคีสีดำเหนียวหนืดก่อตัวรอบกายเขา แสงสีดำของตัดกับแสงสีทอง“อัคคีหมึกทมิฬ ตรึงวิญญาณ!”เมื่อปะทะเข้ากับกลุ่มหมอกควันที่ออกมาจากซากสัตว์อสูร กลับสามารถสกัดกั้นการขยายตัวไว้ได้ชั่วคราวทุกคนอึ้งทึ่งคนผู้นี้มีของ!หลี่หลิงเฟิ่งชมการต่อสู้ด้วยแววตาพราวระยับ สนใจศิษย์พี่ใหญ่ผู้นี้มากขึ้นวิชาอัคคีของธาตุดินเ
Read more
PREV
1
...
202122232425
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status