All Chapters of เดี๋ยวก่อน! นายเป็นนายเอกไม่ใช่เหรอ!?: Chapter 41 - Chapter 50

53 Chapters

บทที่ 40 กระหม่อมประสงค์...

“แสงรวีท่านมานั่งนี่เร็ว นั่ง ๆ ๆ” เฉินอวี้มองหยางซิงอีตรัสเรียกเขาเสียงใส เห็นพระองค์โบกพระกรไปมาคล้ายกลัวว่าเขาจะไม่เห็น แต่ถึงจะอยากทะยานกายไปนั่งกับองค์ชายตามเสียงเรียกทันทีแค่ไหน ชายหนุ่มก็ยังสำรวมกิริยา คุกเข่าลงคารวะองค์จักรพรรดิหยางก่อน ซึ่งพระองค์ก็รับคารวะ“ท่านทำตัวตามสบายเถิด คืนนี้ข้าเป็นเพียงหยางลู่จื้อ” พระองค์ตรัสแก่เขา แล้วเขาก็ขอบคุณ ก่อนจะเดินไปคุกเข่าลงข้างหยางซิงอีตรงจุดที่องค์ชายผายพระหัตถ์ให้“กระหม่อม...” เฉินอวี้กำลังจะเอ่ยขออนุญาตนั่ง แต่อีกฝ่ายกลับกอดพระอุระตรัสขัดขึ้นมาว่า “ไม่เอาราชาศัพท์ เข้าใจยาก วันนี้ข้าไม่ใช่องค์ชาย” พร้อมช้อนพระเนตรทองคำฉ่ำเยิ้มขึ้นมองอย่างไม่พอพระทัย มองพระองค์ แล้วสมองของเฉินอวี้ก็ว่างเปล่าไปชั่ววินาทีหนึ่ง เคราะห์ดีที่ไม่นานจนผิดสังเกต แต่ชายหนุ่มถามอีกคนเพื่อความมั่นใจว่า “เป็นเช่นนั้นหรือ”&n
Read more

บทที่ 41 กับกระหม่อม

ก่อนจะหลับไปเพราะฤทธิ์สุรา ชั่วขณะหนึ่งราวพริบตาเห็นจะได้ อันวาร์รู้สึกคล้ายเห็นคนข้างกายมีผมสีแดงเพลิงและนัยน์ตาทองคำอยู่ไว ๆ  อาการเมื่อยขบ เป็นอาการทั่วไปของคนนั่งหลับ และเกิดกับคนทุกเพศทุกวัยไม่ว่าจะเป็นเด็กหนุ่มอายุ 17 ปีที่มีวิญญาณของผู้ใหญ่วัย 26 ปีมาสถิตร่างก็ตามใช่ อันวาร์ วราหะรู้สึกเมื่อยขบ โดยเฉพาะที่คอ เขานั่งส่ายศีรษะไปมาอยู่กับอกแกร่งของเฉินอวี้จนผมน้ำตาลยุ่งไม่เป็นทรง ทั้งขมวดคิ้ว ครางหงิง จึงเอ่ยเสียงแผ่วอย่างลืมเนื้อลืมตัวเช่นสุภาพบุรุษคนหนึ่งว่า “แม่งเอ๊ย...เมื่อยคอฉิบหาย” ชายหนุ่มในร่างวัยรุ่นชาววังปรือตาเล็กน้อย แต่เพราะยังเมาขี้ตาอยู่มากพอ ๆ กับเมาสุรา ภาพทุกอย่างจึงสว่างจ้าจนตาพร่าและรู้สึกว่าทุกอย่างบิดเบี้ยวไปเสียหมด“โอ๊ย...กูไม่น่าลืมตาขึ้นมาเลย ทำไมโลกมันสว่างอย่างงี้วะ ใครก็ได้ปิดไฟที” ว่าจบก็ปิดตาแล้วคอพับคออ่อนนอนต่อหารู้ไม่ว่าตนอิงแอบกับอกของผู้ใด และหารู้ไม่ว่าเฉินอวี้รู้สึกตัวตั้ง
Read more

บทที่ 42 เป็นกระหม่อม

อันวาร์เป็นนักอ่านที่ยอดเยี่ยม แต่ถึงจะอ่านหนังสือมามากมายเพียงไร เขาก็ตามเล่ห์เหลี่ยมของคนในโลกจริงไม่ทันอยู่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเองเขาไม่ได้ใสซื่อ ออกจะรู้มากเสียด้วยซ้ำ แค่เซ่อซ่าและตาถั่วในหลายเรื่องเท่านั้นเอง “จากนี้ไป หากพระองค์ประสงค์จะร่ำสุรา ขอให้ร่ำสุราแค่กับกระหม่อมแต่เพียงผู้เดียวได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะองค์ชาย” คำขอของเฉินอวี้ เขาฟังแล้วกะพริบตาหนึ่งครั้ง ด้วยความร้อนใจที่เกือบจะสร้างปัญหาให้อีกคน แค่ได้ยินสิ่งที่ตนพอทำให้ได้ก็ตอบตกลงทันที และกว่าจะคิดได้ว่าตนเสียประโยชน์ให้พระเอกไปแล้วก็โน้น พระเอกกลับไปพักผ่อนที่ตำหนักรับรองแล้วเรียบร้อยพอได้นั่งโง่ ๆ ที่ระเบียงทางเดินชมสวนผักสักระยะ สมองของอันวาร์ก็ตกตะกอนสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อบ่าย ความว่าเฉินอวี้ขอให้เขาดื่มแค่กับตน แต่เรื่องของเรื่องคือเขาและเฉินอวี้มีโอกาสเจอกันบ่อยเสียที่ไหน เดี๋ยวอีกไม่นานอีกคนก็คงออกท่องยุทธภพต่อแล้ว และนั่นก็หมายความว่าหากจากนี้ไปเขาร่ำสุราได้แค่กับเฉินอวี้ เช่นนั้นไม่เท่ากับ
Read more

บทที่ 43 ข้าเห็นชายผมแดง

ไม่ใช่แค่เฉินอวี้ที่คิดถึงอันวาร์ อันวาร์เองก็คิดถึงเขามาตลอดสามวันที่ผ่านมาเช่นกัน...คิดไม่ตกว่าควรจะทำอย่างไรดีจึงจะขอเปลี่ยนคำขอของอีกคนได้ เพราะเขาขาดการร่ำสุรากับรจนาไม่ได้จริง ๆชายหนุ่มคิดไม่ออกจนตัดสินใจพักเรื่องของเฉินอวี้ไวสักที่ในสมอง แล้วเปลี่ยนมาคิดเรื่องรูปปั้นไก่แจ้ห้าตัวห้า ขนาดที่รจนาซื้อมาฝากแทนเขาลองวางพวกมันตามจุดต่าง ๆ ของแปรงผักกับซานหลิน แต่วางอย่างไร วางตรงไหนก็ไม่ดั่งใจสักที เหมือนพวกมันขาดอะไรบางอย่างไป อะไรบางอย่างเช่น...สีสัน และจำนวนที่ควรจะมากกว่านี้อีกสักสามถึงสี่ตัวอื้ม สีมันไม่แหล่มเลย ทำไมที่นี่ไม่มีนกฟลามิงโก้กันนะ คงต้องไปหาสีมาทาสักหน่อยแล้ว สีชมพูแป๋น ๆ แบบสีทาเปลือกไข่เยี่ยวม้าอื้ม จำนวนมันดูน้อย ๆ แฮะไม่เป็นกลุ่มดาวลูกไก่เลย แต่ดาวลูกไก่เนื้อเรื่องมันเศร้าไป เอาเป็นเขาขอให้อยู่ครบทั้งแม่ทั้งลูก แล้วก็แถมพ่อไก่เข้าไปด้วยอีกตัวแล้วกัน โอเค เขาจะไปซื้อไก่มาเพิ่มให้เป็นเก้าตัว เป็นพ่อแม่แล้วก็พวกลูกไก่บ้าเอ๊ย! เขานี่ฉลาดจริง ๆ ไอ้กิตต้องภูมิใจในตัวเขาแน่ ๆ ถ้ามันรู้เรื่องนี้แล้วสายวันนั้น อันวาร์ในชุด
Read more

บทที่ 44 หล่อเหลา

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนมักมองเฉินอวี้ผิดเป็นไป๋เหลียนฮวา และเหตุการณ์แบบนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นแก่เขาอยู่ฝ่ายเดียว เพราะหลายครั้งคนก็มักมองไป๋เหลียนฮวาเป็นเฉินอวี้ อันที่จริงเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นตั้งแต่พวกเขายังเป็นเด็กแล้ว เผลอ ๆ จะตั้งแต่ไป๋เหลียนฮวามีประสูติกาลมาเสียด้วยซ้ำ เพราะในวังหลวงก็มักเล่าขานกันว่า บางครั้งก็เห็นองค์ชายรัชทายาทมีพระเกศาสีดำขลับ หรือไม่ก็มีพระปีฬกา[1]ใต้พระเนตรซ้าย แต่ที่แปลกยิ่งกว่าการทักผิดคือ เวลาพวกเขาเดินไปไหนมาไหนด้วยกัน หากคนไม่เห็นพวกเขาเพียงคนใดคนหนึ่งก็เห็นว่าพวกเขาใช้เงาร่วมกันเงาของคนที่อาจเป็นทั้งไป๋เหลียนฮวาและเฉินอวี้ หรืออาจไม่ใช่ทั้งสอง แต่ไม่ว่าจะเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน เฉินอวี้ก็ไม่เคยชินสักที และออกจะไม่ชอบปรากฏการนี้เสียด้วยซ้ำอัตตาอันวาร์ วราหะอาจเซ่อซ่าตามเล่ห์เหลี่ยมคนไม่ค่อยทัน แต่เขาก็พอจะมีข้อดีมาทดแทนข้อเสียนี้ได้อยู่ข้อหนึ่งคือ เขาตามอารมณ์คนค่อนข้างเก่งอาจเพราะเติบโตมาในบ้านของคนชนชั้นกลางที่บิดามารดาออกไปทำงานทั้งสองคน และต้องติดสอยห้อยตามบุพการีไปทำงานด้วยกระมัง เขาจึงต้องตามอารมณ์คนให้ทันอยู่ที่ทำงานกับพ่อแม่จะเล่นอะไรมากก็ไม่ได
Read more

บทที่ 45 จะรู้หรือไม่หนอ

“ถือเสียว่าชดเชยให้พู่ห้อยกระบี่ของกระหม่อม วันมะรืนนี้พระองค์เสด็จไปตลาดกับกระหม่อมได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”  “แล้วกระหม่อมจะรีบมารับพระองค์” อันวาร์จำได้ดีว่าเฉินอวี้บอกเขาเช่นนี้ และเมื่อวันนัดมาถึง ชายหนุ่มก็รีบมาจริง ๆ มาถึงตำหนักองค์ของเขาแต่เขายังแต่งตัวไม่เสร็จเสียด้วยซ้ำไม่รู้เพราะเขาเลือกชุดที่จะใส่ไม่ถูก หรือเพราะวันนั้นอากาศเป็นใจพระเอกจึงเดินมาถึงตำหนักเขาได้เร็วเกินไปกันแน่ ขณะอันวาร์ยังลังเลระหว่างเสื้อนอกสีดำหรือสีม่วงอ่อน ซานหลินจึงขานการมาเยือนยังห้องรับรองของเฉินอวี้ให้เขารับรู้ และเมื่ออันวาร์เดินเข้าไปในห้องเขาก็เห็นชายหนุ่มนั่งจิบชาอยู่ก่อนแล้วยังอยู่ในชุดสีดำเช่นทุกวันที่ได้เจอ ยังคงหล่อเหลางดงามจนเพียงมองก็ต้องลอบหลุบตาลงต่ำ เพราะสองข้างแก้มเห่อร้อนคืนก่อนหน้าวันนัด บางอย่างทำให้อันวาร์นอนไม่หลับ มันเป็นความรู้สึก
Read more

บทที่ 46 เซาปิ่งสามชิ้นเรียงตึก

ใครว่าการเลือกพู่ห้อยกระบี่เป็นเรื่องง่ายกัน...พู่ห้อยกระบี่ของพระเอก ดั้งเดิมเป็นผลงานจากฝีพระหัตถ์ของนายเอกผู้มากความสามารถ แต่ปัจจุบันเป็นหน้าที่ของเขา คนต่างโลกท่านหนึ่ง ที่ต้องหาของดีกรีเดียวกันมาทดแทน แต่ ‘ทานโทษนะ ในโลกนี้นี่มันจะไปมีอะไรมาสู้ของที่นายเอกทำได้อีกเหรอวะ!ก็ไม่มีไง! ถึงเป็นผลงานของศิลปินเอกของโลก แค่เจอผลงานของนายเอกเข้าไปทุกอย่างก็ดูดำไปหมดสิ้น ยิ่งเป็นของคู่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง โบราณ (?) ก็บอกอยู่ว่า “พู่ห้อยกระบี่จากนายเอกเหมือนเกิดมาเพื่อคู่กับกระบี่ของพระเอกฉันใด พู่ห้อยอื่น ๆ ที่ไม่ได้มาจากนายเอกก็ไม่เข้าคู่กับกะบี่ของพระเอกฉันนั้น”คนไม่ใช่มันทำแทนกันไม่ได้เด้อสู!แล้วพระเอกก็แปลกที่ให้เขาเป็นผู้เลือกแทนที่จะเลือกเองแล้วให้เขาจ่ายเงิน หรือนี่คือบททดสอบความเป็นสายแฟชั่นของเขาที่สวรรค์ส่งมากัน โอ้ มายพระสงค์! เอ้ยไม่ได้ผิดธีม เรื่องเกี่ยวกับสีสันเกี่ยวกับของสวย ๆ งาม ๆ แบบนี้ เขาต้องอุทานแบบนี้ต่างหาก โอ้ ผ้าสามสี!อันวาร์เบ้หน้าจ้องพู่ห้อยกร
Read more

บทที่ 47 บิดาสองคน

เฉินอวี้มีบิดาสองคน คนหนึ่งรักเขาสุดหัวใจและเป็นบิดาที่คลอดเขาออกมา ส่วนอีกคน...แม้เขาจะเป็นลูกในไส้ก็ไม่อาจบอกได้ว่าคิดเห็นเยี่ยงไรกับตน และเฉินจางหย่งก็คือคนหลัง  วันที่เฉินอวี้ได้รับจดหมายจากบิดา คือวันเดียวกันกับที่เขาได้เข้าเฝ้าองค์หญิงหวังต้าเหยียน วันนั้นองค์ชายเจ็ดเสด็จมารับเขาไปเข้าเฝ้าองค์หญิงด้วยพระองค์เองตั้งแต่ยามสาย และแค่ได้ยลพระพักตร์อ่อนหวานประดับรอยแย้มพระสรวลน่ารัก เฉินอวี้ก็ยิ้มตาม“ไปหาน้องหญิงของข้ากัน” หยางซิงอีตรัสแก่เขา แล้วเขาก็เดินตามพระองค์ออกจากตำหนักรับรองไปลมหนาวพัดผ่านแม้เย็นยะเยือก แต่ก็แผ่วเบาไม่ต่างจากสัมผัสของคนรัก เขาเห็นหยางซิงอีถูพระหัตถ์เข้าด้วยกันเพื่อสร้างความอบอุ่น แล้วก็อดใจไม่ไหวยื่นมือออกไปหาพระองค์หยางซิงอีทอดพระเนตรมือเขา เลิกพระขโนงเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจ“วันก่อนกระหม่อมเห็นพระองค์ตรัสขอมือราชองครักษ์ซานมาคลายหนาว ยามนี้เขามิอยู่...หากทรงไม่รังเกียจ” เฉินอวี้อธิบาย แ
Read more

บทที่ 48 เหมือนจะบอกเป็นนัย

นัยน์ตาสีชาดเหมือนจะบอกเป็นนัยว่าได้ยกดวงตาให้แก่ราชวงศ์ไป๋แล้ว นี่คือลักษณะเด่นของคนตระกูลเฉิน ตระกูลผู้ติดตามใกล้ชิดของราชวงศ์ไป๋ถวายให้แล้วทั้งเลือดเนื้อและวงศ์ตระกูล รจนาน้ำชาแทบพุ่งจากปากยามทราบว่า หนึ่งในคณะทูตที่จะมาร่วมงานฉลองวันคล้ายวันประสูติ (ชดเชย) ของหยางลู่จื้อคือ เฉินจางหย่งหญิงสาวในร่างชายหนุ่มรีบส่งขันทีคนสนิทไปตามองค์ชายเจ็ดมาเข้าพบเป็นการด่วน และอาการของอันวาร์ยามทราบข่าวการมาเยือนของเฉินจางหย่งก็ไม่ใคร่ต่างจากหล่อนเท่าไรนักเขาสำลักน้ำชาพ่อมาว่ะ เฉินอวี้พ่อนายมา!เฉินจางหย่งผู้นี้...ในนิยายอาจไม่ได้มีบทบาทมากมายเท่าบิดาอีกคนของเฉินอวี้ แต่หากตั้งใจอ่านดี ๆ จะพบว่าเขามีอิทธิพลต่อเบื้องลึกเบื้องหลังของชายหนุ่มอยู่มาก เพราะเขาเป็นผู้นำตระกูลเฉินแน่นอน ครอบครัวของพระเอกทั้งที อันวาร์และรจนาในฐานะผู้ที่เคยอ่าน “ยอดองครักษ์เคียงหทัย” ย่อมต้องรู้ข้อมูลคร่าว ๆ ของตระกูลนี้อยู่บ้างตระกูลเฉินเป็นตระกูลที่รับใช้ราชวงศ์ไป๋มาช้านาน ไม่ว่าจะเป็นแม่ทัพหรือราชองครักษ์ ในราชสำนักไป๋คนสนิทขององค
Read more

บทที่ 49 เพียงผู้เดียว

เหลียนฮวา นอกจากเป็นพระนามขององค์ชายรัชทายาทองค์ปัจจุบันของแคว้นไป๋แล้ว ยังเป็นนามของสุราอันดับหนึ่งของแคว้นด้วย เพราะหยางลู่จื้อเป็นองค์จักรพรรดิหยางที่สายเลือดครึ่งหนึ่งมาจากแคว้นไป๋ สุราชั้นดีที่เก็บไว้สำหรับโอกาสพิเศษของพระองค์ส่วนใหญ่จึงเป็นสุราเหลียนฮวา สุราที่ขึ้นชื่อว่า ออกฤทธิ์ช้า ดื่มยามเช้าเมายามบ่าย ดื่มเที่ยงวันเมาหัวค่ำซึ่งอาการเมาเหลียนฮวาก็ใช่ว่าจะธรรมดา กล่าวคือเมื่อดื่มไปแล้ว ยามเมาหากไม่เข้าใจว่าตนอยู่บนที่สูง ก็กำลังตกจากที่สูงและมันก็คือสุราที่อันวาร์และรจนาดื่มเข้าไปอย่างไม่บันยะบันยังตั้งแต่สายจรดบ่ายสองคนต่างโลกต่างก็ไม่รู้ฤทธิ์ของสุราตัวนี้ เพราะตอนที่รจนาหยิบมาก็เพียงดูว่าหีบห่อลวดลายบนไหนั้นสวยดี และนั่นก็หมายความว่ายามเฉินอวี้กลับมาพบอันวาร์ที่ตำหนักรับรองในยามเย็น ชายหนุ่มก็ใกล้จะแสดงอาการมึนเมาเต็มทีแล้ว  “ท่านกลับมาแล้วเหรอ”“พ่ะย่ะค่ะองค์ชาย กระหม่อมกลับมาแล้ว”อันวาร์มองใบหน้าหล่อเหลาของเฉินอวี้ มองรอยยิ้มของเขา อาจเพราะเมื่อหัววันเพิ่งพูดคุยกับรจ
Read more
PREV
123456
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status