All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 401 - Chapter 410

653 Chapters

บทที่ 401

“ไม่ชอบนางหรือ?” เซวียหว่านอี้เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเซี่ยฉานกลอกตา “มีอายุมาจนปูนนี้ มีผู้ใดชื่นชอบบ้างเล่า? ตามหลักแล้ว ในตระกูลมีผู้อาวุโสวัยนี้ย่อมเป็นเรื่องดี ทว่าเรื่องแย่คือยายเฒ่าผู้นี้ชอบใช้ความอาวุโสและอายุมาข่ม คอยชี้นิ้วสั่งการท่านพ่อของข้า”เซวียหว่านอี้ “...”“จดหมายที่ส่งถึงท่านพ่อในแต่ละปี ล้วนมีแต่ถ้อยคำวิปลาสที่ถือดีในฐานะของตน อ่านแล้วพาให้รุ่มร้อนรำคาญใจยิ่งนัก” เซี่ยฉานแค่นหัวเราะ “ช่วงเทศกาลปีใหม่แท้ ๆ กลับมาทำให้ผู้อื่นเสียอารมณ์ คิดว่าตนเองเป็นที่เคารพเทิดทูนนักหรือไร?”“ยามที่นางจากจิงโจวไป ก็มีคนนำกำลังทหารมุ่งหน้าไปที่นั่นแล้ว”เซี่ยฉานหยิบขนมหวานขึ้นมาชิ้นหนึ่ง บีบเล่นเล็กน้อย แล้วส่งเข้าปาก“ในเมื่อนางกล้าเข้าเมืองหลวงเช่นนี้ จิงโจวนั่น ตราบจนตัวตายก็มิอาจหวนกลับไปได้อีกแล้ว”เซวียหว่านอี้เข้าใจความหมายนั้นดี“ยามนี้จิงโจวคงจะยังวุ่นวายอยู่เป็นแน่”“ใช่แล้ว” เซี่ยฉานถอนหายใจ “อย่างไรเสียก็เป็นอาณาเขตที่นางปกครองมาหลายสิบปี การใช้ดาบตัดปมยุ่งเหยิงโดยเร็วนั้นไร้ผลกับจิงโจว จำต้องคัดกรองให้ดี หากประหารจนสิ้นไม่กลายเป็นเมืองร้างไปหรือ?”“ทว่ามิต้องกังวลไป
Read more

บทที่ 402

“หากคิดจะปราบปราม ก็ต้องกดข่มพวกเขาลงไปให้ราบคาบอย่างแท้จริง”เซวียหว่านอี้กล่าวว่า “หากองค์หญิงเข้ามามีส่วนร่วมแล้ว ย่อมต้องจัดการจนพวกเขามิอาจพลิกฟื้นกลับมาได้อีก มิฉะนั้นหากหยิบยื่นโอกาสให้พวกเขาเพียงครั้งเดียว อาจกลายเป็นศัตรูที่อันตรายถึงชีวิตได้”ยามนางฟังคำกล่าวขององค์หญิง ภายในใจก็เกิดข้อสันนิษฐานบางอย่างเกี่ยวกับการก่อกบฏของเซี่ยเหิงในชาติก่อนขึ้นมาไม่แน่ว่าเบื้องหลังนั้นอาจล้วนเป็นผู้ที่เคยถูกองค์รัชทายาทกวาดล้างมาแล้วทั้งสิ้นเซี่ยฉานมีไหวพริบทางการเมืองเฉียบแหลมยิ่ง พอเซวียหว่านอี้เอ่ยเตือนสติ ภายในใจก็บังเกิดความคิดขึ้นมาทันที“ท่านพี่มิใช่คนใจอ่อน เขาได้รับการสั่งสอนจากท่านพ่อมาตั้งแต่เยาว์วัย ย่อมรู้ดีว่าจะรักษาสมดุลระหว่างแผ่นดินกับราชสำนักเช่นไร”“องค์หญิงใหญ่ฝังรากลึกอยู่ในจิงโจวมานานหลายสิบปี ขุมกำลังย่อมไม่ธรรมดา คนที่ส่งไปในครานี้ล้วนเป็นผู้ที่ไว้ใจได้ เดิมทียังคิดว่า...”นางกะพริบตา พลางเก็บงำแววตาอันเย็นเยียบเอาไว้“เพื่อมิให้เกิดคลื่นลมขึ้นอีกในภายภาคหน้า ย่อมมิอาจใจอ่อนได้”“ข้ายอมรู้สึกผิดยามนึกถึงในบางครา ยังดีกว่ารอให้ถึงวันหนึ่งที่สูญเสียทุกสิ่งไป
Read more

บทที่ 403

เซวียหว่านอี้นั่งอยู่ข้างเตาผิง ด้านในจุดถ่านไร้ควันไว้ ทำให้ภายในห้องอบอุ่นเป็นอย่างยิ่งก้าวเข้ามาข้างหน้า แล้วทิ้งตัวนั่งลงข้างนางเซวียหมิงเฟยปลดเสื้อคลุมตัวใหญ่ออก พลางเอ่ยว่า “วันเวลาของเจ้า ช่างสุขสบายเสียจริง”นางมิได้ยากจน สินเดิมก็นับว่ามากมายมหาศาล แน่นอนว่าตระกูลฉู่ก็มิได้ด้อยไปกว่ากันทว่าถ่านผ้าไหมเย็นไร้ควันเช่นนี้ กลับมิใช่สิ่งที่ชาวบ้านทั่วไปจะนำมาใช้ได้เดิมทีก็หายากยิ่งอยู่แล้ว โดยพื้นฐานมักจะจัดสรรให้เพียงเหล่าเชื้อพระวงศ์เท่านั้นเย่จั๋วคือเจิ้นกั๋วกง ฝ่าบาทพระราชทานให้ องค์รัชทายาทก็มิได้ตระหนี่ ย่อมไม่ขาดแคลนเป็นแน่ยามนี้คนผู้นี้มาขอพรที่วัดกับตน ถึงกับพกเตาถ่านมาด้วย ชาติก่อนนางมีวาสนาเช่นนี้ที่ไหนกัน เซวียหว่านอี้พลิกหน้าหนังสือ “เหตุใดจึงมาเช้าเพียงนี้?”หากนางจำไม่ผิด สองวันนี้ฉู่ยวนหยุดพัก น่าจะมาหานางที่วัดแล้ว“ห้องของข้าหนาว” เซวียหมิงเฟยตอบอย่างมั่นใจ “เขาไปหาสหายเพื่อผิงไฟชมหิมะ ข้าคร้านจะไปร่วมวงด้วย จึงมาหาเจ้า”ยามนี้นางก็ยังหลีกเลี่ยงมิให้ฉู่ยวนและเซวียหว่านอี้ได้พบปะกันตามลำพัง แต่มิได้ตึงเครียดเท่าช่วงแรกแล้วนางรู้สึกขึ้นมาอย่างบอกไ
Read more

บทที่ 404

บริเวณกลางเขาของวัดหัวหมิงมีป่าเหมยอยู่แห่งหนึ่งยามนี้ดอกเหมยกำลังเบ่งบาน หิมะขาวโปรยปรายร่วงหล่นลงมาเกาะติดกิ่งก้านและบุปผา ขับเน้นให้สถานที่แห่งนี้ดูงดงามเย้ายวนตายิ่งนักเซวียหว่านอี้กระชับเสื้อคลุมตัวยาว พาเจินจูและเฝ่ยชุ่ยมาชมทิวทัศน์ ณ ที่แห่งนี้“ฮูหยิน ไม่หนาวจริง ๆ หรือเจ้าคะ?” เฝ่ยชุ่ยเอ่ยถามด้วยความห่วงใยเซวียหว่านอี้หัวเราะเบา ๆ “วางใจเถิด ตลอดทางนี้เจ้าถามข้ามาหลายหนแล้ว ข้าไม่หนาวหรอก”ร่างกายของนางมิได้บอบบางถึงเพียงนั้นจริง ๆเหมันต์ฤดูแม้นจะหนาวเหน็บ ทว่ายามนี้อย่างไรเสียนางก็คือฮูหยินเจิ้นกั๋ว อาภรณ์ที่สวมใส่ล้วนให้ความอบอุ่นได้เป็นอย่างดีผู้คนที่มาเยือนวัดหัวหมิงมีไม่น้อยเลย ส่วนใหญ่ล้วนเป็นชนชั้นสูงในเมืองหลวงยามบังเอิญพบปะผู้ที่คุ้นหน้าคุ้นตา ย่อมต้องทักทายกันตามมารยาท ทว่าด้วยช่วงวัยที่ห่างกันพอสมควร ปกติจึงเป็นเพียงสหายที่พยักหน้าทักทายกัน มิได้สนิทสนมจนถึงขั้นร่วมนั่งสนทนาอาณาบริเวณของป่าเหมยครอบคลุมพื้นที่ถึงครึ่งภูเขา ท่ามกลางหมู่มวลแมกไม้ยังมีการสร้างเพิงหญ้าเอาไว้ แม้ขนาดจะมิได้ใหญ่โต ทว่าก็เพียงพอให้ผู้มาเยือนได้นั่งต้มชาสนทนากัน“ฮูหยิน”เม
Read more

บทที่ 405

“ย่อมไม่มีผู้อื่นอยู่แล้ว” เซวียหว่านอี้หลุบตาลงมองส้มหวานบนเตาถ่าน “ฮูหยินผู้เฒ่าสุขภาพมิสู้ดี ย่อมมิอาจติดตามใต้เท้าเดินทางรอนแรมไกลได้ เช่นนี้เซวียหมิงเฟยก็จำต้องรั้งอยู่ในเมืองหลวง”“ย่อมเป็นเช่นนั้น” ฉู่ยวนฟังความนัยของนางออก จึงเลิกคิ้วขึ้น นัยน์ตางดงามเจือแววยิ้มจาง ๆ “หรือเจ้าคิดว่า ข้าจะรับอนุภรรยา แล้วทำทารุณต่อพี่น้องของเจ้า?”เซวียหว่านอี้ยิ้มเพียงริมฝีปากทว่าแววตามิได้ยิ้มตาม “ใต้เท้าฉู่กล่าวหนักเกินไปแล้ว เรื่องนี้เดิมทีก็มิควรค่าให้เอ่ยถึง การออกไปรับราชการต่างเมืองหลายปี ข้างกายย่อมต้องมีผู้คอยปรนนิบัติดูแล ทว่าเซวียหมิงเฟยรั้งอยู่ในเมืองหลวงแทนใต้เท้า คอยดูแลแม่สามี น้ำใจไมตรีนี้ หวังว่าใต้เท้าจะมองเห็นและจดจำไว้ในใจ อย่าได้มีคนใหม่ แล้วหมางเมินภรรยาเอกเลย”นางกล่าวได้ไร้ที่ติ ทุกถ้อยคำล้วนแฝงเจตนาปกป้องพี่น้องของตนเองทว่าฉู่ยวนกลับบังเกิดความรู้สึกอึดอัดขัดเคืองขึ้นในใจอย่างน่าประหลาดนางนึกถึงเซวียหมิงเฟย “หัวขโมย” ที่แย่งชิงฐานะของนางไปถึงสิบห้าปี ทว่ากลับไม่ไว้วางใจในตัวเขาถึงเพียงนี้ทั้งที่พวกเขาทั้งสอง...ความรู้สึกพลันชะงักงันทั้งที่ในความฝันนั้น พวกเ
Read more

บทที่ 406

ทั้งที่มีอายุเท่ากันกับเซวียหมิงเฟย ทว่าอุปนิสัยของสองพี่น้องกลับแตกต่าง คนหนึ่งนิ่งสงบ อีกคนร่าเริงดั่งสายน้ำสตรีตรงหน้านี้นิ่งสงบ ราวกับถูกซุกซ่อนไว้ในแสงเงาแห่งกาลเวลา จนผู้คนมิอาจคาดเดาความคิดในใจของนางได้เลยงดงามหมดจดดั่งดรุณีแรกรุ่น ทว่ากลับไร้ซึ่งความมีชีวิตชีวาเฉกเช่นหญิงสาวทั่วไปมือเรียวยาวงามสง่า คีบส้มหวานที่ย่างจนได้ที่ วางลงเบื้องหน้านางข้างกายมีเพียงเสียงถ่านไฟปะทุแผ่วเบา ผสานกับเสียงหิมะร่วงหล่นดังสวบสาบอยู่นอกเพิงหญ้าในยามนี้ ฟ้าดินราวกับตกอยู่ในความเงียบงัน ท่ามกลางหิมะขาวโพลนเวิ้งว้าง เหลือเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้นเมื่อเห็นนางกำลังลูบคลำข้อนิ้วของตนเองอีกครา ฉู่ยวนจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ฮูหยินรู้สึกเบื่อหน่ายหรือ?”เซวียหว่านอี้ประสานสายตากับเขา “หามิได้”เด็กจอมหลอกลวงฉู่ยวนเคยใช้เวลายาวนานร่วมกับนางในห้วงความฝัน ย่อมรู้ดีว่ายามที่นางเบื่อหน่ายมักจะเหม่อลอย และเมื่อเหม่อลอยก็จะลูบคลำข้อนิ้วไปมาโดยไม่รู้ตัวทุกครั้งที่เป็นเช่นนี้ เขาจะหยิบหนังสือบ็ดเตล็ดขึ้นมาเล่มหนึ่ง แล้วเปิดอ่านไปพร้อมกับนางชายหนุ่มเอื้อมมือไปหยิบหนังสือจากชั้นเตี้ยด้า
Read more

บทที่ 407

ฉู่ยวนพยักหน้า “เป็นเช่นนั้นจริง”แม้ตระกูลฉู่จะตกต่ำลง ทว่าเงินทองที่เก็บซ่อนไว้ก็มิใช่จำนวนน้อยจวบจนถึงทุกวันนี้ ก็ยังคงมีเหลือใช้อยู่อย่างบริบูรณ์“อายุสามสิบสอบหมิงจิงนับว่าแก่ อายุห้าสิบสอบจิ้นซื่อนับว่ายังหนุ่ม” เซวียหว่านอี้ยิ้มพลางกล่าว “ใต้เท้าฉู่อายุเพียงยี่สิบต้น ๆ ก็สอบได้ตำแหน่งทั่นฮวาแล้ว ความสำเร็จเช่นนี้ อย่าว่าแต่ในราชวงศ์อวิ๋นเลย แม้แต่ในราชวงศ์ก่อนก็ยังหาได้ยากยิ่ง”ฉู่ยวนชะงักไปเล็กน้อย ภาพลักษณ์ของเขาในใจนางดีงามถึงเพียงนี้เชียวหรือ?“คนเช่นท่าน หากเปลี่ยนเป็นบิดามารดาคู่อื่น ย่อมต้องจัดเตรียมสัตว์สังเวยทั้งสามและสัตว์เลี้ยงทั้งหก จัดงานอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเซ่นไหว้บอกกล่าวบรรพชน ถือเป็นตัวตนที่เชิดหน้าชูตาแก่วงศ์ตระกูลอย่างแท้จริง”“อีกทั้งข้ามองว่าใต้เท้าฉู่มีบุคลิกหนักแน่นสำรวม วาจาตรงไปตรงมา เป็นบุตรชายที่ยากจะทำให้ผู้อาวุโสโกรธเคือง และไม่ทำให้บิดามารดาต้องทุกข์ใจ”ฉู่ยวน “…”ชมเกินไปแล้ว จะถ่อมตนสักนิดมิได้หรือเซวียหว่านอี้กินส้มหวานไปหนึ่งผล “ดังนั้น การที่ใต้เท้าฉู่กล่าวว่าฮูหยินผู้เฒ่าฉู่ล้มป่วยด้วยโรคอ่อนแอเป็นเพราะท่านนั้น ย่อมไม่ถูกต้อง หากแม้แต
Read more

บทที่ 408

“ข้าเต็มใจเอง”เซวียหว่านอี้หัวเราะอย่างเบิกบานใจ “บุรุษคนแรกที่ข้ามีใจปฏิพัทธ์ล้วนยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้ บุรุษอื่นย่อมมิอาจเข้าตาข้าได้อีก”ความขมขื่นและความคับแค้นใจวนเวียนอยู่ในอก เกือบจะทำให้ฉู่ยวนรักษาสีหน้าเอาไว้มิได้ในความฝัน นางรักเขาอย่างชัดเจนเรื่องราวสมควรเป็นเช่นนี้จะให้เขายอมรับว่าความฝันนั้นเป็นเพียงเรื่องแต่งขึ้นหรือ?ฉู่ยวนมิได้รู้สึกเช่นนั้นความฝันที่แต่งขึ้นมิอาจปะติดปะต่อกันได้ถึงเพียงนี้ อีกทั้งยามตื่นขึ้นมายังจดจำได้ชัดเจนถึงเพียงนั้นเขาเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ ว่านั่นคืออดีตชาติของพวกเขาทั้งสองส่วนเรื่องที่ว่าเหตุใดภายหลังจึงเกิดเรื่องราวอันน่าสยดสยองถึงเพียงนั้น ฉู่ยวนก็มิอาจรู้ได้ ทว่าเขารู้ดี ว่าตนเองมิใช่คนเลือดเย็นไร้หัวใจถึงเพียงนั้นย่อมต้องเกิดเรื่องราวที่มิอาจควบคุมได้บางอย่างขึ้นเป็นแน่ จึงนำไปสู่จุดจบอันน่าหวาดกลัวเช่นนั้น“ข้ากับสามี…” เซวียหว่านอี้ยิ้มมองเขา “ใต้เท้าฉู่ยังต้องพยายามให้มาก รีบมีหลานชายหลานสาวให้ข้าสักคนสองคนโดยเร็ว เช่นนี้ก็จะได้ช่วยแก้เบื่อให้ข้าได้บ้าง”นางหยิบส้มหวานขึ้นมาวางบนเตาถ่าน “ทางที่ดีคือก่อนที่ใต้เท้าฉู่จะถูกย
Read more

บทที่ 409

“ฮูหยินคิดจะรับบุตรของคุณหนูรองมาเป็นบุตรบุญธรรมในภายภาคหน้าหรือเจ้าคะ?” เฝ่ยชุ่ยเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจเซวียหว่านอี้หัวเราะเบา ๆ หันไปมองกระท่อมฟางที่ถูกกลืนหายเข้าไปในป่าเหมยนานแล้ว“สายเลือดของเขา หรือจะคู่ควรสืบทอดเกียรติยศตระกูลเย่?”เจินจูและเฝ่ยชุ่ย รวมถึงคนอีกจำนวนหนึ่งที่เร้นกายอยู่ในมุมมืดต่างทอดถอนใจ ฮูหยินชิงชังฉู่ยวนอย่างแท้จริงการสนทนาสัพเพเหระเมื่อครู่ มีจุดประสงค์อันใดกันแน่?คือสิ่งใดหรือ?เพียงเพื่อให้เซวียหมิงเฟยสามารถให้กำเนิดบุตร มิได้ต้องสิ้นใจอย่างโดดเดี่ยวเฉกเช่นชาติก่อนอย่างไรเสียก็ได้เกิดใหม่อีกครา อีกทั้งนางก็มิได้มีผลประโยชน์ขัดแย้งกับตนโดยตรง อย่างน้อยก็ในยามนี้ให้นางได้สมดั่งปรารถนา มีอันใดมิได้เล่าคิดว่านางดูความรู้สึกในแววตาของฉู่ยวนยามที่มองมายังตนเองไม่ออกอย่างนั้นหรือ?ยามที่มิได้สบตากัน ความปรารถนาครอบครองที่ซุกซ่อนอยู่ในแววตาของเขา ช่างชัดเจนเหลือเกิน“อีกอย่าง ผู้ใดจะล่วงรู้ได้ว่า ท่านพี่จะไม่หายดีเล่า?”นางเหยียบย่างลงบนบันไดหิน ก้าวขึ้นไปทีละก้าวเมื่อกลับถึงเรือนรับรอง เดินเข้าไปก็เห็นเซวียหมิงเฟยเอนกายอยู่บนตั่งหลัวฮั่นครั้นได
Read more

บทที่ 410

“ความจริงแล้วการที่เจ้ามิได้สนิทสนมกับตระกูลเซวีย ย่อมมีแต่ผลดีต่อข้า”เซวียหมิงเฟยนึกรังเกียจตนเองอยู่ในใจเล็กน้อยวาจาบางคำมักหลุดปากออกไปอย่างมิอาจห้าม คล้ายกับมั่นใจเหลือเกินว่าสตรีผู้นี้จะไม่มีวันนำไปบอกต่อให้บุคคลที่สามรับรู้เหตุใดตนถึงต้องเชื่อใจนางถึงเพียงนี้ด้วย?“เจ้าย่อมรู้ดี ในใจของท่านพ่อ ข้าสำคัญกว่าเจ้า”เซวียหว่านอี้พยักหน้า เรื่องนี้ไม่มีอันใดให้ต้องเอ่ยถึงอีก“พวกเราสองคน เจ้ามีส่วนคล้ายเขามากกว่า รูปโฉมก็งดงามหมดจดค่อนไปทางอนุชิว สิบห้าปีนั้นเจ้าก็น่าเอ็นดูอยู่แล้ว การที่เขาจะให้ความสำคัญกับเจ้าก็ถือเป็นเรื่องปกติ”“ผู้ใดบ้างจะไม่ชอบเด็กที่นิสัยร่าเริงสดใส”เซวียหมิงเฟยหรี่ตามองนาง คนผู้นี้ เอ่ยวาจาออกมาไม่รู้ว่าควรนับว่าระคายหูหรือน่าฟังดี“เจ้าไม่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจสักนิดเลยหรือ?”หากเป็นท่านพ่อย่อมเข้าใจได้ เพราะอย่างไรก็เป็นบิดาของทั้งสองคนแต่มารดานั้นเป็นมารดาผู้ให้กำเนิดของนางแท้ ๆ เหตุใดนางจึงยังสงบเยือกเย็นได้ถึงเพียงนี้“คงเป็นเพราะข้า...” เซวียหว่านอี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นยิ้มออกมา “มีวาสนาต่อเครือญาติเบาบาง”ชาติก่อน บิดาไม่ปกป้อ
Read more
PREV
1
...
3940414243
...
66
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status