All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 381 - Chapter 387

387 Chapters

บทที่ 381

ตระกูลหวังเป็นเพียงชาวนาชาวไร่ ด้วยฐานะเช่นนี้ สินสอดทองหมั้นโดยทั่วไปย่อมไม่เกินยี่สิบสามสิบตำลึงเงิน หากดีขึ้นมาหน่อยก็อาจให้ได้ถึงห้าสิบตำลึงทว่าเครื่องประดับศีรษะสองชุดที่ฮูหยินผู้เฒ่าหวังซื้อให้หวังเชียนเชียนนั้น เมื่อรวมกันแล้วก็มีมูลค่าเกือบสองร้อยตำลึงแม้จะอาลัยอาวรณ์ตระกูลฉู่เพียงไร แต่ก็มิกล้าคิดเรื่องชั่วร้ายอีกฝ่ายเป็นถึงขุนนาง ยามนี้ยังสามารถบีบให้ฮูหยินผู้เฒ่าหวังขับไล่พวกเขากลับไปได้ หากไปล่วงเกินคนผู้นั้นเข้าจริง ๆ จะยังมีจุดจบที่ดีได้หรือ?วันรุ่งขึ้น หน้าประตูจวนตระกูลฉู่เซวียหมิงเฟยสวมอาภรณ์สีขาวนวลดุจแสงจันทร์ ใบหน้าประดับรอยยิ้ม ขณะส่งคนตระกูลหวังเดินทางออกจากจวน“ท่านลุงท่านอาตระกูลหวัง ท่านแม่สุขภาพมิค่อยสู้ดีนัก ยามปกติก็แทบจะมิได้ก้าวออกจากเรือนของนางเลย ดังนั้นวันนี้ที่พวกท่านกลับ จึงมิอาจออกมาส่งได้ ขอท่านลุงท่านอาโปรดอย่าได้ถือสา”ยื่นมือมิอาจตบตีใบหน้าที่เปื้อนยิ้มท่าทีของนางเช่นนี้ จะทำให้บุรุษหลายคนถือสาเอาความลงได้อย่างไรพวกเขาเพิ่งเคยพบสตรีที่งดงามสดใสเฉกเช่นเซวียหมิงเฟยเป็นครั้งแรก และเป็นครั้งแรกที่ได้รู้ว่าบนโลกใบนี้ยังมีคนที่งดงามถึงเ
Read more

บทที่ 382

เซวียหว่านอี้เกิดความสนใจขึ้นมาสามส่วน “เจ้านี่นะ ในเมื่อเข้าเมืองหลวงมา เหตุใดจึงไม่คิดนำสุราแรง ๆ ติดมาด้วยเล่า ถึงแม้ข้าจะคออ่อน ทว่าก็อยากจะลิ้มรสสุราแรงนั้นดูสักครา”“เรื่องนี้มิได้ยากเย็นอันใด ข้าจะส่งจดหมายไปหาท่านพี่ ให้เขาส่งมาสักสองไห หากมากกว่านี้คงไม่มีแล้ว ด้วยว่าสุรายิ่งแรงก็ยิ่งต้องสิ้นเปลืองธัญพืชมาก ท่านพ่อจึงไม่อนุญาตให้ชาวบ้านหมักสุราแรง ๆ มากนัก”พานเวยเวยสะบัดแขนเสื้อ ชี้ชวนให้มองลงไปเบื้องล่าง “แต่หากกล่าวถึงหญิงงามแล้ว ก็ยังต้องเป็นเมืองหลวงอยู่ดี”“หญิงงามทางแดนใต้ก็มีมิใช่น้อย แต่เรือนของข้าอยู่ทางใต้สุด นับตั้งแต่ปีกลายที่ท่านลุงเย่กับพี่ใหญ่เย่ตีหนานหยวนจนแตกพ่าย พวกเราก็อพยพจากแดนเหนือลงสู่แดนใต้ ยามนี้พำนักอยู่ที่เมืองหลวงของหนานหยวน ซึ่งก็คือเมืองหลิงโจวในปัจจุบัน”“ผู้คนในที่แห่งนั้นดุดันและชื่นชอบการต่อสู้อย่างยิ่ง อีกทั้งหน้าตาของบุรุษและสตรีก็ผิดแผกไปจากชาวจงหยวนอย่างพวกเราอยู่บ้าง ยามที่พวกเราเพิ่งไปถึง ที่นั่นยังคงเต็มไปด้วยเสียงคร่ำครวญ อย่างไรเสียก็เพิ่งจบสิ้นสงครามล้างแคว้นลง”เซวียหว่านอี้รับฟังอย่างเงียบ ๆ “แล้วยามนี้เล่า?”“มีท่านพ่อของข้
Read more

บทที่ 383

ดรุณีน้อยมีแววตาเป็นประกายเจิดจรัส นางแย้มยิ้มแล้วหันกายเดินจากไปท่วงท่าการเดินราวกิ่งหลิวลู่ลม ขยับพลิ้วไหวในทุกย่างก้าว ช่างงดงามเปี่ยมเสน่ห์เย้ายวนกิริยานั้นทำเอาพานเวยเวยมองตามจนแทบมิอาจละสายตาเซวียหว่านอี้เพียงรู้สึกว่าสตรีจากจวนแม่ทัพผู้นี้ ช่างเป็นคนที่น่าสนใจยิ่งนัก“พี่สะใภ้ หอนางโลมในเมืองหลวงช่างมีระเบียบกฎเกณฑ์นัก”พานเวยเวยเอ่ยว่า “ทั้งแดนใต้แดนเหนือล้วนไม่รุ่งเรืองเท่าเมืองหลวง สตรีบางคนเพื่อความอยู่รอด จึงจำต้องลอบขายเรือนร่าง”เซวียหว่านอี้กล่าวว่า “เมืองหลวงก็มีการลอบขายเรือนร่างเช่นกัน ทว่าอยู่ห่างออกไปสองถนนด้านหลังย่านนี้ แขกทั่วไปมิค่อยไปเยือน มีเพียงบุรุษที่ยากจนจนมิอาจแต่งภรรยาได้เท่านั้นที่ไปอุดหนุน”เมื่อดื่มด่ำกันจนพอประมาณแล้ว ทั้งสองจึงเดินเคียงไหล่ออกจากหอนางโลมเบื้องหน้าประตูรถม้าขวักไขว่ ชายหญิงในอาภรณ์หรูหราเดินเข้าออก เสียงหัวเราะและเสียงจอแจช่วยประดับประดาให้หอนางโลมที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหลวงแห่งนี้ดูคึกคักยิ่งขึ้น“ฮูหยินเซวีย”มีคนร้องเรียกนางเซวียหว่านอี้มองตามเสียงเรียก มุมปากประดับรอยยิ้มบาง “ใต้เท้าฉู่มีธุระอันใดหรือ?”ฉู่ยว
Read more

บทที่ 384

เซี่ยเฝ่ยมีบ่าวรับใช้ข้างกายคอยซับเหงื่อบนหน้าผากให้เขาดวงตาจับจ้องไปที่เลี่ยวซ่วน พยายามเบี่ยงเบนความเจ็บปวดบริเวณช่วงเอวและหน้าท้องให้มากที่สุด“ก็นับว่าโชคดีที่เป็นข้ามา หากเปลี่ยนเป็นขุนนางผู้แทนพระองค์คนอื่น คาดว่านักฆ่าเหล่านั้นคงมิได้ลงมืออย่างพะว้าพะวังเช่นนี้” เขาแค่นเสียงหนัก ค่อยกล่าวต่อ “เยี่ยนโจวแห่งนี้หากปล่อยปละละเลยไปอีกหลายปี ย่อมกลายเป็นแคว้นประเทศราชที่แยกตัวเป็นอิสระจากราชสำนักโดยสมบูรณ์แน่”เรื่องเช่นนี้เขาสามารถอดกลั้นได้หรือ?“ท่านเลี่ยว ต่อจากนี้พวกเราจะทำเช่นไร?” เขาขอคำชี้แนะด้วยความถ่อมตนเมื่อเทียบกับท่าทีกำเริบเสิบสานยามอยู่ในเมืองหลวงแล้ว ยามนี้เขามีสีหน้าจริงจัง เมื่อมองไปยังเลี่ยวซ่วนก็เผยแววตาจริงใจผนวกกับกลิ่นอายสูงศักดิ์ทั่วร่างเขา ช่างคู่ควรกับฐานะเชื้อพระวงศ์อย่างแท้จริงอีกทั้งยังเป็นบุตรหลานราชวงศ์ที่ได้รับการอบรมสั่งสอนมาเป็นอย่างดีนี่ก็เป็นเพียงคำพูดที่กล่าวอยู่ในใจเท่านั้น หากเลี่ยวซ่วนกล้ากล่าวเช่นนี้บนท้องถนนในเมืองหลวง ย่อมมิแคล้วถูกทุบตีสักครา หรือแม้กระทั่งอาจรักษาชีวิตน้อย ๆ ไว้มิได้เลี่ยวซ่วนกล่าวว่า “ซื่อจื่อ ไม่ทราบว่าฝ่าบ
Read more

บทที่ 385

เซวียหมิงเฟยถูกคำพูดของนางทำให้สะอึกไปเล็กน้อย “หึ เจ้าช่างมองได้ทะลุปรุโปร่งนัก”เมื่อมองดูสตรีผู้นั้นที่ยิ้มยั่วยวนให้ฉู่ยวน นางก็แค่นยิ้มหยัน “จะรับอนุก็ย่อมได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องรอให้ข้าคลอดบุตรชายเสียก่อน”“ถึงยามนั้น หากฉู่ยวนกระทำเรื่องใดเกินเลยไป ข้าคิดว่าเจ้าคงจับเขาหักคอทิ้งเป็นแน่” เซวียหว่านอี้เอ่ยกึ่งหยอกล้อเซวียหมิงเฟย “...”สีหน้าของนางแฝงความครุ่นคิด ราวกับกำลังพิจารณาถึงความเป็นไปได้ของเรื่องนี้อย่างจริงจัง“อย่างแย่ที่สุด ข้าก็ต้องได้เป็นฮูหยินตราตั้งขั้นสามขึ้นไปมิใช่หรือ?”หากมีบรรดาศักดิ์ตราตั้งแล้ว จะมีบุรุษอยู่หรือไม่ก็หาได้สำคัญอันใด“หากว่าบรรดาศักดิ์ตราตั้งนี้ทูลขอให้แก่แม่สามีของเจ้าเล่า?” เซวียหว่านอี้เท้าคางมองนาง “ท่านผู้นั้นอุตส่าห์อดทนตกระกำลำบากเลี้ยงดูสามีของเจ้าจนเติบใหญ่ หากจะทูลขอบรรดาศักดิ์ตราตั้ง เจ้าคงแย่งชิงสู้ท่านผู้นั้นมิได้อย่างแน่นอน”“สู้มิได้” นํ้าเสียงของเซวียหมิงเฟยราบเรียบเกียจคร้าน “ผู้ใดจะสนนางกัน ข้าไม่มีทางไปคอยปรนนิบัติเช้าเย็นหญิงชราผู้นั้นหรอก”เมื่อเอ่ยถึงบุคคลผู้นี้ เซวียหมิงเฟยก็มีวาจาอัดอั้นที่อยากจะกล่าวออกมา
Read more

บทที่ 386

“ฮูหยินอยากรับอนุให้ข้ามากเพียงนั้นเชียวหรือ?”ยามอยู่บนรถม้ากลับเรือน ฉู่ยวนทอดสายตามองเซวียหมิงเฟยด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดาความหมายแม้ว่าขุนนางในยุคสมัยนี้ล้วนมีหนึ่งภรรยาหลายอนุ ทว่ามีสตรีใดบ้างจะไม่ปรารถนาให้สามีรักเดียวใจเดียวไปตราบจนแก่เฒ่าเหตุใดนางกลับคิดหาอนุภรรยามาให้สามีของตนเองเล่า?เซวียหมิงเฟยลอบก่นด่าในใจว่าช่างหาเรื่องใส่ตัวแท้ ๆแต่นางก็ยังคงแย้มยิ้มพลางเอ่ยว่า “ย่อมเป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว ยามนี้ข้ากับท่านพี่เพิ่งจะแต่งงานข้าวใหม่ปลามัน ในใจย่อมไม่ยินยอม ต่อให้ผ่านไปเนิ่นนานเพียงใดก็มิอยากให้ท่านรับอนุ ทว่า…”ดวงตางดงามของนางจ้องมองฉู่ยวน “มันจะเป็นไปได้หรือเจ้าคะ?”แค่คิดก็ชวนหัวเราะ การจะให้บุรุษผู้มีอำนาจวาสนาคอยเคียงคู่ดูแลภรรยาเพียงคนเดียวนั้น สู้ไปนอนฝันกลางวันเสียยังจะง่ายกว่าหากเพียงยุคสมัยนี้จะใจกว้างกับสตรีให้มากกว่านี้อีกสักหน่อย นางเองก็อยากจะมีหนึ่งภรรยาหลายสามีเช่นกันตัวนางนั้นจำใจต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของโลกหล้า ทว่าฉู่ยวนกลับไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น หากเขาไม่รับอนุเลยต่างหากถึงจะแปลกในเมื่อเป็นเช่นนี้ นางก็ควรจะกุมอำนาจตัดสินใจเอ
Read more

บทที่ 387

ลำพังพระชายาองค์รัชทายาทยังไม่พอ กระทั่งองค์หญิงหย่งหนิงก็ยังมาด้วยพวกเขาสนิทสนมกับจวนเจิ้นกั๋วกงเกินไปหรือไม่ ฝ่าบาทจะไม่ทรงหวาดระแวงเลยหรือ?ทั้งสองทอดมองเซวียหมิงเยว่ด้วยสายตาเฉยชา ไม่มีผู้ใดเก็บนางมาใส่ใจ กระทั่งเอ่ยปากก็ยังมิได้เอ่ยเพียงพยักหน้าเรียบ ๆ ให้นางลุกขึ้นและนั่งลงเซวียหมิงเยว่ขบกรามแน่นอยู่ในใจ ความเคียดแค้นดั่งมดนับหมื่นกัดกินหัวใจยามนี้นางคืออนุขององค์ชายรอง สองคนนี้มีสิทธิ์อันใดมาดูแคลนนางการกดขี่ด้วยอำนาจบาตรใหญ่ที่โจ่งแจ้งเช่นนี้เอง คือแรงผลักดันที่ทำให้เซวียหมิงเยว่อยากจะปีนป่ายขึ้นไปให้สูงขึ้นอย่างเร่งด่วน“ทั้งสองท่านมาได้จังหวะพอดี ยามเที่ยงในจวนมีของกินแปลกใหม่ จะให้อยู่ร่วมรับประทานด้วยกัน”แท้จริงแล้ว สองคนนี้นางเป็นผู้ส่งคนไปเชิญมาเองจุดประสงค์ที่เซวียหมิงเยว่มาเยือนถึงเรือนนั้นเดาได้ไม่ยาก หากมิใช่ขอร้องให้นางช่วย ก็คือมาเพื่อใส่ร้ายนางไม่ว่าจะเป็นทางใด นางล้วนไม่เต็มใจเข้าไปข้องเกี่ยว“แม่นางเซวียเหตุใดจึงมาเยือนกะทันหัน” นางมองไปที่อีกฝ่าย “มีธุระหรือ?”ก่อนหน้านี้มีแน่ทว่ายามนี้พระชายาองค์รัชทายาทและองค์หญิงล้วนมาแล้ว ต่อให้เป็นเรื่
Read more
PREV
1
...
343536373839
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status