อนุตัวร้ายขอทำสวน의 모든 챕터: 챕터 181 - 챕터 190

202 챕터

กตัญญู 2

กตัญญู 2เผยซ่งหยางยิ้มสุภาพทว่าความเป็นกันเองในแววตากลับลดลงโดยไม่รู้ตัว “ที่แท้คือท่านหมอหลิว บิดาของท่านหมอหลิวซูซวง เดินทางมาไกล ลำบากแล้ว”คำเรียก “ท่านหมอหลิวซูซวง” ทำให้หลิวเซิ่งชะงักไปเล็กน้อยเพราะน้ำเสียงนั้นดูกันเองอย่างมากเขารีบก้มศีรษะต่ำลงอีกเล็กน้อย เอ่ยด้วยน้ำเสียงถ่อมตน “ซูซวงยังเยาว์นัก หากนางทำสิ่งใดไม่รอบคอบ ขอคุณชายรองได้โปรดเมตตาชี้แนะ อย่าได้ถือสานางเลยขอรับ”เผยซ่งหยางยิ้มบาง“ท่านหมอหลิวกล่าวหนักไปแล้ว หลายวันมานี้ท่านหมอหลิวซูซวงดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มกำลัง ทั้งยังวางระเบียบในสถานกักกันได้รอบคอบ บิดากับมารดาข้าต่างชื่นชมนางไม่น้อย”คำว่า “บิดากับมารดาข้า” ทำให้ดวงตาของหลิวเซิ่งวูบไหวทันทีชินอ๋องกับพระชายาชื่นชมนาง?เด็กคนนั้น...ถึงขั้นได้รับคำชื่นชมจากจวนอ๋องแล้วหรือหัวใจของหลิวเซิ่งพลันเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้เดิมทีเขาคิดว่าซูซวงเพียงอาศัยความกล้าบ้าบิ่นเอาตัวรอดในวิกฤต หวังใช้โรคระบาดหลบหนีการแต่งงานที่ตระกูลจัดไว้ให้ ทว่าเมื่อได้ยินเช่นนี้ เขาจึงเริ่มตระหนักว่า เรื่องราวอาจมิได้ง่ายดายอย่างที่คิดหากจวนอ๋องเห็นค่านางจริง...เช่นนั้นบุตรีอนุที่เคยไร้
더 보기

กตัญญู 3

กตัญญู 3 หลิวเซิ่งกำลังจะก้าวตามเผยซ่งหยางไป ทว่าด้านหลังกลับมีเสียงฝีเท้าชะงักลงอย่างพร้อมเพรียงหมอหลวง ต่างลอบมองหน้ากันด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนพวกเขาเดินทางรอนแรมมาหลายวัน ร่างกายเหน็ดเหนื่อย เสื้อผ้าเปื้อนฝุ่น ลมหายใจยังไม่ทันปรับให้เข้ากับอากาศเย็นชื้นของอี้โจว แต่เบื้องหน้ากลับเป็นสถานกักกันโรคระบาดที่มีข่าวลือว่าน่าหวาดกลัวยิ่งนักต่อให้ปากกล่าวว่ามาเพื่อรักษาผู้ป่วย ทว่าเมื่อคิดว่าต้องเดินเข้าไปในกระโจมที่มีผู้ป่วยโรคร้ายอยู่จริง ๆ สีหน้าของหลายคนก็อดซีดลงมิได้หมอหลวงผู้หนึ่งกระแอมเบา ๆ อีกคนก้มหน้าจัดหีบยาอย่างเชื่องช้า ราวกับหวังถ่วงเวลาโดยไม่ให้ดูเสียกิริยาเผยซ่งหยางเห็นทุกอย่าง แต่ไม่ได้เอ่ยเร่งเร้า เพียงยืนรอด้วยสีหน้าสุภาพ ท่าทีสงบของเขากลับยิ่งทำให้ความลังเลของหมอหลวงเหล่านั้นดูชัดเจนขึ้นหมอหลวงจางกวาดตามองคนในขบวนเพียงแวบเดียวก็เข้าใจทันทีเขาเองก็เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง และยังไม่อยากเข้าไปในสถานกักกันโดยไม่มีการเตรียมตัวเช่นกัน ทว่าในฐานะผู้นำขบวน หากแสดงความหวาดหวั่นออกมา ย่อมเสียหน้าเกินไปเขาจึงก้าวขึ้นมาครึ่งก้าว ประสานมือให้เผยซ่งหยาง แล้วกล่าวด้
더 보기

กตัญญู 4

กตัญญู 4 ภายในสถานกักกัน กลิ่นสมุนไพรขมฝาดลอยปะปนกับไอน้ำร้อนจากหม้อต้มยา เสียงไอแห้ง ๆ ของผู้ป่วยดังแว่วมาจากกระโจมด้านข้างเป็นระยะ ทว่าบรรยากาศโดยรอบมิได้โกลาหลดังช่วงแรกอีกต่อไปทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบผู้ช่วยหมอเดินเข้าออกตามหน้าที่ บางคนยกน้ำต้มสุก บางคนเปลี่ยนผ้าสะอาด บางคนจดบันทึกเวลาให้ยาอย่างตั้งใจ แม้ใบหน้าของพวกเขายังมีร่องรอยเหน็ดเหนื่อย แต่แววตากลับไม่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวเหมือนก่อนหน้ากลางกระโจมรักษา หลิวซูซวงกำลังนั่งอยู่ข้างเตียงไม้เตี้ยเบื้องหน้าเป็นเด็กชายวัยเจ็ดแปดขวบผู้หนึ่ง ใบหน้าแดงจัดเพราะพิษไข้ แขนเล็กผอมบางถูกประคองไว้อย่างระมัดระวัง มารดาของเด็กคุกเข่าอยู่ข้าง ๆ น้ำตาคลอเต็มสองตา ก้มหน้าไม่กล้าส่งเสียงรบกวนซูซวงใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดแขนเด็กเบา ๆ ก่อนหยิบเข็มเงินเล่มเล็กขึ้นมา ก่อนจะเอ่ย“หลับตา ไม่ต้องกลัว” นางเอ่ยเสียงนุ่ม “เจ็บเพียงนิดเดียวเท่านั้น หลังจากนี้เจ้าจะมีทหารตัวเล็ก ๆ อยู่ในร่างกาย คอยช่วยต่อสู้กับปีศาจโรคร้าย”เด็กชายริมฝีปากสั่น น้ำตาคลอ “จริงหรือขอรับ”“จริงสิ” ซูซวงยิ้มบาง “ข้าไม่หลอกเด็กเก่งหรอก”เสียงของนางอ่อนโยนจนมา
더 보기

เบื้องหลัง 1

บิดา...คำคำนี้สำหรับนางแล้วช่างห่างไกลนักนางไม่ใช่หลิวซูซวงตัวจริง แต่รับรู้ว่าซูซวงเติบโตภายใต้สายตาเย็นชาของหลิวเซิ่ง ถูกเขามองข้าม ก้มหน้ารับคำสั่งในเรือนหลังเล็กของตระกูลหลิว และไม่นานก็พึ่งจะจัดงานแต่งให้นางอย่างไม่เต็มธรรมกล่าวตามตรง นางไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวนั้นเลยแม้แต่น้อยทว่า...หากวันหนึ่งนางต้องจากร่างนี้ไปเล่า?หากหลิวซูซวงตัวจริงกลับมา นางจะต้องเผชิญหน้ากับตระกูลหลิวอย่างไรนางยืมชีวิตของผู้อื่นมาใช้ จะตัดสินใจแบบมักง่ายไม่ได้ซูซวงค่อย ๆ คลายมือออกจากผ้าขาวสะอาด ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาเผยอี้หลาง “บิดาข้า...ต้องการพบข้าหรือเจ้าคะ”“อืม” เผยอี้หลางตอบสั้น ๆ “เดิมทีเขาอยากมาพบเจ้าทันที แต่หมอหลวงจางเห็นว่าควรให้ทุกคนเตรียมตัวก่อน ยามนี้พวกเขาถูกพาไปที่พักแล้ว”ซูซวงหลุบตาลงเล็กน้อยนางไม่แปลกใจเลยหลิวเซิ่งมาถึงแล้วรีบร้อนอยากพบนาง มิใช่เพราะความคิดถึงหรือห่วงใย แต่เพราะเขาต้องการเห็นกับตาว่านางอยู่ในสถานะใด ได้รับความสำคัญเพียงใด และยังควบคุมได้เหมือนเดิมหรือไม่ความเงียบทอดตัวอยู่ชั่วครู่เผยอี้หลางมองหญิงสาวตรงหน้านางยังคงยืนนิ่งอย่างสงบ ทว่าความนิ่ง
더 보기

เบื้องหลัง 2

“เจ้าไม่ต้องกังวล” เขากล่าว “เรื่องบิดาของเจ้า ข้าจะจัดการเอง”ซูซวงสบตาเขา คำพูดของชายหนุ่มไม่ได้อ่อนโยนนัก น้ำเสียงยังคงเรียบเฉยดังเดิม แต่กลับหนักแน่นพอจะทำให้ความรู้สึกที่กดทับอยู่ในอกนางเบาบางลงหลายส่วน“ขอบคุณท่านเจ้าค่ะ”เผยอี้หลางพยักหน้า “ไปเถอะ... ท่านแม่คงรอเจ้าอยู่...ที่นี่สักพักก็จะมีคนมาดูแล้ว”ซูซวงเก็บเครื่องมือเสร็จเรียบร้อย ก่อนหันไปกำชับผู้ช่วยหมอด้านข้างอีกหลายประโยค“เด็กคนเมื่อครู่ต้องตรวจไข้ทุกครึ่งชั่วยาม หากมีอาการหนาวสั่น หายใจเร็ว หรือแผลบวมแดงมากขึ้น ให้ไปตามข้าทันที”“เจ้าค่ะ ท่านหมอหลิว”นางพยักหน้า ก่อนหยิบเสื้อคลุมขึ้นมาสวมแล้วเดินออกจากกระโจมพร้อมเผยอี้หลาง ทว่าเพิ่งก้าวออกมาได้ไม่ไกล เสียงฝีเท้าหลายคู่ก็ดังขึ้นจากอีกด้านหนึ่งของสถานกักกันหมอหลวงจากเมืองหลวงกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาตามทางเดิน ทุกคนเปลี่ยนอาภรณ์เป็นชุดสะอาดเรียบร้อยแล้ว บนใบหน้ามีผ้าปิดปากจมูกตามระเบียบที่ได้รับแจ้ง หีบยาและเครื่องมือต่าง ๆ ถูกผู้ช่วยยกตามมาด้านหลังผู้ที่เดินนำหน้าคือหมอหลวงจางเขากวาดตามองไปรอบสถานกักกันอย่างพิจารณา กระโจมแต่ละหลังถูกแบ่งตามอาการอย่างชัดเจน ผู้ป่วยหนัก
더 보기

เบื้องหลัง 3

เบื้องหลัง 3หรือว่า...เบื้องหลังนางมีผู้ใดคอยชี้แนะอยู่หมอหลวงจางหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนปรายตามองบุรุษหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกายนางเผยอี้หลางยืนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย มิได้กล่าวสิ่งใด ทว่าท่าทีสงบนิ่งของเขากลับแสดงชัดว่า การที่เขาปรากฏตัวอยู่ข้างหลิวซูซวงมิใช่เรื่องบังเอิญหมอหลวงจางพลันนึกถึงคำพูดของคุณชายรองก่อนหน้านี้ชินอ๋องและพระชายาต่างชื่นชมนางยามนี้แม้แต่คุณชายใหญ่ก็ยังยืนอยู่ข้างกายนางด้วยตนเองไม่ว่าความสามารถของเด็กสาวผู้นี้จะมาจากตนเองทั้งหมด หรือมีผู้ใดอยู่เบื้องหลัง นางก็ไม่ใช่คนที่เขาควรดูแคลนหรือซักถามอย่างบุ่มบ่ามความกังขาในดวงตาของหมอหลวงจางจึงถูกเก็บซ่อนไว้อย่างรวดเร็ว น้ำเสียงที่เดิมทีแฝงความถือตัวอยู่หลายส่วนพลันอ่อนลง“ข้าได้อ่านระเบียบที่เจ้าจัดทำไว้แล้ว” เขากล่าวอย่างสุขุม“แม้มีหลายสิ่งแตกต่างจากวิธีที่สำนักหมอหลวงเคยใช้ แต่เมื่อดูจากสถานการณ์ในค่ายแล้ว ย่อมเห็นได้ว่ามีประโยชน์ไม่น้อย”ซูซวงค้อมศีรษะลงเล็กน้อย น้ำเสียงอ่อนน้อมอย่างจริงใจ“ข้ายังอ่อนด้อยทั้งความรู้และประสบการณ์เจ้าค่ะ หลายวันที่ผ่านมาทำได้เพียงอาศัยสิ่งที่เคยศึกษา โชคดีที่สวรรค์เมตตา วิธ
더 보기

เบื้องหลัง 4

เบื้องหลัง 4หมอหลวงจางมองตามแผ่นหลังของคนทั้งสองไปครู่หนึ่ง ก่อนจะดึงสายตากลับมายังบันทึกอาการผู้ป่วยตรงหน้าระหว่างทางไปยังโรงงานด้านตะวันตก เผยอี้หลางและซูซวงไม่ได้พูดคุยกันมากนัก มีเพียงเสียงลมพัดผ่านแนวไม้ กับเสียงฝีเท้าที่ดังสม่ำเสมอบนทางดินเมื่อมาถึงทางแยก เผยอี้หลางจึงหยุดฝีเท้า“ท่านแม่อยู่ที่โรงงานด้านตะวันตก ข้าจะพาเจ้าไป”ซูซวงชะงักเล็กน้อย“คุณชายใหญ่ไม่จำเป็นต้องไปส่งข้าก็ได้เจ้าค่ะ”นางเว้นจังหวะ ก่อนรีบกล่าวเสริมราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจผิด“ข้าหมายถึง...ทางสถานกักกันยังมีหมอหลวงเพิ่งมาถึง ท่านไม่ต้องกลับไปดูแลหรือเจ้าคะ”เผยอี้หลางมองนางนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง“ซ่งหยางอยู่ทางนั้นแล้ว”“อ้อ...”ซูซวงพยักหน้า ก่อนหลบสายตาไปอีกทางอย่างไม่รู้ตัวเผยอี้หลางมิได้กล่าวสิ่งใดต่อ เพียงเอ่ยสั้น ๆ“ไปเถิด”“เจ้าค่ะ”ทั้งสองจึงเดินต่อไปเคียงกัน ซูซวงลอบถอนหายใจเบา ๆนางรู้ดีว่าเขาคงมองออกว่าตนเองยังไม่อยากพบบิดา และการพานางออกจากสถานกักกันในยามนี้ ก็เท่ากับช่วยให้นางมีเวลาตั้งหลักโดยไม่ต้องเอ่ยคำปลอบโยนใดออกมาบุรุษผู้นี้ไม่พูดมากแต่พอมีเขา กลับทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดไ
더 보기

เบื้องหลัง 5

เบื้องหลัง 5ไป๋เล่อเรียกช่างควบคุมเตาเข้ามา“เล่าให้นางฟังอีกครั้งว่าเมื่อคืนพวกเจ้าทำอย่างไร”ช่างผู้นั้นรีบอธิบายตั้งแต่การบดทราย การผสมเถ้าพืชและหินปูน ไปจนถึงช่วงเวลาที่เพิ่มไฟและนำของเหลวออกจากเตาซูซวงฟังอย่างตั้งใจ ก่อนหยิบถ่านขึ้นมาวาดแผนผังลงบนแผ่นไม้“ปัญหาหนึ่งน่าจะอยู่ที่ความร้อนไม่สม่ำเสมอเจ้าค่ะ อีกประการคือพอนำออกจากเตาแล้ว แก้วเย็นตัวเร็วเกินไป จึงแตกร้าว”ไป๋เล่อมองแผนผังแล้วพยักหน้าช้า ๆ“เช่นนั้นต้องมีเตาอีกเตาหนึ่งสำหรับลดความร้อนทีละน้อย”“ใช่เจ้าค่ะ”ทั้งสองสบตากัน ก่อนเอ่ยขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย“เตาอบคลายความเครียด”เผยอี้หลางขมวดคิ้วเล็กน้อย“ความเครียดคือสิ่งใดหรือขอรับ”ซูซวงเงยหน้าขึ้น ก่อนหลุดหัวเราะเบา ๆ “หมายถึงแรงที่ค้างอยู่ภายในเนื้อแก้ว หากเย็นเร็วเกินไป ด้านนอกกับด้านในจะหดตัวไม่พร้อมกัน จึงแตกได้ง่าย”เผยอี้หลางพยักหน้า ราวกับจดจำคำอธิบายนั้นไว้ไป๋เล่อมองบุตรชายสลับกับซูซวง นัย บุตรชายของนางว่างงานเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไรมุมปากค่อย ๆ ยกขึ้นอย่างมีเลศ แต่ยังมิได้เอ่ยสิ่งใดนางเพียงหันไปสั่งช่าง “สร้างเตาเล็กต่อจากเตาหลัก ให้ของที่ออกจากเตาใหญ่
더 보기

เบื้องหลัง 6

เบื้องหลัง 6ไป๋เล่อกล่าวต่อ น้ำเสียงยังคงอ่อนโยน “เมื่อธุระทางนี้เสร็จสิ้น ข้าจะให้นางไปพบท่านหมอหลิวทันที ขอให้เขารออีกสักครู่เถิด”“ขอรับพระชายา”องครักษ์ประสานมือรับคำ ก่อนหมุนกายเตรียมจากไป“ช้าก่อน”ไป๋เล่อเรียกไว้ แล้วกล่าวเสริมราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้“อย่าลืมเรียนเขาให้ชัดเจนด้วยว่า ข้าเป็นผู้รั้งตัวซูซวงไว้เอง มิใช่นางจงใจละเลยบิดา”ซูซวงเงยหน้าขึ้นมองไป๋เล่อพร้อมรอยยิ้มขอบคุณไป๋เล่อกลับเพียงยิ้มบาง ราวกับสิ่งที่ตนทำเป็นเรื่องธรรมดาอย่างยิ่งองครักษ์ก้มศีรษะต่ำลงอีกครั้ง “ข้าน้อยจะเรียนท่านหมอหลิวตามคำสั่งของพระชายาทุกถ้อยคำขอรับ”ซูซวงเม้มริมฝีปาก ก่อนเอ่ยเสียงเบา “พระชายา... ที่จริงท่านไม่จำเป็นต้องออกรับแทนข้าถึงเพียงนี้ก็ได้เจ้าค่ะ”ไป๋เล่อเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย“ผู้ใดบอกว่าข้าออกรับแทนเจ้า”นางหยิบก้อนแก้วขุ่นขึ้นมา พลิกดูรอยแตกร้าวใต้แสงแดดอย่างจริงจัง “เจ้ามีธุระกับข้าจริง ๆ และของพวกนี้ก็ยังมีปัญหาอีกมาก หากเจ้าจากไปตอนนี้ ข้าจะไปถามผู้ใดเรื่องสัดส่วนกับการลดความร้อนเล่า”ซูซวงรู้ดีว่าอีกฝ่ายเพียงหาข้ออ้างให้นางสบายใจ จึงอดยิ้มออกมาจาง ๆ ไม่ได้ “เช่นนั้นข้าคงต้องตั้
더 보기

เบื้องหลัง 7

เบื้องหลัง 7 ความกตัญญูต้องมาก่อนสิ่งอื่นใดนี่คือหลักคุณธรรมที่ไม่มีผู้ใดในแผ่นดินกล้าโต้แย้งหลิวเซิ่งจึงมิได้ร้อนใจนักถึงแม้ซูซวงจะได้รับความโปรดปรานจากจวนอ๋อง ผู้คนในอี้โจวจะพากันเรียกนางว่าท่านหมอ แต่สุดท้ายนางก็ยังเป็นบุตรสาวของเขาเมื่อบิดาเรียกหา นางย่อมต้องมาบางทีเด็กโง่เขลาผู้นั้นอาจกำลังหลงระเริงกับคำชื่นชมจนลืมไปชั่วขณะว่าตนเองควรวางตัวอย่างไรแต่ไม่เป็นไร เมื่อมาถึงต่อหน้าเขาแล้วเขาย่อมมีวิธีเตือนให้นางระลึกถึงฐานะของตนเองได้หลิวเซิ่งจึงนั่งรอต่อไปด้วยสีหน้าเคร่งขรึมแม้ความไม่พอใจภายในใจจะเพิ่มขึ้นทีละน้อยก็ตามอีกด้านหนึ่ง ซูซวงกลับมิได้รีบร้อนหลังจากช่วยไป๋เล่อวิเคราะห์สาเหตุที่แก้วแตกร้าวแล้วนางยังช่วยแก้แบบร่างเตาเพิ่มเติมอีกหลายจุด ทั้งตำแหน่งช่องเติมฟืน ช่องระบายควัน และห้องพักแก้วสำหรับค่อย ๆ ลดความร้อนกว่าทั้งสองจะเงยหน้าขึ้นอีกครั้งแสงแดดด้านนอกก็ใกล้ลับขอบฟ้าแล้วไป๋เล่อจึงให้คนยกมื้อเย็นเข้ามาตั้งที่เรือนรับรองข้างโรงงานอาหารบนโต๊ะมิได้หรูหรามากนัก มีเพียงปลานึ่ง ผัดผัก เนื้อตุ๋นและน้ำแกงร้อน ๆ ทว่าเพียงเท่านี้ก็ทำให้ซูซวงที่ใช้สมองมาตลอดบ่ายรู้สึก
더 보기
이전
1
...
161718192021
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status