“ได้เจ้าค่ะ” เซวียหว่านอี้พยักหน้า “องค์หญิงได้ยินเรื่องนี้มาจากที่ใดหรือเจ้าคะ?”“จะที่ใดได้อีกเล่า ท่านยายเคยลองลิ้มชิมรสแล้วรู้สึกว่ารสชาติดียิ่งนัก จึงเข้ามาในวังเอ่ยปากกับเสด็จแม่ น่าเสียดายที่สองวันนั้นข้าไม่ได้เข้าวัง จึงมิได้ลิ้มลอง”องค์หญิงหย่งหนิงถอนหายใจแผ่วเบา “ผู้ที่อยู่ตำหนักฟางหัวย้ายตำหนักแล้ว โอรสผู้นั้นก็ถูกกักบริเวณอยู่ในที่พักเหล่าองค์ชาย”เซวียหว่านอี้ระงับความปีติยินดีที่ฉายชัดตรงหางคิ้ว กล่าวว่า “นับว่าเป็นเรื่องมงคล แล้วเหตุใดองค์หญิงจึงทอดถอนใจเล่าเจ้าคะ”“มิใช่ว่าเมตตาสงสารพวกเขา เพียงแต่รู้สึกว่าฉลาดจนเกินเหตุ” องค์หญิงหย่งหนิงมีสีหน้ากลัดกลุ้ม “ดูไปก็น่าจะเป็นคนมีสติปัญญา ไฉนจึงทำแต่เรื่องสิ้นคิดเช่นนี้”เซวียหว่านอี้เอ่ยขึ้น “บางทีอาจจงใจทำกระมังเจ้าคะ?”องค์หญิงหย่งหนิงตะลึงงันไปเล็กน้อยจงใจทำหรือ?นั่นคือเครือญาติฝ่ายมารดาเชียวนะ เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกันเดิมทีไม่จำเป็นต้องตาย บัดนี้กลับตายไปหลายคน ที่เหลือล้วนถูกเนรเทศไปยังชายแดนเพื่อการใดกัน?เซวียหว่านอี้กล่าวว่า “คนตระกูลเว่ยทำตัวจองหองพองขน หากพิจารณาให้ถี่ถ้วนแล้ว กลับไม่มีผู้ใดที
Leer más