Todos os capítulos de เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Capítulo 371 - Capítulo 380

391 Capítulos

บทที่ 371

ในเมื่อกล้ารับผิดแทน ตายไปก็สมควรแล้ว“เหลือลมหายใจรวยรินไว้ก็พอ หากมากไปจะดูเหมือนราชสำนักอ่อนแอเกินไป” น้ำเสียงนั้นแฝงความเย็นชาเมื่อได้ยินความหมายแฝงในน้ำเสียงของโอรส ฮ่องเต้ก็ยิ้มออกมา“ไม่ชอบจิงโจวถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?”เซี่ยฉงกล่าวว่า “ภาษีของทั้งเยี่ยนโจวและจิงโจวล้วนตกอยู่ในมือของคนทั้งสอง นั่นนับเป็นความสูญเสียไม่น้อยสำหรับราชสำนัก เรื่องเยี่ยนโจวนั้นยังพอทำเนา ทว่าเหมืองเหล็กของจิงโจวจัดอยู่ในอันดับสองจากทั้งสิบสามโจว ท่านพ่อไม่กังวลจริง ๆ หรือพ่ะย่ะค่ะ?”ฮ่องเต้ทรงยิ้มพลางส่ายหน้า “พ่อของเจ้าโง่เขลาหรือ? ที่นั่นมีคนของเราอยู่ รายรับและรายจ่ายทั้งหมดของจวนองค์หญิงใหญ่ล้วนอยู่ในการควบคุมของเรา หากถึงคราวคิดบัญชี พวกเขาอย่าหวังว่าจะซ่อนเงินได้แม้แต่แดงเดียว ไม่ต้องกังวลไป”เซี่ยฉงอดมิได้ที่จะยกนิ้วโป้งให้ “ท่านพ่อยอดเยี่ยมยิ่งนัก”ฮ่องเต้ทรงกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ “เจ้าจะจัดการเรื่องลูกธนูหลงหลังจากนี้หรือ?”เซี่ยฉงครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าว “เช่นนั้นก็ดี อาเยี่ยนจะได้พักฟื้นอย่างสงบเสียที”สองพ่อลูกสนทนากันอีกหลายเรื่อง เซี่ยฉงอยู่เป็นเพื่อนทานอาหารค่ำแล้วจึงลากลับเมื
Ler mais

บทที่ 372

“นี่มันเรื่องอันใดกัน?”ภายในเขตจี้โจว ทหารรักษาพระองค์แห่งตำหนักบูรพากำลังพาหมอเทวดาฉีเร่งรุดเดินทางไปยังเมืองหลวงตรากตรำเดินทางมาตลอดวัน ทั้งคนและม้าล้วนเหนื่อยล้า พวกเขาจึงตัดสินใจแวะพักชั่วคราวที่อำเภอแห่งหนึ่งในจี้โจว ทว่ากลับถูกซักไซ้ไล่เลียงผู้นำกลุ่มมองบุรุษแต่งกายแปลกประหลาดเบื้องหน้าด้วยสีหน้าเย็นชาอีกฝ่ายกล่าวว่า “สถานที่นี้คณะทูตแคว้นซีอูของพวกเราได้เหมาไว้หมดแล้ว ขอให้พวกท่านไปหาที่อื่นเถิด”“สามหาว!” ผู้นำกลุ่มแทบจะแค่นหัวเราะออกมาด้วยความโมโห “แคว้นซีอูของพวกเจ้าเป็นเพียงดินแดนห่างไกลทุรกันดาร แคว้นเล็กเท่าเม็ดกระสุน เดินทางมายังราชวงศ์อวิ๋นของเราก็เพื่อขอความคุ้มครอง”เป็นความจริงที่ว่า แคว้นซีอูจะเดินทางไปยังเมืองหลวง จี้โจวคือเส้นทางที่จำเป็นต้องผ่าน“เดิมทีควรระมัดระวังเจียมตัว เคารพกฎเกณฑ์ของราชวงศ์อวิ๋น โรงเตี๊ยมแห่งนี้พวกข้าเข้าพักก่อน ต่อให้พวกเจ้าจะเหมาไว้ทั้งหมด ก็จำต้องจ่ายค่าชดเชยแก่แขกที่เข้าพัก ไฉนจึงทำตัวกำเริบเสิบสาน ไม่รู้จักธรรมเนียมเช่นพวกเจ้า?”“พวกเจ้ามาเพื่อขอความคุ้มครอง หรือมาเป็นบรรพบุรุษในราชวงศ์อวิ๋นของเรากันแน่?”ผู้มาเยือนถูกเขาตว
Ler mais

บทที่ 373

ผู้นำมิได้เอ่ยสิ่งใดอีกวันรุ่งขึ้น ภายในขบวนมีคนเพิ่มขึ้นมาจำนวนหนึ่ง ความเร็วในการเดินทางจึงเร่งรัดขึ้นมิใช่น้อย“ท่านมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่ปีแล้ว” ภายในรถม้า หมอเทวดาฉีรั้งมือกลับ พลางเอ่ยข้อสรุปออกมาคนข้างกายตกใจจนสีหน้าซีดเผือด ทว่ามิกล้าตวาดด่าทอเสียงดัง“หมอเทวดา พอจะมีวิธีใดบ้างหรือไม่?”ผู้ติดตามผู้หนึ่งประสานมือคารวะด้วยความร้อนใจหมอเทวดาฉีลูบเคราพลางเอ่ยว่า “หากใช้ยาล้ำค่าราคาแพงยื้อชีวิตไว้ อย่างมากก็คงอยู่ต่อไปได้อีกสักสองสามปี หรือมีอายุขัยเต็มที่ไม่เกินเจ็ดแปดปี พลังชีวิตของเขาแทบจะมลายหายไปสิ้นแล้ว ยามที่พลังชีวิตของคนเราแตกซ่าน แม้เป็นเทพเซียนก็ยากจะช่วยชีวิตไว้ได้”ผู้ติดตามทั้งสองภายในรถม้าล้วนเงียบงันด้วยสถานการณ์ของแคว้นซีอูในหลายปีมานี้ มิได้บีบคั้นให้จักรพรรดิของพวกเขาวิกลจริตไปก็นับว่าดีมากแล้วแม้กระทั่งกองกำลังส่วนพระองค์ก็ยังมีจำนวนรวมไม่ถึงพันนาย อีกทั้งกำลังรบยังมิได้สูงส่งอันใดเพียงกองโจรจำนวนหลายสิบคนบุกปล้นชิง ก็สามารถปั่นป่วนแคว้นซีอูจนวุ่นวายได้แล้วการหยัดยืนฝ่าฟันมาได้จนถึงยามนี้ จักรพรรดิของพวกเขาล้วนทุกข์ยากลำบากยิ่งกว่าผู้ใด แล้วจะ
Ler mais

บทที่ 374

“เฝ่ยชุ่ย...”เฝ่ยชุ่ยได้ยินเสียงจึงเดินเข้ามาด้านในเมื่อเห็นว่านางตื่นแล้ว จึงรีบเข้าไปประคองให้ลุกขึ้นนั่ง “ฮูหยิน ด้านนอกฝนตกแล้วเจ้าค่ะ”“คงจะตกจริงดังว่า ข้าได้ยินเสียงแล้ว”ฝนตกมิได้เบาบางเลย เสียงเม็ดฝนตกกระทบดังถี่กระชั้นเฝ่ยชุ่ยหยิบเสื้อคลุมตัวนอกมาสวมทับให้นาง เห็นนางมีท่าทีราวกับนอนไม่ไหวแล้ว จึงเอ่ยถามว่า “ฮูหยินจะไปทำสิ่งใดหรือเจ้าคะ ยามนี้บาดแผลของท่านยังไม่หายดี ต้องพักผ่อนให้มากนะเจ้าคะ”“ถึงแผลจะยังไม่หายดี ข้าก็นอนต่อไปมิได้แล้ว”นางสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วเดินออกมายังห้องด้านนอก เบื้องนอกมีม่านฝนโปรยปราย ช่วยปัดเป่าความร้อนอบอ้าวให้มลายหายไปเมื่อมาถึงใต้ระเบียงทางเดิน นางจึงเอนกายลงนั่งบนเก้าอี้โยก “ให้ห้องครัวทำแผ่นแป้งไส้เนื้อสักหน่อยเถิด”นอนต่อเนื่องมาหลายวัน รู้สึกว่าร่างกายอ่อนแอกำลังถดถอย ทั่วร่างอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง ต้องกินสิ่งใดเพื่อบำรุงเสียหน่อยเฝ่ยชุ่ยรับคำพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะเดินไปตามระเบียงทางเดินเพื่อแจ้งแก่คนครัวและในจังหวะนี้เอง องค์หญิงหย่งหนิงในชุดหรูหราเต็มยศก็เดินทอดน่องเข้ามา“ยามเด็กข้าเคยอาศัยอยู่ที่นี่ช่วงหนึ่ง”นางเดินเข
Ler mais

บทที่ 375

“ยามใกล้ตายหรือ?” เซี่ยฉานเลิกคิ้วดูจากท่าทีของนาง คล้ายกับว่ามิได้ถือสากับความผิดฐานล่วงเกินเบื้องสูงของเซวียหว่านอี้นางพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ใช่เจ้าค่ะ”“เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงฮ่องเต้และท่านพี่ของข้า ข้าจะไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน แน่นอนว่าจะส่งคนไปลอบสืบสวนด้วย ยังมีเบาะแสอื่นอีกหรือไม่?” เซี่ยฉานมิได้กล่าวว่าเชื่อหรือไม่เชื่อเซวียหว่านอี้ขมวดคิ้วครุ่นคิด “กวนเยว่ องค์หญิงเคยได้ยินนามนี้หรือไม่? ในความฝัน คนผู้นี้เป็นคนขององค์ชายห้า คล้ายว่ารับหน้าที่ในกองทหารรักษาพระองค์ แต่เป็นหน่วยใดแน่ชัด ข้าก็มิอาจทราบได้”“ข้าจะให้คนไปสืบดู” เซี่ยฉานเชื่อไปแล้วสามส่วนกระทั่งเอ่ยนามออกมาได้ การสืบดูก็มิได้เปลืองแรงอันใดหากเป็นเรื่องจริงขึ้นมาเล่า?ถึงแม้จะเป็นเรื่องเท็จ ก็มิได้สลักสำคัญอันใดอย่างไรเสียสตรีผู้นี้ก็คือฮูหยินเจิ้นกั๋วกง โดยธรรมชาติแล้วย่อมเป็นพวกเดียวกับนางสหายฝันร้าย รับฟังและเอ่ยปลอบใจสักครา ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาอยู่เป็นเพื่อนให้นางคลายใจ ก็ถือเสียว่าช่วยเพิ่มชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง“ขี่ม้าเป็นหรือไม่?” นางเอ่ยถามเซวียหว่านอี้ตามบทสนทนาที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของเซี่ยฉ
Ler mais

บทที่ 376

ความรักหรือ?ช่างเป็นเรื่องน่าขันนักนางคือองค์หญิงใหญ่สายตรงผู้สูงศักดิ์ที่สุดแห่งราชสกุลเซี่ย บิดาคือฮ่องเต้ผู้ปราดเปรื่องที่สวรรค์กำหนดให้จารึกพระนามในหน้าประวัติศาสตร์ ส่วนมารดาก็เลื่องชื่อในฐานะฮองเฮาผู้ทรงคุณธรรมพี่ชายที่เป็นองค์รัชทายาทก็เปี่ยมด้วยความสามารถและคุณธรรม ทั้งยังรู้จักใช้ความเมตตาและอำนาจเด็ดขาดควบคู่กัน เป็นว่าที่ฮ่องเต้องค์ต่อไปที่ขุนนางทั้งบุ๋นบู๊ต่างพร้อมใจกันสนับสนุนอย่างแท้จริงอำนาจและความมั่งคั่ง นางล้วนกุมไว้ในกำมือแล้วจะต้องการความรักอันเลื่อนลอยไปไยเพื่อให้ผู้คนหัวเราะเยาะหรือ?ยามนี้ในจวนองค์หญิงมีราชบุตรเขยเพียงคนเดียว ก็นับว่าเป็นความจริงใจของนางแล้ว……หลายวันต่อมาหมอเทวดาฉีเดินทางมาถึงเรือนพักแถบชานเมืองหลวง ก็รีบปรับเปลี่ยนเทียบยาให้เย่จั๋วใหม่ในทันที ทั้งยังใช้เข็มเงินช่วยฝังเข็ม สะกดพิษในร่างของเขาให้สงบลงไปได้อีกครั้งหลังจากนี้เพียงต้องค่อย ๆ บำรุงรักษาไป สักสามถึงห้าปีก็ย่อมฟื้นตัวเป็นปกติ“ครานี้อย่าได้หวังว่าจะใช้ทางลัดอีก พิษในร่างของท่านเป็นพิษลับของราชวงศ์หนานหยวน ตัวพิษนั้นร้ายกาจไม่ธรรมดา จะหายเร็วเพียงนั้นได้อย่างไร หากศ
Ler mais

บทที่ 377

หมอเทวดาฉี “…”แท้จริงแล้วเขาไม่เคยคิดเลยว่าตนเองคือคนของตระกูลเฟ่ย เมื่อหลายปีก่อนที่ติดตามอาจารย์ไปยังตระกูลเฟ่ย ก็เป็นเพียงการไปรักษาอาการป่วยของฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลเฟ่ยเท่านั้น เขามิได้คิดอันใดให้มากความเลย“นับแต่ข้าจำความได้ จี้หยกชิ้นนั้นก็อยู่ข้างกายข้ามาตลอด ครั้นเติบใหญ่ขึ้นมาสักหน่อย สามารถออกไปข้างนอกได้ตามลำพัง และได้ล่วงรู้ถึงความหมายของจี้หยกชิ้นนี้ ความรู้สึกยอมรับในฐานะของตนก็สลักลึกซึ้งลงในใจเสียแล้ว”เซี่ยฉงโหลวยิ้มออกมาอย่างอ้างว้างเลือนลาง “ข้าคิดไม่ถึงเลย ว่านี่จะเป็นเพียงสิ่งที่อาจารย์โยนทิ้งไว้ให้ข้าในภายหลังเท่านั้น”“เหลวไหล” หมอเทวดาฉีกล่าววาจาไม่เกรงใจ ทว่าแววตากลับแฝงไปด้วยความโศกเศร้า “ศิษย์พี่ศิษย์น้องของเจ้า ผู้ใดบ้างที่ในมือไม่มีของมีค่าอยู่สักสองสามชิ้น เหตุใดจึงมีเพียงเจ้าที่เก็บเอามาเป็นจริงเป็นจังเล่า?”นั่นสิ เหตุใดจึงมีเพียงเขาที่เก็บเอามาเป็นจริงเป็นจังบางทีอาจเป็นเพราะโดยเนื้อแท้แล้วเขามิใช่คนดีกระมังไป๋อวี๋ คนรักของเขาคือผู้ที่เขามีใจปฏิพัทธ์อย่างแท้จริงทว่าต่อให้เขาสวมใส่อาภรณ์สีขาวสะอาดสะอ้านเพียงไร หรือได้รับการยกย่องว่าเป็นวิญญู
Ler mais

บทที่ 378

ฮูหยินเจียงนับเป็นสตรีที่ได้รับการอบรมสั่งสอนมาจากตระกูลใหญ่โดยแท้ปัญหาเยี่ยงนี้ นางย่อมจัดการได้อย่างหมดจดเพียงแต่เซวียหมิงเฟยถูกเลี้ยงดูอยู่ข้างกายนางมาตลอด ทั้งยังได้รับความรักความทะนุถนอมจากใจจริงมาถึงสิบห้าปี ในเรื่องการจัดการเรือนหลังจึงหลีกเลี่ยงมิได้ที่จะขาดความรู้ความเข้าใจไปบ้าง“แล้วเจ้ามีความคิดเห็นเช่นไร?” ฮูหยินเจียงเอ่ยถามเซวียหมิงเฟยขมวดคิ้ว “รับอนุนั้นย่อมได้เจ้าค่ะ แต่ข้าไม่ปรารถนาให้เป็นญาติผู้น้องคนนี้ สามารถรับสตรีตระกูลดีในเมืองหลวงแทนได้ หากเป็นญาติผู้น้อง วันข้างหน้าย่อมหลีกเลี่ยงความยุ่งยากมิได้ ด้วยวิสัยของแม่สามีย่อมต้องเข้าข้างหลานสาวของตนเองอยู่วันยันค่ำ”ฮูหยินเจียงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ เด็กคนนี้นับว่ามองการณ์ได้ทะลุปรุโปร่งทีเดียว“ก่อนหน้านี้เจ้าคิดจะให้จื่อจินเป็นอนุ ภายหลังเกิดเรื่องราวขึ้นจึงจำต้องล่าช้าไป แล้วจื่อเพ่ยเล่า?”สิ้นวาจา จื่อเพ่ยที่ยืนคอยปรนนิบัติอยู่ข้างกายเซวียหมิงเฟยก็ทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยความตื่นตระหนก“ฮูหยินเจ้าคะ บ่าวเพียงอยากอยู่เคียงข้างคุณหนู มิได้ปรารถนาจะเป็นอนุของท่านเขยเลยเจ้าค่ะ”ฮูหยินเจียงเองก็มิได้มีโทสะแต่อ
Ler mais

บทที่ 379

นางทอดสายตามองกระดานหมาก มิได้ใส่ใจสายตาที่จ้องมองมาของฉู่ยวนและเอ่ยต่อไปว่า “ท่านพี่รับอนุได้ ทว่าต้องรอจนกว่าร่างกายของข้าจะได้รับการบำรุงจนแข็งแรง และตั้งครรภ์เสียก่อน บุตรของข้าจำต้องเป็นบุตรชายคนโตสายตรง เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้มีบุตรชายคนโตที่เกิดจากอนุ ซึ่งจะเป็นต้นเหตุแห่งความวุ่นวายในเรือนสืบไป”“อนุภรรยาผู้นี้ต้องมิใช่สตรีตระกูลหวัง เบื้องหลังของพวกนางคือท่านแม่ หากมีท่านแม่คอยหนุนหลัง วันหน้าเกรงว่าจะลอบทำสิ่งใดลับหลังได้”“เรือนหลังไม่สงบ ย่อมเป็นอุปสรรคต่อหน้าที่การงานของท่านพี่ อุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นเหล่านี้ ไม่ควรให้เกิดขึ้น”นางหยิบหมากดำขึ้นมาสองเม็ด ปลายนิ้วที่ตัดแต่งไว้อย่างเรียบร้อยกลมกลึงเคาะลงบนโต๊ะเบา ๆ“สาวใช้ข้างกายข้า ก็จะไม่ยัดเยียดให้ท่านพี่ หากจะรับอนุ บางทีอาจคัดเลือกหญิงสาวชาวบ้านที่หน้าตาสะสวย และมีพื้นเพครอบครัวขาวสะอาด”เมื่อฟังถ้อยคำของนาง ประกอบกับรูปโฉมที่งดงามเย้ายวนนี้ เขากลับรู้สึกราวกับตกอยู่ในห้วงความฝันอย่างน่าประหลาดนางมิได้ใส่ใจเขาแม้แต่น้อยเลยหรือ?ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ไฉนจึงต้องแต่งให้เขาด้วยในความฝัน ข้างกายเขามีเพียงเซวียหว่านอี้ผู้
Ler mais

บทที่ 380

“เจ้าไม่ชอบเด็กเชียนเชียนคนนี้จริง ๆ หรือ?”เมื่อได้ยินบุตรชายกล่าวว่า คนตระกูลหวังพำนักอยู่ที่นี่มานานพอสมควรแล้ว สมควรแก่เวลาที่จะต้องเดินทางกลับ อีกทั้งฤดูเก็บเกี่ยวสารทฤดูใกล้จะมาเยือน อย่างไรก็ต้องกลับไปจัดการงานที่เรือนเสียทีภายในใจของฮูหยินผู้เฒ่าหวังเกิดความรู้สึกลังเลสับสนอยู่บ้างนางปรารถนาอย่างยิ่งที่จะรั้งตัวเชียนเชียนให้อยู่ในจวน ทว่าตำแหน่งภรรยาเอกนั้นย่อมเป็นไปมิได้ นางไม่มีทางให้หวังเชียนเชียนมาเป็นภรรยาเอกของบุตรชายตนอย่างแน่นอนต่อให้เป็นคนจากตระกูลเดิมของตน แต่หากเทียบกับบุตรชายแล้ว นางยังคงรู้สึกว่าไม่คู่ควรกันอยู่ดีฉู่ยวนแย้มยิ้มกล่าวว่า “วันหน้าหากท่านแม่คิดถึงนาง ก็ยังสามารถเรียกให้นางมาพำนักที่จวนได้ ลูกมิได้มีใจปฏิพัทธ์ต่อนาง อีกทั้งช่วงเวลาที่พวกเขาพำนักอยู่ในจวน ก็ได้ผลาญเงินทองที่เพียงพอสำหรับใช้จ่ายถึงครึ่งปีไปแล้ว ตระกูลฉู่แม้จะมีฐานะมั่งคั่ง ทว่าก็มิอาจสิ้นเปลืองเช่นนี้ได้”วาจานี้ทำให้ภายในใจของฮูหยินผู้เฒ่าหวังเกิดความรู้สึกหลากหลายปะปนกัน ทั้งเสียดายเงินทองที่ใช้จ่ายไปมากมาย และทั้งปวดใจที่บุตรชายมิได้มีความสนิทสนมกลมเกลียวกับคนตระกูลเดิมของนาง
Ler mais
ANTERIOR
1
...
353637383940
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status