Todos os capítulos de เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Capítulo 361 - Capítulo 370

391 Capítulos

บทที่ 361

สถานที่ที่เซวียหว่านอี้นั่งอยู่ยามนี้ ถูกปัดกวาดเช็ดถูจนสะอาดสะอ้านยิ่งนักภายในห้องถึงกับมีแจกันดอกไม้วางประดับอยู่หลายใบ ดูคล้ายเพิ่งเด็ดลงมาจากกิ่งก้านเมื่อยามรุ่งสาง กลิ่นหอมสดชื่นบางเบา ชวนให้เบิกบานใจผ่านไปราวสองเค่อ หลี่ฝานก็พากลุ่มคนเดินเข้ามา“ฮูหยิน ผลไม้ล้วนจัดขึ้นรถม้าเรียบร้อยแล้วขอรับ เห็นว่าใกล้จะถึงยามอาหารกลางวันแล้ว ฮูหยินมีสิ่งใดที่ไม่ทานหรือไม่ขอรับ?”เซวียหว่านอี้ส่ายหน้า “ยามเที่ยงข้านัดหมายจะไปรับประทานอาหารกับเหล่าพี่น้องที่ภัตตาคาร ไม่รบกวนพวกเจ้าแล้ว ข้าจะพาคนกลับเลยก็แล้วกัน”หลี่ฝานมิได้กล่าวอันใด เพียงพาคนเดินไปส่งพวกเขาทั้งสี่คน“ฮูหยินของพวกเราช่างเป็นคนที่มีอุปนิสัยราบเรียบอ่อนโยนยิ่งนัก” ภรรยาของหลี่ฝานที่อยู่ด้านข้างเอ่ยขึ้น“สายตาของคุณชายย่อมไม่มีทางตกต่ำ สายตาของคนตระกูลเย่ก็ไม่เคยผิดพลาดเช่นกัน” หลี่ฝานพาพวกเขาหันหลังเดินกลับเข้าไปในบ้านไร่เมื่อกลับมาถึงสถานที่เดินเล่นอีกครั้ง เซวียหมิงเฟยมองเห็นนาง จึงกวักมือเรียกพลางเอ่ยถาม “นำสิ่งใดมาด้วยหรือ?”“แตงหวาน จะกินหรือไม่?” เซวียหว่านอี้ตอบกลับเซวียหมิงเฟยได้ยินดังนั้น ก็รีบยกชายกระโปรงแล
Ler mais

บทที่ 362

เซวียหมิงเฟยก้มหน้ามองเซวียหว่านอี้ ประหลาดใจในท่าทีของนางยิ่งนักนอกเหนือจากใบหน้าที่ซีดขาวลงเล็กน้อย กลับดูมิได้ผิดแผกไปจากยามปกติเลยแม้แต่น้อย“ส่งตัวไปที่บ้านไร่ตระกูลเย่ในละแวกนี้ ใครก็ได้ รีบเข้าเมืองไปเชิญท่านหมอมา...”“ไม่จำเป็นต้องลำบากปานนั้น ข้าอยู่นี่” ในหมู่ผู้คนที่มุงดู มีผู้หนึ่งยกมือขึ้นพร้อมกับแทรกตัวเข้ามาพอทุกคนเห็นเขา ต่างก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกหมอหลวงหลินแห่งสำนักหมอหลวง อายุยังค่อนข้างน้อย ทว่าตระกูลสืบทอดวิชาแพทย์มาหลายชั่วอายุคน บาดแผลจากธนูเช่นนี้มิใช่เรื่องยากเย็นสำหรับเขาหากศรนั้นไร้พิษ“เร็วเข้า ๆ รีบพานางขึ้นรถม้า...” เจียงหมิ่นหยัดกายลุกขึ้น ร้องเรียกให้สาวใช้เข้ามาช่วยพยุงเซวียหว่านอี้จับแขนเจียงหมิ่นเอาไว้แน่นแล้วลุกขึ้นยืน เอ่ยว่า “ขาของข้ามิเป็นอันใด เดินได้”แม้บนหน้าผากจะผุดพรายด้วยหยาดเหงื่อ ทว่ากลับยังคงเจือรอยยิ้มท่าทีเช่นนี้ของนาง ทำให้ห้วงอารมณ์ที่เจียงหมิ่นพยายามสะกดกลั้นเอาไว้ พังทลายลงในชั่วพริบตาหยาดน้ำตาเม็ดใหญ่ร่วงหล่นลงมาเป็นสายนางประคองมือเฝ่ยชุ่ยเดินไปที่รถม้า โดยมีหมอหลวงหลินเดินตามอยู่เบื้องหลัง “ฮูหยินเซวีย ที่
Ler mais

บทที่ 363

มีทั้งผู้ที่ยกกล่องยา ยกน้ำร้อน และยังมีสมุนไพรสำเร็จรูปบางส่วนที่มีอยู่ในบ้านไร่ผู้ดูแลหลี่วางกล่องยาลงแล้วเอ่ยว่า “ฮูหยิน ข้าได้ให้บุตรชายไปแจ้งข่าวแก่คุณชายที่จวนแล้วขอรับ...”“ท่านพี่มิได้อยู่ในจวน” นางแย้มยิ้มกล่าว “ข้าไม่ถึงตายหรอก มีหมอหลวงหลินอยู่ทั้งคน วางใจเถิด เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับผู้ดูแลหลี่”ผู้ดูแลหลี่อ้าปากค้างไป ชั่วขณะนั้นมิรู้ว่าควรเอ่ยสิ่งใดดีนี่ใช่เรื่องที่ว่าเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวที่ไหนกัน?เขามิได้เป็นห่วงตนเอง ทว่าหากฮูหยินเป็นอันใดไป ทางด้านคุณชายเล่า…หมอหลวงหลินเดินไปล้างมือที่ด้านข้าง “บนลูกธนูไม่มีพิษ อีกทั้งยังมีขี้ผึ้งหิมะของสำนักหมอหลวง ย่อมไม่หลงเหลือรอยแผลเป็นแน่ อย่าได้กังวลไปเลย”ยามนี้นางแทบจะสัมผัสถึงความเจ็บปวดมิได้แล้ว กระทั่งความกังวลเพียงน้อยนิดที่หลงเหลืออยู่ก็มลายหายไปจนสิ้นเมื่อไล่ผู้คนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปจากห้องแล้ว เขาจึงให้เฝ่ยชุ่ยตัดผ้าบริเวณรอบรอยธนูออกไปเฝ่ยชุ่ยจดจ้องบาดแผลจากลูกธนู ขอบตาของนางบวมช้ำ แดงก่ำ เห็นได้ชัดว่าผ่านการร้องไห้มาตลอดทาง“เมื่อช่วงต้นปีนี้” เซวียหว่านอี้ตอบกลับหมอหลวงหลินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะดึงสติก
Ler mais

บทที่ 364

ยามที่เย่จั๋วมาถึง หมอหลวงหลินยังคงง่วนอยู่กับการต้มยาในเรือนครัวครั้นยกถ้วยยาออกมาและเห็นชายหนุ่มผู้นั่งอยู่บนรถเข็นในห้องโถง เขาก็แทบจะโยนยาในมือทิ้ง“เจิ้นกั๋วกง?”เขามิได้เกรงกลัวเย่จั๋ว เพียงแต่คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะปรากฏตัวที่นี่เย่จั๋วพยักหน้ารับ เขามิได้รู้สึกแปลกหน้ากับหมอหลวงหลิน “ฮูหยินของข้าเป็นเช่นไรบ้าง?”หมอหลวงหลินส่งยาให้เด็กรับใช้ ก่อนจะเดินไปนั่งลงด้านข้างเอ่ยว่า “ฮูหยินของท่าน...”เขาใคร่ครวญน้ำเสียงเล็กน้อย แล้วจึงเอ่ยว่า “ค่อนข้างยุ่งยากสักหน่อย”เย่จั๋วขมวดคิ้ว เอ่ยถาม “หมายความว่าอย่างไร?”หมอหลวงหลินยกมือเกาศีรษะ เดาะลิ้นเบา ๆ ด้วยท่าทีลำบากใจ“อาการป่วยของนางข้ารู้จักดี ทว่านี่เป็นคราแรกที่ได้พบเจอ”“หากเป็นท่านปู่ของข้าย่อมต้องทราบดี เพราะเมื่อคราวที่ติดตามท่านปู่ของท่านไปเป็นหมอทหารอยู่แนวหน้า คงเคยพบเห็นมามิใช่น้อย กระนั้นอาการหนักหนาเช่นฮูหยินของท่าน ก็น่าจะหาได้ยากยิ่งนัก”เย่อันที่ยืนอยู่ด้านข้างมีสีหน้าแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย“หมอหลวงหลินน้อย พอจะรักษาได้หรือไม่?”หมอหลวงหลินส่ายหน้า “อาการป่วยของนางอยู่ที่จิตใจ เป็นโรคทางใจ รักษามิได้”เย
Ler mais

บทที่ 365

“ไม่ว่าอย่างไร ครานี้ต้องขอบคุณมากแล้ว” เย่จั๋วเอ่ยขอบคุณ “ข้าจะมอบสมุนไพรให้ท่านสามชนิด ยามว่างก็ไปหาเย่ผิงเถิด”หมอหลวงหลินมีสีหน้ายินดี “เข้าใจแล้ว ๆ วันนี้ยามกลับเข้าเมืองข้าจะไปทันที”ท่านปู่ของหมอหลวงหลินเคยติดตามท่านปู่ของเย่จั๋วออกรบยังสนามรบ โดยรับหน้าที่เป็นหมอทหาร ภายหลังได้เข้ามาอยู่ในสำนักหมอหลวง และด้วยวิชาแพทย์อันล้ำเลิศจึงได้เป็นถึงหัวหน้าสำนักหมอหลวง เพิ่งจะเกษียณเมื่อสองปีก่อนบิดาของเขาในปีนั้นก็เคยติดตามบิดาของเย่จั๋วไปเป็นหมอทหารเช่นกัน ปีที่แล้วตอนทำศึกกับหนานหยวน ก็เกือบจะเอาชีวิตไปทิ้งไว้ที่สนามรบเสียแล้วหลังจากกลับมารักษาอาการบาดเจ็บจนหายดี เขาก็ออกจากเมืองหลวง ไปเป็นหมอพเนจรทั้งสองตระกูลนับได้ว่าเป็นสหายเก่าแก่กันมานานในยาอาจมีส่วนผสมที่ช่วยให้หลับง่าย เซวียหว่านอี้จึงผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็วในห้วงนิทรา คือขั้นตอนของการถูกทำเป็นมนุษย์หมูนางมิได้รู้ตัวเลยว่า ในทุกค่ำคืน ร่างกายของนางจะสั่นเทาเป็นพัก ๆเย่จั๋วเดินมาที่ข้างเตียง มองนางอย่างเงียบงันใบหน้ายามหลับใหลของนางช่างดูสงบราบเรียบ ทว่าบนหน้าผากกลับมีหยาดเหงื่อบาง ๆ ซึมออกมาเขาหยิบผ้าเช็ดหน้
Ler mais

บทที่ 366

จะไต่สวนออกมาได้หรือ?เส้นประสาทของเจียงหมิ่นชาหนึบไปชั่วขณะลำคอของนางแห้งผากและระคายเคืองอยู่บ้างเนิ่นนาน กว่าจะเอ่ยปากออกมา “หากเรื่องที่เจ้าพูดเป็นความจริง ราชวงศ์อวิ๋นนี้คงต้องวุ่นวายโกลาหลเป็นแน่”องค์หญิงใหญ่เป็นถึงท่านย่าทวดของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน นางมีอำนาจหยั่งรากลึกอยู่ในจิงโจวมาเกือบห้าสิบปีหากฮ่องเต้ทรงตั้งพระทัยจะลงมือกับบุคคลผู้นี้จริง ๆ เช่นนั้นอาณาเขตจิงโจว คงมิแคล้วต้องเผชิญกับพายุเลือดเป็นแน่“เมืองหลวงอย่างมากก็เพียงแค่สั่นคลอนเล็กน้อย” เซวียหมิงเฟยยังคงเดินไปเบื้องหน้า “ต่อให้นางมีคนอยู่ในเมืองหลวง ก็มิอาจส่งผลกระทบอันใดได้ ฮ่องเต้ทรงประทับอยู่ในเมืองหลวงทั้งคน”……เมื่อลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือชุดลำลองผ้าไหมสีดำสนิทนางกะพริบตา เมื่อเอ่ยปาก น้ำเสียงก็เจือไปด้วยความเหนื่อยล้าของคนที่เพิ่งตื่นนอน“ท่านพี่มาได้อย่างไรเจ้าคะ ข้าไม่เป็นไรแล้ว”แม้จะมิได้เอ่ยถาม นางก็รู้ดีว่าทุกครั้งที่เย่จั๋วจากไปเป็นเวลาสิบวัน ย่อมต้องมีธุระสำคัญให้จัดการ วันเวลานี้แม่นยำเกินไป ความเป็นไปได้ส่วนใหญ่น่าจะเกี่ยวข้องกับพิษในร่างกายของเขาพิษหรือ?เมื่อนึกถึงชาติก
Ler mais

บทที่ 367

เซวียหมิงเฟยเอ่ยถาม “เจ้าไม่เจ็บจริง ๆ หรือ?”“เจ็บสิ” เซวียหว่านอี้ยิ้ม “กินข้าวกันหรือยัง?”“ยังเลย พอได้ยินว่าเจ้าฟื้นแล้ว พวกเราสองคนก็รีบมาทันที รอเจ้าไม่เป็นอันใดแล้วก็จะกลับเข้าเมือง” นางมองดูอาหารตรงหน้าแล้วเอ่ยว่า “ข้าให้คนไปบอกท่านพ่อท่านแม่แล้ว พร้อมกับส่งสมุนไพรและของบำรุงมาให้ พวกเขาถูกคนของข้าห้ามเอาไว้ มาก็มิได้ช่วยอันใด กลับเมืองหลวงเมื่อใดข้าจะไปที่จวนตระกูลเซวียเพื่ออธิบายแก่พวกเขา จะได้มิต้องกังวล”“ตกลง ฝากขอบใจท่านพ่อท่านแม่แทนข้าด้วย” เซวียหว่านอี้ยิ้มจนตาหยี ทว่าคำพูดคำจาของนางกลับทำให้ผู้ฟังรู้สึกห่างเหินอยู่เสมอเมื่อนึกถึงอาการของนาง ทั้งสองก็มิได้เอ่ยอันใด เพียงพยักหน้ารับคำหลังอาหารมื้อเที่ยง เจียงหมิ่นและเซวียหมิงเฟยก็เดินทางกลับเมืองหลวงเซวียหว่านอี้เองก็อยากกลับไปพักรักษาตัวที่จวน แต่ถูกเย่จั๋วปฏิเสธ นางต้องพักอยู่ที่นี่สักสามถึงห้าวันจึงจะกลับเมืองหลวงได้จะไม่เจ็บได้อย่างไร เห็นได้ชัดว่าเจ็บจนชินชาไปแล้วต่างหากต่อให้รู้ว่านางเจ็บ ก็มิอาจจัดเทียบยาแก้ปวดให้นางได้ไม่รู้ว่ายาต้มบำรุงประสาทจะใช้ได้หรือไม่ คงต้องรอสอบถามหมอเทวดาฉีในวันหน้าห้อง
Ler mais

บทที่ 368

เรือนพักเย่จั๋วมองดูเซี่ยฉงโหลวที่อยู่เบื้องหน้าอย่างเงียบงัน องค์รัชทายาทที่อยู่ข้างกายก็นั่งตัวตรงอยู่ในตำแหน่งประธาน แววตาประดุจอาบชโลมด้วยเปลวเพลิงเย็นเยียบ ชวนให้ผู้ที่มองรู้สึกหนาวเหน็บในใจทว่าก็คล้ายกับร่วงหล่นลงสู่ขุมนรกอเวจีด้านข้าง หมอหลวงเฒ่าหลินที่เกษียณอายุกลับไปพักผ่อนนานแล้วเพิ่งจะตรวจชีพจรให้เย่จั๋วเสร็จสิ้น สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียดจริงจัง“พิษในร่างกาย ซ่อนเร้นอันตรายที่อาจจะทะลวงปราการป้องกันออกมาได้”ไป๋อวี๋ได้ยินดังนั้น สีหน้าก็ดูย่ำแย่เช่นกันนางคล้ายกับไม่อยากจะเชื่อ ลืมเลือนกระทั่งกฎระเบียบ พุ่งพรวดเดียวเข้ามาข้างหน้า แล้วใช้นิ้วมือกดลงบนชีพจรของเย่จั๋วครู่ต่อมา ใบหน้าของนางก็ซีดเผือด ทอดมองไปยังเซี่ยฉงโหลวด้วยสายตาตื่นตระหนกตกใจ“ศิษย์พี่...”นางไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆศิษย์พี่ที่นางทั้งเทิดทูนและหลงรักมาตั้งแต่เล็ก จะสามารถทำเรื่องพรรค์นี้ลงคอ“ท่านแม่ทัพ รีบเชิญท่านอาจารย์ของข้ามาเร็วเข้า...”ความร้อนรนของไป๋อวี๋มิได้เสแสร้งแกล้งทำเลยแม้แต่น้อย “หากช้าไปกว่านี้ ร่างกายของท่านเกรงว่าจะ...”คำพูดแม้ยังกล่าวไม่จบความ ทว่าความหมายนั้นทุกคนล้วนเข้าใ
Ler mais

บทที่ 369

“ทว่าภายหลังตระกูลมารดาผู้ให้กำเนิดของเจ้าตกต่ำลง ตระกูลเฟ่ยย่อมไม่อยากสานต่อการแต่งงานในครั้งนี้ จึงบีบบังคับให้นายท่านรองตระกูลเฟ่ยแต่งงานกับหญิงสาวจากอีกตระกูลหนึ่งในเมือง”“ส่วนมารดาของเจ้า ก็ถูกครอบครัวท่านตาของเจ้าส่งตัวให้กับบิดาของเจ้า เพียงเพื่อแลกกับเงินก้อนหนึ่ง จะได้มิได้ตกต่ำจนต้องไปเร่ร่อนตามท้องถนน”“เจ้าถูกแม่นมข้างกายมารดาลอบนำไปทิ้ง ตระกูลเฟ่ยเกรงว่าฮูหยินรองจะล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของเจ้า แล้วจะส่งผลกระทบต่อความร่วมมือของทั้งสองตระกูล”วาจาขององค์รัชทายาทเอ่ยออกไปอย่างตรงไปตรงมา มิได้มีความอ้อมค้อมแม้แต่น้อย“เพียงอาศัยจี้หยกชิ้นหนึ่ง เจ้าก็สงสัยว่าตนเองเป็นคนของราชวงศ์หนานหยวนแล้วหรือ เจ้าคิดว่าตนเองเป็นผู้ใดกัน?”เขามองสบตาเซี่ยฉงโหลวอย่างเย็นชา “องค์รัชทายาท? องค์ชาย? หรือบุตรหลานราชวงศ์หนานหยวน? ไปสืบดูหรือยัง? เจ้าตรงกับบุตรหลานราชวงศ์หนานหยวนผู้ใดบ้าง? อาการหลงผิดถือเป็นโรคอย่างหนึ่ง หมอเซี่ยรู้จักเพียงการวางพิษ แล้วรู้จักวิธีช่วยชีวิตผู้คนหรือไม่? ช่วยเหลือตนเองก่อนเถิด”“เล่นกับพิษจนสมองเลอะเลือนไปแล้วหรือ? เจ้าพกหยกชิ้นนั้นติดตัวมาตั้งแต่เล็กจนโต คิดหรือว
Ler mais

บทที่ 370

“องค์รัชทายาท ยามที่ฮูหยินเซวียออกไปเที่ยวชมธรรมชาติเมื่อวานนี้ ถูกลูกหลงจากลูกธนูของหลานชายองค์หญิงใหญ่ยิงเข้า ตอนนี้กำลังพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านไร่อีกแห่งขอรับ”ภายในรถม้า หัวหน้าขันทีตำหนักบูรพาแจ้งข่าวนี้แก่เขาสีหน้าขององค์รัชทายาทเคร่งขรึมดุจผิวน้ำที่นิ่งสนิท “มิได้มีการวางแผนเตรียมการไว้ก่อนจริงหรือ?”เขาไม่เชื่อว่าบนโลกนี้จะมีเรื่องบังเอิญถึงเพียงนี้“อาการบาดเจ็บเป็นอย่างไรบ้าง?”หัวหน้าขันทีแย้มยิ้มกล่าว “องค์รัชทายาทโปรดวางใจ ฮูหยินเซวียมิเป็นอันใดมากขอรับ ยามนั้นหมอหลวงหลินน้อยบังเอิญไปเที่ยวชมธรรมชาติที่นั่นพอดี อาการบาดเจ็บจึงคงที่แล้ว พักฟื้นสักสิบวันครึ่งเดือนก็มิเป็นอันใดแล้วขอรับ”“เช่นนี้ก็ดียิ่งนัก” องค์รัชทายาททอดสายตาออกไป “กลับวังแล้วข้าจะไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อ”องค์หญิงใหญ่ฝังรากฐานอำนาจในจิงโจวมานานจนเกินไป จนถึงขั้นที่ว่าในสิบสามโจวของราชวงศ์อวิ๋น ภาษีอากรต่าง ๆ ของเยี่ยนโจวและจิงโจวนั้น ราชสำนักแทบจะมิเคยได้เห็นเลยรายได้จากภาษีของทั้งสองโจวนั้นมิใช่จำนวนน้อย ๆในเมื่อพวกเขาเผยช่องโหว่ออกมาเอง ก็อย่าหาว่าราชสำนักไม่ไว้หน้าพลั้งมือทำร้ายฮูหยินเจิ้นกั๋วกง
Ler mais
ANTERIOR
1
...
353637383940
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status