All Chapters of ลัทธินิยมสาวอ้วน (ไอดอลหนุ่มย้อนเวลาไปคลั่งรักสาวอ้วน): Chapter 11 - Chapter 20

43 Chapters

บทที่ 11 คำท้าประลอง

ฟางหลินเฉินหันไปมอง อีกฝ่ายเป็นชายหนุ่มอายุน้อย น่าจะไม่เกินสิบเจ็ดสิบแปดปี แต่วางท่าทางใหญ่โต ตลอดทางที่เขาเดินเข้ามา ทุกโต๊ะที่อยู่ใกล้ต่างลุกขึ้นคำนับเขา เสื้อผ้าของเขาก็เป็นผ้าไหมชั้นดี ดูราคาแพงกว่าคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังมีคนรับใช้เดินตามเป็นขบวนอีก“ซู่จื่อ[1]หยาง..” ลู่เหลียนรีบลุกขึ้นประสานมือโน้มตัวจนหัวแทบจะถึงเข่า แสดงทั้งความเคารพและความหวาดกลัว“...” ฟางหลินเฉินเห็นท่าทางของสหาย และคำเรียกขานที่มีต่อบุรุษตรงหน้า เขาก็พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายคงเป็นลูกชายสักคนของจวนอ๋อง แต่เขายังคงไม่ชอบขี้หน้าเจ้าเด็กจอมวางมาดนี่ จึงไม่คิดจะลุกขึ้นทำความเคารพ “คุณชายฟาง ข้าได้ยินว่าเจ้าสอบไม่ติดซิ่วไฉ[2] แม้จะจ่ายเงินให้ผู้คุมสอบไปมากมาย ท่านพ่อของเจ้าจึงบังคับให้เจ้าแต่งกับยายหมูตอนนั่นหรือ ฮ่า ๆ ๆ ๆ เป็นอย่างไรบ้าง คืนเข้าหอคงหอมหวานมาก เจ้าถึงได้รีบวิ่งมาที่นี่เร็วเช่นนี้ ฮ่า ๆ ๆ ๆ” ซู่จื่อหยางยังคงเยาะเย้ยต่อไป คล้ายมีความสุขที่ได้พูดถากถาง
Read more

บทที่ 12 ออดอ้อนนางฟ้า

ยามนี้หญิงสาวร่างอวบแม้จะสับสน แต่นางถูกสั่งสอนให้รู้คุณคน นางยากจนมาก สินเดิมของนางมีเพียงเครื่องประดับไม่กี่ชิ้น นางจึงเอาปิ่นเงินชิ้นหนึ่ง ให้สาวใช้นำไปแลกกับเศษผ้าชั้นดีมาเย็บเป็นถุงหอม เพื่อมอบให้แก่ผู้ใหญ่ในจวนหลิวลี่อินกำลังเย็บถุงหอมและร้องเพลงแผ่วเบา นางเอื้อนเอ่ยเสียงหวานอย่างลืมตัว บิดาของนางเป็นเจ้ากรมสังคีต จะยากลำบากอย่างไรนางก็พอได้เรียนรู้อยู่บ้าง  ฟางหลินเฉินกลับมาถึงจวน คนรับใช้ก็บอกว่าฮูหยินน้อยยังอยู่ในห้องโถง นั่งเย็บถุงหอม เขารีบร้อนเดินไปหา แต่ก็ต้องตกตะลึงกับภาพงดงามตรงหน้า นางกำลังปักผ้า มือหนึ่งถือเข็ม ปักขึ้นลงในจังหวะไม่เร็วไม่ช้า ใบหน้ากลมก้มลงเล็กน้อย แสงสว่างจากโคมไฟใกล้ๆ สั่นไหวไปมาบนใบหน้าน่ารัก ร่างอวบอ้วนในชุดสีอ่อน กระโปรงพลิ้วบางเบาตามแรงขยับเท้าในบางครั้ง และเสียงไพเราะที่กำลังร้องเพลงแผ่วเบาแทบจับใจความไม่ได้ ทุกสิ่งอย่างต่างส่งเสริมให้ฟางหลินเฉินรู้สึกว่าได้พบกั
Read more

บทที่ 13 เรื่องน่าอายในห้องโถง (NC)

 “น่ารัก..น่ารัก” เขาครางราวกับคนไร้สติที่ลุ่มหลงภรรยาตัวอ้วนจนหาทางออกไม่พบฟางหลินเฉินอยากหลั่งลาวาร้อนจนทนไม่ไหว ร่างกายพองขยายยาวหนาจนเจ็บปวด เขาบ่นด่าตัวเองที่วิ่งไปถึงหอนางโลม แต่ต้องกลับมาตายรังกับภรรยาเช่นเดิม หากรู้ว่าจะเป็นแบบนี้ เขาอยู่บ้านและกลืนกินที่นี่ให้สะใจยังจะดีเสียกว่าเขากระชากเข็มขัดผ้าออก ยืนขึ้นสูงตระหง่านเหนือร่างอวบอั๋น เร่งรีบถอดเสื้อผ้าของเขา ทั้งดึงทั้งกระชากจนเหลือเพียงรองเท้า จากนั้นก็เอื้อมมือลงไปบีบคลึงอกนุ่มเต่งโต“ท่านพี่..อา” หลิวลี่อินกระซิบ นางถูกเขาสั่งสอนสามวันจนกลายเป็นสตรีหน้าด้านแล้ว ยามนี้ต่อให้หวาดกลัวคนข้างนอกรู้ ก็ได้แต่ต้องตามใจเขาจนกว่าจะลุล่วงจบบทเพลงอกใหญ่นุ่มถูกมือหนากอบกุมบีบเคล้น ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมาจุมพิตหน้าของนาง ก่อนจะสอดใส่แท่งหยกลำใหญ่เข้ามาระหว่างอกเต่งตึงอูมอิ่ม“อ้า..” เขาอ้าปากหอบเสียงดัง รู้สึกจะแตกสลายอยู่ระหว่างการเบี
Read more

บทที่ 14 กลั้นเสียง (NC)

แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น ความคับแน่นของแท่งหยกร้อนของเขาก็ยังพานางไปไกลมากขึ้น มากจนนางค่อยๆ ลืมเลือนว่ากำลังอยู่ในท่าทางน่าอาย ลืมว่านางอยู่ที่ใด ไม่นาน หลิวลี่อินก็รู้สึกถึงแต่เพียงแรงเสียดสีจากแท่งหยกใหญ่หนาและยาวกระทุ้งลึกในสายธารคับแคบฉ่ำน้ำของนางเท่านั้น เสียงหวานร้องครางสั่นเครือ ราวกับสตรีในหอโคมแดงไร้ยางอาย คืนนั้นผ่านไปพร้อมเสียงครวญครางผสานกับเสียงโต๊ะไม้กระแทกพื้น และเสียงแหบพร่าของฟางหลินเฉินที่คอยชื่นชมภรรยา แสงแรกของยามเช้าเริ่มสาดส่องลอดผ่านหน้าต่างสูงของห้องโถงใหญ่ ความอบอุ่นอ่อนโยนปกคลุมพื้นหินเย็นชืด สองร่างนอนกอดก่ายหลังจากค่ำคืนอันร้อนแรง เสียงลมหายใจเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ขับกล่อมความเงียบงันของห้องโถงอันใหญ่กว้าง เมื่อคืนฟางหลินเฉินสั่งให้บ่าวชายลากฟูกและผ้าห่มอุ่นมาปูที่ห้องโถง เพราะหลิวลี่อินลุกขึ้นเดินแทบไม่ไหวแล้ว เนื่องจากเจ้านายทุกคนในบ้านยังคงหลับใหล สาวใช้แต่ละคนจึงเดินไปมาอย่างเงียบกริบและไม่มีใครกล้าแม้แต่จะ
Read more

บทที่ 15 อยากแต่งอนุ

 “อ้อ..เรื่องแค่นี้จะโวยวายทำไมกัน” นางเจินหมานถอนหายใจ ราวกับฟางหลินเฉินคนก่อนมักจะไปเที่ยวหอนางโลมจนเป็นเรื่องปกติ “ยังมีอีกเจ้าค่ะ..พวกชาวบ้านพูดกันว่าสะใภ้จวนฟางน่าเกลียดจนเกินทน ตัวใหญ่เขี้ยวยาว ทั้งยังกักขังคุณชายน้อยไว้ในห้องหอเกินสามวันถึงจะยอมปล่อย คุณชายน้อยต้องทรมานมาก พอออกมาได้จึงรีบพุ่งไปหอนางโลมเจ้าค่ะ”“หน็อย!..พวกปากใหญ่ ไม่รู้จักใช้ชีวิต วันๆ เอาแต่นินทาจวนของข้า สะใภ้ของข้าคือเทพธิดาที่มีไอบริสุทธิ์มากต่างหาก ถึงจะตัวใหญ่ไปหน่อย แต่หน้าตาน่ารักและเป็นเด็กจิตใจดี ฮึ่ม!”“จะทำอย่างไรดีเจ้าคะ”“รีบเตรียมอาหารบำรุงให้สะใภ้ลี่อิน กำชับทุกคนว่าห้ามพูดเรื่องนี้ในจวนเด็ดขาด หากใครเผลอพูดเรื่องนี้ให้สะใภ้ของข้าได้ยิน ข้าจะโบยจนหลังหักและไล่ออก” นางเจินหมานสั่ง“เจ้าค่ะ...” สาวใช้ยังคงรีรอไม่ออกไปสั่งตามที่นายหญิงพูด
Read more

บทที่ 16 เตียงใหญ่และข่าวใหญ่

“ท่านพี่ส่งเจ้ามาดูแลข้าหรือ” ตั้งแต่ที่แต่งงานให้กับสามีคนนี้ ชีวิตนางก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หลิวลี่อินมองเสี่ยวฮวา แววตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้งอ่อนโยน “ใช่เจ้าค่ะ คุณชายน้อยเป็นห่วงว่าท่านจะเหนื่อยเกินไป จึงให้บ่าวมาคอยรับใช้” หลิวลี่อินรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ไหลเข้ามาในหัวใจ ดวงตาของนางอ่อนโยนลง ความรักและความชื่นชมในตัวสามีค่อยๆ หลอมรวมอยู่ในความคิด เขาเป็นคนที่ใส่ใจและคิดถึงนางอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่ที่นางเข้ามาอยู่ในจวนนี้ สามีของนางทำทุกอย่างเพื่อให้ชีวิตนางสะดวกสบาย ทั้งอาหาร เสื้อผ้า และแม้กระทั่งส่งสาวใช้มาให้นาง “เขาช่างเป็นสามีที่ดีจริงๆ...” นางพึมพำกับตัวเอง รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าที่งดงาม หลิวลี่อินอดไม่ได้ที่จะรู้สึกโชคดี ในใจนางเต็มไปด้วยความรักและซาบซึ้งที่ทับถมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หารู้ไม่ว่าสามีของนางเพียงทำเพราะเคยชินกับการดูแลสาวงามของเขา“ขอบใจเจ้ามาก เสี่ยวฮวา ตั้งแต่นี้ไป เจ้าคงต
Read more

บทที่ 17 ภรรยาปกป้อง

ครั้งนี้เป็นการประลองต่อหน้าพระพักตร์ฮองเฮา ทั้งยังมีฝูงชนและปัญญาชนมากมาย ฟางหลินเฉินไม่รู้สึกว่าตัวเองจะแพ้เลยสักนิด เขาเคยเป็นไอดอลที่มากความสามารถถึงขั้นชนะคนเป็นร้อยเป็นพันจนได้รับคัดเลือกให้เดบิวต์ ศาสตร์ทั้งหกอะไรนั่น เขาศึกษามาอาจจะมากกว่าคุณชายตระกูลสูงศักดิ์บางคนเสียอีกส่วนเรื่องวรยุทธ์นั้น เขาไม่เคยฝึกก็จริง แต่เขาเรียนเต้นมาอย่างหนักตั้งไม่รู้กี่ปีแล้ว พอถึงวันจริงก็แค่หาเรื่องแก้ตัวให้ไม่ต้องประลองตัวต่อตัว และรำเพลงทวนตามที่เขาเคยฝึกสำหรับโชว์บนเวทีให้พวกชนชั้นสูงและฮองเฮาดูสักครั้งก็น่าจะใช้ได้“ท่านพ่อ ท่านไม่ต้องโมโห ข้าอาจไม่ชนะบุตรชายจวนอ๋อง แต่ข้าไม่ทำให้ท่านต้องขายหน้าแน่นอน และข้าก็จะไม่ทำให้ตระกูลเราล่มสลายภายในค่ำคืนด้วย” ฟางหลินเฉินอวดอ้างอย่างมั่นใจ“หน็อย!! เจ้าลูกสารเลว! ข้าสอนเจ้าเท่าไรไม่รู้จักฟัง วันนี้ถึงขั้นไปท้าประลองกับบุตรชายจวนหยางอ๋อง เจ้า..เจ้า!!” ฟางเซิ่งฝูโกรธจนหาคำมาด่าบุตรชายไม่ได้ มือสั่นจนแทบจะลงแส้ลูกชายสุดที่ร
Read more

บทที่ 18 กลับบ้านพ่อตา

ปลายยามเหม่า[1] ท้องฟ้าที่เป็นเคยสีเทาก็สว่างไสว รถม้าเริ่มชะลอตัวลงเมื่อมาถึงประตูจวนขุนนางเจ้ากรมกองสังคีต ไม่ได้เป็นจวนที่ใหญ่มากอะไร เพียงแต่ด้านหน้าประตูกลับมีตัวอักษรที่งดงามมากเขียนไว้ว่า คีตาจรรโลงใต้หล้าบทกวียิ่งใหญ่ ตัวอักษรทรงพลัง แต่หน้าจวนกลับรู้สึกเงียบงันและไร้ชีวิตชีวา ตัวเรือนดูเก่าและเล็กกว่าจวนฟางหลายเท่านัก ฟางหลินเฉินลงจากรถม้าโอ่อ่าของเขาและช่วยพยุงหลิวลี่อินลงมายืนด้านล่างบ่าวชายคนหนึ่งวิ่งไปเคาะประตูหน้าจวน วันนี้เสี่ยวตงไม่ได้ตามมาด้วย เพื่อไม่ให้ฟางหลินเฉินถูกพ่อตาเขม่นที่ไม่เอาการเอางาน และต้องมีบ่าวรับใช้คนสนิทคอยทำให้ทุกอย่างหลิวลี่อินจับมือสามี รอคอยหน้าประตูด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง เดิมทีนางคิดว่าจะมีคนรีบออกมาต้อนรับอย่างมีมารยาทบ้าง แต่รออยู่ครู่หนึ่งก็ไม่มีเสียงเปิดประตู ไม่มีคนรับใช้หรือผู้ใดในจวนออกมาต้อนรับนางเหมือนที่ใจนางหวังไว้บรรยากาศเงียบสงัดมีเพียงเสียงลมพัดแผ่วเบา หลิวลี่อินค่อยๆ หันไปหาสามีและยิ้มจ
Read more

บทที่ 19 ดักรอยามค่ำคืน

 “แม่นางคือ..” ฟางหลินเฉินเอ่ยถามอย่างสุภาพ“ข้าชื่อหลิวซื่ออิง น้องสาวต่างมารดาของพี่ลี่อินเจ้าค่ะ” นางแต่งกายอย่างหรูหรา ก้มหน้าเขินอาย แสดงกิริยาที่บ่งบอกว่าชอบสามีของพี่สาวอย่างโจ่งแจ้ง “อย่าเสียมารยาท” หลิวฟู่จงตำหนิเบาๆ“เจ้าค่ะ..” หลิวซื่ออิงรีบขอโทษท่านพ่อ ก่อนจะหาที่นั่งด้วยท่าทีหยิ่งยโส เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย สายตาของนางจับจ้องฟางหลินเฉินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยการประเมินและชื่นชอบ แต่ก็มีความดูถูกเขามากอยู่หลายส่วน ฟางหลินเฉินเม้มปาก เขาเป็นไอดอล คุ้นเคยกับสายตาชื่นชมและดูถูกแบบนั้นดี แม้จะไม่มีคำพูดใดๆ แต่เขารู้ว่าน้องสาวคนนี้ย่อมไม่เคยให้ความเคารพต่อหลิวลี่อินแน่  “พี่หญิง ท่านคงลำบากไม่น้อยในช่วงที่ผ่านมา” หลิวซื่ออิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงความเยาะเย้ย แม้จะฟังดูเหมือนเป็นคำถามห่วงใย แต่ในแววตากลับมีแต่ความเย็นชา นางยกชาขึ้นดื่มพลา
Read more

บทที่ 20 ปรมาจารย์ตัวจริง

“คุณหนู..คุณหนูเจ้าคะ” กระทั่งสาวใช้เขย่าแขนเสื้อของหลิวซื่ออิง นางจึงรู้สึกตัวและเห็นว่าฟางหลินเฉินไม่ได้อยู่แถวนั้นแล้ว“..คุณหนู เรารีบกลับห้องกันดีหรือไม่เจ้าคะ” สาวใช้รู้สึกอับอายแทน“กรี๊ด!!!..” หลิวซื่ออิงยกมือขึ้นมาปิดปากและกรีดร้องด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะรีบวิ่งกลับห้องของนาง ภายในห้องเขียนหนังสือของหลิวฟู่จง แสงสลัวจากโคมข้างหน้าต่างไม้ฉลุส่องลงมากระทบกับเครื่องลายครามที่ประดับมุมห้อง แสงโคมไฟส่องให้เห็นว่าทุกอย่างในห้องนั้นเต็มไปด้วยความเรียบง่าย แต่สง่างาม ฟางหลินเฉินก้าวเข้าสู่ห้องเขียนหนังสือ กลิ่นหมึกจางๆ ลอยคลุ้งในอากาศ มีเสียงเครื่องดนตรีบรรเลงบทเพลงลอยมา ราวกับเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เวลาหยุดนิ่ง ตามผนังห้องถูกประดับด้วยภาพอักษรวิจิตรและม้วนภาพโบราณแต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของฟางหลินเฉินที่สุดคือร่างของพ่อตา หลิวฟู่จงนั่งอยู่ที่ระเบียง
Read more
PREV
12345
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status