Tous les chapitres de : Chapitre 61 - Chapitre 64

64

บทที่ 60 เพราะเป็นพระสหาย

เพราะเป็นพระสหายสนิทขององค์หญิงไป๋หวังเยี่ยน การออกเดินทางของเยี่ยอี้เฉินจึงเป็นที่รับรู้ขององค์จักรพรรดิไป๋ผู้เป็นพระเชษฐาของพระนางจากพระบรมมหาราชวังไป๋สู่เขตพระราชฐานชั้นในของแคว้นหยาง ในวันที่ทราบผลการจับฉลากสถานที่ประจำการของแพทย์สนาม มีสารด่วนฉบับหนึ่งเดินทางข้ามแคว้นว่องไวยิ่งกว่าสายลม และที่หมายของสารฉบับนั้นก็คือพระสนมไป๋หวังเยี่ยนและนางข้าหลวงหลี่ถงฮว่าเป็นข่าวกำหนดการเดินทางของแพทย์สนามเยี่ยอี้เฉินครั้งนั้นจักรพรรดิหยางไท่ซานในวัย 31 พรรษา หลังทรงทราบว่ากองกำลังพิชิตเมฆา ภายใต้การนำของแม่ทัพเฉินจางหย่งสามารถทวงคืนหัวเมืองเหนือของแคว้นไป๋มาจากแคว้นฉีได้สำเร็จ ก็ทรงเล็งเห็นว่าหากแคว้นไป๋รุกคืบเข้าไปทางใต้...หากสามารถตีหัวเมืองทางใต้ของแคว้นฉีได้ บทสรุปของสงครามก็คงมาเยือนในเวลาอันรวดเร็วเพราะผิดกับแคว้นไป๋ที่หากไม่ตายกันไปข้างหนึ่งก็จะรบพุ่งต่อ แคว้นฉีมิใคร่จะมีหัวใจนักรบนักแคว้นฉี หากรู้ว่าสู้ต่อแล้วมีแต่จะเสียย่อมไม่ลังเลจะถอยหนี และเพราะเป็นแคว้นที่อยู่เหนือสุดของแดนดินมีภูมิประเทศและภูมิอากาศหนาวเย็นอย่างยิ่งยวด ชาวฉีจึงไม่ค่อยอาศัยอยู่ทางเหนือของแคว้นตน พวกเขาจะอยู่ท
Read More

บทที่ 61 เพียงเห็นหน้าจากที่ไกล

ซูมู่ถงนำทัพออกจากประตูใหญ่ของพระบรมมหาราชวังหยาง ในบรรดาทหารที่เขาพาไปมีถังเยว่พลธนูมือหนึ่งแห่งแคว้นหยาง เฉินฝู่หมิงนางแอ่นดำแห่งยุทธภพสตรีที่งดงามที่สุดในแปดแคว้น และกุนซือหูทิพย์หลิวชิงซากองกำลังของเขาเดินทางตามกำหนดการได้ไม่มีขาดตกบกพร่อง ออกจากเขตนครหลวงหยางได้ก็ตรงไปยังตะวันตกเฉียงเหนือสู่เขตภูเขาสูง แต่มีเหตุให้เปลี่ยนเส้นทาง เมื่อที่หมู่บ้านหนึ่งใกล้เชิงเขาขณะหยุดพักแรมเพื่อเดินทางต่อในยามรุ่งสาง หลิวชิงซาหูไวดื่มสุราพูดคุยกับชาวบ้านไม่นานก็ได้ข่าวการระบาดของโจรภูเขาในแถบชายแดนติดกับแคว้นไป๋ความว่า ระยะนี้มีโจรกลุ่มหนึ่งดักปล้นทั้งชาวบ้าน กองสินค้า และกองเสบียง แต่ทางการยังปราบปรามไม่สำเร็จ เพราะอยู่ใกล้เขตสงครามระหว่างสองแคว้นใหญ่จึงมักหลบหนีไปมาระหว่างแคว้น ก่อนจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้งเมื่อหลุดจากการตามล่ายามแรกที่ทราบข่าวซูมู่ถงเพียงกำชับให้กองทหารของตนระวังตัวให้มากขึ้นยามเข้าเขตภูเขา แต่เมื่อม้าเร็วคนหนึ่งจากขบวนแพทย์สนามของแคว้นไป๋แจ้งว่า ขบวนแพทย์สนามจำต้องเปลี่ยนเส้นทางเพราะดินถล่ม แม่ทัพวัยกลางคนก็ตัดสินใจเปลี่ยนกำหนดการภูเขาเป็นถิ่นของแคว้นหยาง พวกเขาเจนพื้นที่
Read More

บทที่ 62 อ่อนหวานอย่างยิ่งยวด

หลังเห็นว่ากองทหารและแพทย์สนามจัดแถวเสร็จแล้ว เฉินฝู่หมิงในเครื่องแบบทหารก็ก้าวขึ้นไปบนยกพื้นสำหรับสั่งการของจุดรวมพล นางหยิบจดหมายปึกหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ ชูขึ้นฟ้าแล้วเอ่ยเสียงดังฟังชัดว่า “ที่แห่งนี้มีแพทย์สนามนามเยี่ยอี้เฉินอยู่หรือไม่”ทุกเสียงในลานกว้างเงียบไปชั่วครู่ก่อนตนผู้หนึ่งจะตะโกนตอบนางกลับมาว่า “มี มี เป็นข้า!”เฉินฝู่หมิงมองตามเสียง นางเห็นคนผู้หนึ่งเดินออกมาจากแถวของแพทย์สนาม เขาเอ่ยขอโทษขอทางคนรอบข้างก่อนจะเดินมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้านางที่หน้ายกพื้นด้วยท่าทางตกประหม่า เดี๋ยวกำเดี๋ยวแบมือนางกวาดตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า บุรุษผู้นี้สูงกว่านางไม่ถึงสองฝ่ามือ แต่เพราะมีรูปร่างโปร่งติดไปทางผอมจึงดูสูงกว่าความเป็นจริง เขาสวมเครื่องแบบสีขาวของแพทย์สนาม ใช้ผ้าพันคอผืนใหญ่ปิดบังใบหน้าส่วนล่างและเส้นผมไว้จนเหลือแต่ดวงตา “...เขาเป็นเด็กหนุ่ม...ชายหนุ่มผิวสีขาวหน้าแดงง่ายมีไฝเม็ดหนึ่งอยู่ที่ใต้ตาซ้าย นามเยี่ยอี้เฉิน...”  หลี่ถงฮว่าบอกนางเช่นนั้น เฉินฝู่หมิงหรี่ตา ก่
Read More

บทที่ 63 วาสนา

“…เยี่ยอี้เฉิน”แม่ทัพหนุ่มขานชื่อคนในดวงใจ จะว่าดังก็ดัง เพราะมิได้ได้ยินเพียงสอง แต่จะว่าเบาก็เบา เพราะทุ้มต่ำจนแหบพร่าเฉินจางหย่ง ว่ากันตามจริงมิได้เอ่ยชื่อของเยี่ยอี้เฉินมานานมาก อย่างน้อยก็นับตั้งแต่เขาย้ายมาประจำการที่หัวเมืองเหนือ จะดื่มสุราจนเมามายเพียงไรก็มิเคยหลุดชื่อนี้ออกมาแม้แต่ต้นพยางค์อักษร หนึ่งเพราะอีกคนมิได้อยู่ใกล้ ๆ ให้เรียกหา และอีกหนึ่งคือเพราะรู้ดีว่าเยี่ยอี้เฉินคือจุดอ่อนของตน เป็นเช่นนี้เขาจึงเลือกที่จะเก็บเรื่องราวของชายหนุ่มไว้ลึกสุดดวงใจให้มีเพียงตนเท่านั้นที่รู้อย่างเก่งก็เพียงเขียนชื่ออีกคนลงกระดาษจดหมายและหน้าซอง จากทั้งกองทัพคงมีแต่เจ้าพนักงานกองจดหมายกระมังที่รู้ความสำคัญที่คนชื่อเยี่ยอี้เฉินมีต่อเขาแต่เมื่อเจ้าของชื่อมาอยู่ตรงนี้แล้ว เขาย่อมหมดเหตุผลที่จะไม่ขานถึง ไม่ใช่ในยามที่นัยน์ตาเงินสุกสกาวมองมา ไม่ใช่ในยามที่เยี่ยอี้เฉินยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มยินดีจนแก้มขึ้นสีชมพูระเรื่อกลางอากาศเย็นจัดของหัวเมืองเหนือเยี่ยอี้เฉินเฉินจางหย่งก้าวเข้าไปหาชายหนุ่ม เพลานั้นโลกทั้งใบเงียบสงัดได้ย
Read More
Dernier
1234567
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status