มรสุมรัก CEO ซาตาน의 모든 챕터: 챕터 641 - 챕터 650

720 챕터

บทที่ 641

หนึ่งเดือนต่อมา เติ้งโหย่วกังและคุณแม่ของเติ้งโหย่วกังก็ออกจากเมืองเล็ก ๆ แห่งนั้นไปอย่างสิ้นเชิง และไม่เคยกลับมาอีกเลยแม้ว่าจะผ่านไปนานหลายปีถ้ายึดจากรายงานข่าวที่เซิ่นหรูซวงมักได้เห็น หลังจากที่ลูกหายตัวไป พ่อแม่มักจะใช้เวลาตามหาลูก บางครั้งเป็นปี สิบปี หรือนานนับหลายสิบปีโดยไม่เคยมีท่าทีว่าจะยอมแพ้จากการสืบสวนพบว่าครอบครัวของเติ้งโหย่วกังมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาก แทบไม่เคยทะเลาะกันเลย แม่ของเติ้งโหย่วกังทำงานในโรงงานน้อยใหญ่มานานตลอดหลายปี และเติ้งโหย่วกังเองก็ทำงานพาร์ทไทม์ในระหว่างเรียนมหาวิทยาลัย เงินเก็บที่เหลือก็จะส่งกลับไปให้ที่บ้าน น้องชายน้องสาวของเขาก็ออกไปทำงานในช่วงวันหยุดเพื่อช่วยหาเงินจ่ายค่าเล่าเรียนมหาวิทยาลัยให้กับพี่ชายของตนกล่าวโดยสรุปคือพวกเขาเป็นครอบครัวที่มีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งและรักใคร่กันเป็นอย่างมากหลังจากน้องชายน้องสาวหายตัวไป ทำไมเติ้งโหย่วกังกับแม่ของเขาถึงใช้เวลาตามหาพวกเขาแค่เพียงเดือนเดียวเอง?ผู้ใหญ่สองคนหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยพร้อมกันหรือ?แถมจังหวะเวลาในการหายตัวไปนั้นช่างบังเอิญเพียงนี้อีก?เซิ่นหรูซวงรับรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าในเรื่อง
더 보기

บทที่ 642

“ได้สิ”เซิ่นหรูซวงพูดด้วยความเย็นชา “แต่ถ้านายยังใช้สายตาที่แฝงไปด้วยความคิดไม่ดีแบบนั้นมองฉันอีก ฉันจะถอนคำพูดและคำพูดนั้นจะไม่มีผลอีกเลย”สือเหยายังคงมองเธอด้วยดวงตาที่เปล่งประกายสดใส ราวกับในสมองของเขากำลังคิดอะไรบางอย่างที่แสนวิเศษเซิ่นหรูซวงแอบรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดีอยู่บ้างสือเหยาพูด “ค้างเอาไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้ฉันยังคิดไม่ออก ถ้าฉันคิดออกเมื่อไหร่ฉันจะบอกเธอเอง”มุมปากของเซิ่นหรูซวงกระตุก “ก็ได้”เธอก้มหน้าลงขบคิดวิเคราะห์ข้อมูลของเติ้งโหย่วกังต่อไปเอกสารสำเนาการศึกษาต่อต่างประเทศที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลของเติ้งโหย่วกังทั้งหมดอยู่ตรงนี้แล้ว เซิ่นหรูซวงอ่านดูแล้วก็ไม่พบจุดไหนที่มีปัญหา เขาถือว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะสมัครเข้าร่วมโครงการศึกษาต่อต่างประเทศที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างแท้จริงเลขาจางยังนำกำหนดการเดินทางส่วนใหญ่ของเติ้งโหย่วกังในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมามาให้ด้วย เนื่องจากเติ้งโหย่วกังจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศเป็นครั้งคราวเพื่อเข้าร่วมการบรรยายประชุม ดังนั้นกำหนดการเดินทางของเขาจึงมีเส้นทางการเดินทางไปที่ต่างประเทศหลายต่อหลายครั้งประเท
더 보기

บทที่ 643

ถ้าอย่างนั้นแล้วใครกันที่ช่วยเติ้งเล่อเจียกับเติ้งเล่อถงเปลี่ยนชื่อแซ่ ใช้กลอุบายจักจั่นลอกคราบยื่นเรื่องเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศได้สำเร็จ แถมยังจ่ายค่าเล่าเรียนของทั้งสองคนให้นานหลายปีอีกด้วยนอกจากเว่ยอวิ่นลู่แล้ว เซิ่นหรูซวงนึกไม่ออกเลยว่าจะมีใครอื่นอีกไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขาจะหายตัวไปอย่างลึกลับจนน่าประหลาดทันทีหลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยได้ไม่นาน ไม่แปลกใจเลยที่เติ้งโหย่วกังหยุดตามหาหลังจากผ่านไปแค่หนึ่งเดือน ไม่แปลกใจเลยที่เติ้งโหย่วกังยอมทำเรื่องราวมากมายเพื่อเว่ยอวิ่นลู่และไม่แปลกใจเลยที่เติ้งโหย่วกังจะทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นได้ด้วยความสามารถของเติ้งโหย่วกังแล้ว เขาแทบไม่มีความสามารถมากพอที่จะส่งน้องชายน้องสาวไปเรียนต่อที่ต่างประเทศได้เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการแบกรับค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตของพวกเขาทั้งสองมีเพียงเว่ยอวิ่นลู่เท่านั้นที่ช่วยเขาได้เมื่อสืบมาถึงขั้นนี้ เซิ่นหรูซวงอดชื่นชมในความสามารถและความอดทนของเว่ยอวิ่นลู่ไม่ได้ เธอยอมอดทนวางแผนการอันซับซ้อนเช่นนี้เพื่อที่จะได้เพลงเปียโนของอวี๋จื่อฉีมาครอบครองเซิ่นหรูซวงอ่านข้อมูลทั้งหมดจบ
더 보기

บทที่ 644

ตำรวจสองนายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เติ้งโหย่วกังรีบก้าวเท้าเข้ามากดไหล่ของเขาไว้และดุว่าด้วยเสียงต่ำจนกระทั่งเห็นว่าเติ้งโหย่วกังค่อย ๆ หดตัวลงและสีหน้ากลับคืนสู่ปกติดังเดิม ตำรวจทั้งสองนายถึงปล่อยมือออกจากตัวเขาและถอยหลังกลับไปเซิ่นหรูซวงเดินเข้าไปช้า ๆ พร้อมนั่งลงตรงข้ามเติ้งโหย่วกังลำตัวส่วนบนของเติ้งโหย่วกังโน้มตัวมาข้างหน้า จ้องมองเธอเขม็ง ม่านตาสั่นไหวขณะที่เขาหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ข้างตัวขึ้นมาก่อนที่เซิ่นหรูซวงจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เธอเห็นเพียงเติ้งโหย่วกังขยับริมฝีปากเป็นเชิงบอกว่าให้เธอรับโทรศัพท์ ขณะที่พูดริมฝีปากของเขาสั่นเทาเธอยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างช้า ๆ ทันทีที่ส่วนของการรับเสียงแนบชิดกับใบหูก็พลันสะท้อนเสียงของเติ้งโหย่วกังดังเข้ามาน้ำเสียงของเติ้งโหย่วกังแหบพร่า แทบจะเป็นการคำรามเสียงต่ำ “เธอเป็นใคร?”“เซิ่นหรูซวง”น้ำเสียงและแววตาของเซิ่นหรูซวงสงบนิ่ง สังเกตเห็นความตื่นตระหนกในแววตาที่ชายหนุ่มพยายามระงับไว้แต่ก็ระงับไม่อยู่อย่างสงบเติ้งโหย่วกังรีบพูดอย่างรวดเร็วว่า “ฉันไม่รู้จักเธอ”เซิ่นหรูซวงพูด “ฉันเป็นเพื่อนของอวี๋จื่อฉี”เติ้งโหย่วกังกัดฟันแน่น กล้ามเนื้อบ
더 보기

บทที่ 645

ดวงตาของเติ้งโหย่วกังสั่นไหวอย่างรุนแรงเซิ่นหรูซวงพูด “ทางที่สองคือ คุณสารภาพความจริงกับตำรวจด้วยตัวเอง ให้ทางตำรวจรู้ว่าใครที่อยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้ ฉันรับประกันได้ว่าน้องชายน้องสาวของคุณจะเรียนจบได้อย่างปลอดภัย”ดวงตาของเติ้งโหย่วกังกระพริบด้วยความลังเลเซิ่นหรูซวงพูดต่อว่า “ทางเลือกทั้งสองทางนี้คุณสามารถเลือกได้ด้วยตัวเอง แต่ฉันก็ต้องพูดเตือนคุณเอาไว้ก่อน”“ถึงแม้ว่าคุณจะเลือกทางเลือกแรก ในอนาคตฉันก็จะไล่ตามเบาะแสจนหาตัวคนที่อยู่เบื้องหลังคุณจนเจอ ลากตัวเธอออกมาเปิดโปงความผิดให้ได้ ทางเลือกแรกแทบจะไม่มีประโยชน์อะไรกับคุณเลย ส่วนทางเลือกที่สองก็แค่ทำให้คดีคลี่คลายเร็วกว่าทางเลือกแรกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ผลลัพธ์จะเหมือนกันหมด แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่แตกต่างกัน นั่นก็คือสถานะทางการศึกษาของน้องชายน้องสาวของคุณ”“คุณคิดเองให้ดีว่าจะเลือกทางไหน ทางไหนที่จะเป็นประโยชน์ต่อตัวคุณและน้องชายน้องสาวของคุณมากกว่ากัน”เติ้งโหย่วกังกำลังรู้สึกวิตกกังวลมือของเขาข้างที่ว่างอยู่วางอยู่บนโต๊ะ งอนิ้วขึ้นและเคาะเบา ๆ บนพื้นผิวเรียบของพื้นหน้าโต๊ะโดยไม่หยุดหย่อน สีหน้าของเติ้งโหย่วกังซีดเผือด
더 보기

บทที่ 646

เซิ่นหรูซวงอธิบายเรื่องของเติ้งโหย่วกังให้อวี๋จื่อฉีฟังคร่าว ๆ และกำชับให้อวี๋จื่อฉีจับตาดูความเคลื่อนไหวทางด้านสถานีตำรวจไว้ ในช่วงที่เธอเดินทางไปทำงานที่ประเทศเอลมีเสียงของบางอย่างร่วงกระแทกพื้นดังเคร้งจากทางฝั่งของอวี๋จื่อฉี พร้อมกับเสียงหอบหายใจเล็กน้อย “เติ้งโหย่วกังยอมชี้ตัวแล้วหรือ?”เซิ่นหรูซวงพูด “ท่าทีของเขายังไม่ค่อยแน่วแน่นัก เพราะฉะนั้นฉันถึงต้องให้คุณคอยจับตาดูเอาไว้ แล้วรายงานฉันแบบทันท่วงที ฉันจะได้จัดการได้ถูก”อวี๋จื่อฉีตอบอย่างรวดเร็ว “ได้ค่ะ”หลังจากวางสาย เซิ่นหรูซวงก็กลับไปที่เย่ว์ถิงเพื่อเก็บกระเป๋าเดินทาง เธอจองตั๋วเครื่องบินรอบคืนนี้ไว้ หลังจากเก็บของเสร็จ เธอยังต้องไปเข้าร่วมงานสัมมนาประชุมแลกเปลี่ยนอีก ซึ่งกว่างานจะจบก็คงดึกมากแล้ว กำหนดการครั้งนี้จึงถือว่าค่อนข้างเร่งรีบสือเหยายืนอยู่ข้าง ๆ มองเธอด้วยสีหน้าบึ้งตึง คนตัวโตขนาดนนั้นมายืนจ้องเธออยู่ในห้อง ขัดขวางความรวดเร็วในการจัดกระเป๋าเซิ่นหรูซวงจริง ๆเซิ่นหรูซวงหยิบไม้แขวนเสื้อขึ้นมา แล้วฟาดเข้าที่หน้าแข้งของสือเหยาเบา ๆ ทีหนึ่ง “อยู่ห่าง ๆ หน่อย”สือเหยาหน้าบูดบึ้งกว่าเดิม เขาปักหลักยืนอยู่ตรงนั้
더 보기

บทที่ 647

เธอหรี่ตาลงเล็กน้อย พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ออกไปเลย”สือเหยาหัวเราะในลำคอเบา ๆ พยักหน้า “ก็ได้”เซิ่นหรูซวงรอจนกระทั่งสือเหยาเดินออกไปแล้ว เธอถึงได้เปิดลิ้นชักชั้นล่างสุดของตู้เสื้อผ้าออกอีกครั้ง หยิบพวกชุดชั้นในออกมา แล้วจัดการยัดพวกมันเข้าไปในชั้นในสุดของกระเป๋าเดินทางอย่างระมัดระวังเมื่อถึงช่วงค่ำ เซิ่นหรูซวงทานอาหารเสร็จอย่างลวก ๆ แล้วก็ลากกระเป๋าเดินทางมุ่งหน้าไปยังงานสัมมนาแลกเปลี่ยนทันทีดูท่าทางสือเหยาหน้ามุ่ยไม่เลิก แต่ก็ยังตามไปงานสัมมนาแลกเปลี่ยนนั้นอยู่ดีเซิ่นหรูซวงฝากกระเป๋าเดินทางไว้บนรถ แล้วไปที่จุดนัดหมายกับเจียงเสี่ยวชุนพร้อมกับสือเหยาหลังจากที่เจียงเสี่ยวชุนกลับมาจากไปทำงานต่างเมือง เซิ่นหรูซวงก็ยังไม่มีโอกาสได้พบกับเธอเลยเช่นกันช่วงก่อนหน้านี้เจียงเสี่ยวชุนยุ่งมาก ต้องเดินทางไปทำงานต่างเมืองเพื่อจัดการธุระของบริษัทอยู่ตลอด แม้แต่ตอนที่คุณยายป่วยก็ยังกลับมาไม่ทัน เซิ่นหรูซวงจึงตั้งใจอนุมัติวันหยุดเพื่อให้เธอได้ไปดูแลคุณยายที่โรงพยาบาล ส่วนตัวเซิ่นหรูซวงเองก็ยุ่งกับงานในบริษัทจนหัวหมุน แถมยังมีเรื่องของเติ้งโหย่วกังที่ต้องจัดการอีก จึงยิ่งไม่มีเวลาที่จะไปพบก
더 보기

บทที่ 648

การประชุมแลกเปลี่ยนครั้งนี้ใช้เวลานานไปหน่อย กว่าจะเลิกงานเวลาก็ดึกมากแล้ว เซิ่นหรูซวงต้องลากกระเป๋าเดินทางวิ่งสู้ตายในสนามบิน ถึงจะไปทันเวลาขึ้นเครื่องบินอย่างหวุดหวิดเพียงชั่วข้ามคืน เซิ่นหรูซวงก็เดินทางถึงประเทศเอลเป็นที่เรียบร้อยแล้วทันทีที่ลงจากเครื่องบิน เธอก็เปิดกระเป๋าเดินทางออก แล้วหยิบเสื้อขนเป็ดที่เตรียมไว้มาสวมใส่ทันทีในตอนนี้ที่ประเทศเอลหิมะยังคงตกหนัก สองข้างทางของถนนเต็มไปด้วยกองหิมะที่ทับถมกันหนาแน่น เหล่าพนักงานทำความสะอาดต่างพากันถือพลั่วคอยกวาดหิมะออกไปกองไว้ด้านข้างอย่างไม่หยุดหย่อนหลิวเหยียนเหยียนที่อยู่ข้างกายถามเธอว่า “ประธานเซิ่น เราจะไปที่โรงแรมเลยไหมคะ?”เซิ่นหรูซวงส่งกระเป๋าเดินทางให้คนขับรถ “ไม่ต้องค่ะ ตรงไปที่จัดงานเลยค่ะ”“รับทราบค่ะ”หลิวเหยียนเหยียนก้มหน้าเปิดประตูรถให้เซิ่นหรูซวงการมาประเทศเอลในครั้งนี้ ก็เพื่อเข้าร่วมงานประชุมแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตระดับนานาชาติโดยเฉพาะ เซิ่นหรูซวงได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมงาน และการเดินทางมาก็เพื่อมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับหัวข้อและเนื้อหาของการประชุมในครั้งนี้เท่านั้นแต่ที่สำคัญกว่านั้นคือเรื่องน้องช
더 보기

บทที่ 649

การทำงานของทางโรงเรียนค่อนข้างล่าช้า ปล่อยเวลาผ่านไปหลายวัน กว่าจะมีคนมารับเรื่องร้องเรียนของเซิ่นหรูซวงตอนที่เธอได้พบกับเติ้งเล่อเจียและเติ้งเล่อถง เป็นจังหวะที่ทางโรงเรียนเรียกตัวพวกเขาทั้งสองคนมา เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในเอกสารร้องเรียนที่ได้รับมานั่นเองตอนที่เดินเข้ามา ผู้ใหญ่ทั้งสองคนที่อยู่ในวัยราวยี่สิบเจ็ดหรือยี่สิบแปดปี ต่างก็มีสีหน้าที่ย่ำแย่ ดวงตาแดงก่ำ เดินเข้ามาในห้องทำงาน ด้วยท่าทางที่ดูประหม่าและทำตัวไม่ถูกทันทีที่ก้าวเข้ามา พวกเขาก็สังเกตเห็นเซิ่นหรูซวงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ได้อย่างชัดเจนตั้งแต่แวบแรกเมื่อเห็นเซิ่นหรูซวง สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปจนซีดเผือดและย่ำแย่ ถึงขั้นที่ฝ่ายชายทำท่าจะพุ่งเข้าไปทำอะไรบางอย่าง แต่ยังดีที่ฝ่ายหญิงที่อยู่ข้าง ๆ รั้งตัวเขาเอาไว้ได้ทันถึงจะเป็นเช่นนั้น แววตาของฝ่ายหญิงที่จ้องมองเซิ่นหรูซวงนั้นก็ไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ มีแต่ความเกลียดชัง แอบถลึงตาใส่เซิ่นหรูซวงอยู่หลายครั้งเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนพูดดุเสียงต่ำหลายคำ ทำให้ทั้งสองขอบตาแดงก่ำกว่าเดิม พวกเขาได้แต่ประคองกันไปนั่งลงบนเก้าอี้ข้าง ๆ เซิ่นหรูซวงเจ้าหน้าที่ของโร
더 보기

บทที่ 650

ปลายทางเดินภายนอกห้องทำงาน กระแสลมหนาวพัดโหมเข้าใส่ใบหน้าของคนทั้งสาม พร้อมกับหอบเอาเกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาด้วยถึงแม้ว่าเซิ่นหรูซวงจะไม่ใช่คนขี้หนาว แต่ลมที่พัดกระโชกมาเมื่อครู่ก็รุนแรง จนทำให้เธอรู้สึกสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ เธอจึงขยับหลบไปอยู่ที่มุมตรงหัวโค้งบันไดของอาคารเรียนเติ้งเล่อเจียและเติ้งเล่อถงดูเหมือนจะขวัญหนีดีฝ่อไปหมดแล้ว ทั้งคู่ยืนนิ่งท้าลมหนาวอยู่ตรงนั้นโดยไม่ขยับเขยื้อน จนกระทั่งเซิ่นหรูซวงกวักมือเรียก พวกเขาถึงค่อย ๆ เดินเข้ามาหา สายตาเต็มไปด้วยความลังเลและหวาดระแวงเมื่อเดินเข้ามาใกล้ เติ้งเล่อเจียสบตากับเติ้งเล่อถงแวบหนึ่ง จากนั้นเติ้งเล่อเจียหันขวับมาถามเซิ่นหรูซวงด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำข่มขวัญคล้ายการขู่เข็ญว่า “คุณเป็นใครกันแน่? แล้วต้องการจะทำอะไร?”เซิ่นหรูซวงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย กอดอกพิงผนังด้วยท่าทางสบาย ๆ “บางทีพวกคุณอาจจะรู้จักเว่ยอวิ่นลู่?”ในขณะที่พูด เซิ่นหรูซวงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของทั้งคู่อย่างไม่วางตา เธอจึงไม่พลาดอ่านท่าทางที่แสร้งทำเป็นสงบนิ่งของพวกเขาได้ในทันที โดยเฉพาะแววตาที่สั่นไหวด้วยความตื่นตระหนกและประหลาดใจเพียงชั่วครู่ที่ฉายชัดออกมาทั้
더 보기
이전
1
...
6364656667
...
72
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status