All Chapters of รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี: Chapter 411 - Chapter 420

425 Chapters

บทที่ 411

“พี่เคยสอนเธอมาหลายครั้งแล้วนะ แต่เธอก็ไม่ฟัง มาโทษพี่ได้หรือไง?” เฟิงเยี่ยนหรี่ตา ทั้งไม่ยอมพูดคำพูดที่เธออยากฟัง น้ำเสียงเองก็ไม่ได้มีคลื่นอารมณ์ใด ๆ เพียงแค่ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “เธอชอบซางจื้อเหนียน แล้วเขาจะต้องชอบเธอด้วยงั้นเหรอ ทำไมล่ะ?”เฟิงเยี่ยนได้เพียงแต่ทำให้เธอยอมรับความจริงครั้งแล้วครั้งเล่า “เฟิงเจีย ถ้าเธอกับซางจื้อเหนียนจะเวิร์กมันก็เวิร์กไปนานแล้ว แต่มันก็หลายปีขนาดนี้แล้ว ซางจื้อเหนียนเห็นเธอเป็นคนแปลกหน้า เธอเองก็ควรยอมแพ้ได้แล้ว แต่เธอดันไม่ยอมแพ้ ถ้าคนที่เจ็บปวดไม่ใช่เธอแล้วจะเป็นใครได้?”เขามองเฟิงเจียที่มีสีหน้าย่ำแย่สุดขีด แล้วปลอบเธอไปว่า “คนเราน่ะมันต้องรู้จักประมาณตน ของที่บีบบังคับมาไม่ได้ ก็ควรเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง ชีวิตของเธอจะได้ไม่สิ้นเปลืองไปกับการไม่ได้สิ่งที่อยากได้ เฟิงเจีย เธอจำไว้นะ ตัวเธอเองน่ะสำคัญยิ่งกว่าอะไร ต่อให้ซางจื้อเหนียนจะดีกว่านี้ แต่มันไม่คุ้มหรอกถ้าเธอต้องเป็นทุกข์เพราะเขา”ทว่าคำพูดเหล่านี้ เมื่อก่อนเฟิงเจียฟังไม่เข้าหูอย่างไร ตอนนี้ก็ยังคงฟังไม่เข้าหูอย่างนั้นกลับกัน พอเฟิงเจียได้ยินคำพูดอันคุ้นหู เธอก็ใจเย็นลงในชั่วพริบต
Read more

บทที่ 412

เซ่าเยว่นึกไม่ถึงว่าจะได้ยินเรื่องซุบซิบเข้าทว่าพอรู้แล้วก็ไม่ได้แปลกใจ ซางจื้อเหนียนยอดเยี่ยมขนาดนี้ คนที่ชอบเขาต้องเยอะมากแน่นอนซางจื้อเหนียนมีท่าทางเย็นชาตอนที่พูดเรื่องนี้ ก็เท่ากับว่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับเฟิงเจียเพราะถ้าชอบ เฟิงเจียคงได้เป็นแฟนเขาไปแล้ว ไม่ใช่เธอ“ฉันมั่นใจนะว่าเจอเธอเป็นครั้งแรก แล้วเรื่องความสัมพันธ์รักหลอก ๆ ของพวกเราก็ไม่มีใครรู้ด้วย ทำไมเฟิงเจียถึงได้มองฉันเป็นศัตรูรุนแรงขนาดนั้น?”ซางจื้อเหนียน “บางทีเธออาจจะเคยเจอพวกเรามาก่อน”เซ่าเยว่คิดว่าก็ใช่ เพราะเฟิงเจียเรียกชื่อเธอออกมาแต่เฟิงเจียก็ช่างขี้หึงเกินไปจริง ๆ ถึงจะถูกเฟิงเจียเจอเข้าฝ่ายเดียวโดยบังเอิญ แต่ตอนอยู่ข้างนอกเธอกับซางจื้อเหนียนก็ไม่ได้มีท่าทางใกล้ชิดสนิทสนมอะไร แค่นี้ก็ต้องหึง แล้วก็มาต่อว่าเธอเนี่ยนะ?เธอไม่ใช่ประเด็นสำคัญสักหน่อยคนที่เฟิงเจียชอบคือซางจื้อเหนียน ก็ต้องดูท่าทีของซางจื้อเหนียนสิ การที่มาจับจ้องผู้หญิงที่อยู่ข้างกายเขาเนี่ย มันให้ความสำคัญสลับกันแล้วรอบตัวซางจื้อเหนียนจะต้องไม่ได้มีผู้หญิงอย่างเธอคนเดียวแน่ พอมีใครเข้ามาสักหนึ่งคน เฟิงเจียก็ต้องจัดการหนึ่งคน ไม่เห
Read more

บทที่ 413

ซางจื้อเหนียนยกข้ออ้างอย่างหนึ่งออกมาโดยไร้ช่องโหว่ “ผมได้ยินมั่วหนานหว่านบอกว่าคุณจะลาออก ทำไมไม่บอกผม?”ชั่วพริบตาเดียวเซ่าเยว่ก็หายตกอกตกใจแล้ว “มันไม่ทันน่ะสิคะ วันนั้นพอตื่นเช้ามาก็ไม่เจอคุณแล้ว”เธอพูดถึงเหตุผลที่ลาออก “มันเกี่ยวกับแผนทางหน้าที่การงานน่ะค่ะ ตั้งแต่วันนี้ไปฉันจะร่วมสร้างธุรกิจกับเฉิงเหยียนโย่ว เธอรอฉันมาสามปีแล้ว ตั้งแต่นี้ฉันจะร่วมสู้ฝ่าฟันไปกับเธอ”เพื่อนสาวทั้งสองคนเริ่มหาเงินและทำกิจการแล้วหลังจากเซ่าเยว่หย่า กำลังวังชาและเวลาของเธอล้วนโฟกัสอยู่กับตัวของเธอเอง จนดึงแพสชันกลับมาได้ เซ่าเยว่ยังมีหลายสิ่งที่อยากลอง ทั่วทั้งตัวเปี่ยมล้นไปด้วยพลังที่ใช้ไม่หมด เต็มเปี่ยมไปด้วยกำลังวังชา ความรู้สึกแบบนี้มันดีอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนมันจริงอย่างที่คิดเลย ร่างกายกำลังบอกเธอว่า เธอไม่เหมาะกับเจียงเฉินหาน“ประธานซาง การได้อยู่ในบริษัทของคุณมาสามปีเต็มนี่ พอหันกลับไปมองแล้วมันก็วิเศษไม่เบานะคะ”ก็เหมือนอย่างที่เฉิงเหยียนโย่วพูด งานง่าย ๆ สบาย ๆ มีตั้งมากมายขนาดนั้น ทำไมเธอถึงได้เลิกบริษัทของซางจื้อเหนียน ไม่อย่างนั้นคงไม่มีเรื่องราวมากมายขนาดนี้ตามมาแน่ซางจื้อเ
Read more

บทที่ 414

จู่ ๆ ซางจื้อเหนียนก็รู้สึกตลกขึ้นมาเจียงเฉินหานคนเดียวก็จะเต็มกลืนอยู่แล้ว ทำไมถึงได้มีหนุ่มน้อยหน้าหล่อมาอีกคนเล่า?หรือว่าเซ่าเยว่จะเป็นเหมือนกับที่เซ่าสวินว่าไว้จริง ๆ ที่ชอบคนอายุน้อย?ไม่อย่างนั้นทำไมเซ่าเยว่ถึงได้คิดจะขับรถมาหาหมอนี่ทั้งที่ข้อความก็ไม่ชัดเจน ถึงขั้นที่คิดจะให้เขากลับไปก่อน แล้วจะมาคนเดียวด้วยซ้ำซางจื้อเหนียนประมูลข้อมูลนี้ในหัวอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ไม่แสดงสีหน้าอะไรทั้งสิ้น เขาจำได้ว่าคราวก่อนเคยเจอหน้ากันอยู่หนหนึ่งที่ผับ ไม่รู้จักกระทั่งชื่อด้วยซ้ำเซ่าเยว่ถึงกับมาเพื่อหมอนี่ ซางจื้อเหนียนต้องมองหมอนี่ให้ดีเสียแล้วกวาดสายตาล้ำลึกและคมกริบมองตัวโจวซูไป๋ตั้งแต่หัวจรดเท้าอยู่รอบหนึ่ง แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา “นายชื่ออะไร?” โจวซูไป๋ถูกมองสำรวจด้วยสายตาเย็นยะเยือกก็แข็งทื่อไปทั้งตัวในชั่วพริบตาตอนที่เขาได้ยินเสียของเซ่าเยว่นั้น หัวใจเต้นระรัวเพราะตื่นเต้นเกินไป ถึงขั้นที่แทบจะร้องไห้ออกมาด้วยความซึ้งใจด้วยซ้ำ ทว่าตอนนี้กระทั่งใบหน้ายิ้มแย้มก็ยังไม่กล้าทำความประทับใจของโจวซูไป๋ที่มีต่อซางจื้อเหนียนนั้นลึกซึ้งเกินบรรยาย เงียบขรึม ไม่แสดงอารมณ์ เปี่ย
Read more

บทที่ 415

เซ่าเยว่ปลอบ “ไม่ต้องกังวล ประธานซางไม่ถือสานายหรอก”ซางจื้อเหนียน “...”เซ่าเยว่ไม่สนใจเขา คอยห่วงใยความรู้สึกของโจวซูไป๋...ซางจื้อเหนียนกำมือเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัวคอยมองโจวซูไป๋ด้วยความเย็นเยียบโจวซูไป๋ไม่กล้าสบตากับซางจื้อเหนียน แต่ก็สัมผัสได้ถึงอันตราย ราวกับจะเขมือบใครสักคนเข้าไปอย่างไรอย่างนั้น เขาเลยหลบไปข้าง ๆ โดยอัตโนมัติ “ไม่...ไม่ถือสาจริง ๆ เหรอ?”เซ่าเยว่มองออกว่าโจวซูไป๋กลัวซางจื้อเหนียนเอามาก ๆ นี่ค่อนข้างจะเป็นเรื่องปกติด้วยซ้ำไป ประธานใหญ่มีรังสีแข็งแกร่ง ทั้งทำให้คนคาดเดาความคิดไม่ออก การที่เจอกับเขาแล้วไม่กลัวต่างหากถึงจะพบเจอได้น้อยเซ่าเยว่มองซางจื้อเหนียนเล็กน้อย ให้เขาวางใจ เลิกจ้องเขม็งเด็กมหาวิทยาลัยคนหนึ่งได้แล้ว เจ้าตัวเครียดไปหมดแล้ว ซางจื้อเหนียน “...”เขาเม้มปากแน่นกว่าเดิมเขาไม่ได้พูดอะไร ไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ โจวซูไป๋จะทำตัวอ่อนปวกเปียกแบบนี้เพื่อ?แต่เซ่าเยว่ดันหลงกลนี้เซ่าเยว่เดินมาตรงหน้าโจวซูไป๋ มองเศษหญ้าบนหัวเขา เอ่ยถามถึงเรื่องราวให้ชัดเจนก่อน “นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”ครั้นโจวซูไป๋นึกถึงเรื่องที่ตนเองเจอแล้วก็ทั้งเซ็ง ทั้งโมโห
Read more

บทที่ 416

เซ่าเยว่เข้าใจความกังวลของซางจื้อเหนียน แต่เธอเชื่อโจวซูไป๋เพราะโจวซูไป๋มักจะโพสต์อินสตาแกรม คอยบันทึกเรื่องราวประจำวันในรั้วมหาวิทยาลัย แล้วก็วิ่งไปสัมภาษณ์ที่กองถ่ายอยู่บ่อย ๆเขายังถ่ายวล็อกว่าในวันหนึ่งทำอะไรบ้าง อาจเป็นเพราะต่อไปจะต้องเป็นนักแสดง เลยถ่ายทั้งที่ใส่แมสก์อยู่เสมอ แฟนคลับในโซเชียลมีเดียก็มีอยู่ไม่มากนักเป็นคนที่มีตัวตนอยู่จริง ๆแม้ว่าจะเคยเจอกันเพียงครั้งเดียว แต่กลับสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจได้เซ่าเยว่ยังไม่ทันพูดอะไร โจวซูไป๋ก็รีบพูดขึ้นว่า “ที่ผมพูดไปทุกอย่างเป็นความจริง ไม่ได้โกหกเลย...”ซางจื้อเหนียนมีสีหน้าไร้อารมณ์ “ทำไมนายถึงติดต่อเซ่าเยว่?”เซ่าเยว่เชื่อโจวซูไป๋ ซางจื้อเหนียนคอยเป็นด่านหน้าตรวจสอบให้แบบนี้ ก็ดีไม่น้อยแต่เธอคอยมองตาของโจวซูไป๋อยู่ตลอด สายตาของคนเรามันจะเผยข้อมูลต่าง ๆ มากมาย โจวซูไป๋ซื่อสัตย์ เขาไม่โกหกหรอกซางจื้อเหนียนเองก็ต้องมองออกอยู่แล้ว คนทึ่ม ๆ คนหนึ่งไม่มีทางกล้าพูดจาเดชต่อหน้าเขาหรอกทำไมต้องถามมากมายขนาดนี้ด้วย?บางทีวันนี้ซางจื้อเหนียนอาจจะค่อนข้างรอบคอบไปหน่อย?โจวซูไป๋หลบตา “...สถานการณ์มันคับขัน ผมก็เลยส่งไปให้พี
Read more

บทที่ 417

เซ่าเยว่จับไหล่เขาไว้ แล้วดึงตัวเขาขึ้นมาโจวซูไป๋เบือนหน้าหนี ไม่กล้ามองเธอ แตกต่างกับตอนเป็นหนุ่มโฮสต์ที่ใช้สายตายั่วยวนราวกับคนละคนตอนนี้หน้าบางไม่เบา ทั้งกลัวจะรบกวนคนอื่น เลยระมัดระวังตัว“ฉันเชื่อนาย ไปกับพวกเราเถอะ”สายตาของซางจื้อเหนียนตกอยู่บนมือที่เซ่าเยว่วางอยู่บนใหญ่โจวซูไป๋เขาเดินไป แล้วดึงมือของเซ่าเยว่ออกแล้วกวาดตามองโจวซูไป๋อย่างไม่ตั้งใจอีกครั้งเซ่าเยว่มองมือที่ถูกซางจื้อเหนียนดึงไว้ แล้วก็มองเขาเล็กน้อยครั้นชายหนุ่มรับรู้ถึงสายตาของเธอ เลยเลื่อนสายตามาเซ่าเยว่เห็นความไม่พอใจแสนราบเรียบในดวงตาของเขาทำไมเขาถึงได้เป็นปฏิปักษ์กับโจวซูไป๋อยู่นิด ๆ นะ?ถ้าให้พูดกันตามปกติแล้ว ประธานใหญ่ไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่ายังกระทบกระเทือนอารมณ์ของเขาไปด้วยเลยเกิดอะไรขึ้น?ซางจื้อเหนียนปล่อยมือของเซ่าเยว่โจวซูไป๋กลับถอยหลังไปด้วยความตกใจ เนื่องด้วยถนนกันดารยังไม่ได้ลาดยาง ทางก็ขรุขระไม่เรียบ ถึงกับล้มไปด้านหลังโดยไม่ทันระวัง ก้นกระแทกลงบนก้อนหินเล็ก ๆ เข้า มันเจ็บจนเขาถึงกับแยกเขี้ยว หน้ายับยู่ยี่ไปหมดโจวซูไป๋ไม่กล้าร้องออกมาก เลยได้แ
Read more

บทที่ 418

จู่ ๆ เซ่าเยว่ก็นึกไปถึงเซ่าสวิน ถ้าเจ้านั่นมาร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่ตรงหน้าเธอนะ พระอาทิตย์คงได้ขึ้นทางตะวันตกแล้ว“ยังจะร้องอีก? ฮ่า ๆ เลิกร้องไห้ได้แล้ว วันนี้เป็นวันหยุด พวกเราไม่มีธุระอะไรหรอก ลองไปดูกองถ่ายก่อน ถึงคราวนี้จะหมดโอกาสแล้ว คราวหน้าก็ยังมีนี่ แต่ถ้าเกิดโชคดีขึ้นมาล่ะ?”โจวซูไป๋ร้องไห้ เซ่าเยว่ก็ปลอบด้วยความเป็นห่วงซางจื้อเหนียนไม่รู้จะพูดอะไรเลยเรื่องร้องไห้แบบนี้ เขาสู้วัยรุ่นไม่ได้จริง ๆเพราะเขาไม่เคยเสียน้ำตามาตั้งแต่ตอนที่ยังเด็กมาก ๆ แล้วโจวซูไป๋เองก็ไม่ได้อยากร้องไห้นัก มันขายหน้าเกินไป แต่เขาก็ควบคุมไม่ไหวเพราะจวบจนกระทั่งได้ขึ้นรถ รอจนรถค่อย ๆ ออกตัว ช่วงเวลานี้เองที่ความหวาดกลัวที่เวียนวนอยู่ในใจเขาถึงค่อย ๆ สงบลง สิ่งที่ตามมาหลังจากจิตใจสงบแล้วก็คือความรู้สึกใจหายในสังคมที่ปกครองด้วยกฎหมาย คนที่อิจฉาเขาอาจจะไม่ได้ทำอะไรเขาจริง ๆ หรอก กระนั้นเขาก็ยังกลัว แล้วก็น้อยใจ ไม่เข้าใจเลยว่าตอนนี้เขาไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย ทำไมต้องมาเจอเรื่องน่ากลัวแบบนี้ด้วยเขาขยันเป็นที่สุด ทุกครั้งที่ไปสัมภาษณ์ล้วนถูกชมว่าเล่นดี แต่คนอื่นแค่ขยับนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ทำให้เขา
Read more

บทที่ 419

ซางจื้อเหนียนเห็นรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นแล้วก็หายไปบนดวงหน้าของเธอขอแค่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเซ่าเยว่ เขาไม่อาจมองทุกอย่างด้วยเหตุผลได้เลย กลับให้ความรู้สึกเป็นฝ่ายนำแทนก็เหมือนกับภาพวาดสีน้ำมันภาพนั้นรวมถึงโจวซูไป๋...โจวซูไป๋ไม่ได้สำคัญอะไรเลย แถมยังร้องไห้ขี้มูกโป่งอีกแต่ซางจื้อเหนียนก็ยังหึงอยู่ดีขอแค่เซ่าเยว่เป็นห่วงเขาด้วยเหมือนกัน โจวซูไป๋ก็ไม่สำคัญเลยสักนิดก็เหมือนกับการที่ไม่ได้เจอกันมาหนึ่งอาทิตย์ หลังจากซางจื้อเหนียนได้เจอเซ่าเยว่แล้ว อารมณ์ขมุกขมัวของเขาก็ถูกกวาดหายไปหมด เขาถึงขั้นที่ไม่มีเวลาไปคิดด้วยซ้ำว่าทำไมถึงได้เสียใจอยู่ทั้งอาทิตย์แค่เพียงเซ่าเยว่อยู่ข้าง ๆ เขา เขาก็จะกลายไปเป็นอีกคน แถมหัวใจก็เต้นสะเปะสะปะเป็นครั้งคราวอย่างคำพูดเป็นห่วงเป็นใยเพียงประโยคเดียวเขาก็นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีความรู้สึกมึน ๆ อยู่นิด ๆ ด้วย......เซ่าเยว่แข่งกับเวลา เลยขับรถเร็ว แต่ก็มั่นคงไม่เบาเซ่าเยว่ในสายตาโจวซูไป๋นั้น กำลังมองตรงไปด้านหน้า คุมพวงมาลัยไว้ด้วยความใจเย็นถึงขีดสุด ทั้งสุขุมทั้งมั่นคง คล่องแคล่วฉับไวไม่มีใครเทียบได้นี่เป็นความเท่ตามแบบนิยม ไม่ว่าจะเป็นชายหร
Read more

บทที่ 420

อวี้เจิงจำซางจื้อเหนียนกับเซ่าเยว่ได้ในชั่วพริบตานี่เป็นคนที่ลู่เจี้ยนเฉินเคารพนี่นาอวี้เจิงรู้จักลู่เจี้ยนเฉินจากงานเลี้ยงไฮโซโรลล์-รอยซ์ ตอนนั้นทางแบรนด์เชิญเขาไปเป็นมาสคอต เขาถือว่าเป็นพนักงานขายมือดี จากนั้นก็เห็นลู่เจี้ยนเฉินซื้อรถราคาหลายสิบล้านหนึ่งคันโดยที่ตาไม่กะพริบเลยสักนิดเดียวเลยรู้จักกันแบบนั้นครอบครัวของลู่เจี้ยนเฉินเปิดกิจการธนาคาร สั่งสมต่อกันมาหลายรุ่น ไม่รู้ว่ามีเงินมากน้อยเท่าไรเขามีเงิน มีทรัพยากร มีอำนาจ เป็นทายาทแห่งแวดวงเมืองหลวงที่เกิดมาก็ได้ทั้งอำนาจ ฐานะ และความร่ำรวยไปครอบอย่างง่ายดายอวี้เจิงโชคดีที่ถ่ายละครเรื่องหนึ่งแล้วดังระเบิดจนได้ขึ้นเป็นระดับท็อป แต่เมืองอยู่ต่อหน้าคนอย่างลู่เจี้ยนเฉินแล้ว ไม่นับว่าเป็นอะไรได้จริง ๆ เขาเองก็เคยรู้จักคนในแวดวงของลู่เจี้ยนเฉินมาก่อน แต่ละคนล้วนมีภูมิหลังที่น่าตกใจทั้งนั้นเมื่อได้เจอกับคนที่กระทั่งลู่เจี้ยนเฉินยังยอมก้มหัวให้ อวี้เจิงก็ไม่ได้โง่ถึงขั้นที่ไม่เข้าไปทำความรู้จักสร้างเครือข่ายเอาไว้ไม่กล้าเข้าไปตรง ๆ หรอก แต่วิธีอ้อม ๆ ก็ยังจำเป็นอยู่อวี้เจิงถามผู้จัดการ “ที่วิ่งเข้าไปนั่นน่ะใคร?”ผู้จัดกา
Read more
PREV
1
...
383940414243
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status