All Chapters of อู๋เสี่ยวหวาบรรณาการแค้วนซี: Chapter 51 - Chapter 59

59 Chapters

บทที่ 25.1 ฮ่องเต้องค์ใหม่แคว้นเหยาชุนรุ่นที่สิบเอ็ด

ใกล้ถึงวันราชาภิเษกฮ่องเต้องค์ใหม่แคว้นเหยาชุนรุ่นที่สิบเอ็ด สองวันหลังการจากไปของฮ่องเต้หวังซีเอ่อที่ละเลยทิ้งหน้าที่บริหารบ้านเมือง จิตใจอกตัญญูสั่งขังไท่ซ่างหวงและฮองไทเฮา หายสาบสูญไปสามเดือนแล้ว จึงมีประกาศจากอัครเสนาบดีทั้งสองฝ่ายให้ถอดถอนฮ่องเต้หวังซีเอ่อออกแล้วผลักดัน ‘ท่านแม่ทัพใหญ่ จงถานไถหมิง ขึ้นครองราชย์ เป็น ฮ่องเต้ราชวงศ์จงรุ่นที่หนึ่ง’ดังนั้นหวังซีเอ่อและอู๋เสี่ยวหวาจึงเร่งเดินทางกลับไปยังแคว้นเหยาชุนให้เร็วที่สุด และหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายลอบสังหารในเมืองอันเว่ยที่อยู่ติดชายแดนใกล้แคว้นหลิ่ง มีแม่น้ำขวางต้องเดินเรือสำเภาข้ามไปยังแคว้นเหยาชุน มาพร้อมรับเด็กทารกที่มารดาเสียชีวิตกลับมาเลี้ยงดู โดยให้อันเต๋อจื่อดูแลไว้ก่อนในแคว้นซีเป่ยแสงตะวันแผดจ้าสาดส่องลอดช่องว่างของแมกไม้ซึ่งส่งเสียงเสียดสีกันไม่หยุดหย่อนตรงลงมายังพื้นดินผืนใหญ่ ผู้ที่นั่งอยู่ในศาลาอู๋เหม่ยของอุทยานตะวันตกทอดตามองด้านนอกดอกไม้ใบหญ้าเฉกเช่นกับผืนทุ่งนากสิกรรม เห็นเพียงสีเขียวเข้มขจี ท้องฟ้าวันนี้สว่างสดใสมาก หลังจากม่านไผ่รอบศาลาถูกปล่อยลงโดยนางกํานัลภายใต้การสั่งการจากหัวหน้าขันที ภายในศาลาโบราณก็พลั
Read more

บทที่ 25.2 ฮ่องเต้องค์ใหม่แคว้นเหยาชุนรุ่นที่สิบเอ็ด

“ไม่เป็นไร ข้าไม่กินก็ได้...” จงถานไถหมิงพูดอุบอิบเสียงเบาวางตะเกียบลง“ฝ่าบาท เสวยเพคะ” เฉิงกุ้ยเฟยปล่อยชิ้นนั้น หันไปเลือกชิ้นอื่น ขยับมือคีบส่งถึงปากของฮ่องเต้อย่างว่องไว“ฝ่าบาท เสวยของหม่อมฉันเถิดเพคะ” เจียวหวงไม่ยอมตกอยู่ข้างหลัง ขยับตะเกียบคีบข้าวแปดสมบัติชิ้นนั้นส่งไปจ่อตรงหน้าจงถานไถหมิงอย่างเร็ว จงถานไถหมิงมองซ้ายมองขวายิ้มบางรับมาทั้งหมด หัวหน้าราชองครักษ์เองก็ยื่นตะเกียบออกไปคีบข้าวแปดสมบัติชิ้นเล็กวางใส่ในจานของตัวเองอย่างเงียบ ๆ“เอาเถอะอย่ามัวแต่ดูแลเรา พวกเจ้าก็กินด้วยสิ”จงถานไถหมิงเอ่ย จากนั้นก็พยายามจัดการของที่อยู่ในจานตัวเอง พอเจียวหวงคีบขนมชิ้นหนึ่งให้จงถานไถหมิง ลี่เฉี่ยวก็เช่นกัน ท้ายสุดเจียวหวงยื่นตะเกียบไปทางลี่เฉี่ยวที่กําลังเอาโต้วเหลียงเกาชิ้นเล็กวางลงในจานของจงถานไถหมิง แล้วหนีบหยุดตะเกียบลี่เฉี่ยวไว้เสียงดังเพียะเข้าหูอย่างต่อเนื่อง ตะเกียบทองแกะสลักลายเมฆาสองคู่ตะลุมบอนกันเร็วเสียจนตามองแทบไม่ทัน จงถานไถหมิงเองก็ตะลึงมองกับการกระทำของสตรี“คีบให้ฝ่าบาทมากขนาดนั้น เสด็จพี่หญิงไม่กลัวฝ่าบาททรงเสาะท้องเช่นนั้นหรือ” เจียวหวงพูดแล้วเลือกเอาเฉพาะขนมที่ลี่เฉี่
Read more

บทที่ 26.1 ท่านต้องปลอดภัย

อีกสองวันจะถึงพิธีสถาปนาฮ่องเต้และฮองเฮาองค์ใหม่ขึ้นครองบัลลังก์ แสงอาทิตย์ระอุอบอ้าวทำคนแทบจะละลายได้ แต่ในจวนหวังชินอ๋องจู มีทหารยืนกันชนิดเต็มทางเดิน แน่นขนัดไปถึงสวนดอกไม้รอบตำหนัก ระยะสองก้าวต่อหนึ่งคน พวกเขากําลังเฝ้าจวนหวังชินอ๋องจูไว้ตามคำสั่งจวิ้นอ๋องเฒ่าจงไห่หมิงหรา บนใบหน้าทหารทุกนายต่างมีเหงื่อกาฬผุดพราย มือทั้งคู่เหยียดยื่นส่งต่อของมีค่า สิ่งเหล่านี้เป็นของที่นําออกมาจากคลังสมบัติของตำหนักชินอ๋องจู มีเครื่องเคลือบงานฝีมือชั้นยอด ดาบล้ำค่าประดับมุกตะวันออก กระทั่งไม้แกะสลักหรือหินประหลาดขนาดเกินฝ่ามือล้วนไม่ปล่อยผ่านของเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นลาภผลซึ่งตำหนักชินอ๋องจูรับจากภายนอกโดยใช้ประโยชน์จากชื่อเสียงของหวังซีเอ่อ นับแต่ก่อนเขาจะมาเป็นชินอ๋อง เป็นเพียงแค่องค์ชายรอง ถึงแม้พระประสงค์องค์ฮ่องเต้องค์ใหม่คือให้ชินอ๋องจูส่งมอบทรัพย์สินเอง แต่หลังสิ้นอำนาจราชวงศ์หวัง ใต้เท้าที่ไม่ชอบหน้าชินอ๋องได้ทีจึงแสร้งตรวจสอบเปิดโปงโกงกินรับสินบนก็อยู่ในความรับผิดชอบของตนด้วย ทว่ามิได้ล่วงรู้ก็ละเลยหน้าที่เสียแล้ว กระนั้นวัวหายล้อมคอกก็ยังดี ด้วยเหตุนี้จึงนําทหารชั้นดีจํานวนหนึ่งมาอย่าง
Read more

บทที่ 26.2 ท่านต้องปลอดภัย

ตลอดจนถึงนาทีนี้จงจวิ้นอ๋องเฒ่ายังคิดว่าทำแบบนี้จะบีบบังคับให้หวังเผยจูสิโรราบแก่เขาได้ จะต้องคุกเข่าวิงวอนขอให้อภัย อย่างไรเสียชินอ๋องหวังเผยจูก็ไม่กล้าเหยียบออกจากจวนอ๋องสักก้าวแน่ หากไร้ที่พึ่งพิงอย่างเสด็จพี่ใหญ่ของเขา ผ่านมาหกเดือนแล้วที่ฟางเย่เซียนเข้ามาสวมบทบาทเป็นพระชายาเอกปรนนิบัติดูแลชินอ๋องจูเป็นอย่างดี จนเกิดความรักใคร่กันขึ้นมาจริง ๆ แต่ยังไม่สุกงอมดี หวังเผยจูยังไม่เคยร่วมเตียงเคียงหมอนกับนาง นับแต่พลาดพลั้งครั้งแรกไปเขาก็ไม่แตะต้องตัวนางอีก ให้เกียรติฟางเย่เซียนเป็นอย่างมาก เรียกนางว่าพระชายาหาใช้คำพูดว่านังโสเภณีหรือนางคณิกาหอนางโลมอีกเลยเมื่อตอนยังไม่เกิดเรื่อง ฟางเย่เซียนก็ใช้ชีวิตอยู่ในจวนอ๋องนี้สุขสบาย แต่นางไม่ใช่คนอยู่นิ่งเฉย ก็คอยหาอะไรทำตามที่พ่อบ้านเหอชิงอบรมสั่งสอนเพิ่มเติม ทุกคนในตำหนักก็ต่างพากันชื่นชอบพระชายาฟางเย่เซียน แล้วพอหลังจากที่ฮ่องเต้หวังซีเอ่อถูกถอดถอนจากราชบัลลังก์ ฝ่ายพระชายาไป๋ฟานเหนียนก็ควบคุมภรรยาหวังชินอ๋องจูอย่างเข้มงวดในฐานะอาสะใภ้ พระชายาฟางเย่เซียนตะลึงงันจากนางขับร้องที่เพียงเหลือบตาคลี่ยิ้มก็บังเกิดเสน่ห์ล้นเหลือคนหนึ่ง กลายเป็นนางอ
Read more

บทที่ 26.3 ท่านต้องปลอดภัย

หวังเผยจูปลอบพระชายาที่ดูในใจยังคงหวาดหวั่น ประคองนางเข้าในจวน อยู่ด้วยตลอด จับมือไว้แน่นกอดกันจนพอใจ จนตะวันคล้อยทางตะวันตกจึงเตรียมแผนการณ์ของตนเอง ให้บ่าวรับใช้ผู้ชายปลอมเป็นเขา ให้อยู่แต่ในจวน เพราะทหารองครักษ์ที่จวิ้นอ๋องเฒ่าสั่งการมาให้เฝ้าหนาแน่นทุกกระเบียดนิ้ว เพื่อให้การแสดงตบตานี้แนบเนียน บ่าวรับใช้คนนี้เคยแสดงละครเป็นตัวตลกเลียนแบบเสียงได้จึงหายห่วง เพียงแค่อย่าให้เห็นหน้า เห็นแค่เงาและเสียงก็เพียงพอจะหลอกผู้คนได้แล้วหวังเผยจูเร้นปลอมกายเป็นหมอยาเทวดาเฒ่าหลังงอ เดินถือไม้เท้าแทรกซึมออกไปพร้อมหมอยาที่มารักษาดูอาการพระชายา จากนั้นก็ปลีกเข้าพร้อมฝูงชนออกไปนอกเมืองก่อนประตูเมืองหลวงหยานชุนจะปิดตำหนักชุนชางยามชวี (เวลา19.00-20.59 น.)“ฝ่าบาท ทรงรับพระกระยาหารเย็นได้แล้วนะพ่ะย่ะค่ะ” เสี่ยวสี่จื่อจัดเก็บสมุดฎีกาบนโต๊ะ“นี่ยามชวีแล้วงั้นหรือ..” จงถานไถหมิงวางพู่กันแดงชาดลง “แต่เราไม่หิวสักนิด ขนมที่กินไปเมื่อบ่ายถึงตอนนี้ยังถ่วงกระเพาะข้าอยู่เลย”“จริงหรือพ่ะย่ะค่ะ หรือจะเรียกหมอหลวงมาดู?” เสี่ยวสี่จื่อถามด้วยลักษณะท่าทางตื่นเต้น“ไม่ต้อง เราแค่อิ่มเฉย ๆ ใครให้ฮองเฮาคีบขนมมาแบบไม
Read more

บทที่ 27.1 ช่วงเวลาที่เขามีความสุขก็เพียงลมพัดดับเทียนไข

โคมไฟสว่างไสวแขวนห้อยสูง แสงเทียนเหลืองแกมส้มให้แสงสว่างครอบคลุมลานสวนของตำหนักสนมเสียนเฟยประหนึ่งม่านโปร่งสีเหลืองคฤหาสน์แห่งนี้ห่างจากวังหลวงจะว่าใกล้ก็ไม่ใกล้ จะว่าไกลก็ไม่ไกล สวนและสิ่งก่อสร้างลอกเลียนรูปแบบซูรวมมียี่สิบห้องพัก หลังคาเชิงชายกิเลนทองสัมฤทธิ์กระดกเชิดสูงเป็นสัญลักษณ์แทนความรุ่งโรจน์รุ่งเรือง เมื่อสายลมยามค่ำโชยแผ่วยังสามารถได้ยินเสียงกระดิ่งลมด้านล่างชายคาดังเสนาะเพราะพริ้งชวนให้สดชื่นรื่นใจจะมีต้นไม้เยอะมากกว่าตำหนักอื่นเป็นพิเศษโดยเฉพาะต้นกุ้ยเหม่ยขวับ!เสียงคมกระบี่แหวกลมเด็ดขาดว่องไว เกิดประกายแสงทองจุดเล็กพร่างตาประหนึ่งดาราทองจํานวนนับไม่ถ้วนกะพริบวิบวับกลางท้องนภายามราตรี พร้อมกันนั้นร่างผู้ถือกระบี่เหินแฉลบวนเวียนในสวนเบาดุจนกนางแอ่น“เจียวหวง เจ้าอยู่นี่เอง”เสียงเรียกอันคุ้นเคยจู่ ๆ ก็ดังขึ้นมา ทําให้การร่ายกระบี่สะดุดหยุดชั่วขณะ เจียวหวงพลิกตัวลงจากบนหลังคามาอยู่ข้างหน้าคนผู้นั้นอย่างแผ่วเบา“ฝ่าบาท?! ทรงมาได้อย่างไรเพคะ” นี่เป็นครั้งที่สองอีกฝ่ายมาเยือนตำหนักเหม่ยกุ้ยของนาง เจียวหวงแปลกใจพอสมควรคุกเข่าลงเสียงดังตุบ“สนมเสียนเฟยน้อมรับเสด็จ ขอทรงพระเจร
Read more

บทที่ 27.2 ช่วงเวลาที่เขามีความสุขก็เพียงลมพัดดับเทียนไข

“หลังจากนั้นพวกเขาก็แยกจากกัน แต่อีกฝ่ายนั้นชอบอีกฝ่าย” จงถานไถหมิงเสริมอีกหนึ่งประโยค“เป็นความชอบแบบที่เหมือนบุรุษชอบรักสตรี”“อึ้ก! แค่กแค่ก!” เจียวหวงสําลัก จงถานไถหมิงยังไม่เคยเห็นเจียวหวงหลุดกิริยามาก่อนผุดลุกขึ้น ให้ฮวาหลันหยิบผ้าเช็ดหน้ามา“ไม่...ไม่ต้อง” เจียวหวงยังคงหอบหน้าแดงก่ำ ฝึกกระบี่เมื่อครู่ยังไม่หายใจรวนขนาดนี้เลยนะ“เจ้าเป็นอย่างไรบ้างเจียวหวง” จงถานไถหมิงถามอย่างเป็นห่วง “สําลักผลไม้ตากแห้งงั้นหรือ”“เปล่าเจ้าค่ะ แค่ตกใจ ท่านแม่ทัพยกเรื่องความรักบุรุษสตรีขึ้นมา เสวนาถือว่าแปลกเจ้าค่ะ”แม้เจียวหวงรู้ว่าต้องมีสักวันที่จงถานไถหมิงรู้จักสิ่งเหล่านี้ วันหนึ่งที่เขาเข้าใจ ‘ความรัก’ นั่นเท่ากับเกิดใจหวั่นไหวกับใครสักคน ทว่าเจียวหวงไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ จงถานไถหมิงแสดงท่าทีแบบรู้แจ้งแก่ใจ ทั้งยังปลอบเจียวหวง“หวงเอ๋อร์ เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้สึกอาย เบื้อใบ้ไปชั่วขณะ หรือเจ้ามองข้าผิดไป” เจียวหวงรู้สึกว่าภาพลักษณ์ของจงถานไถหมิงเปลี่ยนจากบุรุษเย็นชาหาสนใจใคร่รักสตรีรูปงามโดดเด่น ส่วนตัวเขานั้นไม่เพียงแต่เคยสู้รบยังคุ้นเคยไปมาหาสู่กับชาวยุทธ์ จงถานไถหมิงจึงรู้จักเรื่องพวกนั้นนา
Read more

บทส่งท้าย 1

พิธีสถาปนาราชวงศ์ใหม่ถูกจัดเตรียมอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา เหล่าขุนนางทุกฝ่ายแต่งกายจัดเต็มพิธีการ ประชาราษฎร์ทุกคนต่างมายืนล้อมนอกวังหลวงเพื่อชมการแต่งตั้งฮ่องเต้และฮองเฮาองค์ใหม่ โดยมีจวิ้นอ๋องเฒ่าไห่หมิงหรา และ พระชายาไป๋ฟานเหนียนเป็นผู้ใหญ่นำพิธีการเวลาฤกษ์มงคลถูกจัดขึ้นในเวลาเที่ยงวัน พระอาทิตย์เลยดูจะร้อนแรงเป็นพิเศษ พิธีดูเหมือนจะไปได้ดี แต่หารู้ไม่ว่ากำลังจะเกิดการปฏิวัติขึ้น หวังซีเอ่อและอู๋เสี่ยวหวานั้นมาถึงแคว้นเหยาชุนแล้ว โดยมีชินอ๋องจูไปรับที่ท่าเรือเมืองควานเหลียง และได้รับกองกำลังสนับสนุนจากใต้เท้าเฉินมาช่วยเสริมทัพพร้อมกับทหารแคว้นซีเป่ยจำนวนหนึ่ง เพื่อหวนคืนสู่บัลลังก์อันชอบธรรมเมื่อกำลังจะถึงเวลาที่จงถานไถหมิงและเจียวหวงกำลังจะก้าวขึ้นสู่บัลลังก์มังกรในฐานะฮ่องเต้และฮองเฮาก็ต้องหยุดชะงัก เป็นเสียงของขันทีผู้หนึ่ง เป็นเสี่ยวสี่จื่อที่หายตัวไปตั้งแต่เช้ามืดและจงถานไถหมิงตามหาไม่พบ บัดนี้ได้เห็นเขาล้มลุกคลุกคลานกลิ้งมาหลุน ๆ จนหยุดตรงหน้าราชพิธี“เป็นบ่าวทำไม่ถูก! บ่าวสมควรตาย!” เสี่ยวสี่จื่อคุกเข่ากับพื้น เป็นแส้หนังที่หวดขึ้นเหนือหัวของอู๋เสี่ยวหวาที่กระทำอุกอาจลงแส้เฆี
Read more

บทส่งท้าย 2

ส่วนผู้บัญชาการทางทหารส่วนใหญ่หลุบตาก้มหน้า ไม่กล้ามองหน้าจงถานไถหมิง คนที่พวกเขาเคารพรัก ช่างน่าผิดหวัง ไม่รู้จะเอาหน้าไปสู้ยังไง หลังจากนิ่งเงียบครู่หนึ่ง หวังซีเอ่อจึงสอบถามความคิดเห็นของจงถานไถหมิงสหายเก่าโดยระมัดระวังยิ่งหลังจากรู้ว่า‘จงถานไถหมิงไตร่ตรองการก่อกบฏครั้งนี้มาดีแล้ว มิอาจโต้แย้งหาข้อแก้ต่างให้รอดได้อีก’จึงเห็นด้วยกับพวกเขา พระราชทานโทษประหารเก้าชั่วโคตร ผู้ที่กระทำผิดน้อยกว่าก็ถอดถอนเป็นสามัญชน รวมทั้งเปลี่ยนกลับไปใช้ชื่อแซ่เดิม จงถานไถหมิงคิดว่าคำถามของฮ่องเต้เกินความจำเป็นบางส่วน นับแต่อัครเสนาบดีว่าเป็นเช่นนี้ใช่หรือไม่ตามแต่โบราณมา“การจะตัดสินโทษผู้ใด มีเพียงฮ่องเต้เท่านั้นที่ต้องตัดสินใจเอง กษัตริย์ทรงต้องเด็ดเดี่ยวไม่เอนเอียง คำสั่งกษัตริย์ถือว่าเป็นที่หนึ่ง ตรัสแล้วไม่สามารถคืนคำ...” หวังซีเอ่อเพียงยิ้มกล่าวต่อ“แม่ทัพใหญ่จงกล่าวถูกต้อง” หวังซีเอ่อแสดงชัดว่าเห็นพ้องต่อคําพูดของจงถานไถหมิง “ในใจข้ามีข้อสงสัย ขอท่านแม่ทัพตอบอธิบาย”“ฝ่าบาทโปรดตรัส”“ถ้าเจ้าต้องโทษประหารตัดหัวเสียบประจาน แล้วฮองเฮาของเจ้า อยากให้นางตายตามไปหรือไม่”“ไม่พ่ะย่ะค่ะ! กระหม่อมขอบัง
Read more
PREV
123456
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status