Alle Kapitel von ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา: Kapitel 701 – Kapitel 710

786 Kapitel

บทที่ 701

“หมายความว่าอย่างไร?”รอยยิ้มเย้าหยอกเจือแววขบขันผุดขึ้นบนใบหน้าองค์รัชทายาท “แปดตระกูลสูงศักดิ์แห่งปิงโจวที่ลอบสังหารเจ้า ถูกเจ้าสังหารไปแล้วเจ็ด เหลือเพียงเซี่ยอวี่เวยที่ไร้ซึ่งร่องรอย!”“สตรีผู้นี้แต่ไหนแต่ไรมาก็ชำนาญเล่ห์เพทุบาย นางหนีรอดไปได้ ต่อไปน้องสิบแปดคงมีเรื่องให้ลำบากไม่น้อย”กล่าวจบ ไม่รอให้ฉู่หนิงเอ่ยถาม องค์รัชทายาทก็หัวเราะลั่นพลางไพล่มือไว้ด้านหลังแล้วจากไปฉู่หนิงขมวดคิ้วเรื่องของเซี่ยอวี่เวย องค์รัชทายาทล่วงรู้ได้อย่างไร?หรือว่าทั้งสองแอบติดต่อกัน หรือสายข่าวขององค์รัชทายาทสืบรู้เรื่องบางอย่างเข้า?ขณะกำลังครุ่นคิด บนบ่าก็รู้สึกหนักก้มมองลงมา กลับเป็นองค์ชายรองฉู่หมิงวางมือตบลงบนบ่า“น้องสิบแปด การสอบคัดเลือกขุนนางมิได้ง่ายดายอย่างที่เจ้าคิด จงระวังตัวและขอให้โชคดีเถิด”เอ่ยจบ องค์ชายรองก็แสยะยิ้มแล้วหมุนกายจากไปจากนั้น เหล่าองค์ชายกับขุนนางทั้งหลายก็ทยอยออกไปท้ายที่สุด ในท้องพระโรงเหลือเพียงฉู่หนิงกับหลิวโส่วเริ่นสองคน“ท่านอ๋อง”หลิวโส่วเริ่นก้าวเข้ามาคำนับ “เกรงว่าองค์รัชทายาทกับพรรคพวก จะไม่ยอมให้ท่านผลักดันการสอบคัดเลือกขุนนางได้ง่าย ๆ”ดวงต
Mehr lesen

บทที่ 702

พวกบัณฑิตย่อมไร้วรยุทธ์ เดินทางจากต่างเมืองเข้าสู่เมืองหลวง หากไร้ผู้คุ้มกัน แล้วพบเจอโจรผู้ร้ายขึ้นมาเล่า?ฉู่หนิงสีหน้าเคร่งขรึม “นี่นับเป็นปัญหาอย่างหนึ่ง ที่ต้องให้ทางการแต่ละแห่งร่วมมือ เลือกเวลาที่เหมาะสม ส่งคนคุ้มกันเป็นหมู่คณะ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดฝัน”สิ้นคำ ฉู่หนิงก็หยิบฎีกาขึ้นมาเริ่มจัดการงานต่อเสิ่นหว่านอิ๋งไม่ได้รบกวน ยกถ้วยเปล่าออกไปอย่างเงียบงันเรื่องการสอบคัดเลือกขุนนางนี้สำคัญยิ่ง ฉู่หนิงในฐานะผู้จัดสอบ หากทำได้สำเร็จ ย่อมมีพระคุณใหญ่ต่อผู้เข้าสอบทั้งหลาย!รอให้คนเหล่านี้ได้รับแต่งตั้งเป็นขุนนาง ต่อไปจวนฉู่อ๋องก็จะมีพันธมิตรในราชสำนักตอนนี้ขุนนางบุ๋นบู๊ทั้งราชสำนัก มีเพียงหลิวโส่วเริ่นคนเดียว กำลังจึงอ่อนนักขอเพียงการสอบคัดเลือกขุนนางสำเร็จ ต่อไปอำนาจของจวนฉู่อ๋องย่อมขยายเพิ่มขึ้นอีกขั้นทว่า ในใจเสิ่นหว่านอิ๋งยังมีความกังวลอยู่บ้างเรื่องใหญ่เพียงนี้ องค์รัชทายาทและเหล่าองค์ชายทั้งหลาย จะยอมให้ฉู่หนิงจัดการเรื่องนี้ได้สำเร็จโดยง่ายหรือ?แต่คำนี้เสิ่นหว่านอิ๋งไม่กล้าเอ่ยออกมา นางไม่อยากทำลายความกระตือรือร้นของฉู่หนิงในยามนี้ทว่าโชคร้ายที่เหตุการณ์น
Mehr lesen

บทที่ 703

“ท่านอ๋อง เกิดเรื่องแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”ยามค่ำ ห้องโถงรับแขกในจวนฉู่อ๋องหลิวโส่วเริ่น เสนาบดีกรมคลังคนใหม่ ขอพบอย่างเร่งด่วนฉู่หนิงมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของหลิวโส่วเริ่น แล้วผายมือให้เขานั่ง “ใต้เท้าหลิวอย่าได้ร้อนใจ นั่งลงค่อย ๆ พูด”หลิวโส่วเริ่นยิ้มขื่น “ท่านอ๋อง วันนี้กระหม่อมไปกรมอาญาเพื่อรับตัวขุนนางกรมคลังกลับมา และแจ้งเรื่องการสอบคัดเลือกขุนนาง แต่ไม่คาดคิดว่า พวกเขาไม่มีผู้ใดแสดงท่าทีสนับสนุนเลยแม้แต่คนเดียว”“อีกอย่าง พวกเขากล่าวว่าตนมีความผิดติดตัว ไม่อาจกลับเข้ากรมคลัง ต่างก็พากันขอลาออกไปปลีกวิเวกใช้ชีวิตในชนบท”“กระหม่อมพยายามรั้งแล้ว แต่พวกเขาก็ยังคงไม่ยอมทำงานในกรมคลังอีก บ่ายวันนี้ องค์รัชทายาทฉวยโอกาสทูลเรื่องนี้ต่อฝ่าบาท ฝ่าบาทก็ทรงอนุญาตให้คนเหล่านั้นออกจากเมืองหลวงได้”“กระหม่อมสอบถามแล้ว ได้ความว่า องค์รัชทายาท องค์ชายคนอื่น และตระกูลสูงศักดิ์ ต่างส่งคนไปที่กรมอาญาทั้งสิ้น”นี่มันตั้งใจหาเรื่องชัด ๆ!ฝ่ายองค์รัชทายาทเห็นว่าหลิวโส่วเริ่นเพิ่งเข้าคุมกรมคลัง กำลังต้องการคน จึงตั้งใจข่มขู่พวกขุนนางเหล่านั้น ทำให้พวกเขาไม่กล้าอยู่ในเมืองหลวงพอขาดคนเหล
Mehr lesen

บทที่ 704

บัดนี้ปิงโจวมิใช่มีเพียงกิจการที่พอกหน้า ยังมีเกลือบริสุทธิ์ หากเจ้าเมืองทั้งสี่พาขุนนางกลุ่มหนึ่งมาเมืองหลวง ปิงโจวย่อมไร้ผู้ดูแลฉู่หนิงยกมุมปาก ฉีกยิ้มกว้าง “เรื่องนี้ใต้เท้าหลิวไม่ต้องกังวล ก่อนหน้านี้ข้าให้ทายาทขุนนางราชวงศ์เก่าไปยังปิงโจวแล้ว นอกจากตี้เหวินเย่าที่รับตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองติ้งเซียงแทนเจ้า หลี่เฉิงว่าง จางเจิ้ง เฉินซื่อหมิง ทั้งสามคนตำแหน่งไม่สูงนัก”“คำนวณเวลาดู พวกเขาไปปิงโจวเกือบปีแล้ว ถึงเวลาเลื่อนตำแหน่งให้พวกเขาแล้ว”“ปิงโจวคือที่ดินศักดินาของข้า เสด็จพ่อมอบอำนาจปกครองให้ ขอเพียงเสด็จพ่อยอมดึงจางเสวียนและคนอื่นๆ เข้ากรมคลัง ข้าก็จะแต่งตั้งหลี่เฉิงว่างและพวกให้เป็นเจ้าเมือง”นับรวมแม่ทัพนักปราชญ์หานซิ่ง ก็สี่คนพอดี เติมตำแหน่งเจ้าเมืองทั้งสี่ได้ครบหลิวโส่วเริ่นฟังแล้วอดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้าง เผยแววประหลาดใจ“ท่านอ๋อง หรือว่าที่ท่านส่งคนเหล่านั้นไปปิงโจวตั้งแต่ก่อนหน้า ก็เพื่อเตรียมรับเหตุการณ์เช่นนี้?”ฉู่หนิงยิ้มลึกลับ “เจ้าทายดู?”หลิวโส่วเริ่น “...”เรื่องเช่นนี้ตนจะคาดเดาได้อย่างไร“เอาเถิด เรื่องนี้สำคัญยิ่ง ข้าจะเข้าวังหลวงกับเจ้าเอง”“ขอบพ
Mehr lesen

บทที่ 705

เพียงประโยคเดียว เจ้ากำลังสอนเราทำงานหรือ ทำเอาหลิวโส่วเริ่นถึงกับเหงื่อเย็นไหลพรากฝ่าบาททรงกริ้วแล้ว!หลิวโส่วเริ่นสะดุ้งในใจ แอบดึงแขนเสื้อฉู่หนิง บอกใบ้ให้เขาคุกเข่าขออภัยไหนเลยจะรู้ว่าฉู่หนิงกลับยกยิ้มมุมปาก หัวเราะเบา ๆ “เสด็จพ่อ เหตุใดต้องกริ้ว ลูกเพียงเตือนท่านเท่านั้น”“บัดนี้ขุนนางกรมคลังที่อยู่ในคุกต่างออกจากเมืองหลวงไปหมด ไม่ปรารถนารับใช้ราชสำนัก กรมคลังขาดขุนนางหลายตำแหน่ง ย่อมดึงดูดสายตาของผู้คน”“โอกาสดีเช่นนี้ ทุกฝ่ายล้วนอยากส่งคนของตนเข้ากรมคลัง เสด็จพ่อไม่กังวลหรือว่าจะเดินซ้ำรอยความผิดพลาดเดิม?”ฮ่องเต้หรี่ดวงเนตร จ้องฉู่หนิงอย่างเย็นชา “แล้วการดึงเจ้าเมืองทั้งสี่ของปิงโจวเข้ากรมคลัง เราจะไม่ต้องกังวลหรือว่าเจ้าจะยึดกรมคลังเป็นของตน?”ท้ายที่สุดก็เผยสิ่งที่คิดจริง ๆ!ฮ่องเต้ผู้เป็นบิดาที่ไม่เอาไหนนี้ ไม่ชอบสิ่งใดทั้งสิ้น ชอบก็แต่รักษาดุลอำนาจของทุกฝ่ายฉู่หนิงส่ายศีรษะ “เสด็จพ่อ เงินในคลังหลวงเป็นสิ่งที่ลูกตามทวงคืนมาให้ ขอกล่าวถ้อยคำขบถสักประโยค ต่อให้กรมคลังเป็นของลูก แล้วจะอย่างไร?”ฮ่องเต้ถลึงตา กำลังจะตวาดด่าแต่ฉู่หนิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มต่อ “เสด็จพ่อ ทุ
Mehr lesen

บทที่ 706

“ได้ยินว่าฉู่อ๋องตั้งใจจะขยายกิจการเกลือบริสุทธิ์ ถึงขั้นจะขายไปยังแคว้นอื่นเพื่อหาเงินพ่ะย่ะค่ะ”ขยายกิจการเกลือบริสุทธิ์?ฮ่องเต้ขมวดพระขนง “เจ้าหนูนี่ทะเยอทะยานไม่น้อย คิดจะขายไปถึงต่างแคว้น นี่คือตั้งใจตัดเส้นทางทำเงินด้านนี้ของตระกูลสูงศักดิ์โดยสิ้นเชิง”ฮ่องเต้ส่ายหน้า แล้วตรัสถามต่อ “สถานการณ์กองทัพที่ปิงโจวเป็นอย่างไรบ้าง?”“เอ่อ...” องครักษ์เงาลังเลอีกครั้ง “ฝ่าบาท ปิงโจวกำลังรับสมัครทหารอย่างต่อเนื่อง แต่เงื่อนไขเข้มงวดมาก จำนวนทหารที่รับสมัครไป ในตอนนี้ยังสืบไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ”“ตั้งแต่หานซิ่งไปถึงปิงโจว ค่ายทหารก็เพิ่มการระวังเป็นพิเศษ คนของพวกเราเข้าใกล้ค่ายทหารไม่ได้เลย”“แต่ดูจากข้อมูลที่มีในตอนนี้ กระหม่อมคิดว่าจำนวนทหารปิงโจวน่าจะมีราวหนึ่งแสนคนพ่ะย่ะค่ะ!”ฮ่องเต้พยักหน้าเบา ๆ สีพระพักตร์พึงพอใจศึกที่เมืองติ้งเซียงคราวก่อน ทัพแนวหน้าแคว้นต้าจ้าวเหลือเพียงหกหมื่น ผ่านมาหนึ่งปีกลับฟื้นฟูเพิ่มเป็นหนึ่งแสน ถือว่าไม่เลวอย่างไรเสีย ค่าเบี้ยหวัดกับเสบียงกองทัพของทหารเหล่านี้ก็ไม่ต้องให้ราชสำนักออก นับว่าประหยัดเงินไปจำนวนมาก!“ช่างเถิด ในเมื่อเขาบอกอย่างมั่นใจว่าปิงโ
Mehr lesen

บทที่ 707

เมืองหลวงในหลายวันถัดมา เงียบสงบไร้เหตุร้ายเมื่อฮ่องเต้ทรงมีพระบัญชาให้เจ้าเมืองทั้งสี่แห่งปิงโจวเข้าเมืองหลวง การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่กรมคลังจึงเป็นที่แน่นอนเวลานี้ตระกูลสูงศักดิ์ไร้กำลังต่อต้านฮ่องเต้ และไม่กล้าก่อเหตุในช่วงเวลาสำคัญ เพื่อเป็นเหตุให้ราชวงศ์ลงมือจัดการส่วนองค์รัชทายาทและองค์ชายทั้งหลายก็เงียบไปเช่นกัน ราวกับกำลังรอคอยบางสิ่งบางอย่างในช่วงนี้เอง ฉู่หนิงฉวยจังหวะเรียกทุกกรมเข้าหารือ จัดการเรื่องการสอบคัดเลือกขุนนางประการแรกโน้มน้าวอัครมหาเสนาบดีหยางเหวินเต๋อ ให้สั่งการเจ้าหน้าที่ทั่วแคว้นคุ้มกันผู้เดินทางมาสอบ และให้ความสำคัญต่อการสอบคัดเลือกขุนนางจากนั้นเรียกพบเสนาบดีกรมอาญาหลิงเฮ่าหราน ขอให้ตั้งแต่การสอบฮุ่ยซื่อเป็นต้นไป กรมอาญาต้องดูแลความปลอดภัยของบัณฑิตและคุ้มกันสนามสอบต่อมาคือกรมพิธีการ แม้ตัวฉู่หนิงจะเป็นผู้จัดสอบ แต่ก็ไม่อาจตรวจสอบคนเดียวได้ ต้องให้ขุนนางกรมพิธีการร่วมตรวจสอบด้วยเรื่องนี้ อัครมหาเสนาบดีกล่าวว่าจะร่วมมือเต็มที่ และยินดีส่งหนังสือราชการในนามสำนักจงซูถึงหน่วยปกครองทุกแห่งหลิงเฮ่าหรานในฐานะเสนาบดีกรมอาญาก็ไม่ปฏิเสธคำขอของฉู่หนิง บอกว
Mehr lesen

บทที่ 708

ขณะเอ่ยวาจา สายตาก็เหลือบมองไปยังผู้อาวุโสร่างผอมบางที่นั่งอยู่หน้าสุดจางเสวียนมีอายุมากที่สุด รับราชการยาวนานที่สุด เป็นผู้มีประสบการณ์สูงสุดในหมู่คน เรื่องกิจการในปิงโจวนั้น นอกจากตี้เหวินเย่าแล้ว ก็มีเขานี่แหละที่รู้ดีที่สุดจางเสวียนวางถ้วยชา ลุกขึ้นยืน รายงานด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านอ๋องวางใจเถิด กิจการที่พอกหน้าเข้ารูปเข้ารอยแล้ว บัดนี้กระจายไปถึงสี่แว่นแคว้นใหญ่ ได้แก่ ต้าจิ้น ต้าโจว ต้าถัง และต้าฮั่น ทุกเดือนมีกำไรไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านตำลึง”“ส่วนกิจการเกลือบริสุทธิ์แม้เพิ่งเริ่ม แต่เพราะเป็นของใช้ฟุ่มเฟือย และความต้องการสูง กำไรมากกว่า แม้เพิ่งเริ่มได้แค่สองเดือน แต่ก็ทำกำไรไล่ทันกิจการที่พอกหน้าแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“ด้วยเหตุนี้ ใต้เท้าตี้เหวินเย่าจึงออกคำสั่ง ขณะที่รับผู้อพยพจากทั่วทุกหัวเมือง ก็คัดเลือกผู้ที่ร่างกายแข็งแรง ส่งพวกเขาไปขุดเกลือ”ดวงตาฉู่หนิงสว่างวาบ ไม่คาดคิดว่ากิจการเกลือบริสุทธิ์จะเติบโตเร็วถึงเพียงนี้กิจการที่พอกหน้าทำมาร่วมปี แต่ว่าเกลือบริสุทธิ์เพียงสองเดือนก็ไล่ทันแล้ว“ดีมาก ดูท่าว่าพวกเจ้าไม่ได้ทำให้ข้าผิดหวัง จัดการปกครองปิงโจวได้เรียบร้อยดีมาก!”ฉู่หนิ
Mehr lesen

บทที่ 709

“ท่านอ๋อง ฝ่าบาทเรียกพบด่วน ขอให้ท่านรีบเข้าวังเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ!”วันถัดมา เรือนหลังของจวนฉู่อ๋องฉู่หนิงที่กำลังฝึกทวน ถูกหร่านหมิงที่มารายงานขัดจังหวะ“เสด็จพ่อทรงเรียกพบด่วนหรือ?”ฉู่หนิงขมวดคิ้ว เหวี่ยงทวนในมือออกไป มันไปตกอยู่บนชั้นวางอาวุธข้าง ๆ พอดีเรื่องที่ทำให้ฮ่องเต้เรียกพบด่วนได้ ย่อมเป็นเรื่องใหญ่แน่และตามที่คิด เมื่อฉู่หนิงไปถึงตำหนักอิงอู่ ก็พบว่ามีคนอยู่เต็มตำหนักไม่เพียงองค์รัชทายาท องค์ชายทั้งหลายก็มากันพร้อมหน้า แม้แต่อัครมหาเสนาบดี มหาราชครู และเสนาบดีทั้งหกกรมก็อยู่กันครบหัวใจฉู่หนิงสะท้านวูบ รู้ว่าต้องเกิดเรื่องใหญ่แล้ว มิฉะนั้นไม่มีทางเรียกคนมามากเพียงนี้“ลูกถวายบังคมเสด็จพ่อ!” ฉู่หนิงก้าวขึ้นหน้า ประสานมือคำนับฮ่องเต้สีหน้ามืดครึ้ม ตรัสเสียงเย็น “แคว้นต้าจ้าวเคลื่อนพลสองแสน เตรียมบุกปิงโจว บัดนี้กำลังยกทัพมา!”ต้าจ้าวยกทัพแล้วหรือทั้งยังมากถึงสองแสนนาย?นี่เป็นไปไม่ได้!การศึกครั้งก่อน ต้าจ้าวเสียทหารไปสองแสนนาย ทหารในแคว้นเหลือไม่มาก ในเวลาเพียงปีเดียว จะมีกองทัพอีกสองแสนนายได้อย่างไร?ฉู่หนิงขมวดคิ้ว “เสด็จพ่อ เรื่องนี้จริงหรือพ่ะย่ะค่ะ?
Mehr lesen

บทที่ 710

“เรื่องใหญ่หลวงเช่นนี้ เราหวังให้เจ้าเห็นแก่แผ่นดินเป็นหลัก อย่าได้ทำตามอารมณ์!”ความหมายชัดเจน ต้องไปปิงโจวแผนนี้ขององค์รัชทายาทและพวกช่างโหดเหี้ยมจริง ๆ เป็นการตัดไฟแต่ต้นลมโดยแท้หากข้าพาจางเสวียนและพวกกลับไปปิงโจว สิ่งที่ทำมาทั้งหมดก็จะสูญเปล่าปิงโจว จะไปไม่ได้เด็ดขาด!ฉู่หนิงมองหน้าองค์รัชทายาทที่ลำพองใจ มุมปากก็ยกขึ้น เผยรอยยิ้มจาง ๆองค์รัชทายาทชะงักไปเจ้าหมอนี่ เวลานี้แล้วยังยิ้มได้อีกหรือ?ขณะกำลังประหลาดใจ ฉู่หนิงก็หันไปมองฮ่องเต้ เอ่ยอย่างสงบว่า “เสด็จพ่อ ทัพต้าจ้าวแค่สองแสนนายเท่านั้น ไยต้องให้ลูกไปปิงโจวด้วยตนเองหรือพ่ะย่ะค่ะ?”ทุกคนนิ่งงันราวกับกลายเป็นหินกองทัพสองแสนเชียวนะ แต่พอฉู่หนิงพูด กลับพูดว่าแค่สองแสนงั้นหรือ?“โอหังนัก!”องค์ชายรองฉู่หมิงไม่รอให้ใครพูด หัวเราะเสียงเย็นแล้วก้าวออกมาตำหนิ “กองทัพต้าจ้าวสองแสนนายมิใช่พวกกระจอก น้องสิบแปด แม้เจ้าไม่อยากไปแนวหน้า ก็อย่าอ้างข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นเช่นนี้”ฉู่หนิงคิดจะพูด ไม่คิดว่าฮ่องเต้กลับฮึดฮัดแทรก “ฉู่หนิง อย่าประมาทศัตรู อย่าคิดว่าเพราะเจ้าเคยฆ่าทหารต้าจ้าวไปสองแสนนาย ก็คิดว่าพวกเขาไร้ค่า”เห็นฮ่อง
Mehr lesen
ZURÜCK
1
...
6970717273
...
79
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status