ยามนี้ เจินจูขยับเข้ามาใกล้ ค้อมกายลงกระซิบข้างหูของนาง“ฮูหยิน เมื่อครู่หวังเหลยนำข่าวมาแจ้งว่า คุณหนูรองมีปากเสียงกับผู้อื่นอยู่ด้านนอก ดูเหมือนว่าจะกระทบกระเทือนถึงครรภ์ ยามนี้ถูกคนส่งตัวกลับจวนตระกูลฉู่แล้วเจ้าค่ะ”เซวียหว่านอี้เลิกคิ้วขึ้น ประกายเย็นชาพาดผ่านนัยน์ตาซึ่งเย่จั๋วและหรงเจวี๋ยต่างก็สังเกตเห็นจุดนี้เย่จั๋วยังคงไร้ปฏิกิริยา ทว่าหรงเจวี๋ยกลับรู้สึกว่าน่าสนใจยิ่งนักฮูหยินเซวียผู้นี้ดูราวกับเป็นคนไร้อารมณ์โกรธเคือง ซ้ำยังดูไม่สะดุดตา ทว่ากลับมีช่วงเวลาที่บันดาลโทสะเช่นกันนางลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยกับผู้คนว่า “ทุกท่าน ทางข้ามีธุระเล็กน้อย งานเลี้ยงวสันต์ในวันนี้คงต้องขอเสียมารยาทขอตัวกลับก่อน”ท่ามกลางสายตาของพวกเขานั้น นางเดินเข้าไปหาเย่จั๋ว ค้อมกายลงกระซิบถึงสาเหตุข้างหูของเขาเย่จั๋วเอ่ย “ข้าจะไปกับเจ้า”เซวียหว่านอี้ชะงักงันไปชั่วขณะ ก่อนจะตั้งสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว นางพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “ตกลง”นางเข็นรถเข็น เอ่ยขออภัยและบอกลากับผู้คนที่นั่งอยู่เมื่อออกจากสถานที่จัดงานเลี้ยงวสันต์ ทั้งสองก็ขึ้นรถม้า ถิงอวิ๋นและป้านอวี่บังคับรถม้ามุ่งหน้าไปยังทิศทางของตระกู
Ler mais