สายตาของซูย่างกวาดมองฝู่หยาฮุ่ยอย่างไม่รีบร้อน ก่อนพูดอย่างเชื่องช้าชัดถ้อยชัดคำ "ฝู่หยาฮุ่ย สถานการณ์ของเธอตอนนี้ ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าตัวเธอเองหรอกนะ เธอเต็มใจจะเป็นแพะรับบาปจริง ๆ เหรอ?"ฝู่หยาฮุ่ยจ้องมองคนถามด้วยความไม่อยากเชื่อ "คนอย่างเธอจะหวังดีขนาดนั้นได้ยังไง?""ความจริง เบื้องหลังเธอกับกู้อวี่หนิงน่าจะมีใครสักคนคอยบงการอยู่ เป็นเวินจ่านใช่ไหมล่ะ? เธอปกป้องพวกหล่อนขนาดนี้ แล้วดูซิว่าตัวเองต้องมาลงเอยยังไง?" ซูย่างยิ้มบางเบาใบหน้าของฝู่หยาฮุ่ยซีดขาว แต่ก็ยังปากแข็งโต้กลับว่า "แล้วมันดีกว่าให้เธอช่วยตรงไหน? ก็แค่หนีเสือปะจระเข้เท่านั้นเอง""ฉันไม่มีเวลามาพูดไร้สาระกับเธอหรอกนะ ฉันรู้ว่าคนที่อยู่หมู่บ้านลู่หลิงตอนนั้นคือกู้อวี่หนิง แต่ตอนนี้ฉันอยากได้รายละเอียดเพิ่ม บอกมาซะ" แววตาของซูย่างแผ่รัศมีความเยือกเย็นอันไร้ที่สิ้นสุดออกมา ทำให้คนมองอดรู้สึกเสียวสันหลังวาบไม่ได้ฝู่หยาฮุ่ยเองก็ตัวสั่นเทาด้วยสายตาเย็นชาคู่นั้น หลังชั่งใจอยู่นาน สุดท้ายก็ยอมเปิดปากบางทีสิ่งที่ซูย่างพูดอาจถูกต้องก็ได้ ต่อให้เธอเหมือนหนีเสือปะจระเข้ แต่เธอก็ไม่อยากกลายเป็นแพะรับบาปแทนคนอื่นหลังเล่าเรื
Baca selengkapnya