เมื่อรู้ว่าเซวียหว่านอี้มิได้เกลียดชังนาง ความรู้สึกประหม่ากระวนกระวายใจเมื่อครู่นี้ก็มลายหายไปจนสิ้นนางเอนกายพิงตั่งราวกับไร้กระดูก เอ่ยด้วยน้ำเสียงยั่วยวนว่า “ตราบใดที่ตระกูลเซวียยังอยู่ ข้าย่อมเป็นบุตรีของตระกูลเซวียเสมอ ต่อให้ตกต่ำเพียงไร ตระกูลเซวียก็ยังมีที่ซุกหัวนอนให้ข้า”“มิใช่ข้าตั้งใจกวนโทสะเจ้าหรอกนะ ทว่าด้วยความรักใคร่ที่ท่านพ่อมีต่อข้า ผนวกกับความผูกพันสิบห้าปีกับท่านแม่ ต่อให้ต้องหย่าร้าง ตระกูลเซวียก็ยังอ้าแขนรับข้าอยู่ดี”เซวียหว่านอี้อดกลั้นรอยยิ้มไว้มิได้ นางพยักหน้าเห็นด้วย “เป็นเช่นนั้นจริง”เซวียหมิงเฟยสะอึกไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อว่า “แต่หากตระกูลเซวียล่มสลาย สถานะของข้าในตระกูลฉู่ย่อมดิ่งลงเหว เรื่องของฉู่ยวนละไว้ก่อน ทว่ามารดาของเขาย่อมต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อกดหัวข้าลงอย่างแน่นอน”เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ นางก็เลิกคิ้วขึ้น เผยรอยยิ้มอวดดี “ยามนี้นางเข้ามาก้าวก่ายข้ามิได้ เพื่อฉู่ยวนแล้ว นางถึงขั้นต้องอดกลั้นความรังเกียจ และรักษาน้ำใจกับข้าไว้เพียงเปลือกนอก”“หากให้ข้าเลือกระหว่างตระกูลเดิมกับตระกูลสามี ข้ามิใช่คนโง่เขลา ยังต้องถามอีกหรือว่าจะเลือกสิ่งใด?”นาง
Ler mais