บททั้งหมดของ เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: บทที่ 311 - บทที่ 320

391

บทที่ 311

“เจ้าคิดว่าการแต่งงานเชื่อมไมตรีระหว่างสองแคว้นในครานี้ จะเป็นผู้ใดหรือ?” หรงเจวี๋ยหยิบถุงผ้าใบเล็กออกจากแขนเสื้อ แล้วส่งให้เซวียหว่านอี้ต่อหน้าเย่จั๋วนางรับมาด้วยความสงสัยใคร่รู้ สิ่งที่อยู่ด้านในมีลักษณะเป็นก้อนเล็ก ๆ สัมผัสค่อนข้างนุ่มเมื่อเปิดออกก็พบห่อกระดาษเคลือบน้ำมันขนาดเท่ากำปั้นซ่อนอยู่ พอหยิบออกมาดูก็พบว่าเป็นขนมยามนี้ฮ่องเต้ ฮองเฮา และคณะทูตยังเสด็จมามิถึง อาหารจึงยังมิได้ถูกจัดเตรียมขึ้นโต๊ะเย่จั๋วเอ่ยว่า “ก่อนหน้านี้ข้าเคยสนทนาเรื่องนี้กับฮูหยินแล้ว หากไม่ผิดคาด น่าจะเป็นจวนหย่งอันป๋อ”“ตรงกับที่ข้าคิดไว้เลย” หรงเจวี๋ยยัดขนมชิ้นเล็กให้เซวียหว่านอี้อย่างเป็นกันเอง นัยน์ตาสีดำขลับกวาดมองไปรอบโถง ห่างออกไปสองโต๊ะ เขาเห็นสองสามีภรรยาหย่งอันป๋อ “หย่งอันป๋อก็คงคาดเดาได้เช่นกัน”“ย่อมมิอาจเป็นองค์ชายได้” เย่จั๋วมองขนมที่ถูกยื่นมาตรงหน้า ก่อนจะหัวเราะแล้วหยิบใส่ปาก “องค์ชายรองมิได้ องค์ชายห้าก็มิได้เช่นเดียวกัน”องค์ชายรองเก่งกาจเรื่องการรบ ทว่าก็แค่การรบเท่านั้น แต่ไม่สันทัดในการคุมทัพถึงกระนั้น หากต้องรับมือกับแคว้นซีอู ก็ถือว่าเหนือกว่าจนบดขยี้ได้สบายส่วนองค์ชาย
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 312

สิ้นเสียงร้องขานของขันที ฮ่องเต้และฮองเฮาก็เสด็จนำเหล่าพระสนมและองค์ชายเข้ามาพร้อมกันผู้คนต่างพากันคุกเข่าลงกับพื้นและร้องถวายพระพรหมื่นปีถ้วนหน้าฮ่องเต้และฮองเฮาทั้งสองพระองค์เสด็จขึ้นประทับยังเบื้องบน ทอดพระเนตรมองผู้คนในท้องพระโรง ยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วกล่าวว่า“เหล่าขุนนางที่รักทั้งหลาย นั่งลงเถิด”ฮ่องเต้และฮองเฮาประทับลงแล้ว องค์รัชทายาทและพระชายาก็เดินมายังข้างกายของคนทั้งสองอย่างรวดเร็วเซวียหว่านอี้และนางชุยสบตากัน แววตาเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม“มาถึงนานเพียงไรแล้ว?”“ราวหนึ่งเค่อ” เซวียหว่านอี้กล่าว “สองสามวันมานี้องค์รัชทายาทได้รับข่าวคราวใหม่บ้างหรือไม่เจ้าคะ?”นางชุยส่ายหน้า “ทางฝั่งคุกนั้น องค์รัชทายาทส่งคนไปไต่สวนดูแล้ว ข่าวของเจ้ากับข้ามิควรคลาดเคลื่อนกันมากนัก”แม้คนหนึ่งจะอยู่จวนเจิ้นกั๋วกง อีกคนอยู่ตำหนักบูรพา ยามปกติมิค่อยได้ไปมาหาสู่กันมากนัก ทว่าบ่าวไพร่กลับเดินทางไปมาระหว่างสองสถานที่อย่างบ่อยครั้ง“ทางฝั่งข้ากลับมีข่าวที่ยังไม่ค่อยแน่ชัดอยู่บ้าง สองวันนี้จะเล่าให้พระชายาฟัง”“เช่นนี้ย่อมดีนัก”ทั้งสองสนทนากันด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ภายในท้องพระโรงมีผู้คนไม่น้อย
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 313

เช่นนี้แล้วจวนป๋อจะเอาหน้าไปไว้ที่ใดภายใต้สายตานับร้อยคู่ที่จับจ้อง สตรีผู้นั้นนำคณะทูตข้างกายคุกเข่าถวายบังคมองค์ฮ่องเต้ยามได้ยินถ้อยคำพึมพำฟังมิได้ศัพท์จากปากของพวกเขากล่าวออกมา ผู้คนในจวนป๋อก็ยิ่งสิ้นหวังไม่เพียงรูปร่างหน้าตาจะดูประหลาด ทว่าแม้แต่วาจาก็ยังฟังไม่รู้ความหากแต่งเข้าเรือนไปจะสื่อสารกันได้อย่างไร?“ซีหม่าลี่แห่งแคว้นซีอู พร้อมด้วยคณะทูต ขอถวายบังคมฝ่าบาทแห่งราชวงศ์อวิ๋นอันยิ่งใหญ่ ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน บ้านเมืองสงบร่มเย็นสืบไปเพคะ”ประโยคนี้ ทุกคน ณ ที่นั้นล้วนฟังกระจ่างแจ้ง“ขอบใจในความหวังดีขององค์หญิง ทุกท่านนั่งลงเถิด” ฮ่องเต้ยิ้มพร้อมกับรับสั่งให้ทุกคนลุกขึ้นแท้จริงแล้ว แม้ท่าทีของพระองค์จะดูสงบนิ่งเยือกเย็น ทว่าภายในพระทัยกลับรู้สึกผิดต่อจวนหย่งอันป๋ออยู่บ้างแล้วสตรีที่มีรูปลักษณ์ผิดแผกถึงเพียงนี้ หากพระราชทานสมรสให้ ก็รู้สึกผิดต่อขุนนางอยู่บ้างจริง ๆไม่เห็นหรือว่าสีหน้าของสามีภรรยาหย่งอันป๋อล้วนซีดเผือดไปหมดแล้วไร้หนทางหลีกเลี่ยง แคว้นเล็กชายแดนนี้ แม้ดูเหมือนจะมิได้รับผลประโยชน์อันใด ทว่าหากมองในระยะยาวแล้ว ก็มิอาจปฏิเสธการแต่งงานเชื่อ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 314

ผู้ที่มาร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ มิได้มีผู้ใดที่มีจิตใจบริสุทธิ์ผุดผ่องเลยแม้แต่น้อยผู้ที่อยู่ในงานล้วนมิได้อยากรับสะใภ้ที่แปลกประหลาดเช่นนี้กลับเรือน ทว่าเมื่ออีกฝ่ายมาอ้อนวอนขอร้องถึงหน้าประตู เรื่องของแคว้นซีอูก็เป็นสิ่งที่มิอาจปล่อยปละละเลยได้จริง ๆจะจัดการอย่างไร ย่อมต้องปรึกษาหารือกันให้ดีจุดประสงค์ของพวกเขานั้นเรียบง่ายยิ่งนัก นั่นคือการรวมแคว้นซีอูเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาเขตราชวงศ์อวิ๋นเมื่อกลายเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์อวิ๋นแล้ว บรรดาแคว้นเล็ก ๆ ของชนเผ่าคนเถื่อนรอบนอก ย่อมมิกล้าแตะต้องซีอูอีกต่อไปเช่นนี้ แคว้นซีอูก็จะได้รับความสงบสุข ราชวงศ์อวิ๋นก็สามารถเก็บเกี่ยวภาษีได้ อีกทั้งยังมิได้ทำให้องค์หญิงผู้นี้ต้องจำใจพลัดพรากจากบ้านเกิดเมืองนอนอืม เหล่าขุนนางแห่งราชวงศ์อวิ๋น มักจะคิดหาวิธีการที่เหมาะสมที่สุดได้เสมอมีหรือที่องค์ฮ่องเต้จะไม่ทรงเข้าใจพระองค์มองไปรอบโถงตำหนัก ทรงล่วงรู้ความคิดของเหล่าขุนนางกว่าเจ็ดแปดส่วน และทรงรู้สึกเพียงว่าช่างน่าขันนักการแต่งงานเชื่อมไมตรีนี้ อย่างไรก็ต้องเกิดขึ้นภายในใจขององค์ฮ่องเต้ทรงมีแผนการเตรียมไว้แล้วงานเลี้ยงเริ่มต้นขึ้นท่าม
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 315

“ท่านราชครู แคว้นซีอูของเรามาถึงจุดวิกฤตเจียนจะล่มสลายแล้วจริง ๆ มีหนทางใด ท่านลองว่ามาเถิด”ราชครูเงียบไปเนิ่นนาน นานเสียจนองค์หญิงแทบจะอดกลั้นมิได้ จึงผ่อนลมหายใจที่จุกแน่นอยู่ในอก แล้วเอ่ยปากด้วยใบหน้าหมองคล้ำ“มิใช่การเป็นเมืองขึ้น ทว่าซีอูเราต้องโขกศีรษะส่งเครื่องบรรณาการ กลายเป็นโจวหนึ่งของราชวงศ์อวิ๋น เช่นนี้ราชวงศ์อวิ๋นย่อมต้องช่วยเหลือพวกเราเป็นแน่”ซีหม่าลี่ “???”นางมองราชครู เนิ่นนานจึงหันไปมองชายหนุ่มที่ติดตามมาท่ามกลางสีหน้าจริงจังของชายหนุ่ม นางจึงรู้ว่าสิ่งที่ราชครูกล่าวนั้นเป็นความจริงผนวกรวมกับราชวงศ์อวิ๋นหรือ?เช่นนั้นนางกับท่านพ่อเล่า?จะทำเช่นไรดี?“หากจำเป็นต้องทำเช่นนี้ รูปโฉมของพวกเรากับชาวราชวงศ์อวิ๋นก็แตกต่างกัน บางทีอาจไปผนวกรวมกับพวกอีเถียนได้หรือไม่?”ยามนี้นางมึนงงไปหมดทั้งร่าง ริมฝีปากขยับเปิดปิด ทว่ากลับไม่ได้ยินแม้แต่เสียงของตนเอง“ชาวอีเถียนมีรูปโฉมคล้ายคลึงกับพวกเรา การผนวกรวมเป็นแคว้นเดียวกับอีเถียน จะไม่ยิ่งดีกว่าหรือ?”“องค์หญิง!” ราชครูเอ่ยขัดคำพูดของนาง ท่ามกลางสายตาสิ้นหวังของอีกฝ่ายเขาก็ส่ายหน้า “มิได้ขอรับ พวกเรากับอีเถียนมีอาณาเ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 316

เซวียหมิงเฟยมือสั่นเทาขณะปลดลูกกลอนทองคำฉลุลายออก แล้วส่งให้แม่นมที่อยู่ข้างกายแม่นมหลิวเปิดลูกกลอนทองคำออก ภายในคือลูกกลอนหอมพกพากลิ่นหอมสดชื่น ช่วยให้สมองปลอดโปร่งหลังจากท่านหมอตรวจดูแล้วก็กล่าวว่า “ภายในมีส่วนผสมของชะมดเชียงค่อนข้างสูง เดิมทีของสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สตรีทั่วไปพกติดตัวเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ หากมีปริมาณน้อยย่อมมิได้ส่งผลกระทบอันใด ทว่าลูกกลอนหอมของฮูหยินลูกนี้กลับมีที่มาไม่ธรรมดา ประกอบกับในอาหารและเครื่องดื่มที่ฮูหยินรับประทานอยู่ทุกวันมีส่วนผสมของดอกคำฝอย ยามนี้หากคิดอยากจะมีครรภ์ คงเป็นเรื่องยากลำบากแล้ว”ท่านหมอชรากล่าวได้อย่างชัดเจนยิ่งเซวียหมิงเฟยรู้สึกเพียงความหนาวเหน็บแล่นปราดไปถึงสันหลังตระกูลฉู่ในยามนี้ เรียกได้ว่านางเป็นผู้กุมอำนาจดูแลจัดการเรื่องราวภายในเรือนอย่างเบ็ดเสร็จ แม้จะมีบ่าวไพร่เดิมของตระกูลฉู่อยู่บ้าง แต่ก็มีจำนวนน้อยจากคำกล่าวของท่านหมอชรา นางดื่มยาต้มที่มีส่วนผสมของดอกคำฝอยมาอย่างน้อยก็สองสามเดือนแล้ว ซึ่งก็คือเริ่มขึ้นหลังจากที่แต่งงานเข้ามาหรือว่าจะเป็นสินเดิมที่นางพามาด้วย?นางค่อนข้างเอนเอียงไปทางคนของตระกูลฉู่มากกว่า กระทั่ง
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 317

วิ่งไปหาหวังหย่วนอีกแล้ว แม้ว่าฮูหยินจะอนุญาตก็ตามเซวียหว่านอี้ยิ้มมุมปาก พลางเอ่ยว่า “หวังหย่วนได้รับบาดเจ็บ นางย่อมห่วงใยเป็นธรรมดา เรื่องเช่นนี้เจ้าก็ยังอิจฉาไปได้”เจินจูถูกย้อนจนสะอึก ท้ายที่สุดจึงมิได้เอ่ยสิ่งใดอีก……ณ ตระกูลเซวียเซวียหมิงเฟยดื่มยาขมลงไป ทว่าสีหน้ากลับมิได้ผ่อนคลายลงเลยนางสะกดกลั้นความเคียดแค้นในใจ เอ่ยถามว่า “ท่านแม่ ผู้ใดกันแน่ที่ต้องการทำร้ายข้า? จะเป็นแม่สามีของข้าหรือไม่?”สตรีผู้นี้นับว่าน่าสงสัยที่สุด“แต่แรกนางก็ไม่ค่อยชอบพอข้านัก หากมิใช่เพราะตระกูลเซวียของเรามีฐานะสูงส่งกว่าตระกูลฉู่ ไม่แน่ว่านางอาจเรียกข้าไปปรนนิบัติรับใช้ใกล้ชิดทุกวันแล้ว”“บางทีอาจเป็นเพราะเหตุนี้ นางจึงให้คนของตระกูลหวังเข้ามาในจวน จนบัดนี้ก็พำนักอยู่หลายวันแล้ว ยังไม่มีท่าทีว่าจะจากไป”ฮูหยินเจียงล่วงรู้เรื่องราวของตระกูลฉู่มานานแล้ว เซวียหมิงเฟยเคยกลับมาพร่ำบ่นให้ฟังที่เรือนตั้งนานแล้ว“ฉู่ยวนจะคิดอ่านเช่นไร ข้าหาได้ใส่ใจนัก ตราบใดที่ภรรยาเอกยังเป็นข้า อนุจะเป็นผู้ใด จะมีอนุสักกี่คน ข้าล้วนไม่เก็บมาใส่ใจได้”นางกำหมัดแน่น “แต่หากจะให้ข้ามิอาจตั้งครรภ์ จนต้องรับบุตร
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 318

“คนไปแล้วหรือ?”ณ จวนอ๋องเยว่ เซี่ยเฝ่ยเอนกายพิงตั่งเหม่ยเหรินอย่างเกียจคร้าน เอ่ยถามบ่าวรับใช้ด้านข้างด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยบ่าวรับใช้ส่ายหน้า “มิรู้ขอรับ คุณชายโปรดรอสักครู่ บ่าวจะออกไปดูเดี๋ยวนี้”เซี่ยเฝ่ยสะบัดข้อมือไปมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความเบื่อหน่ายยามค่ำคืนของวันงานเลี้ยงในวัง หลังจากเลิกงาน เขากลับถูกเซี่ยไฉ่เวยตามพัวพันจากนั้นบิดาของตนมาเห็นเข้า ยามนั้นถึงกับแทบอยากจะแทงเขาให้ทะลุหลังจากกลับมาถึงจวน ก็สั่งให้เขาคุกเข่าต่อหน้าป้ายวิญญาณของไท่เฟยจวบจนรุ่งสางต่อมาก็ถูกสั่งกักบริเวณ นี่ก็ล่วงเข้าสู่วันที่สองของการกักบริเวณแล้ว ซื่อจื่ออ๋องเยว่ผู้รักความสำราญและไร้พันธะมาตลอด มีหรือจะอดทนต่อไปได้ผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป บ่าวรับใช้ก็วิ่งจากด้านนอกเข้ามา“คุณชาย ท่านอ๋องมิได้อยู่ในจวนขอรับ ได้ยินว่าเข้าวังไปแล้ว”เซี่ยเฝ่ยดีดตัวลุกขึ้นยืนบนพื้นอย่างคล่องแคล่ว “คงจะไปเข้าเฝ้าเพื่อปรึกษาหารือเรื่องของแคว้นซีอูกับฝ่าบาทเป็นแน่ ไปเถิด ไปดูท่านแม่ก่อนแล้วค่อยออกจากจวน พกเงินไปด้วย วันนี้เราจะไปหอจุ้ยชุนกัน”ณ เรือนของพระชายาเมื่อเห็นบุตรชายเดินส่ายอาด ๆ เข้ามา นางก็ส่ายห
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 319

เดิมทีด้วยความพิเศษของจวนอ๋องเยว่ นางก็รู้สึกติดค้างบุตรชายอยู่แล้วทว่าสตรีผู้นี้กลับหลงใหลและคอยตามตอแยญาติผู้พี่ของตนงั้นหรือ?หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ผู้คนคงคิดว่าเป็นบุตรชายของนางที่มักมากในกามและเหลวไหล เป็นฝ่ายล่อลวงญาติผู้น้องเป็นแน่ท้ายที่สุดผู้ใดจะคาดคิดว่าเซี่ยไฉ่เวยจะกล้ากำเริบเสิบสานถึงเพียงนี้ ถึงขั้นกล้าตามตื้อบุตรชายของนางในวังหลวงอย่างไม่ลดละ ทั้งยังทำให้ท่านอ๋องต้องเข้าใจผิดอีกด้วย……กระโปรงยาวผ้าโปร่งบางไร้แขน คือเครื่องแต่งกายตามปกติของสตรีแคว้นอวิ๋นยามพำนักอยู่ในเรือนชั้นในเมื่อถึงฤดูร้อนเซวียหว่านอี้เอนกายงีบหลับบนตั่งกุ้ยเฟยหลังรับประทานอาหารกลางวัน ภายในห้องจัดวางถังน้ำแข็งเอาไว้ ให้ความรู้สึกเย็นสบายสดชื่นเย่จั๋วเข้ามาจากด้านนอก เมื่อเฝ่ยชุ่ยเห็นเข้าก็ก้าวไปรับรถเข็นมาจากมือของถิงอวิ๋นพร้อมทั้งกดเสียงต่ำเอ่ยว่า “ฮูหยินกำลังพักผ่อนเจ้าค่ะ”ถิงอวิ๋นพยักหน้ารับ เขาเพียงยืนอยู่หน้าประตูห้อง มิได้ก้าวตามเข้าไปด้านในเฝ่ยชุ่ยเข็นรถพาผู้เป็นนายเข้าไป ทันทีที่มองเห็นเซวียหว่านอี้ นางก็ดูราวกับกำลังหลับสนิทอย่างแสนหวาน“เจ้าถอยไปเถิด” เย่จั๋วโบกมือไล่
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 320

“ที่ฮูหยินกล่าวถึงคือ เรื่องใบหน้าที่คล้ายคลึงกันงั้นหรือ?”เขาเคยถกเถียงปัญหานี้กับองค์รัชทายาทและพระชายาองค์รัชทายาทที่ตำหนักบูรพามาแล้วเซวียหว่านอี้พยักหน้า “เซวียหมิงเยว่สวมรอยเป็นผู้อื่น และก็ยอมให้ผู้อื่นสวมรอยเป็นนาง วันหน้าท่านพี่จะถูกผู้อื่นสวมรอยแทนด้วยหรือไม่เจ้าคะ?”นางสงสัยว่าชาติก่อนเย่จั๋วก็ถูกผู้อื่นสวมรอยแทน และเย่จั๋วตัวจริงนั้นได้สิ้นชีพไปก่อนที่ฮ่องเต้พระองค์ใหม่จะถูกลอบปลงพระชนม์เสียอีกมิเช่นนั้นด้วยอิทธิพลของเย่จั๋วในหมู่ทหารชายแดนนับแสนนาย การส่งเสียงเรียกเพียงครั้งเดียวแล้วมีผู้ขานรับนับร้อยย่อมมิใช่เรื่องยากเซี่ยเหิงย่อมไม่มีทางก่อกบฏได้สำเร็จอย่างเด็ดขาดฮ่องเต้พระองค์ใหม่มีความสามารถไม่ธรรมดา ขึ้นครองสิริราชสมบัติเพียงไม่กี่ปีก็มีผลงานประจักษ์ชัด ราษฎรทั่วหล้ายังคงใช้ชีวิตอย่างสงบร่มเย็นเฉกเช่นเดียวกับยามที่อดีตฮ่องเต้ยังทรงครองราชย์อีกทั้งเหล่าขุนนางใหญ่ในราชสำนัก ภายใต้การเปลี่ยนผ่านอำนาจเก่าและใหม่ ล้วนก้าวผ่านช่วงเวลามาได้โดยไร้ซึ่งความสูญเสียใด ๆไม่ว่าจะคิดเยี่ยงไรก็ไม่มีทางช่วยเหลือเซี่ยเหิงล้มล้างฮ่องเต้พระองค์ใหม่อย่างแน่นอน“ผู้ใดจะล่วง
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
3031323334
...
40
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status