All Chapters of คุณภรรยาอุ้มรักหนีท่านประธาน: Chapter 1 - Chapter 10

40 Chapters

บทที่ 1

รูปร่างผอมบางของอวิ๋นรั่วจิ่นขดอยู่ในผ้าห่ม กำลังลูบท้องของตัวเองเบา ๆ เธอถอนหายใจอย่างโล่งอก โชคดีที่ลูกน้อยไม่เป็นอะไรเมื่อคืนพอถิงซิวกลับมา ก็ต้องการมีอะไรกับเธอ พวกเขาสองสามีภรรยาไม่ได้พบกันมาสองเดือนแล้ว เธอจึงปฏิเสธเขาไม่ลงเสิ่นถิงซิวอาบน้ำเสร็จก็เปลี่ยนเสื้อผ้า ชุดสูทสีเทาที่ตัดเย็บด้วยมือ ห่อหุ้มร่างกายสูงสง่าของเขาเอาไว้ ชวนให้น่าหลงใหลอย่างยิ่งเขากำลังถือแท็บเล็ตนั่งทำงานอยู่บนเก้าอี้ ปัดนิ้วมือไปบนหน้าจออย่างช้า ๆ เผยให้เห็นร่องรอยของความเกียจคร้านและดูเซ็กซี่เล็กน้อยเมื่อพบว่าผู้หญิงที่อยู่บนเตียง ใช้ผ้าห่มห่อหุ้มร่างกายตัวเองเอาไว้แน่น โผล่แค่ศีรษะเล็ก ๆ ออกมา ดวงตาสีดำขลับกำลังจ้องมองเขาอยู่ตลอด เขาก็เอ่ยขึ้นเบา ๆ ว่า : “ตื่นแล้วเหรอ? ลุกขึ้นมากินมื้อเช้าสิ”“อืม ๆ” อวิ๋นรั่วจิ่นสวมชุดนอน ปีนลงมาจากเตียงด้วยใบหน้าแดงก่ำในร้านอาหาร ส้อมในมือของเธอจิ้มไปจิ้มมาบนไข่ที่อยู่ในจาน มือซ้ายลูบท้องของตัวเอง แล้วเอ่ยปากขึ้นด้วยความประหม่าและคาดหวัง : “ฉันมีอะไรจะคุยกับคุณ”“ฉันมีอะไรจะคุยกับเธอ” เสิ่นถิงซิวเอ่ยปากขึ้นในเวลาเดียวกัน“......”ทั้งสองสบตากันหลังจากนิ่ง
Read more

บทที่ 2

เธอก้มหน้าลง ยิ้มออกมาอย่างขมขื่นเธอยังจะคาดหวังอะไรได้อีกล่ะ? ได้แต่งงานกับเขา ก็เท่ากับเธอได้ใช้บุญวาสนาที่สั่งสมมาแต่ปางก่อนไปหมดแล้วพ่อแม่ของเธอเป็นพนักงานธรรมดา ๆ ในเอสเคกรุ๊ป ถูกขังอยู่ในห้องปฏิบัติการในเหตุเพลิงไหม้ครั้งหนึ่ง แต่ก่อนตายได้ปิดระบบสำคัญ สารพิษจึงไม่รั่วไหลออกมา จึงเลี่ยงไม่ให้มีจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นตอนนั้นสื่อมวลชนนำเสนอข่าวติดต่อกันหลายวัน อีกทั้งยังมีการบันทึกโทรศัพท์สายสุดท้าย ที่พ่อแม่ของเธอ ติดต่อกับโลกภายนอกเอาไว้ด้วยเธอที่อายุเกือบสิบขวบ จำต้องอยู่กับน้าสาวของตัวเองแต่น้าสาวทั้งชอบสูบบุหรี่ ชอบดื่มเหล้า และติดการพนัน หนึ่งปีให้หลัง ก็ใช้เงินชดเชยที่ได้มาจากเอสเคกรุ๊ปไปกับการพนันจนหมดสิ้น ตอนที่เธออายุได้สิบเอ็ดขวบ ก็พาเธอมาทิ้งเอาไว้ที่ประตูของเอสเคกรุ๊ปอวิ๋นรั่วจิ่นกอดกระเป๋านักเรียน รออยู่ที่หน้าประตูบริษัทสองวันเธอทั้งหิวและเหนื่อย จนกระทั่งประธานของเอสเคกรุ๊ปผ่านมาเห็น จึงได้พาเธอกลับบ้านไปตั้งแต่นั้นมาก็ส่งเธอเรียนหนังสือ ดูแลการกินอยู่ของเธอ อีกทั้งหลังจากที่เธอโตขึ้น ก็ให้เธอแต่งงานกับเสิ่นถิงซิวผู้เป็นหลานชายเสิ่นถิงซิวไม
Read more

บทที่ 3

“ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้นนะคะ” อวิ๋นรั่วจิ่นโมโหเล็กน้อยถ้าเธอคิดแบบนี้จริง ๆ เมื่อคืนยังจะยอมให้เขาแตะต้องทั้ง ๆ ที่กำลังท้องอยู่ได้ยังไงเสิ่นถิงซิวไม่พูดอะไรต่อ อุ้มเธอกลับไปที่ห้อง วางเธอลงบนเตียง ทุกการเคลื่อนไหวทั้งอ่อนโยนและเอาใจใส่อวิ๋นรั่วจิ่นต้องพยายามอย่างมากเพื่อข่มไม่ให้น้ำตาไหลออกมาเขาจัดเสื้อผ้าให้กับเธอ มือของเขาสัมผัสเข้าที่ท้องของเธอโดยไม่ทันระวังอวิ๋นรั่วจิ่นตกใจ รีบดึงมือของเขาออกทั้ง ๆ ที่ท้องของเธอยังคงเรียบแบนอยู่ แต่เป็นเพราะว่าเธอร้อนตัว กลัวจะถูกสังเกตเห็นอะไรเข้าเสิ่นถิงซิวชะงักไปเล็กน้อย “เป็นอะไรไป?”เพราะกำลังจะหย่ากันแล้ว ตอนนี้เลยไม่ยอมให้เขาแตะต้องแล้วอย่างนั้นหรือ?“เปล่าค่ะ ฉันแค่นอนไม่พอ ก็เลยรู้สึกมึนหัวนิดหน่อย” เธอหาข้ออ้างมาอธิบาย“ให้ฉันตามหมอมาเถอะนะ สีหน้าของเธอไม่ค่อยสู้ดีเท่าไร” เขายื่นมือออกมาอังหน้าผากของเธอดู พบว่าอุณหภูมิปกติแต่เขากลับรู้สึกอยู่ตลอดว่ามีบางอย่างผิดปกติ“ฉันไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะ”จะให้หมอมาตรวจไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเรื่องที่เธอท้องต้องความแตกแน่ “ฉันนอนพักสักเดี๋ยวก็ดีขึ้นแล้วค่ะ”“เสี่ยวจิ่น ฉันจ
Read more

บทที่ 4

“ฉันยังคงเห็นคุณเป็นพี่ชายอยู่เหมือนเดิม เหมือนกับที่คุณเห็นฉันเป็นน้องสาว”อวิ๋นรั่วจิ่นรู้สึกเจ็บคอมากขึ้นเรื่อย ๆ เจ็บจนแทบจะไม่สามารถแค่นเสียงออกมาได้อีกแม้แต่คำเดียว ไม่อย่างนั้นเธอคงสารภาพทุกอย่างออกมา เลิกผ้าห่มแล้ววิ่งเข้าไปในอ้อมแขนของเขา บอกกับเขาทั้งน้ำตาว่า “ฉันไม่เคยเห็นคุณเป็นพี่ชายมาก่อน ฉันรักคุณ”!เธอฝืนตัวเองเอาไว้ ไม่ให้ทำเรื่องน่าอายแบบนี้ออกมา ในเมื่อในใจของเขามีผู้หญิงคนอื่น แล้วเธอจะทำตัวไร้ค่าเพื่อรั้งเขาเอาไว้ทำไม?“เป็นแบบนี้ก็ดี” เสิ่นถิงซิวยิ้มมุมปากเล็กน้อย : “เธอจะได้หาผู้ชายที่เธอรักจริง ๆ ได้สักที”หัวใจของอวิ๋นรั่วจิ่นเจ็บปวดเหมือนถูกมีดกรีดทั้งเป็นเธอพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม : “ใช่แล้วค่ะ ดีมากเลย”เขาก็จะได้คบกับหญิงในดวงใจของเขาได้อย่างเปิดเผยแล้ว“เสี่ยวจิ่น” จู่ ๆ เขาก็เรียกชื่อเธอขึ้นมา“หืม?” เธอแค่นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก“ฉัน......” จู่ ๆ เขาก็เงียบไป“......” เธอกำลังรอฟังอยู่“ฉันไปก่อนนะ เธอพักผ่อนเถอะ”เสิ่นถิงซิวหันหลังเดินจากไปอวิ๋นรั่วจิ่นห่อตัวเองเอาไว้ในผ้าห่ม แล้วร้องไห้ออกมาอย่างหนักเธอกลัวว่าคนอื่นจะได้ยินเข้า จึงใช้มืออุ
Read more

บทที่ 5

เฝิงเหย่นั่งยืดตัวตรง “บนข้อตกลงมีตัวอักษรที่พิมพ์ผิดอยู่ ผมต้องเอากลับไปแกขอโทษด้วยครับ”อวิ๋นรั่วจิ่น : “......”พิมพ์ผิดเหรอ?เธอยังคิดว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงเสียอีกเหอะ ที่แท้ตัวเองก็กำลังฝันลม ๆ แล้ง ๆ อยู่ น่าขำสิ้นดีหลังจากเฝิงเหย่กลับไปแล้ว อวิ๋นรั่วจิ่นก็กลับไปที่ห้อง เธอไม่รู้ว่าตัวเองผ่านวันนี้มาได้อย่างไร ทั้งมื้อเที่ยงและมื้อเย็น เธอกินอาหารอย่างเต็มอิ่มไม่รู้ว่าเป็นเพราะเสียใจมากเกินไป หรือกินมากเกินไป ทำให้คนที่ไม่เคยแพ้ท้องอย่างรุนแรงอย่างเธอ กลับอาเจียนอย่างหนักในช่วงค่ำของวันนี้เธออาเจียนไปร้องไห้ไป จนสุดท้ายก็นอนขดตัวอยู่กับพื้น นอนกอดอกตัวสั่นเทานี่ก็เกือบจะเที่ยงคืนแล้ว ปกติหากเกินสี่ทุ่มเขายังติดธุระไม่กลับบ้าน เขาจะต้องโทรศัพท์บอกเธออย่างแน่นอนว่าเขาไปไหน แต่ตอนนี้มันไม่จำเป็นแล้วจู่ ๆ เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอวิ๋นรั่วจิ่นหูผึ่ง เสียงเรียกเข้าดังชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ เธอรีบตะเกียกตะกายปีนขึ้นมาจากพื้น พุ่งตรงออกมาจากห้องน้ำอย่างรวดเร็วราวกับลูกธนู แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสายเรียกเข้าจาก : [สามีของฉัน]อวิ๋นรั่วจิ่นยิ้มเหมือนเด็กขึ้นมาทัน
Read more

บทที่ 6

ความคิดทั้งหมดของอวิ๋นรั่วจิ่นถูกระเบิดเสียจนกระจัดกระจาย สมองเต็มไปด้วยความว่างเปล่า“เธอทำไมนะ?” เสิ่นถิงซิวซักไซ้อวิ๋นรั่วจิ่นหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง ตอนกลางวัน เขายังกล่าวหาว่าเธอทนรอไม่ไหวที่จะยุติความสัมพันธ์กับเขาอยู่เลย เอาแต่พูดว่าพวกเขายังไม่ได้หย่ากันแต่คนที่แทบทนรอไม่ไหวคือตัวเขาเองชัด ๆ ตอนนี้ก็รีบไปอยู่กับโจวฉุนหย่าแล้ว“ฉันง่วงแล้ว ฉันอยากนอนแล้ว”ความกล้าทั้งหมด ถูกความจริงอันแสนเจ็บปวดทำลายจนหมดสิ้นตัวเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของโจวฉุนหย่าเลย ถึงขั้นที่ว่าไม่คู่ควรจะเป็นคู่ต่อสู้ของหล่อนด้วยซ้ำ เพราะว่าในใจของเสิ่นถิงซิว โจวฉุนหย่าต่างหากที่เป็นหนึ่งเดียวเธอยังคิดจะยื้ออีก ช่างน่าขำสิ้นดี!“อืม งั้นเธอนอนเถอะ”น้ำเสียงของเสิ่นถิงซิวราบเรียบ ฟังไม่ออกว่ารู้สึกอย่างไรหลังจากวางสายโทรศัพท์ อวิ๋นรุ่วจิ่นก็ฟุบลงกับเตียงแล้วร้องไห้ออกมาอย่างหนักถิงซิว ฉันท้องได้สองเดือนแล้ว......เช้าวันต่อมาอวิ๋นรั่วจิ่นตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ เป็นเวลาเที่ยงวันแล้วหอบเอาร่างกายที่ปวดเมื่อยลุกขึ้นจากเตียง หลังจากอาบน้ำเสร็จ เสียงเรียกข้าวของโทรศัพท์ก็ดังขึ้นพอดี เป็นสายจาก
Read more

บทที่ 7

จนกระทั่งถึงตอนเย็น อวิ๋นรั่วจิ่นจำเป็นต้องกินอาหารเพื่อลูก จึงไปสั่งอาหารเล็กน้อยในร้านอาหารตะวันตกตามลำพัง กำลังคิดว่าหลังจากกินอาหารเสร็จ จะกลับไปพักที่ห้องพักสักคืน แต่งเรื่องให้เรียบร้อย รอจนถึงวันรุ่งขึ้น ค่อยบอกกับคุณย่าว่าเมื่อคืน เธอกับเสิ่นถิงซิวมีความสุขกันขนาดไหนจู่ ๆ เธอก็เห็นรูปร่างที่คุ้นตา เดินออกมาจากร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกลโจวฉุนหย่า?ยังมีชายหญิงอีกคู่หนึ่งเดินออกมาพร้อมกับเธอด้วยทั้งสามคนกำลังพูดคุยกัน จากนั้นก็จับมืออำลา แล้วเดินออกมาพร้อมกันทำไมถึงไม่เห็นเสิ่นถิงซิวล่ะ“คุณครับ ขอโทษด้วยครับ ขอรบกวนสักครู่ คุณมาคนเดียวหรือเปล่าครับ?” พนักงานเสิร์ฟเดินเข้ามาถามอวิ๋นรั่วจิ่นตั้งสติขึ้นมาได้ “อืม มีธุระอะไรรึเปล่าคะ?”“ด้านข้างมีคุณผู้ชายท่านหนึ่งต้องการรับประทานอาหาร แต่ยังมีลูกค้าต่อคิวรออยู่ ที่นั่งแน่นมาก เพราะงั้นก็เลยให้ผมมาถามคุณว่ายินดีจะให้เขานั่งร่วมโต๊ะด้วยไหม ถ้าคุณไม่ยินดีก็ไม่เป็นไรครับ”อวิ๋นรั่วจิ่นหันหน้ากลับไป มองเห็นชายหนุ่มสวมสูทเรียบกริบยืนอยู่ไม่ไกล ดูหล่อเหลาและสง่างามมาก“ให้เขามานั่งเถอะค่ะ”เธอใกล้จะกินเสร็จแล้ว“ได้ครับ” พนัก
Read more

บทที่ 8

“ยังมีธุระอะไรอีกงั้นเหรอ?” อวิ๋นรั่วจิ่นขมวดคิ้ว ดูเหมือนจะหมดความอดทนแล้ว เธอบริสุทธิ์แท้ ๆ ถูกสามีทำร้ายจิตใจจนแตกสลาย แต่เพื่อนของสามีกลับคิดว่าเธอมีชู้“นั่งร่วมโต๊ะงั้นเหรอ? หนุ่มหล่อสาวสวยอย่างพวกเธอสองคน คนหนึ่งแต่งตัวสวยเช้ง ส่วนอีกคนก็สวมสูทเรียบกริบ บังเอิญต่างฝ่ายต่างก็ออกมาคนเดียว แล้วก็บังเอิญมาที่ร้านอาหารร้านนี้ด้วยกันทั้งคู่ แล้วก็ยังบังเอิญไม่มีที่นั่งก็เลยมานั่งร่วมโต๊ะกัน เธอคิดว่าฉันเป็นไอ้โง่หรือไง?”“ผมกับคุณผู้หญิงท่านนี้ไม่รู้จักกันจริง ๆ คุณอย่าเข้าใจผิด” ฉู่ซีเจวี๋ยเดินเข้าไปอธิบาย“ฉันไม่ได้พูดกับนาย หุบปาก!” เฟิงเฉิงอวิ่นไม่เกรงใจแม้แต่น้อยฉู่ซีเจวี๋ยกลับยังมีสีหน้าเรียบเฉย ดูสงบนิ่งเป็นพิเศษ“คุณช่างไร้มารยาทจริง ๆ” อวิ๋นรั่วจิ่นขมวดคิ้ว “ไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่ เรื่องจริงก็เป็นแบบนี้แหละ”“เรื่องจริงเป็นแบบนี้บ้าบออะไร! อวิ๋นรั่วจิ่น เธอรู้หรือเปล่าว่า ถิง......”เขากำลังจะพูดถึงเสิ่นถิงซิว แต่พอเห็นชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านข้าง เขาก็ขมวดคิ้วขึ้นมา “นายยังมีธุระอีกเหรอ?”ฉู่ซีเจวี๋ยหัวเราะ “ขอโทษด้วยครับ งั้นผมขอตัวก่อน”เขารักษามารยาทตั้งแต่ต้นจ
Read more

บทที่ 9

“ข้างในมีคนอื่นอีกไหม?”เธอกังวลอย่างมากว่าโจวฉุนหย่าจะอยู่ข้างใน หากเจอกันคงอึดอัดน่าดูเฟิงเฉิงอวิ่นขมวดคิ้ว “เธอคิดว่าจะมีใครอยู่ข้างในเหรอ?”อวิ๋นรั่วจิ่นยิ้มแหย “เปล่า”เฟิงเฉิงอวิ่นกวาดตามองเธออย่างเย็นชาหนึ่งที แล้วเดินเข้าไปข้างในทันทีที่ก้าวเข้าประตูไป กลิ่นเหล้าคละคลุ้งก็พุ่งเข้ามาหาเสิ่นถิงซิวนอนอยู่ตรงขอบหน้าต่างที่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ขาข้างหนึ่งพาดอยู่เหนือขอบ ส่วนร่างกายอีกครึ่งก็แทบจะล้มลงมา ส่วนบนพื้นก็มีขวดเหล้านานาชนิด อีกทั้งยังมีแก้วเหล้าที่แตกกระจายอยู่ด้วย!“นายไปทำอะไรตรงนั้น!”เฟิงเฉิงอวิ่นรีบวิ่งตรงเข้าไป ยกขาที่ห้อยลงมาของเขาวางไว้บนขอบหน้าต่าง ผลักร่างกายขอเขาเข้าไปด้านใน กลัวว่าเขาจะตกลงมาได้รับบาดเจ็บ“เธอยังมัวยืนบื้ออยู่ตรงนั้นทำไม? ยังไม่รีบมาช่วยอีก!”เฟิงเฉิงอวิ่นหันกลับมามองอวิ๋นรั่วจิ่นที่กำลังยืนตกใจอยู่ข้าง ๆ “อ้อ” เธอวางกระเป๋าลง แล้วรีบวิ่งเข้าไปทันทีบนตัวของเสิ่นถิงซิวเต็มไปด้วยกลิ่นเหล้า กระดุมของเสื้อเชิ้ตถูกแกะออกครึ่งหนึ่งแล้วเขาเมาจนไม่เป็นผู้เป็นคน คิ้วกำลังขมวดแน่นอยู่ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง สีหน้าดูแย่มาก ดูเหมือนพวกขี้เม
Read more

บทที่ 10

เกิดเสียงดังตุ๊บ!เฟิงเฉิงอวิ่นถูกเสิ่นถิงซิวกดลงไปกับพื้น กำปั้นกระแทกเข้ามาอย่างหนักหน่วง!มีเลือดไหลซิบออกมาจากมุมปากของเขา ด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า!“เสิ่นถิงซิว นายบ้าไปแล้วหรือไง!”เพราะเป็นเพื่อนสนิทของตนเอง เฟิงเฉิงอวิ่นจึงไม่ได้โต้กลับแต่แรก ทำเพียงแค่ป้องกันตัวเท่านั้น“เฟิงเฉิงอวิ่น นายกล้าแตะต้องเธอเหรอ!”เสิ่นถิงซิวแทบจะตะคอกออกมา ดวงตาแดงก่ำราวกับจะมีเลือดหยดออกมาได้!เหมือนกับสัตว์ร้ายที่กำลังคำรามจนท้องฟ้าต้องสั่นสะเทือน!ท่าทางเช่นนี้ แม้แต่เฟิงเฉิงอวิ่นเองก็ต้องตกใจ“ถิงซิว นายเข้าใจผิดแล้ว!”เกิดเสียงดังตุ๊บ เสิ่นถิงซิวปล่อยหมัดออกไปอีกครั้ง!เฟิงเฉิงอวิ่นทนไม่ไหวอีกแล้ว!“ไอ้โง่เสิ่นถิงซิว ไม่รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี นายรู้ไหมว่าเธอทำอะไรกับนายเอาไว้?”เฟิงเฉินอวิ่นพลิกตัวไปตะลุมบอนอยู่กับเสิ่นถิงซิว ชายหนุ่มทั้งสองคนต่างก็มีรูปร่างกำยำสูงใหญ่ ฝึกฝนร่างกายอยู่บ่อย ๆ พอต่อสู้กันขึ้นมาจึงดุเดือดเป็นอย่างยิ่งเฟิงเฉิงอวิ่นยังได้สติดีอยู่ จึงลงมืออย่างพอดี แต่ถิงซิวดื่มจนเมาไปแล้ว จึงลงมือโดยไม่ได้ออมแรงสักนิดอวิ๋นรั่วจิ่นร้อนใจเหมือนโดนไฟเผ
Read more
PREV
1234
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status