Lahat ng Kabanata ng ลิขิตรักข้ามภพ ชายาพิษฝาแฝด: Kabanata 51 - Kabanata 60

66 Kabanata

บทที่ 51

แต่กลับ… ไม่อาจสลัดหลุดและในอ้อมแขนนั้น ร่างของหญิงสาวผู้แกร่งกล้า ค่อย ๆ เย็นเยียบลงทุกที เลือดสีเข้มไหลรินจากมุมปาก หยดลงบนอกเสื้อของเขาเป็นดวง ๆ “เจ้าหนู…?” เสียงเรียกนั้นเบาหวิว ราวตาเฒ่ากำลังร้องเรียกวิญญาณใกล้พราก หลินซีฝืนลืมตา ใบหน้าซีดขาวไร้สีเลือด “ข้าไม่เป็นไร… พาข้ากลับไป ข้า… ข้าจะไปหาหนิงหนิงกับเป่าเป่า ข้ายัง… ยังต้องไปหา…ลูก…ของข้า…” เสียงของนางแผ่วจนแทบไร้ลมหายใจ แต่ทุกคำกลับหนักแน่นดุจภูผา ชายชรากัดฟันแน่น น้ำเสียงพลันแปรเป็นเกรี้ยวกราด “ไม่! คนดีมักอายุสั้น แต่คนอย่างเจ้า ไม่ใช่แน่นอน! เจ้ายังต้องอยู่ต่อไป!” เขาแหงนหน้าสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะหยุดวิ่ง หันกลับทันควัน แล้วพาร่างในอ้อมแขนพุ่งตรงไปยัง “สาขาหลักของสำนักกุ้ยเซี่ย” ที่ตั้งอยู่กลางเมือง! หากหวงจิ่วเยี่ยมันจะตาม ก็ให้มันตามมา! หากมันกล้าขวาง ข้าจะฆ่ามันเสียด้วยมือของข้าเอง!และหวงจิ่วเยี่ยก็ไล่ตามไม่ลดละ สีหน้าของเขาแข็งกร้าว ดวงตาแดงฉาน มือแน่นดั่งกรงเหล็ก เขาไม่ได้ไล่เพื่อฆ่า เขาแค่จะชิงตัวนางกลับคืนมา แต่แล้ว… เมื่อแสงจันทร์ทอดตัวลงกระทบใบหน้าหญิงสาวในอ้อมแขนของกู่เซี่ย เขาก็ต้องชะงัก ใบหน้าท
Magbasa pa

บทที่ 52

เพราะเขารู้ดี หวงจิ่วเยี่ยไม่เคยเป็นเช่นนี้ เขาไม่ใช่คนชอบดื่มสุรา และต่อให้ดื่ม… ก็ไม่เคยเมา แต่ยามนี้… เขากลับดื่มราวกับไม่ต้องการตื่นขึ้นมาอีกเลย เหมือนคนที่ไม่เหลืออะไรให้หวงแหนในโลกนี้อีกแล้ว “ท่านอ๋อง?” จิ่นอู่เอ่ยขึ้นเบา ๆ พักใหญ่ กว่าหวงจิ่วเยี่ยจะค่อย ๆ ลืมตา เขาหันมามองจิ่นอู่ตรง ๆ สายตานิ่งราวกับคนสิ้นใจ ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว “จิ่นอู่… เจ้ารู้ไหม ที่จริง ข้ามีความลับข้อหนึ่ง ไม่เคยบอกใครมาก่อนเลยจริงๆ” จิ่นอู่ขมวดคิ้วทันที “ความลับ? ท่านน่ะ มีมากเกินพอแล้ว ข้าไม่อยากรู้ ” แต่หวงจิ่วเยี่ยกลับจับไหล่เขาไว้แน่น มือที่ยังอุ่นด้วยสุรา แต่กลับสั่นอย่างรุนแรง “ไม่… เจ้าต้องฟัง! จิ่นอู่… ข้าขอแค่ครั้งเดียว เจ้าต้องฟังให้จบ!” จิ่นอู่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาว “ก็ได้ ว่ามา ข้าฟังอยู่” เงียบไปชั่วอึดใจ แล้วเสียงนั้นก็ดังขึ้นเบาๆ “จริง ๆ แล้ว ข้า...”หวงจิ่วเยี่ยกระดกสุราลงคอหลายอึกติดกัน สุราร้อนลวกราวเปลวเพลิง ไหลผ่านลำคอจนแทบหายใจไม่ออก ในห้วงขณะหนึ่ง เขากลับรู้สึก อยากกลับไป… อยากกลับไปเสียเถอะ… เสียงไอแห้งๆ ดังขึ้นถี่รัว ก่อนที่ร่างสูงจะโซเซเดินออกจากลานอย่างเ
Magbasa pa

บทที่ 53

เด็กน้อยสองคน วัยเพียงห้าขวบเท่านั้น กลับกอดกันแน่นราวกับโลกทั้งใบพังทลาย และมีเพียงอ้อมกอดนี้เท่านั้น… ที่ยังหลงเหลือ หลายวันที่ผ่านมา พวกเขาไม่เคยร้อง ไม่เคยเอะอะ แม้กระทั่งคำพูดก็ยังต้องเอื้อนเอ่ยเบาที่สุด เพราะกลัวจะรบกวนผู้เป็นมารดาที่นอนหลับไม่รู้สึกตัว แม้จะยังเล็กนัก แต่กลับเข้าใจทุกอย่างเข้าใจมากเกินกว่าที่เด็กวัยนี้ควรจะเข้าใจ และเพราะเข้าใจ พวกเขาจึงเลือกที่จะเก็บซ่อนความรู้สึกทั้งหมดไว้ในใจ ในความเงียบที่กดทับ บนใบหน้าที่ฝืนแววกล้า ไม่มีใครรู้เลยว่าในใจของเด็กน้อยสองคนนี้ เต็มไปด้วยความกลัว ความว้าเหว่ และความหวังเพียงริบหรี่ที่เกาะกุมอยู่ ซือหรงยืนเงียบอยู่หน้าประตูห้อง สายตาแน่วนิ่งไปยังภาพบนเตียง เด็กน้อยสองคนกอดกันแน่นจนแทบเป็นเนื้อเดียว ริมฝีปากบางเม้มแน่น ดวงตาแดงก่ำ ก่อนจะหันหน้าหนีเงียบๆ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงอาบแก้ม ไร้เสียงสะอื้น แต่กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดจนแทบกลืนไม่ลง ในห้วงขณะนั้นเอง มือของหลินซีก็ขยับไหวเพียงเล็กน้อย เปลือกตาคู่งามค่อยๆ เปิดขึ้นช้าๆ อย่างยากเย็นและภาพแรกที่แลเข้ามาในสายตา คือภาพของเป่าเป่าและหนิงหนิง เด็กน้อยทั้งสองที่กอดกันแน่น เฝ้านา
Magbasa pa

บทที่ 54

คืนนั้น… คงทำให้ตาเฒ่าชราผู้นั้น ตกใจไม่น้อยเลยกระมัง ไม่อย่างนั้น ตลอดหลายวันที่ผ่านมาผู้คนมากมายยังแวะเวียนมาดูอาการนาง ทว่าเพียงเขาผู้เดียวที่ไม่เคยปรากฏตัว“ตาเฒ่าเป็นอย่างไรบ้าง?” ซือหรงชะงักเล็กน้อย ก่อนตอบเสียงเรียบ “ท่านอาวุโสยังแข็งแรงดีเจ้าค่ะ!” หลินซีส่ายหน้าเบา ๆ แววตาเศร้าลึกจนยากจะเอ่ย “ข้าไม่ได้หมายถึงยามนี้ แต่หมายถึงคืนนั้น หลังจากเขาส่งข้ากลับมาแล้ว… เขาเป็นอย่างไรบ้าง?” ซือหรงเม้มปากแน่น หันมองรอบกายอย่างระวัง พอแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดอยู่ใกล้ จึงโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูอย่างแผ่วเบา “คืนนั้น หลังจากผู้อาวุโสอุ้มคุณหนูกลับถึงเรือน เขาก็หมดสติลงทันทีเจ้าค่ะ ” คำพูดแผ่วๆ เหล่านั้น กลับดังกึกก้องในห้วงจิตของหลินซี หัวใจพลันบีบรัดแน่น ราวถูกมือใครบีบไว้เต็มแรง “ข้าคิดว่า… เทียนซานเสวี่ยเหลียน หาได้ง่ายดายนัก เหมือนของที่หยิบออกมาจากกระเป๋า แต่เปล่าเลย…” เสียงนางสั่นเครือ มือเรียวค่อย ๆ ยกขึ้นปิดริมฝีปากแน่น กลั้นเสียงสะอื้นที่แทบจะทะลักออกมา สูดลมหายใจเข้าลึกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งหมด… คือความประมาทของนางเอง นางควรระลึกไว้ให้มั่น ว่า… หวงจิ่วเยี่ยคือผู้ใด เขาไม่ใช่ชายคนหน
Magbasa pa

บทที่ 55

“ต่อให้เทียนซานเสวี่ยเหลียนไม่ตกอยู่ในมือพวกเราตั้งแต่แรก หากเมื่อใดมันเผยโฉม เราก็ต้อง แย่งมาให้ได้…ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม!” เสียงของนางราวสายลมหนาวในหุบเหว ฉูเหวินทรุดกายคุกเข่าทันที “ขอรับ!” ศึกหญิงงามชิงเด่น ข่าวลือเรื่องที่อ๋องผู้สำเร็จราชการจะจัดการคัดเลือกหญิงงาม เพียงแพร่สะพัดออกไป ก็สร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งแผ่นดิน ขุนนางผู้ทรงอำนาจและตระกูลมั่งคั่งต่างรีบส่งบุตรีที่งดงามที่สุดของตนออกมาอวดโฉม บ้างว่าจ้างครูผู้ชำนาญมาสอนศิลปะสารพัดแขนง บ้างสั่งตัดชุดงามล้ำจากหอจิ่นซ่านเก๋อ ยิ่งใครปรารถนาผลลัพธ์มากเท่าไร ยิ่งทุ่มเทมากเท่านั้น โชคดีที่หอจิ่นซ่านเก๋อมีหญิงปักผ้าฝีมือเอกมากพอ แม้จะสั่งทำเฉพาะ ก็ยังสามารถส่งมอบได้ภายในสามวัน แน่นอนว่า สิ่งแรกที่ถูกนำมานับถือคือเงินทอง หากเจ้ามีเงิน เจ้าก็เป็นได้ถึงขั้นบงการ หากขัดสนแต่ยังอยากรักษาหน้า ก็เลือกซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูปแขวนอยู่ตรงนั้น จ่ายเงินแล้วนำกลับไปอวดอ้างก็ยังได้อยู่ดี เพราะเสื้อผ้าของหอจิ่นซ่านเก๋อขึ้นชื่อมาแต่เดิมว่า หรูหรา งดงาม และสูงศักดิ์ “คุณหนู ฮะฮะฮะ ช่วงนี้รายได้งามนัก” ฉูเหวินถือสมุดบัญชีเดินยิ้มเข้ามาใ
Magbasa pa

บทที่ 56

บุรุษขับรถม้ากระโดดลงมาอย่างคล่องแคล่ว นำเก้าอี้เตี้ยจากด้านหลังมาวางหน้าประตูรถม่านรถถูกเปิดออกด้วยมือเรียวขาวสะอาด จากนั้นหญิงสาวในชุดแดงเพลิงก็ก้าวออกมา อาภรณ์แดงสะบัดราวเปลวเพลิงยามต้องแสงตะวันสะท้อนประกายเฉิดฉาย นางกระโดดลงจากรถม้าอย่างแคล่วคล่อง แววตาแฝงความมั่นใจเยือกเย็นไร้ผู้ใดในสายตาถัดมา หญิงสาวในชุดฟ้าอ่อนก้าวตามลงมา ทว่ามิได้เดินต่อ หากแต่ถอยไปยืนข้างรถแล้วยื่นมือออกเพื่อประคองใครบางคนทันใดนั้น มือเรียวระหงปกคลุมด้วยผ้าบางสีขาวสะอาดค่อย ๆ เอื้อมออกมา นางสวมชุดขาวสะอาดบริสุทธิ์ตัดเย็บเข้ารูปเน้นส่วนเอวระหง ด้านล่างสวมรองเท้าปักลายเพิ่มความสูงเล็กน้อยผมยาวปล่อยสยายอยู่ด้านหลัง หน้าผากปิดด้วยผ้าบางจางๆผิวขาวราวหยกไร้มลทินริมฝีปากแดงฉานราวเปลวไฟ ใบหน้าแย้มยิ้มยามทอดสายตาลงมา มองฝูงชนที่กำลังตะลึงลานหลินซี นางยิ้มและพอใจนักกับผลลัพธ์เช่นนี้ยิ่งนักภายใต้การประคองของหญิงสาวข้างกาย นางก้าวลงจากรถม้าอย่างช้า ๆ แต่มั่นคงแล้วจึงเดินตรงไปยังตำแหน่งของหวงจิ่วเยี่ยสายตาทั้งสองประสานกัน ดั่งประกายฟ้าผ่าแล่นผ่านหนึ่งคือสายตาที่ปกปิดไม่มิดถึงความตื่นตะลึง อีกหนึ่งคือสายตาที่ทั
Magbasa pa

บทที่ 57

แม้จะได้เผชิญหน้ากันตรงๆ หลินซีกลับรู้ดีอยู่แก่ใจหอสมบัติล้ำค่าในยามนี้ มิใช่สถานที่ที่ใครจะบุกรุกเข้าไปได้ง่ายดายอีกต่อไปแล้ว“เช่นนั้น… ข้าจะรอ”หวงจิ่วเยี่ยกล่าวเพียงเท่านั้น ก่อนหมุนกายจากไปเงียบ ๆเขาฝากเรื่องการลงชื่อไว้กับหัวหน้าคนรับใช้ที่ยืนอยู่ด้านข้างชายผู้นั้นถือพู่กันไว้ในมือ มองหลินซีด้วยสีหน้าลังเล“คุณหนู… จะให้ข้าจดชื่อของท่านหรือไม่ขอรับ?”หลินซีตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น“จดไว้เถอะ หากในที่ลับยังนำเทียนซานเสวี่ยเหลียนมาไม่ได้ เช่นนั้นข้าก็จะไปเอามันด้วยตัวของข้าเอง”เมื่อนางพูดจบ ก็หันหลังจากไปทันทีอาภรณ์ขาวสะอาดทั้งชุด การแต่งกายแปลกตา ประกอบกับท่วงท่าหยิ่งทะนง ทำให้ผู้คนที่ได้เห็นต่างจดจำนางไว้ได้ไม่ลืมหญิงสาวผู้นี้กล้าล่วงเกินอ๋องผู้สำเร็จราชการต่อหน้าสาธารณชนแต่กลับไม่ถูกซัดกระเด็นหรือถูกลงโทษแม้แต่น้อยเรื่องราวนี้ยิ่งทำให้ผู้คนในเมืองพากันพูดถึงอย่างสนุกปากเมื่อกลับถึงสำนักกุ้ยเซี่ย หลินซีเรียกฉูเหวินเข้ามาพบ “คุณหนู!”“อาเหวิน เจ้าจัดบ้านหลังใหญ่สักหลัง ให้หนิงหนิงกับเป่าเป่าย้ายไปอยู่เสียที”ฉูเหวินอึ้งไปเล็กน้อย สีหน้าตื่นตระหนกแต่เขามิได้เอ่ยถาม
Magbasa pa

บทที่ 58

นางกลับมายังห้องหนังสือ นั่งได้เพียงครู่เดียวก็รู้สึกกระสับกระส่ายใจสุดท้ายจึงลุกขึ้น คว้าดาบยาวเตรียมจะออกจากเรือนขณะนั้นเอง ซือหรงกับหงอวี้ก็รีบรุดเข้ามา“คุณหนู ปล่อยให้พวกบ่าวไปด้วยเถอะเจ้าค่ะ อย่างน้อยก็ช่วยดูต้นทางได้”หลินซีหัวเราะเบา ๆ “ก็ดี”สามคนมุ่งหน้าสู่จวนอ๋องผู้สำเร็จราชการ ตรงดิ่งไปยังหอสมบัติตลอดทาง หลินซีสัมผัสได้ถึงความผิดปกติในจวนนี้อย่างชัดเจนเหล่าทหารลาดตระเวนมีจำนวนน้อยลงผิดวิสัย ยิ่งหน้าหอสมบัติกลับไร้เงาผู้คุ้มกันแม้แต่คนเดียวซือหรงกระซิบเสียงเบา “คุณหนูท่านว่า นี่จะเป็นกับดักหรือไม่เจ้าค่ะ?”หลินซีส่ายหน้า พลางตอบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น“เขากล้าใช้กลยุทธ์เมืองร้าง เช่นนั้นของจริงก็คงอยู่ด้านในด้านนอกอาจเงียบสงบแต่ข้ากลัวว่าภายใน คงเต็มไปด้วยกับดักสังหาร”นางยังไม่ทันยกเท้าก้าว เสียงทุ้มต่ำเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นขัดจังหวะ“ข้าน้อยอู่ซวง รับคำสั่งจากท่านอ๋อง มาเชิญคุณหนูหลินอีกครั้ง”ทันทีที่เสียงจบ ร่างของอู่ซวงก็ปรากฏจากเงามืด ซือหรงกับหงอวี้รีบตั้งท่าระวัง ดาบในมือเกือบถูกชักออกแต่หลินซีกลับยกมือห้ามไว้ กดปลายดาบให้เก็บกลับเข้าฝัก นางยิ้มหยันหันไปมองอู่ซวงด
Magbasa pa

บทที่ 59

“กราบทูลท่านอ๋อง ท่านจิ่นอู่ลงมือทั้งคืนอีกไม่นานก็จะเสร็จสมบูรณ์แล้วพ่ะย่ะค่ะ!”เสียงรายงานนั้นดังแว่วมาจากด้านในห้องหนังสือหลินซีที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดด้านนอก ได้ยินชัดทุกถ้อยคำความโกรธแล่นพล่านไปทั่วร่าง จนแทบจะระเบิดออกมาทั้งตัวหวงจิ่วเยี่ย เจ้านี่มันช่างกล้าดีนัก!กล้าคิดจะลวงหลอกนาง แล้วยังให้ผู้อื่นลงมืออยู่เบื้องหลังเช่นนี้?นางเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะดี! เช่นนั้นก็รอดูเถิดเจ้าเตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะครานี้ ข้าจะทำให้เจ้าจำจนวันตายว่าใครกันแน่ที่มิอาจล้อเล่นด้วยได้!หลินซีหมุนกายกลับในพริบตาไม่คิดรั้งรอแม้ครึ่งก้าว นางเร่งฝีเท้ามุ่งตรงกลับไปยังสาขาใหญ่ของสำนักกุ้ยเซี่ยภายในคลังของสำนัก นางหยิบของบางอย่างออกมาอย่างแน่วแน่จากนั้นก็ทะยานออกมาอีกครั้ง มุ่งหน้ากลับไปยังจวนอ๋องสายลมยามค่ำคืนเย็นเฉียบ พัดสะบัดชายอาภรณ์ให้ปลิวกระพือเงาร่างของนางโผผินไปในความมืด ดวงตานิ่งเฉียบดุจน้ำแข็งแววตาเยียบเย็นดั่งคมมีด ริมฝีปากคลี่ยิ้ม ยิ้มที่เต็มไปด้วยการเย้ยหยันและโทสะอันลึกซึ้ง“เจ้ากล้าล้อเล่นกับข้า”“งั้นวันนี้ ข้าจะทำให้เจ้ารู้เสียทีว่าใครกันแน่ ที่ไม่ควรแตะต้อง
Magbasa pa

บทที่ 60

หน้าหอสมบัติหลินซียืนอยู่เบื้องหน้าหอสมบัติที่พังยับเยินจากแรงระเบิดอาคารที่เคยโอ่อ่าบัดนี้กลายเป็นซากปรักแต่สีหน้าของนางกลับเรียบเฉย ดวงตาเยียบเย็นริมฝีปากยกยิ้มอย่างเย้ยหยันกระทั่งเสียงฝีเท้าใครคนหนึ่งดังเข้ามาและแล้ว เขาก็ปรากฏตัวหลินซีหรี่ตาลง มองเขาเยี่ยงศัตรู“หวงจิ่วเยี่ย เจ้าช่างต่ำช้าและเจ้าเล่ห์นัก!”คำด่าทอทิ่มแทง แต่เขากลับรับฟังราวกับเป็นบทกลอนเพราะพริ้งเขาเพียงส่ายหน้าช้า ๆ ในใจยังนึกขัน คำสรรเสริญเช่นนี้ เขาไม่กล้ารับไว้หรอก แม้เบื้องหน้าจะเป็นกองซากของหอสมบัติเขายังไม่ชายตามองแม้ครึ่งวินาที สายตาของเขาจ้องตรงไปที่นางเท่านั้นหลินซีขยับมือลงที่ด้ามดาบทันที น้ำเสียงเยือกเย็นแผ่วต่ำ“หากเจ้าก้าวเข้ามาอีกเพียงก้าวเดียว อย่าหาว่าข้าไร้เมตตา!”แววตาของนางนั้นเด็ดขาด คำขู่ที่เอ่ยมิใช่ลมปากหวงจิ่วเยวี่ยหยุดยืนตรงนั้นเขามองนางอย่างไม่หลบสายตา ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ“ที่นี่คือจวนอ๋องผู้สำเร็จราชการของข้าข้าจะไปที่ใด ก็ย่อมเป็นสิทธิ์ของข้าหลินซี เจ้าเองนั่นแหละที่ทำตัวใหญ่เกินเจ้าบ้านเสียอีก”หลินซีหัวเราะเยาะเบา ๆ “ใหญ่เกินเจ้าบ้าน? หึ! คิดว่าข้าอยากมาเสียเต็มประดารึ?” น
Magbasa pa
PREV
1234567
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status