มรสุมรัก CEO ซาตาน의 모든 챕터: 챕터 651 - 챕터 660

720 챕터

บทที่ 651

เซิ่นหรูซวงไม่ตอบคำถาม “ฉันจะสืบมาได้อย่างไรนั้นสำคัญด้วยหรือ?”เธอปล่อยให้พวกเขามีเวลาได้ไตร่ตรอง ส่วนเธอก็คอยเฝ้ามองสีหน้าที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของทั้งคู่อยู่สักพัก จนในที่สุดพวกเขาก็สงบสติอารมณ์ขึ้นมาได้บ้างเติ้งเล่อเจียมองเธอด้วยสายตาระแวดระวัง “คุณต้องการให้พวกเราทำอะไร? ที่คุณยังไม่ยื่นหลักฐานทั้งหมดนั่นไป ก็เพราะจะมาใช้บังคับให้พวกเราทำงานบางอย่างให้คุณใช่ไหม?”เติ้งเล่อถงรวบรวมความกล้าแล้วตะโกนใส่เซิ่นหรูซวง “พวกเรายังไม่ได้เห็นเอกสารที่ว่านั้นเลย มีสิทธิ์อะไรมาพูดทึกทักเอาเองฝ่ายเดียว? อย่าคิดนะว่าจะมาปั่นหัวพวกเราได้”ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์ของเติ้งเล่อถงก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะพอดีเสียงเรียกเข้าดังแทรกขึ้นมาอย่างกะทันหัน แต่ในใจของทั้งสามคนกลับมีความรู้สึกสังหรณ์บางอย่างที่ตรงกัน ราวกับล่วงรู้ว่าใครคือคนที่โทรมาในเวลานี้เติ้งเล่อถงหยิบโทรศัพท์ออกมา และทันทีที่เธอเหลือบไปเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปในทันที ก่อนจะรีบส่งโทรศัพท์ไปให้เติ้งเล่อเจียที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ดูเติ้งเล่อเจียชำเลืองมองเซิ่นหรูซวงอย่างระวังตัว แล้ว
더 보기

บทที่ 652

“ดังนั้น นั่นก็แสดงว่าพวกคุณเต็มใจให้ฉันยื่นเอกสารหลักฐานพวกนี้ไปได้ ใช่ไหมคะ?”เป็นไปตามคาด เติ้งเล่อเจียและเติ้งเล่อถงลังเลจริง ๆ พวกเขาสบตากัน และมองมาที่เธอเติ้งเล่อถงถามเธออย่างลังเล “เอกสารของคุณพวกนี้มีอะไรบ้าง?”เซิ่นหรูซวงเลิกคิ้ว “หมายความว่าพวกคุณยังไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาใช่ไหมคะ?”เติ้งเล่อเจียและเติ้งเล่อถงเม้มริมฝีปาก จับจ้องเธอด้วยสายตาระแวดระวัง แต่ไม่ตอบอะไรออกมา“ก็ได้ ฉันจะทำให้พวกคุณพอใจ” เซิ่นหรูซวงพูดต่อ “พี่ชายของพวกคุณ เติ้งโหย่วกัง ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลรัฐ ส่วนแม่ของพวกคุณตอนนี้ ถ้ามีเวลาว่างก็จะไปรับจ้างเป็นแม่บ้านรายชั่วโมงเพื่อหาเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ส่วนบ้านเกิดพวกคุณอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ที่ชื่อว่าอูสือ พวกคุณหายสาบสูญไปหลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยได้หนึ่งเดือน จากนั้นสวมสิทธิ์เปลี่ยนชื่อแซ่ ปลอมแปลงตัวตนใหม่จนกลายเป็นเฉินคังเซิ่งและเฉินไฉ่จิ้ง พวกคุณเรียนประถมที่โรงเรียนประถมอูสืออันดับหนึ่งในเมือง เรียนมัธยมต้นที่...”“พอได้แล้ว! ไม่ต้องพูดอีกแล้ว”เติ้งเล่อเจียหอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าของเขาซีดเผือดจนดูน่ากลัว “คุณต้องการจะทำอะไรกันแน่?!”เขาแทบจะใช้น้
더 보기

บทที่ 653

เซิ่นหรูซวงพยักหน้าเติ้งเล่อเจียฉุดแขนของเติ้งเล่อถง แล้วดึงเธอออกไปคุยกันที่ด้านข้างทั้งสองก้มหน้าปรึกษากัน โดยหันหลังให้เซิ่นหรูซวงเติ้งเล่อถงเริ่มออกอาการร้อนใจอย่างเห็นได้ชัด “พวกเราควรจะทำอย่างไรดี? ควรจะฟังใครกันแน่?”เติ้งเล่อเจียถามเธอ “เมื่อกี้ที่เว่ยอวิ่นลู่โทรหาเธอ เธอได้บอกไหมว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้จบได้เมื่อไหร่?”เติ้งเล่อถงมีสีหน้าย่ำแย่ลงไปอีก เธอเม้มริมฝีปากแน่น “ไม่ได้บอก เพราะเมื่อกี้ฉันกลัวมากจนลนลานไปหมด เลยลืมถามเรื่องนี้ไปเลย”เติ้งเล่อเจียกดเสียงต่ำกระซิบว่า “เห็นได้ชัดว่า เธอมุ่งเป้าไปที่เว่ยอวิ่นลู่ ส่วนพวกเราก็แค่โดนลูกหลงเข้าไปด้วยเท่านั้นเอง”เติ้งเล่อถงพยักหน้า “ใช่ ฉันก็มองออก”เติ้งเล่อเจียพูด “ถ้าดูจากความเร็วในการจัดการของมหาวิทยาลัยที่ผ่านมา ปัญหาใหญ่ระดับนี้พวกเขาจะรีบดำเนินการทันที ไม่มีทางเกินสามวัน เซิ่นหรูซวงต้องกุมหลักฐานมัดตัวพวกเราไว้แน่นหนาแล้ว ไม่อย่างนั้นเธอไม่กล้าทำตัวโอหังขนาดนี้ แถมยังรู้เรื่องในอดีตของพวกเราดีขนาดนั้น ถ้าขืนปล่อยให้เธอยื่นหลักฐานจริง ๆ แล้วถ้าหากทางฝั่งเว่ยอวิ่นลู่ยังจัดการอะไรไม่ทันการณ์ละก็ ภายในสามวันพวกเร
더 보기

บทที่ 654

หลังจากเพิ่มเพื่อนเสร็จ เซิ่นหรูซวงไม่เพียงแต่ขอให้เติ้งเล่อถงส่งข้อมูลการโอนเงินผ่านธนาคารมาให้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงเอกสารยืนยันต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกองทุนทรัสต์อีกด้วยเอกสารการจัดตั้งกองทุนทรัสต์นั้น ปรากฏชื่อของเว่ยอวิ่นลู่ระบุไว้อย่างชัดเจน และจนถึงตอนนี้ ในกองทุนดังกล่าวก็ยังคงมีเงินเหลืออยู่ถึงเจ็ดหลักเลยทีเดียวแต่เซิ่นหรูซวงนั้นรอบคอบมาก หลังจากได้รับเอกสารมาแล้ว เธอยังตรวจสอบอย่างละเอียดอีกรอบ จนกว่ามั่นใจว่าข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้มีการปลอมแปลงขึ้นมาแต่อย่างใดหลังจากตรวจสอบเรียบร้อยและได้รับสิ่งที่ต้องการแล้ว เซิ่นหรูซวงก็วางชุดเอกสารที่ยังไม่ได้มอบให้ทางมหาวิทยาลัยลงบนฝ่ามือของเติ้งเล่อถง“เอาล่ะ เก็บไว้ให้ดี อย่าให้ใครเห็นเข้าล่ะ”เซิ่นหรูซวงโบกมือขณะถือโทรศัพท์ “ถ้าอย่างนั้น ลาก่อนค่ะ”“รอเดี๋ยว” เติ้งเล่อเจียเรียกเธอไว้เซิ่นหรูซวงหันกลับมา “ยังมีธุระอะไรอีกหรือ?”เติ้งเล่อเจียถามด้วยความระแวดระวัง “คุณแน่ใจว่าหลังจากนี้จะไม่เปิดโปงพวกเราอีกจริง ๆ?”เซิ่นหรูซวงยกยิ้มที่มุมปาก และตอบกลับโดยไม่ลังเล “แน่นอนค่ะ”เติ้งเล่อเจียจ้องเธอเขม็ง “คุณต้องสัญญานะ”เซิ่นหรูซ
더 보기

บทที่ 655

เซิ่นหรูซวงเหงื่อซึมที่หน้าผาก นั่นเป็นเพราะตอนที่ขึ้นเครื่องเธอยังใส่เสื้อขนเป็ดตัวหนาอยู่ และหลับสนิทตลอดการเดินทาง จนกระทั่งเครื่องถึงประเทศแล้วเพิ่งตื่นขึ้นมา แต่ตอนนี้ในประเทศยังเป็นฤดูร้อน เมื่อตื่นมาเหงื่อจึงเต็มหน้าผาก เธอนั่งลงที่เก้าอี้แล้วรีบถอดเสื้อขนเป็ดออกเซิ่นหรูซวงพูด “ยังไม่ได้กินค่ะ ฉันค่อยกลับไปกินที่บ้านค่ะ”ตำรวจหญิงตบบ่าเธอเบา ๆ “ยังจะขอพบเติ้งโหย่วกังอยู่อีกหรือคะ? แต่ฉันขอเตือนคุณสักหน่อยนะคะ เมื่อวันสองวันก่อนเขาเพิ่งบอกกับทางเราว่า ไม่อยากเจอหน้าคุณอีก”เดิมทีตำรวจหญิงนึกว่าจะได้เห็นสีหน้าผิดหวังหรือนึกเสียใจปรากฏอยู่บนใบหน้าของเซิ่นหรูซวงบ้าง แต่กลับไม่มีเลย เซิ่นหรูซวงยังคงมีสีหน้าที่เรียบเฉยเช่นเดิมเซิ่นหรูซวงพูดว่า “ไม่เป็นไรค่ะ ครั้งนี้ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาพบเขาอยู่แล้ว”ตำรวจหญิงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย “นี่คุณมาเพื่อแจ้งความหรือคะ?”เซิ่นหรูซวงยิ้มออกมาเล็กน้อย “จะว่าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ แต่ฉันอยากจะถามสักนิดก่อนว่า เมื่อวันสองวันก่อน เว่ยอวิ่นลู่ได้มาที่นี่หรือเปล่าคะ?”ตำรวจหญิงโอบไหล่เธอ และพาเธอไปนั่งลงที่ม้านั่งยาวตรงโถงของสถานีตำรวจ “เคยมาจริง ๆ
더 보기

บทที่ 656

ทั้งที่ช่วงก่อนหน้านี้ เติ้งโหย่วกังรับปากเธอแล้วแท้ ๆ ว่าจะไม่พบใครทั้งนั้นแต่เมื่อไม่กี่วันก่อน เขากลับบอกเธออย่างกะทันหันว่า เขาได้พบกับเซิ่นหรูซวงไปแล้วไม่ใช่แค่พบกันเท่านั้น แต่เซิ่นหรูซวงยังสืบไปถึงเติ้งเล่อเจียกับเติ้งเล่อถงแล้วด้วย แถมยังใช้เรื่องใบปริญญาและสถานภาพนักศึกษาของทั้งคู่มาข่มขู่ เพื่อบีบให้เติ้งโหย่วกังยอมซัดทอดมาถึงเธอเหนือความคาดหมายจริง ๆเว่ยอวิ่นลู่หลงคิดมาตลอดว่าตัวเองจัดการทุกอย่างได้อย่างไร้ที่ติ และจะไม่มีใครสืบพบเรื่องที่เติ้งเล่อเจียกับเติ้งเล่อถงเปลี่ยนชื่อนามสกุลเพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศได้แน่ ๆ แต่เซิ่นหรูซวงเหมือนกับตบหน้าเธอฉาดใหญ่ด้วยความจริงข้อนี้ตอนที่เธอได้ยินเติ้งโหย่วกังพูดแบบนั้น เธอรู้สึกลนลานขึ้นมาจริง ๆ เธอกลัวว่าเซิ่นหรูซวงจะสืบจนเจออะไรเข้า และก็กลัวว่าเติ้งโหย่วกังจะซัดทอดมาถึงเธอ เพียงเพราะคำขู่ของเซิ่นหรูซวงยังดีที่เติ้งโหย่วกังเรียกให้เธอไปพบที่สถานีตำรวจ ซึ่งนั่นหมายความว่าทุกอย่างน่าจะยังพอเจรจาตกลงกันได้ดังนั้นในการพบเติ้งโหย่วกังครั้งล่าสุด เธอจึงได้ให้คำมั่นสัญญาซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะปกป้องเติ้งเล่อเจียและเติ้งเล่อถงอย่
더 보기

บทที่ 657

หลายวันที่ผ่านมาก็เป็นเหมือนเมื่อสักครู่ไม่มีผิด เขาผละไปได้แค่ประเดี๋ยวเดียวก็จะตามกลับมาหาเธอทันที เขาจ้องเธอไม่วางตาจนทำอะไรไม่ได้เลยจริง ๆแต่ถึงอย่างนั้นเยี่ยนอวี้เจ๋อก็ยอมผ่อนปรนให้เธออยู่บ้าง เขายังอนุญาตให้เธอโทรศัพท์ไปปลอบซิงฉีหยวนได้ ในยามที่ทางนั้นอาละวาดหนักจริง ๆดีที่เหลือเวลาอีกแค่สี่วันเท่านั้น หลังจากผ่านพ้นสี่วันนี้ไป สิ่งที่เธอติดค้างเยี่ยนอวี้เจ๋อไว้ก็จะถือว่าชดเชยจนหมดแล้วเว่ยอวิ่นลู่ใช้ปลายนิ้วจิกเข้าที่กลางฝ่ามือ พยายามฝืนบังคับตัวเองให้ปั้นรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยเยี่ยนเสี่ยวไกวลุกขึ้นจากพรมแล้วโถมตัวเข้ามากอดเว่ยอวิ่นลู่ และถามด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสาว่า “คุณแม่ไปทำอะไรมาคะ?”เว่ยอวิ่นลู่โน้มตัวลงอุ้มเยี่ยนเสี่ยวไกวขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน พร้อมทั้งตบหลังเบา ๆ เพื่อปลอบประโลม “ไปโทรศัพท์คะ ตอนนี้ก็กลับมาหาแล้วนี่ไง?”เยี่ยนอวี้เจ๋อที่เดินตามหลังมา ยกมือขึ้นคลายเนกไท มุมปากของเขาประดับด้วยรอยยิ้ม ขณะที่จ้องมองภาพสองแม่ลูกกอดกันด้วยสายตาที่ดูอ่อนโยนเป็นภาพที่ดูอบอุ่นละมุนละไมจนเกินบรรยายนี่คือภาพที่เขาปรารถนามาโดยตลอด แต่ก็ไม่เคยได้เป็นจริงสักทีเยี่ยนเสี่ยวไกวท
더 보기

บทที่ 658

เว่ยอวิ่นลู่เว้าวอนเขา “อวี้เจ๋อคะ คุณเคยรับปากฉันไว้แล้วนะ”เยี่ยนอวี้เจ๋อจ้องมองเธออยู่นาน จนสุดท้ายหัวใจที่เย็นชาและแข็งกร้าวของเขาก็พ่ายแพ้ลงจนได้ เขาก้าวไปข้างหน้าแล้วอุ้มเยี่ยนเสี่ยวไกวขึ้นมาแนบอก “เสี่ยวไกวเป็นเด็กดีนะครับ ตอนนี้คุณแม่มีธุระต้องทำ เดี๋ยวพ่ออยู่เล่นเป็นเพื่อนหนูเอง ดีไหมครับ?”เยี่ยนเสี่ยวไกวดูจะขัดใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง “ถ้าอย่างนั้นคุณแม่ต้องรีบกลับมาหาหนูเร็ว ๆ นะคะ”เว่ยอวิ่นลู่ลูบหัวเด็กน้อยเบา ๆ “จ้ะ แม่ไปทำงานก่อนนะคะ”เธอคว้าโทรศัพท์ แล้วเดินกลับไปที่ระเบียงอีกครั้งโทรศัพท์ถูกตัดสายไปโดยอัตโนมัติเนื่องจากไม่มีผู้รับสายเป็นเวลานาน เว่ยอวิ่นลู่จึงรีบโทรกลับไปทันที และทางปลายสายก็กดรับสายอย่างรวดเร็วซิงฉีหยวนพูดอย่างมีแง่งอนว่า “คุณแม่ เมื่อไหร่จะกลับมาครับ ผมคิดถึงมาก”เว่ยอวิ่นลู่พยายามปรับน้ำเสียงให้ดูอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ “หยวนหยวน อีกแค่สี่วันแม่ก็กลับไปได้แล้วนะ อีกเดี๋ยวเดียวแม่ก็จะกลับไปอยู่เป็นเพื่อนหนูแล้ว”ซิงฉีหยวนไม่ดีใจ “ทำไมยังต้องอีกสี่วันล่ะครับ? ไม่ยอมนะ คุณแม่รีบกลับมาหาผมเดี๋ยวนี้เลย”เว่ยอวิ่นลู่เองก็ร้
더 보기

บทที่ 659

เสียงร้องไห้ยังคงดังต่อเนื่องอย่างไม่ขาดสาย และเสียงสะอื้นที่แว่วมานั้น ซิงจือเหยียนได้ยินเด็กคนนั้นร้องว่า “คุณแม่”สมองของเว่ยอวิ่นลู่ประมวลผลอย่างรวดเร็ว หัวใจของเธอเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุอก จนพรั่งปากพูดออกไปว่า “เสียงเด็กห้องข้าง ๆ น่ะค่ะ พอดีเจอกันแล้วชอบฉันมาก พ่อแม่เขาก็เลยพามานั่งเล่นที่ห้องฉัน แล้วตอนนี้เด็กก็กำลังงอแงน่ะค่ะ”เว่ยอวิ่นลู่เดินก้าวเข้ามาไม่กี่ก้าว เธอก็ได้เห็นสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นภายในห้องนั่งเล่นอย่างเต็มตาดูเหมือนว่าเยี่ยนเสี่ยวไกวจะบังเอิญสะดุดล้มลงบนพรม ตอนนี้เยี่ยนอวี้เจ๋อจึงกำลังนั่งย่อตัวอยู่ตรงหน้าลูก พยายามปลอบโยนให้เธอหยุดร้องเยี่ยนเสี่ยวไกวใช้มือน้อย ๆ ขยี้ตาพลางสะอื้นไห้ ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำและบวมเป่งขณะที่จ้องมองตรงมายังทิศทางที่เธอยืนอยู่ดูน่าสงสารจับใจแต่เว่ยอวิ่นลู่กลับไม่ได้รู้สึกสงสารหรือปวดใจเลยแม้แต่นิดเดียว ในใจของเธอตอนนี้มีแต่ความคิดเดียวเท่านั้น คืออยากจะให้เยี่ยนเสี่ยวไกวหยุดร้องไห้เสียที“เมื่อกี้ดูเหมือนแกจะไม่ระวังแล้วล้มน่ะค่ะ ก็เลยร้องไห้ออกมา” เว่ยอวิ่นลู่ตอบที่จริงซิงจือเหยียนก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรในจุดนี้นัก หลั
더 보기

บทที่ 660

เว่ยอวิ่นลู่เม้มริมฝีปากแน่นจนไร้คำพูดจะโต้แย้ง เธอทำได้แต่เบิกตากว้างมองเยี่ยนอวี้เจ๋อขึ้นมาบนเตียงต่อหน้าต่อตาเท่านั้นในเมื่อเรื่องราวบานปลายมาถึงขั้นนี้แล้ว เว่ยอวิ่นลู่ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่า อย่างน้อยเยี่ยนเสี่ยวไกวก็ยังนอนอยู่ตรงนี้ เยี่ยนอวี้เจ๋อคงไม่กล้าทำอะไรเกินเลยกับเธอจริง ๆ หรอกดีที่หลังจากเยี่ยนอวี้เจ๋อขึ้นเตียงแล้วก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ อีกเว่ยอวิ่นลู่นอนหลับไม่สนิททั้งคืน เพราะกังวลว่าเยี่ยนอวี้เจ๋อจะทำอะไรลับหลัง ตลอดทั้งคืนเธอจึงหลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่แบบนั้นเธอได้รับสายโทรศัพท์จากสถานีตำรวจในเวลาสิบโมงเช้าของวันถัดมาขณะที่ทางสถานีตำรวจโทรเข้ามา เว่ยอวิ่นลู่ไม่เคยบันทึกเบอร์นี้ไว้และไม่คุ้นเคยกับหมายเลขโทรศัพท์ที่แปลกประหลาดชุดนี้เลย เธอจึงคิดว่าเป็นพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงกดตัดสายทิ้งไปในทันทีโดยไม่แม้แต่จะกดรับจนกระทั่งปลายสายโทรเข้ามาเป็นครั้งที่สาม เว่ยอวิ่นลู่ถึงยอมกดรับสายในท้ายที่สุด “โทรจากไหนคะ?”ในตอนที่รับสาย เธอกำลังรินนมให้เยี่ยนเสี่ยวไกวอยู่ โดยมีเยี่ยนอวี้เจ๋อนั่งอยู่ข้าง ๆน้ำเสียงจากปลายสายนั้นดูสงบนิ่งและถามเข้าประเด็นทันทีว่า “ไม่ทราบว่าคุณ
더 보기
이전
1
...
6465666768
...
72
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status