Todos los capítulos de เดี๋ยวก่อน! นายเป็นนายเอกไม่ใช่เหรอ!?: Capítulo 61 - Capítulo 70

73 Capítulos

บทที่ 60 เพราะเป็นพระสหาย

เพราะเป็นพระสหายสนิทขององค์หญิงไป๋หวังเยี่ยน การออกเดินทางของเยี่ยอี้เฉินจึงเป็นที่รับรู้ขององค์จักรพรรดิไป๋ผู้เป็นพระเชษฐาของพระนางจากพระบรมมหาราชวังไป๋สู่เขตพระราชฐานชั้นในของแคว้นหยาง ในวันที่ทราบผลการจับฉลากสถานที่ประจำการของแพทย์สนาม มีสารด่วนฉบับหนึ่งเดินทางข้ามแคว้นว่องไวยิ่งกว่าสายลม และที่หมายของสารฉบับนั้นก็คือพระสนมไป๋หวังเยี่ยนและนางข้าหลวงหลี่ถงฮว่าเป็นข่าวกำหนดการเดินทางของแพทย์สนามเยี่ยอี้เฉินครั้งนั้นจักรพรรดิหยางไท่ซานในวัย 31 พรรษา หลังทรงทราบว่ากองกำลังพิชิตเมฆา ภายใต้การนำของแม่ทัพเฉินจางหย่งสามารถทวงคืนหัวเมืองเหนือของแคว้นไป๋มาจากแคว้นฉีได้สำเร็จ ก็ทรงเล็งเห็นว่าหากแคว้นไป๋รุกคืบเข้าไปทางใต้...หากสามารถตีหัวเมืองทางใต้ของแคว้นฉีได้ บทสรุปของสงครามก็คงมาเยือนในเวลาอันรวดเร็วเพราะผิดกับแคว้นไป๋ที่หากไม่ตายกันไปข้างหนึ่งก็จะรบพุ่งต่อ แคว้นฉีมิใคร่จะมีหัวใจนักรบนักแคว้นฉี หากรู้ว่าสู้ต่อแล้วมีแต่จะเสียย่อมไม่ลังเลจะถอยหนี และเพราะเป็นแคว้นที่อยู่เหนือสุดของแดนดินมีภูมิประเทศและภูมิอากาศหนาวเย็นอย่างยิ่งยวด ชาวฉีจึงไม่ค่อยอาศัยอยู่ทางเหนือของแคว้นตน พวกเขาจะอยู่ท
Leer más

บทที่ 61 เพียงเห็นหน้าจากที่ไกล

ซูมู่ถงนำทัพออกจากประตูใหญ่ของพระบรมมหาราชวังหยาง ในบรรดาทหารที่เขาพาไปมีถังเยว่พลธนูมือหนึ่งแห่งแคว้นหยาง เฉินฝู่หมิงนางแอ่นดำแห่งยุทธภพสตรีที่งดงามที่สุดในแปดแคว้น และกุนซือหูทิพย์หลิวชิงซากองกำลังของเขาเดินทางตามกำหนดการได้ไม่มีขาดตกบกพร่อง ออกจากเขตนครหลวงหยางได้ก็ตรงไปยังตะวันตกเฉียงเหนือสู่เขตภูเขาสูง แต่มีเหตุให้เปลี่ยนเส้นทาง เมื่อที่หมู่บ้านหนึ่งใกล้เชิงเขาขณะหยุดพักแรมเพื่อเดินทางต่อในยามรุ่งสาง หลิวชิงซาหูไวดื่มสุราพูดคุยกับชาวบ้านไม่นานก็ได้ข่าวการระบาดของโจรภูเขาในแถบชายแดนติดกับแคว้นไป๋ความว่า ระยะนี้มีโจรกลุ่มหนึ่งดักปล้นทั้งชาวบ้าน กองสินค้า และกองเสบียง แต่ทางการยังปราบปรามไม่สำเร็จ เพราะอยู่ใกล้เขตสงครามระหว่างสองแคว้นใหญ่จึงมักหลบหนีไปมาระหว่างแคว้น ก่อนจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้งเมื่อหลุดจากการตามล่ายามแรกที่ทราบข่าวซูมู่ถงเพียงกำชับให้กองทหารของตนระวังตัวให้มากขึ้นยามเข้าเขตภูเขา แต่เมื่อม้าเร็วคนหนึ่งจากขบวนแพทย์สนามของแคว้นไป๋แจ้งว่า ขบวนแพทย์สนามจำต้องเปลี่ยนเส้นทางเพราะดินถล่ม แม่ทัพวัยกลางคนก็ตัดสินใจเปลี่ยนกำหนดการภูเขาเป็นถิ่นของแคว้นหยาง พวกเขาเจนพื้นที่
Leer más

บทที่ 62 อ่อนหวานอย่างยิ่งยวด

หลังเห็นว่ากองทหารและแพทย์สนามจัดแถวเสร็จแล้ว เฉินฝู่หมิงในเครื่องแบบทหารก็ก้าวขึ้นไปบนยกพื้นสำหรับสั่งการของจุดรวมพล นางหยิบจดหมายปึกหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ ชูขึ้นฟ้าแล้วเอ่ยเสียงดังฟังชัดว่า “ที่แห่งนี้มีแพทย์สนามนามเยี่ยอี้เฉินอยู่หรือไม่”ทุกเสียงในลานกว้างเงียบไปชั่วครู่ก่อนตนผู้หนึ่งจะตะโกนตอบนางกลับมาว่า “มี มี เป็นข้า!”เฉินฝู่หมิงมองตามเสียง นางเห็นคนผู้หนึ่งเดินออกมาจากแถวของแพทย์สนาม เขาเอ่ยขอโทษขอทางคนรอบข้างก่อนจะเดินมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้านางที่หน้ายกพื้นด้วยท่าทางตกประหม่า เดี๋ยวกำเดี๋ยวแบมือนางกวาดตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า บุรุษผู้นี้สูงกว่านางไม่ถึงสองฝ่ามือ แต่เพราะมีรูปร่างโปร่งติดไปทางผอมจึงดูสูงกว่าความเป็นจริง เขาสวมเครื่องแบบสีขาวของแพทย์สนาม ใช้ผ้าพันคอผืนใหญ่ปิดบังใบหน้าส่วนล่างและเส้นผมไว้จนเหลือแต่ดวงตา “...เขาเป็นเด็กหนุ่ม...ชายหนุ่มผิวสีขาวหน้าแดงง่ายมีไฝเม็ดหนึ่งอยู่ที่ใต้ตาซ้าย นามเยี่ยอี้เฉิน...”  หลี่ถงฮว่าบอกนางเช่นนั้น เฉินฝู่หมิงหรี่ตา ก่
Leer más

บทที่ 63 วาสนา

“…เยี่ยอี้เฉิน”แม่ทัพหนุ่มขานชื่อคนในดวงใจ จะว่าดังก็ดัง เพราะมิได้ได้ยินเพียงสอง แต่จะว่าเบาก็เบา เพราะทุ้มต่ำจนแหบพร่าเฉินจางหย่ง ว่ากันตามจริงมิได้เอ่ยชื่อของเยี่ยอี้เฉินมานานมาก อย่างน้อยก็นับตั้งแต่เขาย้ายมาประจำการที่หัวเมืองเหนือ จะดื่มสุราจนเมามายเพียงไรก็มิเคยหลุดชื่อนี้ออกมาแม้แต่ต้นพยางค์อักษร หนึ่งเพราะอีกคนมิได้อยู่ใกล้ ๆ ให้เรียกหา และอีกหนึ่งคือเพราะรู้ดีว่าเยี่ยอี้เฉินคือจุดอ่อนของตน เป็นเช่นนี้เขาจึงเลือกที่จะเก็บเรื่องราวของชายหนุ่มไว้ลึกสุดดวงใจให้มีเพียงตนเท่านั้นที่รู้อย่างเก่งก็เพียงเขียนชื่ออีกคนลงกระดาษจดหมายและหน้าซอง จากทั้งกองทัพคงมีแต่เจ้าพนักงานกองจดหมายกระมังที่รู้ความสำคัญที่คนชื่อเยี่ยอี้เฉินมีต่อเขาแต่เมื่อเจ้าของชื่อมาอยู่ตรงนี้แล้ว เขาย่อมหมดเหตุผลที่จะไม่ขานถึง ไม่ใช่ในยามที่นัยน์ตาเงินสุกสกาวมองมา ไม่ใช่ในยามที่เยี่ยอี้เฉินยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มยินดีจนแก้มขึ้นสีชมพูระเรื่อกลางอากาศเย็นจัดของหัวเมืองเหนือเยี่ยอี้เฉินเฉินจางหย่งก้าวเข้าไปหาชายหนุ่ม เพลานั้นโลกทั้งใบเงียบสงัดได้ย
Leer más

บทที่ 64 เขียนไว้ในดวงดาว

ชาวไป๋โบราณ...ชาวต้าซิงเดิมมีคำกล่าวว่า “ทุกสิ่งล้วนเขียนไว้ในดวงดาว” ในแปดแคว้นมีเพียงสองที่มีความเชื่อเกี่ยวกับดวงดาว หนึ่งคือแคว้นไป๋และอีกหนึ่งคือแคว้นหวังที่ล่มสลายไปในสงครามสิบแคว้นชาวไป๋เชื่อว่าดวงดาราดาษดาบนฟากฟ้าแท้จริงคือข้อความมากมายที่ทวยเทพเขียนไว้รวมถึงคำสัญญา เชื่อว่าผืนทรายของแคว้นคือ เศษซากของสรวงสวรรค์ที่ล่มสลายเมื่อครั้งองค์มหาเทพให้กำเนิดโลกใบนี้ขึ้นมา และเชื่อว่าหยาดพระโลหิตแดงฉานก่อกำเนิดเป็นสายเลือดไป๋ ในขณะที่พระฉายามาบังเกิดเป็นคนตระกูลเฉินเมื่อครั้งสงครามระหว่างแคว้นฉีและแคว้นไป๋ ในรัชสมัยของพระราชบิดาของไป๋เหลียนฮวา บรรดานักบวชได้อ่านดวงดาวแล้วกราบทูลแก่องค์จักรพรรดิไป๋ว่า ในรัชกาลของพระองค์ดวงดาวจะเรียงตัวกันพร้อมหน้า เพื่อต้อนรับการมาเยือนขององค์มหาเทพ“ฤกษ์มหาบุรุษ” พวกเขาเรียกมันเช่นนั้น ก่อนจะทูลแก่พระองค์ว่า องค์มหาเทพจะมาจุติเป็นราชบุตร โดยจะประสูติจากครรภ์ของผู้มีดวงจันทร์เป็นสัญลักษณ์ และหลังทรงทราบคำทำนาย “ดวงจันทร์” ก็กลายเป
Leer más

บทที่ 65 ปากเสียง

วันที่เยี่ยอี้เฉินทราบเรื่องสมรสพระราชทาน หลังคนของราชสำนักออกจากบ้านสกุลเยี่ยไป ชายหนุ่มก็ตรงดิ่งไปยังบ้านใหญ่สกุลเฉินทันที และนั่นก็เป็นครั้งแรกที่เยี่ยอี้เฉินและเฉินจางหย่งมีปากเสียงกัน สงครามระหว่างแคว้นไป๋และแคว้นฉียืดเยื้อยาวนานถึง 4 ปีก่อนจะจบลงที่แคว้นฉีขอทำสัญญาสงบศึกกับแคว้นไป๋หลังจากเสียดินแดนให้แคว้นทะเลทรายไปแล้วถึง 1 ใน 4หากเป็นยามที่แคว้นสมบูรณ์แข็งแรง แคว้นไป๋คงรบพุ่งต่อจนได้ทั้งฉีมาครอบครอง แต่เพราะเหนื่อยล้าเกินกว่าจะยกดาบ สัญญาสงบศึกครั้งนี้จึงไม่มีผู้ใดติดขัด และเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับการสงบศึก จักรพรรดิฉีจึงยกดินแดนให้แคว้นไป๋เพิ่มจากที่เดิมเสียไปแล้ว 1 ใน 4 จึงกลายเป็น 1 ใน 3 ทำให้แคว้นไป๋กลายเป็นแคว้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในแปดแคว้น โดยทรงยกให้พร้อมกับพระธิดาเพียงหนึ่งเดียวที่มีองค์หญิงน้อยที่ในอนาคตคือพระมารดาของไป๋เหลียนฮวา และองค์จักรพรรดินีไป๋ สี่ปีนั้นเยี่ยอี้เฉินจากเด็กหนุ่มในหอสมุดหลวงกลายเป็นชายหนุ่มในหน่วยแพทย์สนาม เติบโตจนอายุถึงยี่สิบปีบริบูรณ์ ยามกลับถึงบ้านจึงเข้าสู่วัยออกเรือนของชายหนุ่มตาม
Leer más

บทที่ 66 คิดถึงเจ้า

WARNING-มีการกล่าวถึงการแท้งบุตร  จริงอย่างที่อีเจ๊ว่า เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกใบนี้เลยยอมรับว่า ตั้งแต่เขาเข้าชั้นเรียนของอีเจ๊มา โลกของเขาก็กว้างขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก กว้างจนน่าใจหาย ชนิดที่ว่าหากไม่ติดว่าเคยอ่าน “ยอดองครักษ์เคียงหทัย” มาก็คงคิดว่าตนไม่ได้อยู่ในนิยายเลยละภาพจำที่ “ยอดองครักษ์เคียงหทัย” ฝากไว้กับเขาคือ โลกใบนี้มียุทธภพ มีแปดแคว้น มีสงคราม มีเรื่องจักร ๆ วงศ์ ๆ แฟนตาซีผู้ชายท้องได้ แล้วก็เป็นโลกที่การรักร่วมเพศเป็นเรื่องปกติ มีพระเอกและนายเอกเขารู้แค่นั้น แล้วก็คิดแค่ว่านั้นคงเป็นฉาก เป็นเซตติงที่นักเขียนตั้งขึ้นมาเพื่อให้เรื่องราวเขียนได้ดั่งใจหมาย แต่ไม่เคยคิดว่าทั้งหมดจะมีเรื่องราวเบื้องหลังในเชิงลึก(ข้อความจากบทที่ 18 วรรคที่ 24 และ 26 ถึง 28) ขบวนเจ้าบ่าวเดินทางข้ามผืนทราย แคว้นไป๋ เพราะเป็นแคว้นกลางทะเลทรายจึงมีความเชื่อว่ารักแท้ข้ามผ่านได้ทุกความยากลำบาก และตัวแทนของมันในพิธีมงคลสมรสก็คือทะเลทราย โดย
Leer más

บทที่ 67 รอและรักให้มาก

WARNING-มีการกล่าวถึงการแท้งบุตร ก่อนจะมีเฉินอวี้ เยี่ยอี้เฉินและเฉินจางหย่งเสียบุตรไปสามคน บุตรคนแรกของพวกเขาหลุดจากครรภ์ของเยี่ยอี้เฉินไปก่อนที่ชายหนุ่มจะรู้ตัวเสียด้วยซ้ำว่าตนท้องวันนั้นเฉินจางหย่งจำได้ดีไม่ต่างจากครั้งแรกที่พบเยี่ยอี้เฉินที่หอสมุดหลวง เขาและเยี่ยอี้เฉินเพิ่งแต่งงานกันได้ปีเศษ เยี่ยอี้เฉินอายุยี่สิบสี่ย่างเข้ายี่สิบห้า ส่วนเขายี่สิบหก พวกเขากำลังเดินชมสวนยามเช้าด้วยกันเช่นทุกวันที่อากาศดีตอนที่เยี่ยอี้เฉินปวดท้องอย่างรุนแรงจนหมดสติเสียหลักเขารับร่างของเยี่ยอี้เฉินไว้ ก่อนจะส่งบ่าวรับใช้ไปตามแพทย์มาที่บ้านเป็นการด่วน ขณะตนใช้วิชาตัวเบาพาอีกคนไปที่เตียง โลกเชื่องช้าจนเขารู้สึกว่าทุกย่างก้าวของตนช่างอืดอาดหนักอึ้ง และกว่าเขาจะเห็นว่าเยี่ยอี้เฉินมีเลือดออกมาตลอดทางที่อุ้มวิ่งก็ยามส่งอีกคนถึงมือหมอแล้วเลือดแดงหยดตามพื้นไม้แต่เยี่ยอี้เฉินไม่มีบาดแผล ซึ่งหากอีกคนมี...เลือดออกขนาดนี้แผลย่อมไม่เล็กซึ่งเขาต้องเห็นแล้วแต่นี่...และเพียงนึกได้ทั้งกายของเฉินจางหย่งก็รู้สึกราวถูกสาปให้กลายเป็นหินห้องนอนที่เพิ่งลุกจากก
Leer más

บทที่ 68 ไม่ได้เจอพวกท่านเสียนาน

เป็นดรุณีผู้อ่อนหวานนางหนึ่ง ทั้งใบหน้าอมยิ้มสุขุม นัยน์ตากลมโตสุกใส ผมน้ำตาลเข้มแสกกลางยาวถึงกลางหลังจัดทรงธรรมดาน่ามอง และอาภรณ์สีเขียวน้ำทะเลปักดิ้นทองทับเสื้อขาวดูสะอาดตา ก่อนหลี่ถงฮว่าจะเดินทางกลับมาถึงแคว้นไป๋ มีจดหมายฉบับหนึ่งส่งมาถึงบ้านสกุลเฉิน เป็นกระดาษอย่างดีจากแคว้นหยางที่เนื้อความเขียนอย่างวิจิตรบรรจง จ่าหน้าถึงสหายรักที่มิได้เห็นหน้าค่าตามายาวนาน และเพียงเปิดอ่าน เพียงเห็นชื่อของผู้ส่ง โลกอันทึมเทาของเยี่ยอี้เฉินก็คล้ายมีแสงตะวันอ่อนหวานอาบชโลมหลี่ถงฮว่ากำลังจะกลับมาสายนั้นที่เยี่ยอี้เฉินได้รับจดหมายจากนาง ชายหนุ่มไม่ต่างจากดอกไม้เหี่ยวเฉาได้รับแสงชีวี หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะคล้ายได้กลับไปเป็นเด็กหนุ่มแพทย์ฝึกหัดในวันวานอีกครั้ง เขาเปิดอ่านจดหมายอย่างรวดเร็วซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับพยายามจะจดจำทุกพยางค์ประโยคที่นางเขียน ก่อนจะรีบใช้เหยี่ยวส่งสาสน์ไปหาเฉินจางหย่งถึงที่ลานฝึกของกองทัพ ตื่นเต้นดีใจจนทุกอักษรในสาสน์ด่วนฉบับน้อยโย้ไปเย้มาและเมื่อเฉินจางหย่งกลับมาถึงบ้าน สิ่งที่รอรับเขาอยู่ก็คือรอยยิ้มที่งดงามที่สุดของสามี
Leer más

บทที่ 69 หลี่ถงฮว่า

“ฉันจะไม่ดื่มหนักขนาดนี้อีกแล้ว” อีเจ๊พูดขณะใช้ตะเกียบคีบอาหารเข้าปากอย่างอ่อนแรง แล้วเขาในสภาพเดียวกันก็ตอบหล่อนกลับไปว่า “ครั้งที่แล้วเจ๊ก็พูดแบบนี้” พวกเขานั่งพักดมเครื่องหอมกันครึ่งวันก็หันมาสนใจแผนการเอาตัวรอดที่ได้มา มันไม่มีอะไรมาก เป็นแค่แบบแปลนของบ้านหลังหนึ่งพร้อมข้อมูลสถานที่ตั้งของบ้านโดยละเอียด ระดับที่มีการเขียนบรรณานุกรมของเอกสารที่นำมาใช้อ้างอิงกำกับไว้เสียด้วยใช่ พวกเขาวางแผนจะออกไปสร้างบ้านไว้อยู่กันสักหลัง บ้านที่ต้องสร้างเสร็จก่อนสงครามจะเริ่ม ต้องตั้งอยู่ในจุดที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามมากนัก และต้องมีช่องทางทำมาหากินด้วย บ้านที่พวกเขาจะใช้หนีไปอยู่เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังจบสงครามและในบรรดาข้อมูลที่อันวาร์และรจนาใช้อ้างอิงในการหาทำเลสร้างบ้านก็มีข้อมูลที่ตั้งของบ้านในเขตชายแดนของหลี่ถงฮว่าอยู่ด้วย  ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อครั้งที่หอสมุดหลวงยังมีเพียงเขา หลี่ถงฮว่า และไป๋หวังเยี่ยน หลี่ถงฮว่าเคยบอกเขาว่า หากโลกของพวกเขาเป็นหนังสือนิยาย นางคงเป็นเพียงตัวประกอบตัวหนึ่งในนั้น...
Leer más
ANTERIOR
1
...
345678
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status