Lahat ng Kabanata ng เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Kabanata 251 - Kabanata 260

391 Kabanata

บทที่ 251

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เหตุใดเย่จั๋วจึงมิอาจถูกผู้อื่นแทนที่ได้เล่า?เช่นนั้นแล้ว ผู้ที่สังหารเซวียหมิงเฟยแท้จริงแล้วคือผู้ใดกันแน่?ย่อมมิใช่ฉู่ยวนเป็นแน่“...”ครั้นดึงสติกลับมา สายตาของสองสามีภรรยาก็ประสานเข้าด้วยกันพอดีชั่วครู่ต่อมาพวงแก้มของนางก็แดงซ่าน คล้ายเพิ่งตระหนักได้ว่าเมื่อครู่เย่จั๋วกระทำสิ่งใดลงไป ใบหน้าจึงเต็มไปด้วยความขวยเขิน“ฮูหยินคิดสิ่งใดทะลุปรุโปร่งแล้วหรือ?” เย่จั๋วหัวเราะแผ่วเบาอายุไม่มาก ทว่าเรื่องราวที่เก็บงำไว้ในใจกลับมีไม่น้อยเซวียหว่านอี้ส่ายหน้า “เปล่าเจ้าค่ะ ทว่ากลับยิ่งสลับซับซ้อนมืดแปดด้านยิ่งกว่าเดิมเสียอีก”นางมิได้เอ่ยปากพูดเย่จั๋วเองก็มิได้ซักไซ้ไล่เลียงเช่นกันเมื่อถึงยามที่สมควรพูด ย่อมพูดออกมาเอง การเป็นฝ่ายรุกเร้าถามไถ่ มิใช่การสร้างความลำบากใจให้อีกฝ่ายหรอกหรือหรือบางที ควรจะไปหารือกับเซวียหมิงเฟยดู?ไม่รู้ว่าจะสามารถไต่ถามเบาะแสอันใดที่เป็นประโยชน์จากนางได้หรือไม่ทว่าที่แน่ชัดยิ่งก็คือ ย่อมมิใช่ยามนี้“หากยังคิดไม่กระจ่างก็ปล่อยวางไว้ก่อนเถิด ไม่ช้าก็เร็วย่อมต้องกระจ่างแจ้งเป็นแน่”“อืม!”……“ผู้พี่”ณ ตำหนักพำนักขององค์ชา
Magbasa pa

บทที่ 252

กาลเวลาผันผ่านเพียงชั่วพริบตา แสงตะวันคล้อยต่ำเปลี่ยนทิศทางครั้นดึงสติกลับมา จึงตระหนักได้ว่าสตรีในอ้อมกอด ดูเหมือนจะหลับใหลไปแล้วยามทอดมองใบหน้าหลับใหลอันแสนสงบนั้น เซี่ยเหิงก็มิอาจกลั้นรอยยิ้มเอาไว้ได้เขากระตุกยิ้มมุมปาก พลางอุ้มร่างบางหยัดกายลุกขึ้น แล้วพานางกลับไปยังตำหนักข้างที่อยู่ติดกัน“ผู้พี่~” น้ำเสียงอ่อนหวานพึมพำแผ่วเบา พร้อมกับชายแขนเสื้อที่ถูกรั้งเอาไว้ “อย่าไปเลยนะเจ้าคะ ผู้พี่~”เขาทอดสายตามองสตรีบนเตียง ดูเหมือนนางจะยังคงอยู่ในห้วงนิทรา ทว่าหางตากลับมีหยาดน้ำตาใสกระจ่างเอ่อซึมออกมาเมื่อนึกถึงการที่นางเพิ่งจะมาอยู่เคียงข้างตน โดยที่มิได้มีแม้กระทั่งพิธีต้อนรับเข้าประตูเรือนอย่างสมเกียรติ ก็ช่างดูเป็นการปล่อยให้นางต้องน้อยเนื้อต่ำใจเสียจริงยิ่งไปกว่านั้น นางยังเป็นญาติผู้น้อง แม้กาลก่อนจะแทบมิได้พบหน้า ทว่าท้ายที่สุดก็ยังใกล้ชิดผูกพันกว่าสตรีอื่นใดเพิ่งจะมาอยู่กับตนได้ไม่ทันไรก็ต้องถูกสั่งกักบริเวณ ความหวาดกลัวในใจนางย่อมเป็นสิ่งที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้เขาตวัดชายอาภรณ์ขึ้น แล้วเอนกายลงนอนตะแคงเคียงข้างนางก่อนจะเอ่ยปลอบโยนว่า “อย่ากลัวไปเลย ข้าอยู่นี่แล้ว”
Magbasa pa

บทที่ 253

พระชายาองค์รัชทายาทยิ้มพลางพยักหน้า “คารวะท่านราชครู”เซวียหว่านอี้ย่อกายคารวะตอบ “ท่านราชครู”ราชครูแห่งราชวงศ์อวิ๋น “...”หลังจากทั้งสองฝ่ายเดินสวนผ่านกันไป เซวียหว่านอี้ก็เหม่อลอยไปชั่วขณะหนึ่งยามหันกลับไปมองอีกฝ่าย กลับเห็นว่าเขากำลังหันหน้ามาทางพวกนางทั้งสองพอดี แววตาและสีหน้าล้วนเปี่ยมด้วยรอยยิ้มยามประสานสายตากับเขา หัวใจของนางเต้นแรงขึ้นมาหลายจังหวะ นางรั้งสายตากลับมาโดยมิให้ผิดสังเกตเขา กำลังมองสิ่งใดอยู่หรือ?แววตานั้น ราวกับสามารถมองทะลุปรุโปร่งได้ทุกสรรพสิ่ง ทำให้นางรู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก“เป็นอันใดไปหรือ?” พระชายาองค์รัชทายาทเอ่ยถามเมื่อสังเกตเห็นอาการเหม่อลอยของนางเซวียหว่านอี้ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนเอ่ย “เพียงแต่รู้สึกแปลกใจเจ้าค่ะ ผู้อื่นล้วนเรียกขานเขาว่าท่านราชครู ทว่านามที่แท้จริงคือสิ่งใด ผู้ที่ล่วงรู้กลับมีไม่มากนัก”พระชายาองค์รัชทายาทเองก็ชะงักไปเล็กน้อยเช่นกัน “เป็นเช่นนั้นจริงด้วย”ยามอยู่ในวังหลวง โอกาสที่จะได้พบหน้าเขามิได้มีมากนัก ในยามปกติต่อให้บังเอิญพบ ก็ล้วนเรียกขานอีกฝ่ายว่า “ท่านราชครู”ฝ่าบาททรงไว้วางพระทัยและให้ความสำคัญแก่เขาเป็นอย
Magbasa pa

บทที่ 254

เซี่ยเฝ่ยขมวดคิ้วแน่นจนแทบจะหนีบยุงให้ตายได้ยามมองดูเซวียหว่านอี้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตู เขารู้สึกเพียงความรำคาญใจยิ่งนัก“คนวิปลาส” สองคนมาอยู่รวมกัน จะมีผลดีอันใดเกิดขึ้นได้กัน?บารมีของวิญญูชนสืบทอดได้เพียงห้ารุ่นก็สิ้นสุด พระคุณบารมีที่ท่านย่าของเขาทิ้งไว้ให้ คงมิใช่ว่าจะมาหมดสิ้นลงที่ตัวเขาหรอกกระมัง?ทางด้านเซวียหว่านอี้เองก็ประหลาดใจอยู่บ้าง ทว่านางเพียงเอ่ยทักทายเขาด้วยท่าทีราบเรียบ จากนั้นจึงให้เฝ่ยชุ่ยหยิบของ แล้วจากไปอย่างรวดเร็วเซี่ยเฝ่ย “…”ครั้นกลับมาถึงจวนอ๋อง เขากลับพบเซี่ยไฉ่เวยเข้าที่หน้าประตูจวนยามได้เห็นหน้านาง เซี่ยเฝ่ยก็รู้สึกปวดศีรษะแทบจะปริแตก“เจ้ายังไม่จบไม่สิ้นอีกหรือ?”เป็นถึงผู้พี่ผู้น้องกัน สตรีผู้นี้วิปลาสไปแล้วหรือไร?เซี่ยไฉ่เวยจะทำอันใดได้เล่า ในเมื่อนางมิอาจควบคุมตนเองได้เลยชายหนุ่มยกศอกขึ้นเท้ากับกรอบหน้าต่างรถม้า ทอดสายตามองไปยังผู้ที่ยืนอยู่ด้านนอก“ข้าคิดว่า เจ้าชิงปลิดชีพตนเองไปเสียเถิด แม้กระทั่งความรู้สึกอันน่ารังเกียจเยี่ยงนี้เจ้ายังมิอาจควบคุมได้ มีชีวิตอยู่ต่อไปก็รังแต่จะลากผู้อื่นให้เดือดร้อนเสียเปล่า”เซี่ยไฉ่เวย “…”นางจ้
Magbasa pa

บทที่ 255

แล้วตัวนางเล่า?เพิ่งจะแต่งกับฉู่ยวนได้ไม่นาน เรื่องราวมากมาย โดยเฉพาะราชการงานเมืองในศาลาว่าการ เขาย่อมไม่ปริปากเล่าให้นางฟังแม้แต่น้อยยามต้องทนฟังบรรดาฮูหยินเหล่านั้นสนทนาพาที ถึงเรื่องราวทั้งในราชสำนักและเรือนหลัง ช่องว่างให้นางได้เอื้อนเอ่ยสอดแทรกก็แทบจะไม่มีอยู่แล้วครั้นหมดสิ้นไปหนึ่งวันเต็ม ความเหนื่อยล้าที่กัดกินทั้งกายและใจ ยิ่งมิต้องเอ่ยถึงเลยว่าน่าชิงชังปานใดยายเฒ่าผู้นั้นก็ยังมิวายหาเรื่องมารังควานนางจนได้ฝ่ายแม่นมที่ถูกส่งตัวมาเชิญนาง พอได้ยินวาจานี้ ภายในใจก็พลันตื่นตระหนกขึ้นมาทันที“ฮูหยินโปรดระงับโทสะเถิดเจ้าค่ะ เป็นเพราะอีกไม่กี่วัน คนจากทางฝั่งตระกูลเดิมของฮูหยินผู้เฒ่าจะเดินทางมาเยือน จึงได้เชิญฮูหยินไปปรึกษาหารือด้วยเป็นกรณีพิเศษเจ้าค่ะ”เซวียหมิงเฟยสัมผัสได้ถึงความนัยบางอย่างด้วยสัญชาตญาณอันเฉียบแหลมหรือว่า ผู้ที่มาเยือนจะเป็นบรรดาญาติผู้น้องสตรีอะไรเทือกนั้น?“เจ้ากลับไปก่อนเถิด ประเดี๋ยวข้าจะตามไป” นางนึกอยากจะเห็นเสียจริง ว่าจะมีผู้ใดกล้ามาเต้นแร้งเต้นกาต่อหน้านางจริงหรือไม่หากมีจริงล่ะก็…เซวียหมิงเฟยยกมุมปากขึ้นแค่นยิ้มหยัน แววตาเต็มไปด้วยความ
Magbasa pa

บทที่ 256

ยามได้พานพบราชครูผู้นั้นอีกครา คือที่หอเทียนสุ่ยแห่งเมืองหลวงหอเทียนสุ่ยเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในเมืองหลวง เหล่านักแสดงของที่นี่ไม่ว่าบุรุษหรือสตรี ล้วนเป็นศิลปินผู้ขายเพียงศิลปะมิขายเรือนร่างเหล่าบัณฑิตกวี ชนชั้นสูงผู้มั่งคั่ง หรือแม้แต่สตรีจากจวนต่าง ๆ หากไร้ธุระปะปังก็มักนิยมมาดื่มชาฟังเพลงที่นี่เล่าลือกันว่าผู้เป็นนายเบื้องหลัง คือท่านปู่ของอ๋องชิ่งอ๋องชิ่งเซี่ยอวิ๋นสืบทอดบรรดาศักดิ์ของจวนอ๋อง ย่อมต้องรับช่วงดูแลหอเทียนสุ่ยด้วยเช่นกันจะว่าไปแล้ว ท่านปู่ของอ๋องชิ่งกับฮ่องเต้องค์ก่อนเป็นญาติกัน เนื่องจากสายเลือดของจวนอ๋องชิ่ง ยามปกติแล้วแทบจะไม่เคยก้าวก่ายเรื่องราวในราชสำนัก ในสายพระเนตรของฮ่องเต้ทั้งสามรัชกาล จึงทรงมีความประทับใจที่ดีมาโดยตลอดอาจเป็นเพราะสืบทอดนิสัยกันมา ธรรมเนียมปฏิบัติของจวนอ๋องชิ่งจึงดีงามมาแต่ไหนแต่ไรเจียงหมิ่นแต่งงานเข้าไป ย่อมถือเป็นบุพเพวาสนาที่ดียิ่ง“ท่านราชครู”มองเห็นบุรุษผมสีเงินยวงผู้หล่อเหลาราวกับเซียนจุติลงมา ท่วงท่าสง่างามนั่งอยู่ริมระเบียง ในมือถือจอกสุรา ทอดสายตามองไปยังนางรำบนเวทีกลางชั้นล่างเมื่อสองวันก่อนเพิ่งได้รับรู้เรื่องร
Magbasa pa

บทที่ 257

“เป็นความผิดของน้องเอง ขอผู้พี่โปรดอย่าได้ถือสา” นางผงกศีรษะขอบคุณแม่นางที่สละที่นั่งให้ ครั้นทรุดกายลงนั่งแล้ว จึงหันไปชมดูเหล่านางรำเบื้องนอกพร้อมกับสตรีผู้นั้น“มีเหตุให้ต้องล่าช้าระหว่างทางหรือไร?” เจียงหมิ่นเอ่ยถาม“ตรงนั้น...” นางชี้มือไปยังตำแหน่งที่อยู่เยื้องออกไปเบื้องหน้า ปรากฏร่างของบุรุษผู้หนึ่งในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์และเรือนผมสีดอกเลาประจักษ์แก่สายตาเหล่าดรุณีต่างชะเง้อมองตามด้วยความอยากรู้อยากเห็น ครั้นเห็นกิริยาท่าทางของบุคคลผู้นั้นแล้ว พวกนางก็กระจ่างแจ้งแก่ใจในทันที“ที่แท้ก็คือท่านราชครูนี่เอง ในแต่ละเดือนท่านมักจะมาเยือนที่นี่สักสองสามหน” หลินซุ่ยซุ่ยเอ่ยขึ้น “มาเพื่อสดับรับฟังเสียงพิณของชวีหลาง”“เสียงพิณของชวีหลางนั้นไพเราะจับใจยิ่งนัก ต่อให้เป็นนักดีดพิณในวังหลวงก็ยังด้อยกว่าถึงสามส่วน” แม่นางอีกผู้หนึ่งซึ่งมีเสียงหยกห้อยประดับดังกังวานใส ท่าทางดูร่าเริงมีชีวิตชีวาเอ่ยขานรับ “หากมิใช่เพราะหอเทียนสุ่ยแห่งนี้เป็นกิจการของจวนอ๋องชิ่ง เกรงว่าชวีหลางคงถูกเรียกตัวเข้าวังหลวง เพื่อไปคอยปรนนิบัติรับใช้เหล่าผู้สูงศักดิ์นานแล้ว”ทว่าชวีหลางผู้นี้ ในท้ายที่สุดแล้วก็ถูก
Magbasa pa

บทที่ 258

เซี่ยเฝ่ยไม่คิดเลยว่าสตรีผู้นี้จะกล้าพลิกลิ้นกล่าวโทษผู้อื่นกลับเช่นนี้ยามใดที่พบเจอนาง ล้วนมิเคยมีเรื่องดีอันใดเลยสถานที่แห่งนี้เขามาเยือนอยู่เป็นนิจ กลับเป็นฮูหยินผู้นี้ต่างหากที่เพิ่งเคยมาเยือนเป็นคราแรกกระมัง?ไร้เหตุผลสิ้นดีที่เขาจะต้องเป็นฝ่ายหลีกเร้นนางคล้ายจะล่วงรู้ถึงแววตาเชือดเฉือนของคนทั้งสอง สายตาของเจียงหมิ่นจึงกวาดมองสลับไปมาระหว่างพวกเขาทั้งคู่“หว่านหว่าน เจ้ากับซื่อจื่อรู้จักกันหรือ?”กิตติศัพท์ของบุรุษผู้นี้ ผู้คนทั่วทั้งเมืองหลวงล้วนทราบกันดีหากจะกล่าวว่าสามารถปราบเด็กน้อยให้หยุดร้องไห้ได้ก็คงจะดูเกินจริงไปเสียหน่อย ทว่าก็มิได้ดีไปกว่านั้นสักเท่าใดนักลองไต่ถามผู้คนทั่วเมืองหลวงดูเถิด มีสักกี่คนกันที่ไม่เคยถูกเขาถากถางแน่นอนว่า ยามเขาลงมือย่อมรู้จักหนักเบา หากไปล่วงเกินเขาเข้าจริง ๆ แม้ไม่ถึงขั้นทุบตีจนสิ้นชื่อ ทว่าการถูกอัดจนต้องร้องห่มร้องไห้คร่ำครวญหาบิดามารดานั้น นับเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไปเสียยิ่งกว่าสิ่งใด“เคยมีวาสนาพบกันอยู่เพียงไม่กี่ครั้ง” เซวียหว่านอี้แย้มยิ้มจอมปลอมส่งให้เซี่ยเฝ่ย ก่อนจะรั้งสายตากลับมาและนั่งฟังเสียงบรรเลงเพลงต่อไปเซี
Magbasa pa

บทที่ 259

ยามนี้ฉู่ยวนเป็นเพียงขุนนางตำแหน่งเล็ก ๆ วาจาไม่มีน้ำหนัก เซวียหมิงเฟยจึงจำต้องข่มกลั้นความรู้สึกเอาไว้ถึงกระนั้นก็มิใช่เพราะเรื่องนี้หรือไร นางถึงได้มาพร่ำบ่นฉอด ๆ อยู่ตรงหน้าตนเช่นนี้เซวียหว่านอี้ยกมือขึ้นชี้ไปยังประตูจวน ความหมายนั้นชัดเจนยิ่งนักพอเห็นอีกฝ่ายส่ายหน้าประหนึ่งคนเสียสติ จึงเอ่ยขึ้นว่า “ประตูหลัง”หนึ่งเค่อให้หลัง สองพี่น้องก็กลับมาถึงเรือนชุ่ยเวยและทรุดกายลงนั่งในศาลาพักพิงเจินจูและเฝ่ยชุ่ยยกน้ำชาเย็นชื่นใจพร้อมทั้งผลไม้และขนมหวานเข้ามาให้ ก่อนจะถอยไปยืนเฝ้าอยู่ห่าง ๆเซวียหมิงเฟยฟุบหน้าลงบนโต๊ะหินพลางหยิบองุ่นเข้าปาก“มารดาผู้ให้กำเนิดองค์ชายสี่คือผู้ใดหรือ?”นางพยายามนึกทบทวน ทว่าก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก “ตำแหน่งเฟยหรือตำแหน่งผินกัน?”สตรีที่สามารถให้กำเนิดองค์ชายและเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ได้ อย่างน้อยที่สุดก็ย่อมต้องอยู่ในตำแหน่งผินดูอย่างนางเว่ยผู้นั้นเถิด แต่เดิมมีตำแหน่งเป็นถึงกุ้ยเฟย ทว่าพอเกิดเรื่องราวของตระกูลเว่ยขึ้นมา ก็ถูกปลดลดขั้นลงเป็นเพียงเจี๋ยอวี๋ที่ต่ำต้อยกว่าตำแหน่งผินในทันทีนับได้ว่าเป็นมารดาผู้มีฐานันดรศักดิ์ต่ำต้อยที่สุด ในบรรดามารดาของเหล่าอง
Magbasa pa

บทที่ 260

แม้ปากจะกล่าวเช่นนั้น ทว่าเซวียหมิงเฟยก็ยังคงหวังให้องค์ชายห้าได้สืบทอดราชบัลลังก์อยู่ดีเช่นนี้ นางจึงจะสามารถอาศัยบารมีของฉู่ยวน ก้าวขึ้นเป็นฮูหยินตราตั้งขั้นหนึ่งได้นางมิอาจทำความเข้าใจเรื่องราวในชาติก่อนได้เลยจริง ๆทั้งที่องค์รัชทายาทเป็นผู้กุมความได้เปรียบทั้งฤกษ์ยาม ชัยภูมิ และกำลังคน ทว่าเหตุใดเมื่อขึ้นครองราชย์ได้เพียงสองสามปี กลับถูกองค์ชายห้าโค่นล้มบัลลังก์ลงได้เล่า?แม้ฉู่ยวนจะเป็นผู้มีพรสวรรค์ล้ำเลิศปานใด ทว่าขุนนางในราชสำนักที่ปราดเปรื่องและมากปัญญาเสียยิ่งกว่าฉู่ยวนก็ใช่ว่าจะไม่มี“เรื่องราวในจวนของเจ้าจัดการเรียบร้อยแล้วหรือ?” เซวียหว่านอี้เอ่ยถามเซวียหมิงเฟยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง คล้ายเพิ่งนึกขึ้นได้จึงเอ่ยว่า “อืม สตรีตระกูลหลี่ผู้นั้นจะมิได้แต่งเข้าจวน”ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็คงต้องรอให้ตนเองตั้งครรภ์เสียก่อน แล้วค่อยเลื่อนขั้นให้จื่อจินขึ้นมาบรรดาขุนนางบุ๋นบู๊ในราชสำนัก ผู้ใดบ้างที่ไม่รับอนุ นางยังไม่เคยพานพบเลยสักคน“ช่างน่าขันนัก” เซวียหมิงเฟยกล่าว “คิดว่าตนเองมาจากต่างถิ่น จึงทำทีเป็นดูแคลนสตรีในเมืองหลวงเช่นพวกเรา”“ติดตามนายกองพันหลี่กลับมารายงานตัวที
Magbasa pa
PREV
1
...
2425262728
...
40
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status