All Chapters of ชายาอสรพิษ: Chapter 191 - Chapter 200

243 Chapters

ตีเนียนเข้าซ่องโจร

เกร้ง เกร้งเขย่าไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม รถม้าก็หยุด เสียงลากโซ่ดัง แล้วประตูเหล็กก็ถูกเปิดออกหลี่หลิงเฟิ่งยังคงทำทีสลบ ปล่อยให้มือสากของสองคนลากนางลงจากรถม้าเหมือนหีบศพหลี่หลิงเฟิ่งยันกายลุกขึ้นเมื่อเสียงฝีเท้าเดินห่างออกไปเรื่อย ๆนางหายใจแผ่วเบา ก่อนจะเหลือบไปรอบด้าน แล้วหรี่ลงในห้องนี้ ไม่ได้มีแค่นางใต้แสงตะเกียงน้ำมันที่สว่างบ้างดับบ้าง คนยี่สิบกว่าร่างนั่งพิงกำแพงกระจัดกระจาย หลายคนมีโซ่ตรวนรัดข้อมือ ส่วนใหญ่อยู่ในสภาวะสลบไสล ที่สำคัญ ทั้งหมดไม่มีพลังยุทธ์เหลืออยู่แม้แต่น้อย“ยาสะกดพลัง” หลี่หลิงเฟิ่งพึมพำ ลอบถอนหายใจเย็นเหยื่อพวกนี้ไม่ได้มีเฉพาะในห้อง แต่จากที่ผ่านมา น่าจะมีห้องติดกับนางมากกว่ายี่สิบห้อง รวมกันแล้วเหยื่อเป็นร้อยแน่หลี่หลิงเฟิ่งกำหมัดแน่น ซ่องโจรนี่ ชั่วช้านักในจังหวะที่นางกำลังจะสำรวจต่อ สายตาสะดุดเข้ากับเงาร่างหนึ่งตรงมุมอับของห้อง ร่างผอมบาง ผมยุ่งเหยิง ร่างกายสั่นเป็นระยะ จมูกมีคราบยาขาวแห้งเกาะอยู่ ดวงตาเลื่อนลอยเหมือนจำใครไม่ได้ทั้งสิ้นหลี่เจี้ยน ขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรยาที่ถูกป้อนให้เขา ต้องไม่ธรรมดา ไม่เพียงสะกดพลังยุทธ์ แต่ยังทำให้สติพร่าเบลอ จิต
Read more

สำรวจค่าย

 หลี่หลิงเฟิ่งหยุดยืนบนคานไม้สูง ด้านล่างเป็นลานกว้างมีเวรยามเดินตรวจเป็นช่วง ๆ“เราจะหนีตอนที่พวกมันยังไม่ทันรู้ตัวดีหรือไม่นะ” หลี่หลิงเฟิ่งคิดแวบหนึ่ง ก่อนส่ายหน้านางอุตส่าห์ลอบเข้ามาได้โดยไม่ถูกจับได้ นับว่าเป็นความโชคดีระดับสวรรค์เปิดทาง หากพลาดโอกาส ครั้งหน้าอยากจะกลับมาตรวจสอบอีก ก็เป็นไปไม่ได้แล้วหลี่หลิงเฟิ่งแตะปลายผ้าคลุมล่องหน ของวิเศษถ้าใช้อย่างถูกจังหวะ ประโยชน์ย่อมมหาศาล แต่ถ้าใช้ผิดเวลา คงกลายเป็นหลุมฝังศพตัวเองภายในชั่วเสี้ยวเดียวยามด้านล่างเหล่านั้น พลังมิได้แข็งแกร่งมาก ตราบใดที่นางซ่อนตัวแนบเนียน พวกนั้นไม่มีผู้ใดจับสัมผัสนางได้แน่มากสุด ก็เพียงผู้ฝึกขั้นสูงบางคนเท่านั้น แต่เท่าที่เห็นจากการสังเกตมาตลอดคืน ตอนนี้ยังไม่มีตัวตนอันตรายระดับนั้นผ่านเข้ามาในเขตหน้าเลยปลอดภัยพอสมควร แต่ไม่อาจประมาทหลี่หลิงเฟิ่งมองลานกว้างที่เรียงรายไปด้วยกระท่อมและอาคารหลายสิบหลัง เหยื่อหลายร้อยคนถูกขังไว้ภายในเหมือนฝูงปศุสัตว์รอวันเชือดผู้ฝึกยุทธ์ที่หายตัวไปในดินแดนช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ต้นตออยู่ที่น
Read more

ท่าใหญ่ที่แปลกไป

เสียงกรนเบาของพวกโจรในห้องเวรยังดังลอยมาเรื่อย ๆ หลี่หลิงเฟิ่งยังเคลื่อนตัวบนคานไม้หลีกเลี่ยงอย่างแนบเนียนที่สุด ก่อนจะหยุดห้องหนึ่งเริ่มวาดแผนที่ สักพักมีสองคนเข้ามานั่งดื่มเหล้าสนทนา นางวาดไปพลางแอบฟังไปพลาง“เจ้าว่าหัวหน้าสามคนนี้คิดจะทำอะไรกันแน่” เสียงชายผอมเอ่ยขึ้นหลังดื่มไปอีกอึก ความอยากรู้เริ่มสุมจนทนไม่ไหวหน้าบากหัวเราะหึในลำคอ “เจ้าเพิ่งมาใหม่ อยากรู้นักก็ฟังไว้ แต่เก็บลิ้นเจ้าให้ดี ไม่งั้นมีหวังโดนโบยจนหลังเปิด”ชายผอมรีบพยักหน้า “รับรองได้ ข้าไม่พูดให้ใครฟังหรอก”หน้าบากว่าต่อเสียงต่ำ “ในค่ายเราน่ะ มีหัวหน้าใหญ่สามคน”หลี่หลิงเฟิ่งขยับตัว ข้อมูลตรงกับสิ่งที่นางเดาไว้ไม่มีผิด“หัวหน้าใหญ่คนแรก คนเจอเขาน้อยจนนับนิ้วได้ กระทั่งข้าที่อยู่มานานยังไม่เคยเห็น ตอนนี้ลือว่ากำลังทำภารกิจอยู่ข้างนอก แต่อันที่จริงอยู่หรือไม่อยู่ในค่ายก็ไม่รู้ อีกอย่างคำสั่งหลักๆ ล้วนมาจากเขาทั้งนั้น”ชายผอมกลืนน้ำลาย “แล้วหัวหน้าคนที่สองกับคนที่สามล่ะ”หน้าบากส่ายหน้าเบา ๆ “พี่รองนิสัยร้อน อารมณ์ขึ้นง่าย ชอบแก้ปัญหาโผงผาง ช่วงก่อนยังเห็นอยู่ แต่พักหลังไม่รู้หายหัวไปไหน แต่น่าจะยังอยู่ในค่าย”หน้าบาก
Read more

วิชามารสังเวยชีวิต

 หลี่หลิงเฟิ่งวาดแผนที่ จนกระทั่งร่างชายผอมเดินโซเซออกจากห้องเวรด้วยกลิ่นเหล้าติดตัว หลี่หลิงเฟิ่งย่อกายต่ำ ติดตามชายผอมไป ทิศทางของเขาไม่ใช่ที่พัก ชายผอมเดินลึกเข้าไปในค่าย ทางเดินที่ควรเป็นเขตร้างยามกลับสว่างจ้าจากแสงไฟ เมื่อเดินผ่านอาคารสามหลัง ทั่วบริเวณเริ่มไร้เสียงผู้คน มีเพียงลมเย็นพัดผนังดังฟืด ฟืด จนรู้สึกคล้ายเสียงครางแผ่วที่มองไม่เห็น ในที่สุด ชายผอมก็หยุดหน้าประตูไม้หลังหนึ่ง อาคารนี้ภายนอกเหมือนศาลาฝึกยุทธ์ธรรมดา แต่ผนังสั่นตลอดเวลาเขาผลักประตูก้าวเข้าไป หลี่หลิงเฟิ่งอาศัยจังหวะนั้นลอบเล็ดลอดเข้าตามอย่างแนบเนียนสิ่งที่เห็นทำให้นางชะงักไปครู่หนึ่ง ภายในอาคารกว้างนี้มีผู้ฝึกกว่าห้าสิบคน นั่งเรียงเป็นแถวตั้งแต่ใกล้ประตูเรื่อยไปถึงแท่นหินใหญ่กลางห้องครืด ครืด ทุกคนนั่งหลับตา เร่งพลังจนเสียงดังออกมาจากกระดูก และสิ่งที่น่าตกใจคือ... ดวงตาสองข้างล้วนแดงฉาน!หลี่หลิงเฟิ่งเคยเห็นผู้ฝึกยุทธ์กำลังบ่มเพาะมามาก แต่ไม่เคยเห็นเช่นนี้มาก่อนเลยพลังที่พวกเขาดูดซับเข้าร่างไม่ใช่จากไอปรานตามธรรมชาติ แต
Read more

เลี้ยงผี 1

“นายท่านจัดการเลยหรือไม่” เสี่ยวไป๋ที่เงียบมาตลอดเอ่ยขึ้นอย่างกระตือรือร้นเท้าอวบข้างหนึ่งของเสี่ยวมู่ตบเข้าที่หัวเสี่ยวไป๋อย่างแรง เอ่ยเสียงดุ “จัดการอะไรล่ะ เจ้าคิดว่านายท่านเป็นแมวเก้าชีวิต ฆ่าไม่ตายรึ ลำพังคนเดียวสู้ทั้งค่ายไม่ได้อยู่แล้ว วัน ๆ เอาแต่แช่น้ำ จนน้ำท่วมสมองหมดแล้วหรือไร คิดบ้างสิคิด”หลี่หลิงเฟิ่งฟังเหล่าสัตว์อสูรคุยกันไปพลาง สังเกตพวกเขาไปพลางคืนนี้ นางยังลงมือไม่ได้กลิ่นโลหิตอุ่นยังคงคละคลุ้งทั่วห้อง ควันสีแดงข้นลอยสูงจนแทบสัมผัสเพดาน ผู้ฝึกยุทธ์ระดับล่างยกภาชนะขึ้นดื่มราวกับของวิเศษจากสรวงสวรรค์ ใบหน้าของพวกเขาแดงจัด ร่างสั่นสะท้าน พลังยุทธ์ในกายพุ่งทะยานราวระเบิดเล็ก ๆ ที่จุดซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลี่หลิงเฟิ่งบนคานไม้เม้มริมฝีปากแน่น ความพะอืดพะอมทำให้อกนางแน่นจนเกือบหายใจไม่ออกท่ามกลางเสียงของเสี่ยวมู่“นายท่านอย่าเข้าใกล้แท่นนั้นเด็ดขาด เส้นลายบนพื้นมันยังมีพลังเหลือ หากตกลงไปร่างกายจะถูกดึงพลังจนหมดเหมือนพวกนั้น”หลี่หลิงเฟิ่งสูดหายใจลึก ตอบรับในลำคอเสียงหนึ่ง ขยับถอยห่างแท่นหินโดยไวเสี่ยวมู่กล่าวต่อ “แท่นนั้นทำมาจากหินวิญญาณประเภทพิเศษ ใช้สำหรับกลั่นพลังชีวิตโดย
Read more

เลี้ยงผี 2

ชายผอมแตะหน้าผากเขา ลมหายใจในห้องเหมือนถูกหยุดชั่วครู่ จากนั้นเส้นวิญญาณค่อย ๆ ไหลออกจากอกของเหยื่อเรืองรองราวหมอกอ่อนในอากาศเสียงหวีดหวิวนั้นเป็นเสียงร้องของวิญญาณ ดุจเสียงเด็กน้อย เสียงผู้เฒ่า เสียงร้องสุดท้ายที่หลงเหลือในความทรงจำ ทุกเส้นวิญญาณดิ้น ทุรนทุราย เหมือนถูกบีบให้ไหลเข้าปากแห่งความมืดปากมืดนั้น คือฝ่ามือของชายผอมวิญญาณถูกดูดจนร่างเหยื่อจนตัวกระตุก ก่อนล้มลงเหมือนถุงผ้า เสียงกระดูกแตกเปราะสลายเป็นผุยผงไม่เหลือซาก ทว่าบนฝ่ามือปรากฏกลุ่มควันสีดำขยับไปมา ก่อนจะลอยเข้าสู่หีบเหล็กดังเดิมชายผอมยิ้มด้วยความพึงใจ “กลับเข้าไป เจ้ายังมีประโยชน์ต่อข้าอยู่”“ไม่ถูกต้อง” หลี่หลิงเฟิ่งขมวดคิ้วเป็นปม จ้องมองภาพตรงหน้านิ่ง ภายในกลับปั่นป่วนอย่างไม่อาจอธิบายเหยื่อรายแรก ร่างผอมแห้งเหมือนซากไม้ ภายในกายปราศจากดวงจิต พลังชีวิตและพลังยุทธ์ถูกดูดออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงกายเนื้อไร้ค่า ถูกโยนทิ้งราวเศษขยะแต่เหยื่อรายที่สองไม่เหมือนกัน ถูกลากออกมาจากหีบเหล็กอีกใบ ยังมีความรู้สึกนึกคิด ที่สำคัญวิญญาณถูกสูบเหมือนคิดอะไรขึ้นมาได้ ดวงตาสวยเบิกกว้าง “ทาสวิญญาณ?”เสี่ยวมู่ในมิติมายาที่หายเงียบไ
Read more

หลอมวิญญาณ

 ทางเดินทอดยาวเหนือพื้นหินชื้นแฉะ กลิ่นสมุนไพรไหม้เกรียมคละคลุ้งคาวเลือดอบอวลไปทั่ว หลี่หลิงเฟิ่งในผ้าคลุมล่องหนมาสมทบกับนุ่มนิ่มอย่างราบรื่น“ทางนี้ขอรับ ข้าพบห้องประหลาดเข้า เฝ้าอยู่หลายชั่วยามเพิ่งคืบหน้า แถมกลิ่นอายโอสถรุนแรงจนข้ารู้สึกแสบจมูกไปหมดแล้ว” นุ่มนิ่มร้องเรียก แฝงด้วยความเร่งร้อนหลี่หลิงเฟิ่งมิได้เอ่ยคำ ร่างของนางพลันเลือนรางประหนึ่งหมอกควัน ธาตุมิติมายาแผ่ซ่านปกคลุมกายส่งผลให้กฎเกณฑ์แห่งโลกความจริงบิดเบี้ยว กำแพงอิฐหนาทึบเบื้องหน้าสำหรับผู้อื่นคืออุปสรรค แต่สำหรับนางมันเป็นเพียงม่านอากาศที่เบาบาง นางเพียงยกมือสัมผัสเบา ๆ คลื่นมิติก็ไหววูบเป็นวง ก่อนที่ร่างเพรียวบางจะแทรกผ่านผนังหินเข้าไปอย่างเงียบเชียบดุจภูตพรายห้องนี้แปลกตาจนน่าขนลุก หลี่หลิงเฟิ่งกวาดสายตาสำรวจภายในห้องโอสถกว้างขวางกว่าที่ตาเห็น แปลกตาจนน่าขนลุก ผนังประดับด้วยกรงแก้วขังดวงวิญญาณสลัวรางแทนตะเกียง ท่อทองแดงเก่าคร่ำฝังตามรอยแตกของกำแพงเชื่อมต่อเข้าสู่หม้อเหล็กมหึมาใจกลางห้อง เปลวไฟสีครามแลบเลียใต้หม้อที่บรรจุของเหลวสีดำเดือดพล่าน ส่งกลิ่น
Read more

ยกเค้า

“ตาแก่นั่นรอบคอบนัก ขนาดอยู่ในห้องยังป้องกันทุกทาง” เสี่ยวมู่โผล่หน้าออกมาดูสถานการณ์รอบห้องที่ยามนี้ไร้ผู้ควบคุม “นายท่าน จังหวะนี้แหละขอรับ! เขาน่าจะใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งชั่วยามในการจัดการเหยื่อกลุ่มใหม่ หากเราไม่ลงมือตอนนี้ คงไม่มีโอกาสงามๆ แบบนี้อีกแล้ว”นางเดินตรงไปยังเบาะนั่ง ความเมื่อยล้าถูกโยนทิ้งไปสิ้น เหลือเพียงความตื่นเต้นเท่านั้น“นุ่มนิ่ม เฝ้าประตูไว้ หากมีใครเดินเฉียดเข้ามา ให้ส่งสัญญาณทันที” นางสั่งการป้องกันอีกชั้นเพื่อความสบายใจ“รับทราบ” นุ่มนิ่มพุ่งกายไปซ่อนตัวอยู่หลังประตูทันที“ระวังค่ายกลใต้พื้นด้วย” เสี่ยวมู่เตือน “เขาออกไปเร่งรีบก็จริง แต่คนประเภทนี้ไม่มีทางปล่อยของสำคัญโดยไร้การป้องกัน”“อืม” หลี่หลิงเฟิ่งตอบสั้นๆ หลี่หลิงเฟิ่งย่อตัวลงหน้าเบาะนั่ง มือเรียวบางยื่นออกไปสัมผัสสลักที่นางเห็นจังหวะการกดของหัวหน้ารอง เลียนแบบทุกท่วงท่าอย่างแม่นยำกลไกใต้เบาะยังไม่ปิดสนิทดีนัก ดูเหมือนหัวหน้ารองรีบร้อนจนไม่ได้ตรวจซ้ำ นางกดสลักอย่างชำนาญกริ๊กแผ่นไม้เลื่อนออกเผยช่องลับเบื้องล่าง ทันทีที่ปากช่องเปิดกว้าง แสงอาคมพลันวาบขึ้น“อย่าเพิ่งแตะ!” เสี่ยวมู่ร้องลั่น แม้แต่นุ่ม
Read more

จุดเริ่มต้นของวิถีมาร

 ทว่าเพียงพริบตาเดียวนางก็สลัดความคิดนี้ทิ้งไป“ไร้สาระ”ทารกเทพต้องกำเนิดจากฟ้าดินบรรจบ เปี่ยมด้วยปราณฟ้าบริสุทธิ์และสัญญาณแห่งมรรคสวรรค์ แม้กระทั่งทารกมารที่ถือกำเนิดจากวิถีปีศาจยังต้องผ่านพิธีสังเวยตามตำรา มีแก่นมารรองรับอย่างสง่างาม แต่สิ่งตรงหน้าไม่มีสิ่งใดใกล้เคียงเลยมีเพียงกลิ่นคาวคลุ้ง พลังหยินข้นหนืด ความบิดเบี้ยวที่ไม่สมบูรณ์“มันมิใช่ชีวิตที่ถือกำเนิด” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงลุ่มลึก “แต่มันคือสิ่งถูกประกอบสร้างขึ้นมาจากความตาย”หลี่หลิงเฟิ่งเพ่งกระแสจิตลงไปใต้ผิวของเหลวสีดำอย่างระมัดระวัง นางระวังอย่างยิ่งไม่ให้สัมผัสจิตไปกระทบค่ายกลต้องห้ามใต้พื้นห้อง กระแสจิตแทรกผ่านไอหยินลงสู่ก้นหม้อ ภาพที่ปรากฏเบื้องล่างนั้น ทำเอานางย่นหน้าด้วยความสะอิดสะเอียนก้นหม้อเกลื่อนด้วยโครงกระดูกกองทับกันเป็นเนิน เล็กบ้างใหญ่บ้าง บางชิ้นยังติดเศษเส้นเอ็นแห้งกรัง บางชิ้นแตกหักบุบสลาย จำนวนที่มากมายเกินกว่าจะนับได้ในพริบตานั้นวางเรียงเป็นวงกลมเพื่อรองรับจุดศูนย์กลางพลัง เปรียบเสมือนเชื้อเพลิงที่ไม่มีวันมอดด
Read more

ดับฝันวิถีมาร

“หยุด!”ทว่าเงานั้นกลับไร้การตอบสนอง มันอ้าปาก แล้วงับลงบนก้อนกลมนั้นอย่างดุร้ายฉับ!บางสิ่งถูกฉีกขาดครึ่งหนึ่งดังสนั่น พลังหยินกระจายฟุ้งเป็นม่านหมอก ก้อนกลมที่เดิมมีเค้าโครงทารกชัดเจนถูกกระชากหายไปครึ่งในพริบตา เงาดำกลืนกินส่วนที่ฉีกขาดนั้นอย่างรวดเร็ว“เอิ๊ก”เสียงเลอก้องชัดในห้องหนึ่งสตรี สองอสูร เจ้ามองข้า ข้ามองเจ้าต่างจ้องตากัน ใบ้กินทั้งแถบหลี่หลิงเฟิ่งสีหน้าแข็งค้าง เสี่ยวมู่เงียบกริบ นุ่มนิ่มตัวสั่น ใจของพวกนางร่วงหล่นไปตั้งแต่เงาตนนั้นทะลวงยันต์ได้แล้วมันตัวอะไรกันแน่?หลังจากเจ้าเงากลืนกินก้อนดำเสร็จ ลอยนิ่งอยู่ครู่สั้น ๆ คล้ายกำลังรอย่อย จากนั้นร่างเงาหดเล็กลง แล้วพุ่งกลับเข้าสู่เงาของหลี่หลิงเฟิ่งดังเดิม แล้วกลับเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้งหลี่หลิงเฟิ่งรับแปะยันต์กักขังทั้งหมดที่มีจนหมด กลัวว่ามันจะหลุดออกมาอีกรอบก้อนกลมสีดำในหม้อบัดนี้ไม่เหลือรูปร่างทารกอีกต่อไป ส่วนที่ถูกฉีกขาดหายไปอย่างถาวร ทิ้งไว้เพียงมวลพลังหยินบิดเบี้ยวไร้เค้าโครงพลังหยาง ชีวิตเหือดแห้ง เส้นพลังที่เชื่อมกับค่ายกลยังไหลเวียนอยู่ ทว่าเสียสมดุลจนกู่ไม่กลับหลี่หลิงเฟิ่งสีหน้าเข้มขรึมจนยากจะอ่านออก
Read more
PREV
1
...
1819202122
...
25
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status