All Chapters of ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา: Chapter 711 - Chapter 720

786 Chapters

บทที่ 711

คำพูดของฉู่หนิงทำให้ทุกคนตกตะลึงผ่านไปพักใหญ่ ฮ่องเต้จึงจะหวนคืนสติ และทอดพระเนตรฉู่หนิงอย่างไม่อยากจะเชื่อ “เจ้าต้องคิดให้ดีนะ หากแพ้ขึ้นมา เจ้าจะไม่เหลืออะไรเลย”ฉู่หนิงพลันแสยะยิ้ม “อยู่ต่อหน้าพระพักตร์เสด็จพ่อ ลูกไม่กล้าพูดปดพ่ะย่ะค่ะ”“จริงหรือ?”ทันใดนั้นองค์รัชทายาทก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม “น้องสิบแปด ดูเหมือนภายใต้การปกครองของเจ้า ปิงโจวจะพร้อมรับมือกองทัพต้าจ้าวแล้วนะ!แต่พูดปากเปล่าไม่มีหลักฐาน น้องสิบแปดยินดีทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่?โอกาสที่ดีเช่นนี้ ย่อมต้องต้อนฉู่หนิงให้จนมุมขอแค่แนวหน้าแพ้ ทุกอย่างของฉู่หนิงก็จะถูกริบคืนและที่สำคัญกว่านั้นคือกิจการที่พอกหน้ากับเกลือบริสุทธิ์ แต่ละเดือนมีรายได้หลายล้านตำลึงเงิน มันน่าสนใจยิ่งนักไม่ว่าอย่างไรก็ห้ามพลาดโอกาสนี้เป็นอันขาด!ดวงตาขององค์ชายรองฉู่หมิงพลันลุกวาว เขาเองก็มองเห็นโอกาสนี้ทันทีเช่นกัน “ถูกต้อง ปกติน้องสิบแปดมักจะชอบพูดเล่นเป็นประจำ เรื่องใหญ่เช่นนี้ จะมองเป็นเรื่องเด็กเล่นได้อย่างไร ต้องทำหนังสือรับรองทางทหาร!”หนังสือรับรองทางทหารไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เมื่อทำไม่สำเร็จ ต่อให้เป็นฮ่องเต้ก็ไม่อาจปกป้อง
Read more

บทที่ 712

ไม่นานนัก ขันทีก็ยกพู่กัน หมึก กระดาษ และหินฝนหมึกมา ฉู่หนิงหยิบพู่กันขึ้นมาบรรจงเขียนอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวก็เขียนหนังสือรับรองทางทหารออกมาหนึ่งฉบับ พร้อมกับลงนามของตนเองหลังจากทำสิ่งเหล่านี้เสร็จ ฉู่หนิงก็ยื่นหนังสือรับรองทางทหารให้องค์รัชทายาทที่อยู่ด้านข้างองค์รัชทายาทกวาดตาดูแวบหนึ่ง เนื้อหาเป็นไปตามที่ฉู่หนิงกล่าวเมื่อครู่ แต่เพิ่มการปูนบำเหน็จตามผลงานของทหารแนวหน้าเข้ามาหนึ่งประโยคแม้ฉู่หนิงไม่เขียนประโยคนี้ ขอแค่แนวหน้าชนะศึก ราชสำนักก็ย่อมมีการปูนบำเหน็จเมื่อเห็นว่าหนังสือรับรองทางทหารไม่มีปัญหา องค์รัชทายาทหัวเราะเยาะในใจ ก่อนจะหยิบพู่กันขึ้นมาลงนามของตนเองจากนั้นองค์ชายรองรับหนังสือรับรองทางทหารมา แค่กวาดตามองแวบเดียว เขาก็แทบจะหัวเราะออกมาฉู่หนิงนะฉู่หนิง นี่เจ้ากำลังเล่นกับไฟอยู่ เมื่อไรที่แพ้ขึ้นมา เจ้าจะถูกแผดเผาจนไม่เหลือซาก ไม่มีวันได้ผุดได้เกิดองค์ชายรองอดกลั้นไม่ให้ตนเองหัวเราะ แล้วลงนามโดยไม่ต้องคิดจากนั้น หนังสือรับรองทางทหารถูกส่งไปให้ฮ่องเต้ฮ่องเต้ทอดพระเนตรพระนามที่ลงเรียบร้อยแล้วแวบหนึ่ง จากนั้นอ่านเนื้อหาอีกครั้ง จึงจะตวัดพระหัตถ์ ประ
Read more

บทที่ 713

“หืม? ฉู่หนิงตอบตกลงไม่ให้กรมการคลังช่วยเหลือ?”ภายในตำหนักอิงอู่บนพระพักตร์ฮ่องเต้ปรากฏแววประหลาดพระทัยเล็กน้อย “ไม่มีกรมการคลังคอยช่วยเหลือ ฉู่หนิงก็ต้องให้ปิงโจวแก้ปัญหาเรื่องเสบียงกับเบี้ยทหารในศึกครั้งนี้ด้วยตัวเอง แต่ต่อให้ปิงโจวจะมั่งคั่งขึ้นมากในหนึ่งปีที่ผ่านมา แต่ศึกใหญ่เช่นนี้ความต้องการก็ยิ่งมาก ปิงโจวสามารถแบกรับภาระได้จริงหรือ?” สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นคือ ฉู่หนิงผู้ไม่เคยยอมถูกเอาเปรียบ เหตุใดจึงตอบตกลงข้อเรียกร้องที่ไร้เหตุผลเช่นนี้?ต่อให้ฉู่หนิงปฏิเสธ องค์รัชทายาทก็ทำอะไรไม่ได้ทั้งที่สามารถปฏิเสธ เหตุใดจึงต้องตอบตกลง?เพราะความมั่นใจ หรือความทะนงตน?ฮ่องเต้เลิกพระขนงขึ้น สายพระเนตรจับจ้ององครักษ์เงาในตำหนัก “เจ้าแน่ใจหรือว่า ทัพแนวหน้ามีกำลังพลเพียงราวหนึ่งแสนนาย?”องครักษ์เงาพยักหน้าอย่างมั่นใจ “ฝ่าบาท จำนวนกำลังพลน่าจะไม่ผิดพลาดพ่ะย่ะค่ะ ที่ฉู่อ๋องกล้ายอมรับข้อเรียกร้องขององค์รัชทายาทอย่างมั่นใจเช่นนี้ เป็นไปได้ว่า ความมั่งคั่งของปิงโจวน่าจะเกินกว่าที่พวกเราจินตนาการ ไม่เช่นนั้นฉู่อ๋องไม่มีทางตอบตกลงพ่ะย่ะค่ะ”องครักษ์เงาเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วกล่าวต่อ “เ
Read more

บทที่ 714

หลิวโส่วเริ่นตาค้างทันที“หน้าไม้กลที่มากเช่นนี้ ท่าน……ท่านไปเอามาจากไหน?”“เหอะๆ ใต้เท้าหลิวลืมช่างฝีมือแปดคน ที่ถูกเสนาบดีไป่หลีแห่งต้าเยี่ยนชิงตัวไปในตอนนั้นแล้วหรือ?”ฉู่หนิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “หลังจากที่ข้าช่วยพวกเขาออกมา ก็ให้พวกเขาเดินทางไปปิงโจว ภายใต้การนำของคนเหล่านี้ ความเร็วในการผลิตหน้าไม้กลก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดไม่เพียงแค่นี้นะ กองกำลังดาบยาวกับกองทัพม้าขาวก็ขยายกำลังออกไปไม่น้อย กำลังรบของกองทัพเราเพิ่มขึ้นมากเมื่อรวมกับความสามารถในการบัญชาการของแม่ทัพหานซิ่ง ศึกนี้ทัพของเรามีแต่จะชนะ ไม่มีทางแพ้เด็ดขาด”แม้เป็นรองในด้านจำนวนกำลังพล แต่ในด้านของอาวุธและประเภททหาร สามารถพูดได้ว่ากองกำลังดาบยาวกับกองทัพม้าขาวไร้เทียมทานไม่ว่าจะป้องกันเมือง หรือบุกโจมตี กองทัพปิงโจวก็ไม่เป็นรองใคร!แต่เมื่อหลิวโส่วเริ่นฟังจบกลับรู้สึกสงสัยมากในเมื่อมีความมั่นใจเช่นนี้ ยังจะเรียกเขามาหารือเป็นการส่วนตัวอะไรอีก?“ในเมื่อท่านอ๋องมีความมั่นใจ ไม่ทราบว่ากระหม่อมสามารถทำอะไรเพื่อศึกนี้บ้าง?” หลิวโส่วเริ่นถามอย่างระมัดระวังฉู่หนิงหัวเราะเบาๆ “กรมการคลังดำเนินการทุกอย่างตามปกติ แต
Read more

บทที่ 715

ความทะเยอทะยานของฉู่หนิงไม่ได้สูงนักเพียงแต่อยากได้สินสงครามก็เท่านั้นจดหมายถูกส่งถึงมือของหานซิ่งที่อยู่เมืองติ้งเซียงในอีกไม่กี่วันต่อมาสภาพอากาศในเดือนเจ็ด ท้องฟ้าเจิดจ้า ดวงอาทิตย์ที่ร้อนแรงลอยอยู่กลางอากาศ ทำให้อากาศบิดเบี้ยวไปตามอุณหภูมิที่สูงขึ้น“ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!”ภายในค่ายทหารเสียงตะโกนฆ่าดังขึ้นอย่างไม่ขาดสาย แม้เผชิญหน้ากับอุณหภูมิสูง กองทัพปิงโจวยังคงฝึกซ้อมอยู่ภายในค่ายในฐานะผู้บัญชาการ หานซิ่งยืนอยู่บนแท่นบัญชาการ สายตาอันเย็นชากวาดมองการเคลื่อนไหวของทหารอย่างต่อเนื่องในเวลานี้เอง มีม้าเร็วตัวหนึ่งเข้ามารายงาน “รายงานใต้เท้าหาน ฉู่อ๋องส่งจดหมายด่วนมาขอรับ”ใบหน้าอันเยือกเย็นของหานซิ่งเผยความประหลาดใจเล็กน้อย “เอาขึ้นมา”เมื่อรับจดหมายมาเปิดดู หานซิ่งก็หรี่ตาลง และตัดสินใจในทันที “ถ่ายทอดคำสั่งออกไป เรียกแม่ทัพทุกคนมาประชุมทันที และแจ้งใต้เท้าตี้เหวินเย่าก็มาเข้าร่วมด้วย”เมื่อคำสั่งดังขึ้น หลังจากนั้นหนึ่งชั่วยาม ผู้ที่มีตำแหน่งระดับผู้บังคับการขึ้นไปก็มาถึงค่ายทหารทั้งหมด“ใต้เท้าตี้ เชิญนั่ง!”“ใต้เท้าหานเกรงใจแล้ว มานั่งด้วยกันเถอะ”หานซิ่งกับตี้เหวิน
Read more

บทที่ 716

ตี้เหวินเย่าตะลึง “ใต้เท้าหานจะนำทัพด้วยตนเองหรือ?”หานซิ่งพยักหน้า แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ศึกแรกคือศึกตัดสิน ข้าจะนำทัพไปซุ่มโจมตีกำลังเสริมของฝ่ายตรงข้าม ส่วนเรื่องการโจมตีค่ายใหญ่ของข้าศึก ให้เป็นหน้าที่ของเฝิงเซี่ยนจู่”เมื่อกล่าวจบ หานซิ่งหันไปประสานมือคารวะเฝิงมู่หลานที่นั่งในตำแหน่งถัดไปเฝิงมู่หลานที่คันไม้คันมือมาสักพักแล้ว ดวงตาลุกวาวทันที นางก้าวออกมาตบหน้าอกรับประกัน “วางใจได้ ข้าจะยึดค่ายใหญ่ต้าจ้าวให้ได้แน่นอน”หานซิ่งกล่าวอย่างระมัดระวัง “เรื่องนี้สำคัญมาก ฉู่อ๋องมอบหมายให้ท่าน บัญชาการกองทัพม้าขาวเข้าร่วมศึกนี้โดยเฉพาะ”เฝิงมู่หลานกำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้น “มอบกองทัพม้าขาวให้ข้า ศึกนี้ชนะอย่างไร้เคลือบแคลง!”ในบรรดากำลังทหารทั้งหมดของปิงโจว กำลังรบของกองทัพม้าขาวทัดเทียมกับกองกำลังดาบยาวสำหรับการโจมตีแบบจู่โจม ทหารม้าสามารถแสดงผลลัพธ์ได้ดีที่สุดหลังจากหานซิ่งวางแผนเสร็จ ก็ลุกขึ้นและกล่าวเสียงดังทันที “ทุกท่าน ศึกนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ต้องระวังให้มาก จากนี้ข้าขอประกาศคำสั่งทหารสามข้อ!ผู้ใดใจเสาะไม่ก้าวไปข้างหน้า ถูกปลด!ผู้ใดให้ความร่วมมือไม่ดี ถ
Read more

บทที่ 717

ค่ำคืนมืดมิดเงียบสงัด ปราศจากความอึกทึกของพายุทรายยามกลางวันแสงเงินจากจันทราส่องลงมา สะท้อนเกล็ดน้ำค้างทั่วผืนดินทันใดนั้น เสียงกีบม้าเร่งเร้าทำลายความเงียบสงบ ภายในช่องเขา กองทัพหนึ่งกองกำลังเร่งเดินทางใต้ม่านราตรี พลทหารถือคบเพลิง ส่องให้เห็นเงาร่างแม่ทัพผู้นำบุรุษผู้นั้นสูงกว่าเจ็ดฉื่อ สวมเกราะดำ ถือขวานผ่าคีรี มีหนวดเคราครึ้ม รูปร่างกำยำ ใบหน้าดำเข้ม เขาคือฮูเหยียนสยง แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นจ้าว“เร็ว เร่งผ่านหุบเขาให้ไว รีบมุ่งสู่เมืองอันติ้ง”ฮูเหยียนสยงแกว่งขวานผ่าคีรีในมือเร่งกองทัพไม่หยุด อยากรีบไปปิดล้อมที่เมืองอันติ้งโดยเร็วเพียงรวมกองทัพจากสี่เมืองเข้าด้วยกัน พวกเขาก็ได้ทหารเพิ่มสี่หมื่นนาย ทั้งยังป้องกันปีกข้าง ไม่ให้ถูกโจมตีจากด้านข้างระหว่างศึกชี้ชะตากับกองทัพแคว้นฉู่ศึกครั้งนี้คือศึกล้างแค้น จำต้องรอบคอบกองทัพมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่หุบเขาต่อเนื่อง เพียงผ่านเส้นทางนี้ออกไป ใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วยามก็จะถึงเมืองอันติ้งเพื่อความไม่ประมาท ฮูเหยียนสยงยังส่งพลสอดแนมไปดูลาดเลาที่เมืองอันติ้งล่วงหน้าเมื่อทั้งกองทัพเข้าสู่หุบเขา พลสอดแนมก็กลับมาพอดี “เรียนท่านแม่ทัพ
Read more

บทที่ 718

กองทัพแคว้นฉู่ถือชัยชนะเป็นแรงผลักดัน ปลุกกำลังใจฮึกเหิม บุกทะลวงไปยังสี่เมืองขณะเดียวกัน ค่ายใหญ่ส่วนกลางของกองทัพแคว้นจ้าวก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นค่ายใหญ่อันเงียบสงัด มีเพียงเสียงฝีเท้าพลลาดตระเวนหน้าค่ายใหญ่ มีทหารแคว้นจ้าวไม่กี่นายถือทวนเฝ้ายามอย่างง่วงงุนเร่งเดินทางมาหลายวัน เหนื่อยล้าทั้งกายใจ ยามนี้ยังต้องมาเฝ้ายามกลางคืนอีก ยากจะประคองร่างไว้จริง ๆในตอนนั้นเอง ทหารม้าหนึ่งกองค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาอย่างเงียบงันพวกเขาคาบไม้กลั้นเสียง ม้าก็พันกีบไว้จนไร้สุ้มเสียงใด ๆ อาศัยความมืดยามราตรีกำบังตน เดินตามแสงดาวริบหรี่ เคลื่อนตัวมาถึงกระโจมใหญ่กลางค่ายอย่างรวดเร็วพอเข้าใกล้ ทหารแคว้นจ้าวคนหนึ่งที่ยังไม่ง่วงจนผล็อยหลับก็เห็นพวกเขาทหารคนนั้นตกใจ กำลังจะร้องเตือน แต่ทวนสั้นหนึ่งเล่มพุ่งลงมาจากด้านบนเสียก่อนทันใดนั้น ทหารรักษาการณ์หน้าค่ายก็ล้มระเนระนาดจากนั้นทัพอาชาขาวห้อตะบึงอาชา ระยะใกล้เพียงนี้ แค่บุกฝ่าก็ทะลวงสังหารผ่านไปได้จนถึงตอนนี้ พลลาดตระเวนในค่ายถึงได้เห็นพวกเขา“แย่แล้ว ศัตรูบุก!”“รีบเป่าแตรส่งสัญญาณ!”ท่ามกลางเสียงโกลาหล องค์ชายสามจ้าวอู๋จี๋สะดุ้งตื่น
Read more

บทที่ 719

บนท้องฟ้าเมฆแดงลอยขึ้น ขับไล่ความมืดของราตรี สาดแสงลงบนซากศพทั่วผืนดินศึกหนักทั้งคืน ทำให้ค่ายทัพใหญ่ต้าจ้าวตกอยู่ในความโกลาหล มีคนพยายามฝ่าออกมาตลอด แต่ถูกกองทัพแคว้นฉู่ด้านนอกล้อมสังหารเมื่อจ้าวอู๋จี๋ถูกจับ กองทัพแคว้นจ้าวไร้แม่ทัพนำ ทำให้ยิ่งระส่ำระสายตรงกันข้าม กองทัพแคว้นฉู่ขวัญกำลังใจพุ่งสูง ดุจสายรุ้งบนฟ้า ภายใต้การบัญชาของเฝิงมู่หลาน สังหารทหารต้าจ้าวต่อเนื่องจากกลางคืนสู้ถึงกลางวัน จากกลางวันกลับสู่กลางคืน เสียงกรีดร้องดังไม่ขาด กลิ่นคาวเลือดฉุนจมูกคลุ้งทั่วสนามรบกินเวลาหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็ม ๆ เสียงฆ่าฟันจึงค่อยสงบ เพลิงไฟถูกควบคุมไว้ กองทัพแคว้นจ้าว บ้างสิ้นชีพ บ้างยอมจำนน ทหารหนึ่งแสนสามหมื่นนาย ล้มยับทั้งกองทัพเมื่ออาทิตย์ลับขอบฟ้า เฝิงมู่หลานสั่งทหารเก็บกวาดสนามรบ ตรวจนับความสูญเสียหลังตรวจนับทั้งคืน และกว่าจะเก็บกวาดให้เสร็จสิ้นก็ล่วงเข้าวันที่สามหลังเปิดศึกในตอนนี้เอง หานซิ่งก็นำกองทัพกลับสู่เมืองติ้งเซียง และเรียกทุกคนมาประชุมทันทีเมืองติ้งเซียง ณ จวนว่าการเจ้าเมือง ทุกคนมาพร้อมหน้าไม่นาน หานซิ่งกับตี๋เหวินเย่าก็เข้ามาพร้อมกัน“คารวะใต้เท้าตี๋ ใต้เท้
Read more

บทที่ 720

แต่พอนางเดินออกไปได้เพียงไม่นาน สีหน้าของหานซิ่งก็เยียบเย็นลงทันที“ไม่คิดเลยว่าศึกครั้งนี้จะมีเชลยมากเพียงนี้ ใต้เท้าตี๋เห็นว่าควรจัดการอย่างไร?”ตี๋เหวินเย่าขมวดคิ้ว “สี่หมื่นคน ทุกวันต้องใช้เสบียงมากมาย นี่เป็นภาระหนักของปิงโจว”แม่ทัพใต้บัญชาพลันตั้งสติได้ มีคนลุกขึ้นตะโกนว่า “จะเก็บพวกมันไว้ทำไม ฆ่าเสียเถิด!”“นั่นสิ พวกมันกล้าบุกรุกดินแดนของเรา จะปล่อยให้พวกมันรอดชีวิตได้อย่างไร?”“ฆ่าพวกมัน!”“พวกเราไม่ต้องการเชลย!”ชั่วพริบตา เหล่าแม่ทัพลุกฮือด้วยความโกรธ ต่างพากันขอให้ฆ่าเชลยหานซิ่งกับตี๋เหวินเย่ามองตากัน ก่อนผายมือให้ทุกคนเงียบ“เมืองอันติ้งและอีกสามเมืองถูกยึดคืน กองหนุนและกองทัพประจำการณ์สี่หมื่นนายถูกกวาดล้างหมด ตอนนี้แม่ทัพกวนอวิ๋นคุมกองกำลังอยู่ที่นั่น”หานซิ่งเอ่ยเสียงเนิบ “หากส่งข่าวชัยกลับไป ทางหนึ่งมีเชลย อีกทางไม่มีเชลย จะดูไม่ค่อยดีนัก”เขาหยุดไปครู่หนึ่ง กวาดตามองทุกคน แล้วแววตาเยียบเย็นลง “ในเมื่อทุกท่านเห็นว่ามิอาจเก็บเชลยไว้ เช่นนั้นก็ฆ่าทั้งหมด เนื้อหาในข่าวชัย ข้าจะเขียนให้เหมาะสมเอง”ความหมายชัดเจนยิ่ง ในข่าวชัยจะไม่ปรากฏคำว่าเชลย มีเพียงคำว่ากว
Read more
PREV
1
...
7071727374
...
79
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status