Tous les chapitres de : Chapitre 341 - Chapitre 350

391

บทที่ 341

อัครมหาเสนาบดีหลี่ว์มองฮูหยินของตนเอง ก่อนจะหันไปมองบุตรสาว “เป็นเช่นนั้นหรือ?”ฮูหยินจูยิ้มกล่าวว่า “คุณหนูใหญ่อาจคิดว่าเป็นเพราะข้า ถึงบีบคั้นมารดาของนางจนต้องสิ้นใจ ด้วยเหตุนี้จึงมีอคติต่อข้ามาโดยตลอด”“กล่าวเช่นนี้ได้อย่างไร” อัครมหาเสนาบดีหลี่ว์กล่าว “ยามนั้นมารดาของเจ้าแท้งบุตรจนร่างกายอ่อนแอ ด้วยเหตุนี้จึงด่วนจากไป เกี่ยวอันใดกับแม่เลี้ยงของเจ้าด้วย?”หลี่ว์เจียวหรงแค่นเสียงเย็นชา “ท่านกล่าวเช่นไรก็คงเป็นเช่นนั้น ข้าเองก็ไร้ซึ่งหลักฐาน จะใช่หรือไม่ใช่ยังสำคัญอยู่อีกหรือ?”ใช่แล้ว ยามนั้นมารดาตั้งครรภ์ขึ้นมาอีกหน ทว่าด้วยอุบัติเหตุทำให้ต้องแท้งบุตรไป หลังจากนั้นร่างกายก็เริ่มย่ำแย่ลงแต่นั่นก็มิได้หมายความว่าจะต้องมาสิ้นใจอย่างกะทันหันถึงเพียงนั้นเมื่อเห็นว่าสามีของตนกลับกลายเป็นคนเงียบงันไปอีกครา ฮูหยินจูก็ไม่อยากจะอดทนอีกต่อไปนางทนมาตั้งกี่ปีแล้ว ยอมโอนอ่อนผ่อนตามบุตรเลี้ยงผู้นี้มาโดยตลอด จนอีกฝ่ายนึกว่านางเป็นคนไร้ปากเสียงกระมัง“เรื่องนี้เจ้าจะไปโทษนายท่านมิได้...”“ฮูหยิน” อัครมหาเสนาบดีหลี่ว์เอ่ยปากห้ามปรามฮูหยินจูปรายตามองเขาเรียบ ๆ แล้วกล่าวต่อว่า “เดิมทีมารด
Read More

บทที่ 342

มีคนในเรือนพักนำเรื่องพฤติกรรมแปลกประหลาดระยะนี้ของหลี่ว์เจียวหรงไปแจ้งแก่จวนอัครเสนาบดี สองสามีภรรยาจึงได้รีบรุดมาที่นี่อัครมหาเสนาบดีหลี่ว์ได้ส่งจดหมายไปแจ้งเรื่องการเกี่ยวดองของบุตรหลานทั้งสองตระกูลให้ครอบครัวของอดีตภรรยาทราบแล้วทางนั้นย่อมต้องยินยอมอยู่แล้ว อย่างไรเสียก็เป็นหลานสาวตา แต่งงานกับหลานชายของน้องชายแท้ ๆ อย่างน้อยเขาก็ยังพอช่วยดูแลได้บ้าง ย่อมทำให้หลานสาวตาผู้นี้ใช้ชีวิตบั้นปลายได้อย่างสงบสุขแม้มิอาจให้กำเนิดบุตรสืบสกุล ทว่าในตระกูลยังมีลูกหลานอีกมากมาย ย่อมต้องมีผู้ที่มาคอยปรนนิบัติรับใช้หลี่ว์เจียวหรงอย่างใกล้ชิดหากปล่อยให้หลี่ว์เจียวหรงหนีไปในยามนี้ นางจะต้องถูกตำหนิอย่างแท้จริงมิใช่เพียงตระกูลหลี่ว์ แต่ยังรวมถึงท่านตาของนางด้วยมิเช่นนั้นเล่า?หากไม่มีใจอยากเกี่ยวดองกับครอบครัวท่านตา ไยไม่บอกกล่าวแต่เนิ่น ๆ การหนีไปเช่นนี้คือการดูแคลนกันหรือ?“เจ้าจงพักอยู่ที่นี่ให้ดี เดือนหน้าทางนั้นจะมารับเจ้า”อัครมหาเสนาบดีหลี่ว์กำชับประโยคหนึ่ง แล้วเตรียมตัวพาฮูหยินจากไปเมื่อเดินไปถึงหน้าห้องโถง เขาก็หยุดฝีเท้า หันหลังให้นาง แล้วเอ่ยขึ้นอีกประโยค“เจ้าอยากจะเก็
Read More

บทที่ 343

“ได้” อัครมหาเสนาบดีหลี่ว์รับคำมองดูเงาร่างของคนทั้งสองเคียงคู่จากไป ครู่หนึ่งนางจึงรีบพุ่งตัวออกไป แล้ววิ่งตามไปตามระเบียงทางเดิน……“ขาของท่าน ข้าเห็นมากี่ครั้งก็ยังรู้สึกน่าประหวั่นพรั่นพรึงอยู่ดี”เมื่อเก็บเข็มเงินลงในกล่องแล้ว ไป๋อวี๋ก็เบือนหน้าหนี ไม่ยอมมองขาทั้งสองข้างของเขาอีกนี่คือการรักษาในรอบที่สามแล้ว ท่อนขาที่มีเส้นเลือดปูดโปนนั้นนับว่าดีขึ้นกว่าคราแรกมากนัก ทว่าก็ยังคงดูน่ากลัวอยู่ดีเย่จั๋วกุมหัวเข่าเอาไว้ สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดอันมิอาจสะกดกลั้น ทว่าสีหน้ากลับมิได้แสดงออกถึงสิ่งใด“ลำบากเจ้าแล้ว”เขาปล่อยให้ถิงอวิ๋นสวมถุงเท้าและรองเท้าให้ พลางเอ่ยถาม “ท่านฉีเล่า?”“ยามนี้คาดว่าคงใกล้จะถึงเฉียนโจวแล้วล่ะ ได้ยินว่าที่นั่นมีสมุนไพรชั้นเลิศปรากฏขึ้นอีกแล้ว”ไป๋อวี๋เดินไปล้างมือที่ด้านข้าง “ท่านมิต้องกังวล แม้วิชาแพทย์ของข้าจะมิสู้ท่านอาจารย์ แต่อาการป่วยของท่านนี้ข้ายังพอรับมือไหว”“ผู้อาวุโสอย่างเขาก็ชอบแต่โรคประหลาดที่รักษายากนัก พอหาวิธีรักษาได้แล้ว เพียงไม่นานก็จะหมดความสนใจไปเอง”นางเช็ดมือจนแห้งสะอาด แล้วเอ่ยกับเขาว่า “ท่านก็คอยสังเกตท่านอาจารย์ของข้าไว้
Read More

บทที่ 344

เย่อันหุบปากสนิทสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด มิใช่หมายความว่าแม้แต่อาการบาดเจ็บภายในของนายน้อยที่เคยได้รับในสนามรบก็สามารถรักษาให้หายขาดได้งั้นหรือ?แม้นายน้อยจะมีพรสวรรค์ในการเป็นแม่ทัพมาแต่กำเนิด ทว่าติดตามท่านแม่ทัพใหญ่สู้รบในสนามรบมาหลายปี ร่างกายย่อมต้องหลั่งเลือดและได้รับบาดเจ็บอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงอายุเพียงยี่สิบเศษ บาดแผลทั้งภายนอกและภายในกลับมีมิใช่น้อยภายในห้องข้าง ๆไป๋อวี๋เท้าคาง ส่งยิ้มหวานหยดย้อยมองเซี่ยฉงโหลวที่กำลังปรุงยาอยู่เบื้องหน้า“ศิษย์พี่ ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน”ไหนเลยจะมีความห้าวหาญคล่องแคล่วดั่งยามอยู่กับเย่จั๋ว ยามนี้ล้วนมีแต่ท่าทีของหญิงสาวที่จมปลักอยู่ในห้วงแห่งความรักเซี่ยฉงโหลวอดหัวเราะมิได้ “อืม ศิษย์พี่ก็คิดถึงเจ้า”เขาชั่งน้ำหนักยาแล้วห่อให้เรียบร้อยพลางเอื้อมมือไปล้วงของที่เอว แล้วยื่นปิ่นหยกสลักลายดอกกล้วยไม้ให้นาง“นี่เป็นค่าตอบแทนยามรักษาพิษให้ผู้อื่นที่ซางโจว ลองดูสิว่าชอบหรือไม่?”ไป๋อวี๋รับมาด้วยความตื่นเต้น ลูบคลำเล่นด้วยความรักใคร่จนมิยอมวางมือ“ศิษย์พี่มอบสิ่งใดให้ข้าก็ล้วนดีทั้งสิ้น ขอเพียงเป็นสิ่งที่ศิษย์พี่มอบให้ ข้าก็ชอบทั้งหมด”
Read More

บทที่ 345

เห็นได้ชัดว่ามีหลายคราที่การกระทำของฉู่ยวนทำให้เซวียหมิงเฟยสุดจะทานทน ทว่าล้วนถูกเขาใช้คำพูดหว่านล้อมเพียงไม่กี่คำปัดเป่าให้ผ่านพ้นไปได้เสมอเจินจูครุ่นคิด แล้วเอ่ยว่า “บางทีอาจจะมิได้หลงกลหรอกเจ้าค่ะ คุณหนูรองเองก็มิใช่คนธรรมดาทั่วไป ไม่แน่ว่าอาจจะมีจุดประสงค์อันใดแอบแฝงอยู่ก็เป็นได้”ฝูหลิง “…”นางเริ่มจะไม่ค่อยเข้าใจเสียแล้วนี่กลายเป็นว่ามีเพียงนางคนเดียวที่โง่งมงั้นหรือ?ณ ศาลาชมแม่น้ำ เฝ่ยชุ่ยยกสำรับอาหารเข้ามา“ฮูหยิน” นางมองออกไปนอกหน้าต่าง ยามยืนอยู่บนที่สูง ย่อมมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกลเป็นธรรมดายามยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง ทิวทัศน์เบื้องหน้าคือความงดงามที่มิเคยได้เชยชมมาก่อน“หวังเหลย” เมื่อกลับมานั่งที่หน้าโต๊ะ เซวียหว่านอี้ก็เรียกผู้ติดตามเข้ามาหวังเหลยเดินเข้ามาจากด้านนอก เพื่อรอรับคำสั่ง“รอให้ฝนหยุดตก จงส่งตัวฝูหลิงออกไปจากเมืองหลวง ส่งไปให้ไกลสักหน่อย...”ในใจนางรู้สึกลังเลและกังวลอยู่บ้าง “ข้าเกรงว่าฉู่ยวนอาจจะรู้แล้วว่าฝูหลิงยังไม่สิ้นใจ”หวังเหลยขมวดคิ้วเล็กน้อย “ฮูหยิน เขามิน่าจะรู้ได้นะขอรับ”“จะน่ารู้หรือไม่น่ารู้ ใช่ว่าพวกเราจะเป็นคนตัดสินใจได้” เซว
Read More

บทที่ 346

สองวันต่อมา ณ ชานเมืองหลวงสตรีท่าทางองอาจในชุดกระโปรงยาวสีเรียบผู้หนึ่ง นั่งอยู่บนที่นั่งคนขับรถม้า ในมือโบกแส้ม้าเบา ๆ บังคับให้ม้าเดินไปข้างหน้าภายในรถม้า ฝูหลิงกอดห่อผ้าของตนเอาไว้ ในใจหวาดหวั่นพรั่นพรึง“แม่นาง เหตุใดจึงต้องส่งข้าไปไกลถึงเพียงนั้นด้วย?”หญิงสาวกระตุกริมฝีปากแย้มยิ้ม กล่าวว่า “ในใจเจ้ามิใช่คาดเดาได้แล้วหรือ?”ฝูหลิง “???”“ย่อมเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของเจ้า หรือเจ้าคิดว่าผู้ที่สามารถพลิกแพลงเอาตัวรอดในแวดวงขุนนางได้ ล้วนเป็นพวกโง่งมกระนั้นหรือ?”หัวใจของฝูหลิงเต้นรัวแรงหรือว่า ใต้เท้าฉู่จะคิดว่านางยังไม่ตาย?ทว่านางก็มิได้เผยพิรุธใดออกมาอย่างชัดเจนเลยนี่นา แม้ว่าในภายหลังจะยอมรับสารภาพ แต่ก็มีกลิ่นอายของการถูกทรมานจนต้องยอมรับจำนนอยู่บ้างแล้วจื่อจินเล่า?ใต้เท้าฉู่ก็สงสัยด้วยหรือ?“อย่ากลัวไปเลย” เมื่อคนด้านในไร้สุ้มเสียง กระทั่งลมหายใจยังปั่นป่วน หญิงสาวก็อดรนทนมิได้ที่จะขบขัน “เพียงแค่ป้องกันไว้ก่อนที่ภัยจะมาถึง การมาส่งเจ้าในครั้งนี้ก็ถือเสียว่าข้าได้ออกมาเปิดหูเปิดตา และแวะท่องเที่ยวไปในตัวก็แล้วกัน”ฝูหลิงกอดห่อผ้าไว้แน่น พยักหน้าพร้อมเอ่ยเสียงอ
Read More

บทที่ 347

“เจ้าเป็นบ่าวรับใช้ของตระกูลเซวีย เขาอาจคิดว่าเจ้าถูกผู้อื่นซื้อตัวไปแล้ว”หากมิได้หวังในตัวฉู่ยวนผู้นี้ แล้วจะหวังสิ่งใดเล่า?“สามีภรรยาคือคนคนเดียวกัน เซวียหมิงเฟยเกิดเรื่อง ฉู่ยวนย่อมมีส่วนรับผิดชอบที่มิอาจปัดพ้น”ยามนี้ฝูหลิงนับว่ากระจ่างแจ้งแล้วนางพยักหน้ากล่าวว่า “อ้อ ดังนั้นพวกเขาจึงคิดว่าหากจับตัวท่านได้ ก็จะสามารถสืบหาคนผู้อยู่เบื้องหลังได้เช่นนั้นหรือ?”“คงจะเป็นเช่นนั้นกระมัง” สือเอ้อร์เหนียงกล่าว “น่าเสียดายที่ต่อให้จับข้าได้ พวกเขาก็มิอาจสืบหาอันใดพบ”องครักษ์เงา ล้วนกระทำการค้าขายในที่ลับตาคนหากเปิดเผยโฉมหน้าและถูกผู้คนจดจำได้ ย่อมทำได้เพียงเปลี่ยนมาเคลื่อนไหวในที่แจ้งนางนึกอิจฉาหวังเฟิงและหวังเหลยอยู่มิใช่น้อย ดังนั้นครานี้นางจึงเสนอตัวอาสาส่งฝูหลิงกลับบ้านเกิดเช่นนี้ยามนางกลับไปยังจวนกั๋วกงอีกครา นางก็จะมีนามเป็นของตนเอง ทั้งยังสามารถเดินท่ามกลางแสงตะวันได้แล้วใช่หรือไม่?แน่นอนว่าเรื่องนี้ย่อมไม่เป็นอุปสรรคต่อการทุ่มเทชีวิตเพื่อรับใช้นายน้อยต่อไปองครักษ์เงาย่อมมีหน้าที่ขององครักษ์เงาองครักษ์สว่างย่อมมีหน้าที่ขององครักษ์สว่างอีกทั้ง คนเหล่านั้นเมื่อค
Read More

บทที่ 348

รถม้าเคลื่อนไปเบื้องหน้าอย่างเชื่องช้าเซวียหว่านอี้ใช้มือค้ำหน้าผาก งีบหลับพักผ่อนท่ามกลางแรงสั่นสะเทือนแผ่วเบาของรถม้าวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของกว่างผิงโหวเจียงเสวียน ในฐานะหลานสาวสายตรง นางย่อมต้องไปร่วมงานอย่างแน่นอนอีกทั้งเมื่อสองวันก่อน เจียงหมิ่นก็ได้ฝากคำทาบทามเชิญชวนนางไว้แล้วเมื่อคืนยามก่อนนอน คิดจะหยิบหนังสือนิยายมาอ่านเล่นสักหน่อย ผู้ใดจะคาดคิดว่ากลับอ่านจนเพลิดเพลิน เข้านอนดึกไปบ้าง ยามนี้จึงดูอ่อนล้าอยู่สักหน่อยรถม้าหยุดจอดที่หน้าจวนโหว ยังไม่รอให้นางได้ขยับตัว ม่านรถม้าก็ถูกเลิกขึ้น เป็นเซวียหมิงเฟยและเจียงหมิ่นนั่นเองทั้งสองชะโงกหน้ามองเข้ามาด้านใน“เจ้าอยู่ใกล้กว่าข้าแท้ ๆ แต่กลับมาถึงช้ากว่าข้าเสียอีก” เซวียหมิงเฟยบ่นพึมพำหากมิใช่เพราะน้ำเสียงของนางฟังดูไร้ซึ่งเจตนาร้าย วาจานี้ก็ชวนให้โดนทุบตีอยู่บ้างจริง ๆเมื่อลงจากรถม้า นางก็ยกมือขึ้นปิดปากหาวหวอดเอ่ยว่า “เมื่อคืนนอนหลับไม่ค่อยสนิท...”“ไปทำสิ่งใดมาหรือ?” เจียงหมิ่นเอ่ยถาม “คงมิใช่ว่าตื่นเต้นที่จะมาเรือนของข้า จนข่มตานอนไม่หลับหรอกนะ?”เซวียหว่านอี้พยักหน้า ยิ้มพลางเอ่ย “เป็นเช่นนั้นจริง ๆ เพรา
Read More

บทที่ 349

เจียงเสวียนไหนเลยจะกล้ารับเขารีบโบกไม้โบกมือ ปานจะเร่งความเร็วให้เห็นเป็นภาพติดตา“มิเป็นไร ๆ มิเป็นไรเด็ดขาด อาหว่านเอ๋ย ยามกลับไปฝากขอบใจเย่กั๋วกงแทนลุงสำหรับของขวัญวันเกิดด้วยเถิด ลุงชอบมากเหลือเกิน”เซวียหว่านอี้ยกมือป้องริมฝีปาก แย้มยิ้มจนดวงตาโค้งดั่งจันทร์เสี้ยว “เจ้าค่ะ”“เย่กั๋วกงช่างใจกว้างเสียจริง” น้ำเสียงของนายท่านรองที่อยู่ด้านข้างฟังดูอิจฉา ทว่ามิได้จงใจพุ่งเป้าไปที่เซวียหว่านอี้ “นี่คือภาพวาดช่วงกลางค่อนปลายของท่านจิ่วถัง ในยามนั้นฝีพู่กันของเขาบรรลุถึงขั้นไร้ที่ติ ไม่ว่าจะเป็นเส้นสายหรืออารมณ์ภาพล้วนหาได้ยากยิ่งในใต้หล้า มิได้การแล้ว...”เขาขยับเข้าไปตรงหน้าเจียงเสวียนแล้วเอ่ยว่า “พี่ใหญ่ วันหน้าหากข้าอยากชม ข้าจะมาหาท่านที่เรือนนะ”เจียงเสวียนหัวเราะเสียงดังกังวาน “ไว้ค่อยว่ากันเถิด”นายท่านรองแค่นเสียง หนวดเคราสั่นระริกตามไปด้วย “ไว้ค่อยว่ากันอันใด ข้าเพียงอยากดู มิได้แตะต้อง และไม่ได้แย่งชิงกับท่านเสียหน่อย”“ท่านอารองเป็นอันใดไปหรือขอรับ?”ขณะที่ผู้อาวุโสหลายท่านในโถงกำลังหยอกล้อกันอย่างเบิกบาน ด้านนอกก็มีคนหนุ่มสาวหลายคนเดินเข้ามาผู้ที่เดินนำหน้ามาคือเ
Read More

บทที่ 350

นายท่านอีกสองท่านของตระกูลเจียง ล้วนเป็นเพียงขุนนางบุ๋นตำแหน่งเล็ก ๆ ขั้นหกขั้นเจ็ดในศาลาว่าการเท่านั้นทว่าทั้งสองท่านล้วนเป็นคนรู้จักพอ เบื้องบนมีเจียงเสวียนผู้เป็นพี่ชายคนโตคอยปกป้องคุ้มครอง ผนวกกับทุกปีส่วนกลางของตระกูลจะมอบเงินให้ก้อนหนึ่ง แม้นการใช้ชีวิตจะมิได้มั่งคั่งร่ำรวยดั่งจวนโหว ทว่าก็มิได้ขัดสน ทั้งยังดีตรงที่สงบสุขมั่นคงโดยรวมแล้ว ภายในตระกูลเจียงยังคงกลมเกลียวและปรองดองกันเป็นอย่างดีจวบจนใกล้เที่ยง แขกเพียงกลุ่มเดียวก็เดินทางมาถึงจวน งานเลี้ยงจึงเริ่มขึ้นในทันทีผู้ที่มาคือครอบครัวของนางหลิ่วผู้เป็นฮูหยินซื่อจื่อ และยังเกี่ยวดองเป็นญาติกับตระกูลเจียงด้วยผู้ที่มาร่วมงานในวันนี้ เซวียหว่านอี้ถือว่ามีฐานะสูงส่งที่สุดทว่าด้วยติดที่นางเป็นผู้น้อย เซวียหว่านอี้จึงสมัครใจที่จะร่วมโต๊ะอาหารกับเหล่าพี่น้องแห่งผิงเป่ยมากกว่าเช่นนี้แล้วทั้งสองฝ่ายย่อมรับประทานอาหารกันได้อย่างสบายใจกว่า“ช่วงนี้เจ้าอย่ามาหาข้าเลย” เซวียหมิงเฟยเอ่ยกับนางประโยคหนึ่งเสียงพูดคุยของผู้คนโดยรอบพลันช้าลงและแผ่วเบาลงในทันที ต่างมองมาที่พวกนางทั้งสองด้วยสายตาประหลาดใจเซวียหว่านอี้ซดน้ำแกงลูก
Read More
Dernier
1
...
3334353637
...
40
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status