บททั้งหมดของ เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: บทที่ 321 - บทที่ 330

391

บทที่ 321

“มิกล้า” เซวียหมิงเฟยเอ่ยเสียงแผ่วเป็นความมิกล้า มิใช่ว่าไม่อยากจื่อจินสั่นสะท้านอย่างรุนแรงสองครา รู้ตัวว่านางร้อนรนจนพูดผิดไปแล้ว“มิใช่นะเจ้าคะฮูหยิน บ่าวไม่มีวันคิดคดต่อท่านอย่างเด็ดขาด ขอฮูหยินโปรดให้ความเป็นธรรมด้วยเถิดเจ้าค่ะ”นางมิกล้าอย่างแท้จริง และไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลยมีเพียงยามที่ฮูหยินตั้งครรภ์เท่านั้น นางจึงจะสามารถไปปรนนิบัติข้างกายนายท่านได้เร็วที่สุดทว่าหากฮูหยินมิอาจให้กำเนิดบุตรได้…ความปีติยินดีที่ซุกซ่อนไว้อย่างมิดชิดก็พลันเอ่อล้นขึ้นมาในใจหากฮูหยินมิอาจตั้งครรภ์ได้ ในฐานะสาวใช้คนสนิทของฮูหยิน บุตรที่นางคลอดออกมาในภายภาคหน้าก็อาจจะถูกรับไปเลี้ยงดูในนามของฮูหยินและกลายเป็นบุตรสายตรงมิใช่หรือ?เช่นนี้แล้วก็จะสามารถสืบทอดทุกสิ่งของตระกูลฉู่ได้ถึงแม้จะมิได้รับเป็นบุตรบุญธรรม ทว่าเพียงแค่ฮูหยินตั้งครรภ์มิได้ บุตรชายคนโตที่เกิดจากอนุก็สามารถสืบทอดกิจการของตระกูลได้เช่นกัน“หึ—” เสียงแค่นหัวเราะเย้ยหยันดังขึ้นเบา ๆใบหน้าของจื่อจินพลันซีดเผือดลงในชั่วพริบตานางเงยหน้าขึ้นมองคนเบื้องหน้าอย่างมิอาจควบคุมได้ ยามเมื่อสายตาทั้งสองประสานกัน จื่อจินก็
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 322

เมื่อล่วงรู้ว่าเซวียหมิงเฟยถูกคนลอบวางยาไร้บุตรจนเกือบจะตั้งครรภ์มิได้สีหน้าของฉู่ยวนพลันมืดครึ้มลงอย่างหาได้ยากยิ่งเขามีลางสังหรณ์ว่านับตั้งแต่องค์ชายห้าถูกกักบริเวณ ตนเองก็พบเจออุปสรรคในแวดวงขุนนางมากขึ้น แม้จะไม่รู้ว่าอุปสรรคเหล่านี้มาจากที่ใดก็ตามหากเซวียหมิงเฟยเกิดเรื่องขึ้นในยามนี้ ตระกูลเซวียย่อมมิยอมปล่อยผ่านไปง่าย ๆ อย่างแน่นอน ถึงเวลานั้นตระกูลฉู่ย่อมต้องถูกขุดคุ้ยชำระความครั้งใหญ่ ซึ่งนั่นมิใช่เรื่องดีสำหรับเขาเลย“ฮูหยินมีผู้ใดที่สงสัยในใจหรือไม่?”ฉู่ยวนกุมมือของนางไว้ด้วยสีหน้าห่วงใย “หรือสงสัยว่าท่านแม่เป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง?”เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ เซวียหมิงเฟยก็เงยหน้าขึ้น มองเขาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย“เหตุใดท่านพี่จึงคิดเช่นนั้น? แม้ข้ากับท่านแม่สามีจะมีความเห็นไม่ลงรอยกันบ้าง ทว่าท้ายที่สุดล้วนเป็นความปรารถนาดีที่คิดเผื่อท่านพี่อย่างแท้จริง นางย่อมไม่มีทางทำเรื่องที่สร้างความเสียหายต่อตระกูลฉู่อย่างเด็ดขาด”ภายในใจนางรู้สึกโล่งอกอยู่บ้าง บุรุษผู้นี้สามารถสงสัยมารดาของตนเองเพื่อตัวนางได้ เพียงเท่านี้ก็นับว่าดีต่อนางมากแล้ว“ไม่ว่าอย่างไรข้าก็คือภรรยา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 323

หลายปีที่ผ่านมา นางได้ขบคิดทบทวนทุกสิ่งที่พอจะคิดได้ไปหมดแล้ว ส่วนเรื่องที่คิดไม่ถึงก็สุดจะทน สติปัญญามีเพียงเท่านี้ หากเกินขอบเขตความรู้ของนาง แล้วจะให้ทำเยี่ยงไรได้หากถูกจับได้พร้อมหลักฐานมัดตัวแน่นหนา อย่างมากก็เพียงแค่ตายถึงอย่างไรพี่ชายก็ถูกเซวียหมิงเฟยทำร้ายจนตาย บิดามารดาก็ตรอมใจตายจากไปแล้วในโลกนี้เหลือนางเพียงตัวคนเดียว มีชีวิตอยู่ไปวัน ๆ อยู่รอดได้อีกหนึ่งวันก็ถือว่ากำไรแล้ว“เจ้าหุบปาก” เสียงของจื่อจินแหลมปรี๊ดขึ้นมา ในใจของนางหวาดกลัว มิกล้าเชื่อว่าความคิดอันมืดบอดในใจตนจะถูกคนนำมาแฉจนหมดเปลือก “หากยังกล้าพูดจาเหลวไหลอีก ข้าจะฉีกปากนังชั้นต่ำเช่นเจ้าเสีย”ฝูหลิงแค่นเสียงเย็น “เอะอะก็ด่าว่านังชั้นต่ำ เจ้าสูงส่งมากนักหรืออย่างไร?”หากมิใช่เพราะความโอหังของเซวียหมิงเฟย ยามนี้นางก็ยังคงเป็นดรุณีในครอบครัวที่ดี ไม่แน่ว่าอาจจะเริ่มพูดคุยเรื่องการออกเรือน และได้ใช้ชีวิตอย่างสงบร่มเย็นไปแล้วไฉนเลยจะต้องมาเป็นทาสรับใช้ส่วนตัวที่ไร้ซึ่งอิสรภาพดังเช่นยามนี้ล้วนเป็นบ่าวไพร่เหมือนกัน ยังจะมาแบ่งแยกต่ำสูงอันใดอีกต่อให้ฐานะสูงส่งเพียงไร ก็ยังเป็นบ่าวอยู่วันยังค่ำ“คิดว่าข้
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 324

รถม้าหยุดลงเบื้องหน้าอาคารแห่งหนึ่งเมื่อเลิกม่านมองออกไป เห็นป้ายชื่อเหนือประตูบานนั้น มุมปากก็กระตุกไปสองครั้งเซวียหว่านอี้หันกลับมามองเจียงหมิ่น ชะงักไปครู่หนึ่ง “หอหนานเฟิงหรือ?”เป็นความจริงที่ราชวงศ์อวิ๋นเจริญรุ่งเรืองมาหลายปี สถานเริงรมย์ย่อมเฟื่องฟูขึ้นตามความสงบร่มเย็นของใต้หล้าสถานเริงรมย์เหล่านี้ เมื่อมีสตรี ย่อมต้องมีบุรุษเช่นกันหากเทียบกับความมืดมนและโหดร้ายของสถานเริงรมย์ในราชวงศ์ก่อนหน้า ราชวงศ์อวิ๋นถือว่าผ่อนปรนในเรื่องนี้มากกว่านักหอเริงรมย์ที่สามารถเปิดในย่านการค้าอันเจริญรุ่งเรืองได้นั้นล้วนเน้นความสุนทรีย์ ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ได้ด้วยศิลปะความสามารถผู้ที่แวะเวียนมาอุดหนุนจึงมีทั้งบุรุษและสตรีทว่าเมื่อนับรวมทั้งสองชาติภพเข้าด้วยกัน นี่คือครั้งแรกที่เซวียหว่านอี้มาเยือนหอหนานเฟิงเจียงหมิ่นลงจากรถม้าเป็นคนแรก เอ่ยว่า “ไปกันเถิด ข้าจองไว้เรียบร้อยแล้ว”สตรีสูงศักดิ์ในเมืองหลวงมาเยือนสถานที่แห่งนี้ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา แน่นอนว่าฝ่ายบุรุษเองก็มีมิใช่น้อยพอลงจากรถม้า นางก็ถูกเจียงหมิ่นคว้าข้อมือแล้วกึ่งลากกึ่งจูงเข้าไปด้านในทว่าหลังจากนั้น…“เมืองหลวงช่า
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 325

การที่มิอาจเอ่ยออกมาจากปากของตนเองได้ เจียงหมิ่นจึงรู้สึกเสียดายยิ่งนักบรรยากาศตกอยู่ในความเงียบงันอย่างน่าประหลาดผ่านไปไม่นาน บานประตูก็ถูกเคาะอีกครั้งเมื่อประตูเปิดออก บุรุษผู้หนึ่งสวมชุดยาวสีเขียวอมฟ้าก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าเมื่อเห็นเซี่ยเฝ่ย อีกฝ่ายมิได้ประหลาดใจอันใด ทว่าพอเห็นสตรีอีกสองนาง สายตาก็ปรากฏแววประหลาดใจวาบผ่าน“เหลียนหุยคารวะซื่อจื่อ”น้ำเสียงของเขากังวานใสราวกระแสน้ำ กระจ่างชัดและไพเราะเสนาะหูเซี่ยเฝ่ยเอนกายอิงพนักตั่งหลัวฮั่น พลางเอ่ยว่า “ฮูหยินเจิ้นกั๋วกง และคุณหนูใหญ่แห่งจวนกว่างผิงโหว”เหลียนหุยประสานมือคารวะทั้งสองด้วยกิริยาที่ไร้ที่ติ “คารวะท่านผู้สูงศักดิ์ทั้งสองขอรับ”นัยน์ตาของเจียงหมิ่นทอประกายเจิดจ้า “ช่างมีรูปโฉมงดงามล่มเมืองอย่างแท้จริง”“ขอบพระคุณท่านผู้สูงศักดิ์ที่ชื่นชมขอรับ” เขานั่งคุกเข่าพับเพียบลงพลางแย้มยิ้ม “ซื่อจื่อโปรดปรานการฟังข้าดีดฉิน มิทราบว่าท่านผู้สูงศักดิ์ทั้งสองชื่นชอบสิ่งใดหรือขอรับ?”เจียงหมิ่นกระตุกแขนเสื้อของเซวียหว่านอี้ เป็นการถามไถ่ความเห็นของนางอย่างไร้สุ้มเสียงเซวียหว่านอี้เอ่ย “เช่นนั้นก็ดีดฉินเถิด”ผู้ชงชาก
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 326

สุริยันคล้อยต่ำลงทางทิศตะวันตก สายลมยามราตรีพัดโชยเข้ามาในห้อง นำพากลิ่นแป้งร่ำอันฉุนจัดเข้ามาด้วยท่ามกลางนั้นยังมีกลิ่นสุราปะปนอยู่ เมื่อผสานรวมกันแล้วนับว่ากลิ่นมิได้ชวนดมเท่าใดนักเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นอีกครา ผู้ที่ผลักประตูเข้ามาด้านในคือเย่อันเมื่อเห็นเขา ท่าทีการกินผลไม้ของเซี่ยเฝ่ยก็มิได้หยุดชะงักลง ราวกับล่วงรู้มาก่อนแล้วว่าจะเป็นเขา“ฮูหยิน”เย่อันคารวะทั้งสามคนที่อยู่ ณ ที่นั้น ก่อนจะหันไปมองเซวียหว่านอี้ “คุณชายรอท่านอยู่ด้านนอกหอขอรับ”เมื่อเห็นว่ายามนี้ดึกดื่นแล้ว ก็สมควรแก่เวลาที่จะกลับเสียทีเซวียหว่านอี้หยัดกายลุกขึ้น กล่าวกับเจียงหมิ่นว่า “ท่านใช้รถม้าของข้ากลับจวนเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะกลับพร้อมสามีเอง”เจียงหมิ่นพยักหน้ารับคำติด ๆ กัน ก่อนจะเดินออกจากห้องไปพร้อมกับนางด้านนอกหอ โคมไฟถูกแขวนไว้สูงลิ่ว สาดแสงให้บริเวณนี้สว่างไสวเป็นพิเศษผู้ชงชาส่งมอบขนมสามห่อให้ถึงมือหวังเหลย เขายืนส่งผู้คนอยู่หน้าประตูหอด้วยรอยยิ้มอันแสนกระตือรือร้นเซวียหว่านอี้มองเจียงหมิ่นขึ้นรถม้าไป ก่อนจะวางมือลงบนมือของเฝ่ยชุ่ยเพื่อเตรียมตัวขึ้นรถม้าจากไปเช่นกันทว่าหางตากลับเหลือบไป
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 327

เรื่องกินนั้นไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือบรรยากาศต่างหากผู้คนที่สัญจรไปมาแถบนี้ล้วนเป็นชาวบ้านร้านตลาดทั่วไป มิต้องกังวลว่าจะพบปะผู้คนในแวดวงขุนนาง อารมณ์ความรู้สึกจึงแตกต่างออกไป“บุตรชายคนเล็กของลุงหวัง สิ้นชีพในศึกที่หนานหยวน”เย่จั๋วเอ่ย “เขาเป็นถึงนายร้อยแล้ว”ดูเหมือนเขาเพียงอยากเอ่ยความในใจ มิได้หวังให้เซวียหว่านอี้กล่าวปลอบโยนอันใด“ภรรยาของเขาพาบุตรสาวไปแต่งงานใหม่แล้ว ดูจากท่าทางของลุงหวัง นางน่าจะแต่งไปได้ดีไม่เลว”เซวียหว่านอี้ยิ้มพลางกล่าว “คงเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ท้ายที่สุดแล้วสตรีก็มิได้ไร้หนทางออกเรือน”อย่าว่าแต่ตระกูลขุนนางเลย แม้แต่สตรีที่หย่าร้างแล้วแต่งเข้าตระกูลสูงส่งก็มีให้เห็นมิใช่น้อยสตรียามคลอดบุตรในยุคนี้ เปรียบดั่งก้าวเท้าข้างหนึ่งเข้าไปในประตูผีก็มิปานพี่หญิงตระกูลเฉียน ในชาติก่อนก็สิ้นใจเพราะคลอดบุตรยากแม้ว่าชีวิตในจวนสามีของนางจะมิได้ราบรื่นนัก ทว่าเมื่อเทียบกับหญิงชาวบ้านทั่วไป นางก็ยังอยู่ในจุดที่ผู้คนมากมายมิอาจเอื้อมถึงขนาดนางยังต้องมาสิ้นใจตรงประตูผีแห่งการให้กำเนิดบุตร นับประสาอะไรกับสตรีชาวบ้านเหล่านั้นเล่าด้วยเหตุนี้ ผู้คนมากมายจึงรู้สึกว
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 328

ห้องขังสองพี่น้องเซวียหว่านอี้เดินทางมาถึงที่นี่ ยามได้กลิ่นเหม็นฉุนที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศก็ขมวดคิ้วแน่นเซวียหมิงเฟยที่เดินตามหลังมาหนึ่งก้าวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือแววตัดพ้อ “เหตุใดต้องมายังสถานที่เยี่ยงนี้ด้วย นางมีอันใดให้น่าดูชมกัน”วันนี้นางไปหาเซวียหว่านอี้เพื่อระบายความทุกข์ระทมเรื่องที่ตนถูกคนวางยาตัดทายาท ทว่ากลับเห็นนางกำลังเตรียมตัวออกจากเรือนพอดีครั้นล่วงรู้ว่าจะมาพบเซวียหมิงเยว่ นางจึงแทรกตัวขึ้นรถม้าของจวนเจิ้นกั๋วกงเพื่อตามมาดูเรื่องสนุกด้วยผู้ใดจะคาดคิดเล่าว่า กลิ่นอับชื้นภายในห้องขังจะเหม็นสาบจนยากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ถึงเพียงนี้ผู้คุมเรือนจำที่เดินตามมาด้านข้างยิ้มกล่าวว่า “ด้านในนี้ล้วนเป็นกลิ่นคาวเลือดที่สะสมและหมักหมมมานานนับปีขอรับ”เซวียหมิงเฟย “...”แย่แล้ว ภายในกระเพาะเริ่มปั่นป่วนตีรวน นางอยากจะอาเจียนเสียให้ได้นางใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากและจมูกเอาไว้ เดินผ่านโถงทางเดินอันมืดสลัวลึกเข้าไปด้านใน ระหว่างทางยังต้องเลี้ยวโค้งอีกสองสามหน“ฮูหยิน คนที่ท่านตามหาอยู่ด้านในขอรับ”ผู้คุมชี้ไปยังห้องขังเบื้องหน้า มิได้เดินเข้าไปใกล้แต่อย่างใดเซวียหว่านอี้ช
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 329

ย่อมเกลียดชังได้ ย่อมเคียดแค้นได้ ย่อมชื่นชอบได้ และย่อมรักใคร่ได้แววตาของคนผู้หนึ่ง จะไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใด ๆ ได้อย่างไรกัน?ราวกับว่า…ราวกับว่าในสายตาของอีกฝ่าย ตนเองมิได้มีตัวตนอยู่เลยแม้แต่น้อย“น้องหญิงคนดี เราเป็นลูกพี่ลูกน้องสายเลือดเดียวกัน มีท่านปู่คนเดียวกันเชียวนะ”เซวียหมิงเยว่ออกแรงกำลูกกรงคุกไว้แน่น แทบอยากจะบีบให้แหลกคามือแล้วพุ่งออกไป จากนั้นก็จับคนข้างนอกนี้กลืนกินทั้งเป็น“เหตุใดข้าต้องทนทุกข์อยู่กับวันเวลาอันแสนยากลำบาก ในขณะที่พวกเจ้าพี่น้องกลับได้ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงอันเจริญรุ่งเรือง สวมใส่เสื้อผ้าแพรพรรณและกินอาหารเลิศรสด้วย”เซวียหว่านอี้มิได้ใส่ใจกับความเคียดแค้นและมาดร้ายในแววตาของนางเลยแม้แต่น้อย เอ่ยอย่างเย็นชาว่า “เพราะบิดาของท่านไร้ความสามารถ”ด้านข้าง เซวียหมิงเฟยลดมือที่ปิดปากและจมูกลง บีบผ้าเช็ดหน้าไว้พลางยกนิ้วหัวแม่มือส่งให้นางกล่าวได้ดีจะมีเหตุผลอันใดได้อีกความมั่งคั่งของบ้านรองตระกูลเซวียในยามนี้ มิได้ร่วงหล่นมาจากฟากฟ้าเสียหน่อยแต่เป็นเพราะเซวียฉงจุดตะเกียงอ่านหนังสืออย่างหนักหน่วงมานับสิบปี พึ่งพาความมุมานะของตนเองจนสอบขุนน
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 330

“เจ้าอยากได้คำตอบอันใดกันแน่?”ยามออกจากคุก ทั้งสองขึ้นไปนั่งบนรถม้า เซวียหมิงเฟยเอ่ยถามด้วยความอยากรู้เมื่อครู่นางรับฟังอยู่ด้านข้าง รู้สึกอยู่เสมอว่าคำพูดไม่กี่ประโยคที่คนผู้นั้นเอ่ยออกมา ล้วนดูลึกลับซับซ้อนและพิลึกพิลั่นนักเซวียหว่านอี้ทอดสายตามองนางอย่างเงียบงันอยู่เนิ่นนานนานเสียจนทำให้เซวียหมิงเฟยรู้สึกกระสับกระส่ายนั่งไม่ติด“มองข้าเช่นนี้ทำไมกัน?” นางขยับตัวเล็กน้อย ถอยห่างออกไปสักหน่อย“เจ้ามองข้าเช่นไร?” จู่ ๆ นางก็เอ่ยปากขึ้นประโยคนี้ทำเอาเซวียหมิงเฟยถึงกับงุนงงนางอ้าปากค้าง มิรู้ว่าควรตอบกลับไปเช่นไร“มองเจ้าเช่นไรอันใดกัน? พวกเราเป็นพี่น้องร่วมบิดา จะให้มองเช่นไรได้”ช่างแปลกประหลาดยิ่งนักหรือว่ายามที่นางและเซวียหมิงเยว่สนทนากันเมื่อครู่ ตนเองพลาดสิ่งใดไป?เมื่อลองตรึกตรองดูให้ถี่ถ้วน ก็มิได้พลาดสิ่งใดไปนี่นานางยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าวตรงข้างกรงขังถัดไป มิได้อยู่ห่างไกลเป็นสิบเป็นแปดลี้เสียหน่อย“หากเจ้ามีผู้ที่เคียดแค้นจนแทบอยากจะฉีกเนื้อกินสด ๆ จะเป็นด้วยเหตุผลอันใดกัน จึงทำให้เจ้าไม่ลงมือสังหารเขา?”คำถามนี้…เซวียหมิงเฟยไม่เข้าใจอย่างแท้จร
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
3132333435
...
40
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status