Todos os capítulos de เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Capítulo 331 - Capítulo 340

391 Capítulos

บทที่ 331

เมื่อรู้ว่าเซวียหว่านอี้มิได้เกลียดชังนาง ความรู้สึกประหม่ากระวนกระวายใจเมื่อครู่นี้ก็มลายหายไปจนสิ้นนางเอนกายพิงตั่งราวกับไร้กระดูก เอ่ยด้วยน้ำเสียงยั่วยวนว่า “ตราบใดที่ตระกูลเซวียยังอยู่ ข้าย่อมเป็นบุตรีของตระกูลเซวียเสมอ ต่อให้ตกต่ำเพียงไร ตระกูลเซวียก็ยังมีที่ซุกหัวนอนให้ข้า”“มิใช่ข้าตั้งใจกวนโทสะเจ้าหรอกนะ ทว่าด้วยความรักใคร่ที่ท่านพ่อมีต่อข้า ผนวกกับความผูกพันสิบห้าปีกับท่านแม่ ต่อให้ต้องหย่าร้าง ตระกูลเซวียก็ยังอ้าแขนรับข้าอยู่ดี”เซวียหว่านอี้อดกลั้นรอยยิ้มไว้มิได้ นางพยักหน้าเห็นด้วย “เป็นเช่นนั้นจริง”เซวียหมิงเฟยสะอึกไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อว่า “แต่หากตระกูลเซวียล่มสลาย สถานะของข้าในตระกูลฉู่ย่อมดิ่งลงเหว เรื่องของฉู่ยวนละไว้ก่อน ทว่ามารดาของเขาย่อมต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อกดหัวข้าลงอย่างแน่นอน”เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ นางก็เลิกคิ้วขึ้น เผยรอยยิ้มอวดดี “ยามนี้นางเข้ามาก้าวก่ายข้ามิได้ เพื่อฉู่ยวนแล้ว นางถึงขั้นต้องอดกลั้นความรังเกียจ และรักษาน้ำใจกับข้าไว้เพียงเปลือกนอก”“หากให้ข้าเลือกระหว่างตระกูลเดิมกับตระกูลสามี ข้ามิใช่คนโง่เขลา ยังต้องถามอีกหรือว่าจะเลือกสิ่งใด?”นาง
Ler mais

บทที่ 332

เซวียหมิงเฟยก็รู้สึกว่าตนเองทำเกินไปหน่อยเช่นกันทว่าก็มิอาจลดทิฐิเอ่ยปากขอโทษได้ถึงกระนั้นก็ยังส่งเสียงฮึดฮัดอย่างขาดความมั่นใจออกมาคำหนึ่ง ถือเสียว่าเป็นการยอมอ่อนข้อให้ทั้งสองคนเดินทางกลับมาถึงจวนกั๋วกงท่ามกลางความเงียบงันเช่นนี้อันที่จริง ต้องนับว่าเป็น “สงครามเย็น” ฝ่ายเดียวของเซวียหมิงเฟยเสียมากกว่าในระหว่างนั้น นางลอมองเห็นสายตาของเซวียหว่านอี้ที่มองมายังตนเอง แฝงไว้ด้วยความ “ตามใจ” ชนิดที่ชวนให้รู้สึกหงุดหงิด ทว่าโทสะในใจก็มิได้มากมายถึงเพียงนั้นแล้วอย่างมากก็แค่รู้สึกอึดอัดขัดเคือง แถมยังเป็นแบบที่ระบายออกไปไม่ได้อีกต่างหากในเมื่ออีกฝ่ายเอาแต่ยิ้มแย้ม หากตนยังเอาแต่เหน็บแนมค่อนขอดด้วยน้ำเสียงประชดประชันอีก ก็จะดูเป็นคนไร้การอบรมสั่งสอนยิ่งนักหน้าประตูจวน เซวียหมิงเฟยเดินหน้ามุ่ยไปยังรถม้าของตนเองเมื่อมองดูแผ่นหลังของนาง เซวียหว่านอี้ก็เอ่ยขึ้นว่า “จะไปแล้วหรือ?”“ไปแล้ว” เซวียหมิงเฟยหันขวับมากลอกตาใส่ “เพิ่งจะเป็นบุตรสาวคนโตได้ไม่กี่วัน ถึงกับกล้าชักสีหน้าใส่ข้า หนำซ้ำยังมาสั่งสอนข้าอีก ที่ทำเช่นนี้มิใช่เพราะถือดีในฐานะปัจจุบันของตนเองหรอกหรือ”นางก็เพียงแค่
Ler mais

บทที่ 333

“หากไม่มีสิ่งใดผิดพลาด อย่างช้าที่สุดหลังการประชุมเช้าในวันพรุ่งนี้ เมืองหลวงย่อมส่งผู้ตรวจการผู้แทนพระองค์ไปยังเมืองหนิงโจว ทว่าจะเป็นผู้ใดนั้นข้ามิอาจล่วงรู้ได้”ตำแหน่งผู้ตรวจการนั้น หากเป็นเรื่องใหญ่ย่อมกราบทูลขอพระราชวินิจฉัย หากเป็นเรื่องเล็กย่อมตัดสินใจได้ในทันที เรียกได้ว่าสามารถตรวจตราและควบคุมดูแลกิจการน้อยใหญ่ของทั้งเมืองได้แทบทั้งหมดการเยือนครานี้ย่อมมีจุดประสงค์หลักเพื่อจัดการคดีการเสียชีวิตของซือหม่าแห่งเมืองหนิงโจวเป็นแน่ภายภาคหน้าจะลุกลามไปถึงเมืองอื่นหรือขุนนางท้องถิ่นผู้ใดอีกหรือไม่ ย่อมขึ้นอยู่กับว่าคนเหล่านั้นจัดการเรื่องราวได้หมดจดเพียงใดแล้ว“เจ้าเมืองหนิงโจวเป็นครอบครัวภรรยาของพี่เมียเจ้า เจ้าจะไม่มีความเคลื่อนไหวใดเลยหรือ?” เซี่ยฉงเอ่ยถามคล้ายหยอกเย้าเย่จั๋วปรือตาขึ้นเล็กน้อย “พูดธุระเถิด”ยามนี้ใช่เวลามาพูดจาล้อเล่นหรืออย่างไรเซี่ยฉงแค่นหัวเราะพลางเอ่ยว่า “เจ้าเลือกมาสักคนเถิด ข้าจะเสนอชื่อให้เสด็จพ่อเอง”ตำแหน่งผู้ตรวจการมิใช่ผู้ใดก็เป็นได้ ท้ายที่สุดแล้วอำนาจนี้ล้วนมาจากฮ่องเต้ หากมีจิตใจไม่ซื่อตรง ผลลัพธ์ย่อมเลวร้ายจนมิอาจคาดเดาเย่จั๋วกลับมิได้
Ler mais

บทที่ 334

ท่าทางการเดินของเซี่ยเฝ่ยเต็มไปด้วยความโอหัง คล้ายตั้งใจโอ้อวดต่อหน้าเย่จั๋วเย่อันมีใบหน้าเรียบเฉย ทว่าเย่จั๋วกลับมิได้ใส่ใจดูเถิด เจ้าหมอนี่ดูเหมือนคนเสเพลไม่เกรงกลัวผู้ใด ทว่ากลับทำให้เขาสัมผัสถึงเจตนาร้ายมิได้เลยกล่าวตามตรงคือ เป็นเพราะเสแสร้งมานานหลายปี ยามนี้จึงไม่อาจแก้ไขได้ในชั่วประเดี๋ยวเดียว จึงจงใจทำตัวน่ารังเกียจใส่เขาเท่านั้น“บิดาข้ามิได้อยู่ในจวน” เซี่ยเฝ่ยกล่าวด้วยท่าทีเสเพลเย่จั๋วยกมุมปากขึ้น “ข้ามาหาซื่อจื่อ ยามนี้ท่านอ๋องอยู่ที่กรมพิธีการ”องค์หญิงและราชครูแห่งแคว้นซีอูได้ส่งคนเดินทางกลับไปแล้ว เพื่อไปขอคำตอบจากกษัตริย์ของพวกเขากลับมาเซี่ยเฝ่ยพาคนมายังเรือนของตนเอง สะบัดแขนเสื้อแล้วกล่าว “ตามสบาย”ส่วนเขาก็เดินไปยังตำแหน่งประธาน นั่งลงแล้วไขว่ห้าง ท่าทางราวกับคนไร้กระดูกเย่จั๋วมิได้ใส่ใจเช่นกัน เขากล่าวว่า “ที่มาเยือนจวนในวันนี้ เพราะอยากมอบหมายงานชิ้นหนึ่งให้แก่ซื่อจื่อ”“งานหรือ? ข้าน่ะหรือ?” เซี่ยเฝ่ยยกนิ้วชี้เข้าหาตนเอง หัวเราะจนกุมท้อง ผ่านไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มก็หุบลง ใบหน้าเย็นชาพลางกลอกตา “พวกเจ้าบ้าไปแล้วกระมัง”“ซือหม่าแห่งหนิงโจวถูกคนสังหารในจ
Ler mais

บทที่ 335

เขาเอ่ยอย่างเรียบเฉยว่า “คงผ่านครานี้ไปมิได้”เมื่อทิ้งถ้อยคำนี้ไว้ เย่จั๋วก็สั่งให้เย่อันพาตัวเขาออกไป ทิ้งให้เซี่ยเฝ่ยนั่งเหม่อลอยอยู่เบื้องหน้าโถงเพียงลำพัง……“นี่คือสิ่งใด?”ณ ภัตตาคารอิ๋งเซียน เซี่ยเฝ่ยมองดูจดหมายน้อยในมือ บนนั้นปรากฏที่อยู่และนามของบุคคลผู้หนึ่ง “ฮูหยินเซวียให้เจ้ามอบแก่ข้าหรือ?”หวังเหลยพยักหน้า “ฮูหยินกล่าวว่า บุคคลผู้นี้สามารถช่วยเหลือซื่อจื่อที่เยี่ยนโจวได้ขอรับ”การประชุมเช้าในวันนี้ ได้กำหนดให้เขาเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินแล้วหลังจากทนฟังบิดาของตนพร่ำบ่นอยู่ในจวนมาค่อนวัน เขาที่กำลังหงุดหงิดรำคาญใจจึงมารับประทานอาหารที่ภัตตาคารอิ๋งเซียน เมื่อเสร็จสิ้นก็เตรียมตัวไปนั่งเล่นที่หอชุนเฟิง ฟังเพลง และดื่มสุราสักเล็กน้อยพรุ่งนี้ก็ต้องออกเดินทางไปเยี่ยนโจวแล้ว การเดินทางครานี้อย่างน้อยต้องใช้เวลายาวนานถึงสองเดือน หากมากกว่านั้นก็ยังไม่แน่ชัดนอกเหนือจากเยี่ยนโจวแล้ว ยังต้องเป็นตัวแทนโอรสสวรรค์ไปตรวจตรารัฐและเมืองอื่น ๆ อีกด้วยเซี่ยเฝ่ยรู้สึกไร้รสชาติยิ่งนัก อ๋องผู้ครองแคว้นแห่งเยี่ยนโจวกล้าข้ามเขตแดนไปลอบสังหารขุนนางเมืองหนิงโจว ไม่ว่าจะคิดเช่นไรก็ล้วนเป็น
Ler mais

บทที่ 336

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นเซี่ยเฝ่ยนำผู้คนคณะหนึ่งจำนวนห้าสิบคน เดินทางออกจากเมืองหลวงนอกเหนือจากเมื่อหลายปีก่อนที่ติดตามบิดามารดากลับไปพำนักยังเรือนเดิมของมารดาอยู่ช่วงระยะหนึ่ง เติบใหญ่มาจนป่านนี้ นี่นับเป็นครั้งแรกที่เขาเดินทางออกจากเมืองหลวงซ้ำยังเป็นการรับหน้าที่จากราชสำนัก ให้ออกมาปฏิบัติราชการคุณชายเสเพลผู้มี “ชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วเมืองหลวง” เช่นเขา ทว่ากลับสามารถรับตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน เดินทางออกจากเมืองหลวงมาปฏิบัติราชการ ช่างเป็นเรื่องประหลาดยิ่งนักแน่นอนว่า จากคำบ่นพึมพำของบิดาเขา ได้ยินมาว่าเพราะเขาเป็นต้นเหตุ ขุนนางทั้งราชสำนักล้วนรู้สึกว่าองค์รัชทายาทสติฟั่นเฟือนไปแล้วหน้าที่สำคัญถึงเพียงนี้ ต่อให้ส่งขุนนางระดับสูงจากหกกรมไปก็ยังได้ เหตุใดจึงให้บุตรชายเสเพลผู้นั้นของอ๋องเยว่ไปจัดการด้วยผู้ที่ตายคือขุนนางที่ราชสำนักแต่งตั้ง การลอบสังหารขุนนางของราชสำนัก จะแตกต่างอันใดกับการก่อกบฏวันนี้กล้าสังหารซือหม่าในท้องถิ่น วันหน้าย่อมกล้าบุกเข้ามาถึงเมืองหลวงเพื่อเข่นฆ่าสังหารพวกเขาหากมิได้สืบสาวจนกระจ่างว่าผู้ใดอยู่เบื้องหลัง พวกเขาจะวางใจได้อย่างไรนี่นับเป็นครั้
Ler mais

บทที่ 337

......ณ ตำหนักบูรพาเซวียหว่านอี้กำลังอยู่เป็นเพื่อนพูดคุยสัพเพเหระกับพระชายาองค์รัชทายาท“คนในคุกผู้นั้น องค์ชายรองพาตัวนางไปแล้ว”นางชุยเอ่ยว่า “ยามกินอาหารกลางวันเมื่อวาน องค์รัชทายาทเอ่ยกับข้าคำหนึ่ง ว่าองค์ชายรองไปขอคนจากฝ่าบาท และฝ่าบาทก็ทรงอนุญาตแล้ว”เซวียหว่านอี้กะพริบตา คล้ายกับฟังไม่ค่อยเข้าใจนัก“ด้วยเหตุใดกัน?”จุดประสงค์ขององค์ชายรองคือสิ่งใด?“หรือว่าองค์ชายรองจะพึงใจนาง?”พระชายาองค์รัชทายาทครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้าอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก “เหมือนจะไม่ใช่ อาจจะมีจุดประสงค์อื่นก็เป็นได้”ถึงอย่างไรก็เป็นถึงองค์ชาย มิควรจะลุ่มหลงสตรีจนหน้ามืดตามัวถึงเพียงนั้นทว่าเซวียหว่านอี้กลับรู้สึกคลางแคลงใจอยู่บ้าง “หวังว่าจะมิได้ยินข่าวองค์ชายรองรับอนุหรอกนะ”พระชายาองค์รัชทายาทมีสีหน้าเหม่อลอยไปชั่วขณะนางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยอย่างลังเลว่า “ไม่กระมัง?”หากเป็นเรื่องจริง เช่นนั้นก็ออกจะเหลวไหลเกินไปแล้วคนที่องค์ชายรองชอบพอมิใช่หญิงงามตัวจริงผู้นั้นหรอกหรือ?“เซวียหมิงเยว่มีทั้งเล่ห์เหลี่ยมและชั้นเชิง รู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาว สามารถใช้ข้อได้เปรียบของตนเองให้เ
Ler mais

บทที่ 338

“ติงกุ้ย”เซี่ยเจี้ยงเอ่ยปาก ชายหนุ่มผู้หนึ่งก็เดินเข้ามา“องค์ชาย” ชายหนุ่มก้มหน้าหลุบตาลงรอรับคำสั่ง“คุ้มกันหละหลวม ไปรับโทษโบยด้วยไม้กระบองทหารยี่สิบไม้”ความหมายนั้นชัดเจนยิ่งนัก การปล่อยปละละเว้นให้ผู้ใดเข้ามาในห้องนอนตามอำเภอใจ โทษโบยยี่สิบไม้นี้นับว่าปรานีเขามากแล้วติงกุ้ยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะน้อมรับคำสั่งอย่างเคารพ“ขอรับ เป็นความผิดของข้าน้อยเอง”เซวียหมิงเยว่มองดูภาพตรงหน้า ชั่วขณะหนึ่งก็ยังมิทันตั้งตัวจากนั้นใบหน้าเล็กที่ดูซีดเซียวเล็กน้อยก็พลันซับสีเลือดฝาด หัวใจเต้นรัวเร็วเป็นดังที่คาดจริง ๆ …“ส่งนางไปให้แม่นมอู๋ ให้นางได้เรียนรู้กฎระเบียบในวังเสียบ้าง เป็นเพียงสาวใช้ไร้ชื่อไร้ฐานะ ทั้งยังมีโทษติดตัว คิดว่าตำหนักเฟิงเซวียนเป็นสถานที่เช่นไรกัน”เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ ขอบตาของเซวียหมิงเยว่ก็พลันเอ่อล้นด้วยหยาดน้ำตาทันทีนางคุกเข่าลงทั้งสองข้าง ถ้วยน้ำแกงในมือยังคงประคองไว้อย่างมั่นคง น้ำเสียงเจือความสั่นเครือและสะอื้นไห้ “องค์ชายโปรดอภัยด้วย ข้ามาจากบ้านป่าเมืองเถื่อน ไม่ล่วงรู้กฎระเบียบในวังเลยเจ้าค่ะ”“องค์ชายจะลงทัณฑ์เช่นไร ข้าย่อมรับไว้ทั้งสิ้น เพียงแต
Ler mais

บทที่ 339

เช่นนั้น การพานางไปส่งให้แม่นมอู๋ ก็เพียงเพื่อสั่งสอนกฎระเบียบในวังงั้นหรือ?มิใช่การ “สั่งสอน” ในแบบที่เขากำลังคิดใช่หรือไม่?ยามผ่านไปไม่ถึงสองก้านธูป ก็มีผู้นำเรื่องราวฉากนี้ไปรายงานแก่พระชายาองค์รัชทายาทเมื่อนางชุยได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดก็เงียบงันไปเนิ่นนานก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ดูเหมือนจะเข้าใจแล้ว”หากเปลี่ยนเป็นบุรุษมาทำเช่นนี้ต่อนาง นางก็คงมิกล้าตัดใจลงมือตบตีเช่นกันอีกฝ่ายเป็นเพียงคนน่าสงสารที่คอยนึกถึงและทำเพื่อตน แล้วเหตุใดจะต้องร้องแรกแหกกระเชอสั่งฆ่าสั่งตีด้วยเล่า“ช่างมีเล่ห์เหลี่ยมจริง ๆ” นางชุยสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วพ่นออกมายืดยาว “ยามนี้คงต้องรอดูแล้วว่าฝ่าบาทจะมีท่าทีเช่นไร”“ไม่เพียงเท่านั้น!” เซวียหว่านอี้กล่าว “ยังต้องระวังมิให้นางเข้าใกล้องค์รัชทายาทอีกด้วยเจ้าค่ะ”นางชุย “…”ระวังอันใดกัน?นางรู้สึกว่าตนเองอาจจะฟังผิดไป “สตรีผู้นี้มิใช่ว่าปีนป่ายขึ้นไปหาองค์ชายรองแล้วหรอกหรือ?”จริงอยู่ สถานะขององค์รัชทายาทย่อมสูงส่งกว่าองค์ชายรองมิใช่เพียงเล็กน้อยแต่เซวียหมิงเยว่เป็นเพียงหญิงสาวชาวบ้านธรรมดา ชาติตระกูลเช่นนี้สามารถเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล
Ler mais

บทที่ 340

ฝนตกลงมาอย่างหนักมีคนเคาะประตูใหญ่ของเรือนพักตากอากาศชานเมืองหลวงป้านอวี่ถือร่มกระดาษอาบน้ำมันลายดอกบัวสีเขียวคราม ย่ำไปตามทางเดินหินชิงสืออย่างเชื่องช้าบ่าวรับใช้เข้ามารายงานว่า เป็นผู้คนที่อยู่เรือนข้างเคียงเมื่อมองดูนายบ่าวทั้งสองที่ยืนอยู่หน้าประตู สีหน้าของป้านอวี่ยังคงเรียบเฉย มิได้เปลี่ยนไปจากท่าทีเย็นชาดุจเดิมหรืออาจกล่าวได้ว่า ผู้คนในจวนเจิ้นกั๋วกงล้วนมีท่าทีเช่นนี้เป็นปกติก่อนปีกลาย เขาติดตามเย่จั๋วออกรบกรำศึกอยู่ภายนอกมาตลอดทั้งปี สังหารศัตรูมาแล้วอย่างน้อยหลายร้อยคน กลิ่นอายสังหารรอบกายจึงมิใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะเทียบเทียมได้หากไม่รู้จักเก็บงำประกาย ย่อมสามารถทำให้เด็กน้อยที่กำลังร้องไห้อยู่หยุดชะงักได้อย่างแน่นอนทว่าเมื่อคลุกคลีอยู่กับกลิ่นคาวเลือดและการเข่นฆ่ามานาน ต่อให้พยายามเก็บงำเพียงไรก็ย่อมมีขีดจำกัดการแสดงสีหน้าเรียบเฉยเช่นในยามนี้ได้ ก็นับว่าดีมากแล้ว“ท่านทั้งสองมีธุระอันใดหรือ?” ป้านอวี่เอ่ยถามหลี่ว์เจียวหรงมิได้เอ่ยสิ่งใด สาวใช้ด้านข้างจึงก้าวไปข้างหน้าสองก้าว ประคองจดหมายในมือส่งให้ด้วยสองมือ“รบกวน...”อีกฝ่ายเพิ่งอ้าปากพูด ป้านอวี่ก็เอ่ย
Ler mais
ANTERIOR
1
...
3233343536
...
40
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status