All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 511 - Chapter 520

653 Chapters

บทที่ 511

รวมไปถึงองครักษ์เงาของตระกูลเย่ ทรัพย์สินของตระกูลเย่ และบรรดาสายลับที่ตระกูลเย่แฝงตัวไว้ตามแคว้นต่าง ๆ โดยรอบในเวลานั้น เป็นต้นเย่อันครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “น่าจะเป็นช่วงหลังจากกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมขอรับ ท่านแม่ทัพผู้เฒ่าก็มอบหมายทุกสิ่งในจวนให้แก่ฮูหยินผู้เฒ่าดูแล”เขามีท่าทีลังเล หรือว่าคุณชายเองก็คิดจะเปิดเผยทุกสิ่งทุกอย่างของตระกูลเย่ในยามนี้ให้ฮูหยินทราบด้วยเช่นกัน?เขารู้ดีว่าฮูหยินเป็นนายหญิงที่ประเสริฐยิ่ง ทว่ายามนี้ยังมิใช่เวลาที่เหมาะสมมิใช่ปัญหาที่พวกเขา ทว่าเป็นทางฝั่งของฮูหยินต่างหาก…จิตใจ ยังไม่แน่วแน่“ไม่รีบร้อน” เย่จั๋วกล่าว “รอไปก่อนเถิด”หากบอกกล่าวนางในยามนี้ มีแต่จะทำให้นางลำบากใจเปล่า ๆหากมิใช่เหตุจำเป็น นางถึงขั้นไม่อยากจะก้าวก่ายเรื่องการจัดการดูแลจวนเสียด้วยซ้ำทว่ามิอาจปฏิเสธได้เลยว่า เซวียหว่านอี้เป็นผู้ที่มีฝีมือในการจัดการดูแลจวนได้ดียิ่ง“เรื่องทางฝั่งซางโจวนั้น” เขามองดูหนังสือราชการบนโต๊ะ “เฝ้าดูความเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบ ๆ ไปก่อนเถิด”เย่อันรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้างพวกเขาเพิ่งได้รับข่าวสารมาว่า ยามนี้ซางโจวกำลังวุ่นวายอยู่มิใช่น้อย
Read more

บทที่ 512

มองดูบุตรชายที่กำลังน้อยเนื้อต่ำใจจนก้อนเนื้อบนร่างกระเพื่อมสั่นไม่หยุด นายท่านใหญ่มู่ก็รู้สึกเพียงว่าเส้นเลือดดำบนหน้าผากปูดโปนเต้นตุบ ๆ ปวดหนึบยิ่งนัก“ข้าเคยบอกเจ้าหรือไม่ ว่าที่นี่คือเมืองหลวง มิใช่จิงโจว ให้พวกเจ้าสงบเสงี่ยมเจียมตัวกันสักหน่อย”นายท่านใหญ่มู่ที่มีผมขาวโพลนเต็มศีรษะโกรธขึ้งจนแทบจะหมดสติคนอายุเจ็ดสิบกว่าแล้ว ยังต้องมาคอยตามล้างตามเช็ดเรื่องบัดซบที่บุตรชายก่อไว้ข้างนอกอีกเจ้าเด็กนี่ก็อายุไม่น้อยแล้ว เหตุใดจึงไร้สมองถึงเพียงนี้“เด็กรับใช้ชายในเรือนหน้าตาไม่พอให้เจ้าดูหรืออย่างไร?”เขาคว้าถ้วยชาใกล้มือ ขว้างปาไปทางบุตรชายเจ้าเด็กอ้วนเบี่ยงตัวหลบ รู้สึกน้อยใจยิ่งกว่าเดิม “ท่านพ่อ ข้าก็แค่เห็นว่านายโลมผู้นั้นหน้าตาหมดจดงดงาม อยากจะเล่นสนุกด้วย มีปัญหาอันใด? ที่นั่นคือหอหนานเฟิง ข้าถูกใจเขา ให้เงินเขา เขาก็มาเล่นเป็นเพื่อนข้า ย่อมเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลยิ่ง”เมื่อนึกถึงเหลียนหุย บุตรชายร่างอ้วนท้วนก็รู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว ช่างงดงามเกินไปจริง ๆที่จิงโจวก็มีสถานที่เช่นนี้ ทว่านายโลมทางนั้น รูปโฉมเมื่อเทียบกับเมืองหลวงแล้วย่อมด้อยกว่าอยู่บ้างจริง ๆแม้เขาจะมิ
Read more

บทที่ 513

ซื่อจื่ออ๋องเยว่ผู้นั้นในเมืองหลวงอาจกล่าวได้ว่าเป็นพญายมเดินดิน บุตรหลานขุนนางแทบทุกผู้ล้วนเคยถูกเขาสั่งสอนมาแล้วทั้งสิ้นมิใช่ว่าไม่มีผู้ใดไปทูลขอความเป็นธรรมต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ ทว่าผลลัพธ์เล่าเป็นเช่นไร?เมื่อส่งมอบเรื่องให้ศาลาว่าการเมืองหลวง ท้ายที่สุดผู้ใดจะโชคร้ายย่อมกระจ่างชัดแก่ใจการที่เซี่ยเฝ่ยยังคงมีท่าทีเป็นคุณชายเสเพลผู้ไม่แยแสสิ่งใดมาจนถึงบัดนี้ ย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์ทุกสิ่งแล้วหากเขามิได้เบื่อหน่ายที่จะมีชีวิตอยู่ ย่อมไม่มีทางกล้าไปทวงความเป็นธรรมถึงจวนอ๋องเยว่เป็นแน่“ท่านแม่เล่า?”เขาเอ่ยถามพ่อบ้านไม่ทราบความ จึงให้คนออกไปสืบถามยังเรือนหลักครึ่งก้านธูปให้หลังจึงเอ่ยว่า “องค์หญิงเพิ่งลุกจากเตียง นายท่านประสงค์จะไปคารวะองค์หญิงหรือไม่ขอรับ?”“เฮ้อ ไปเถอะ” นายท่านใหญ่มู่หยัดกายลุกขึ้น “เจ้าสามเล่า?”สำหรับน้องชายที่มีอายุห่างกันเกือบสี่สิบปีผู้นี้ นายท่านใหญ่มู่แทบจะเลี้ยงดูเขาประดุจหลานชายแท้ ๆลำดับอาวุโสสูงส่งยิ่ง ซ้ำยังเฉลียวฉลาด ทว่าก็ยังคงมีข้อเสียอยู่บ้างหยิ่งผยองจองหอง บางคราเมื่อควบคุมตนเองมิได้ ก็มักจะนำพาเภทภัยมาสู่ตัวได้อย่างง่ายดายหากคร
Read more

บทที่ 514

กลับไปแล้วจะทำสิ่งใดได้เล่า ก็คงไม่พ้นต้องกล่าววาจาตามมารยาทไม่ว่าจะเป็นชาติก่อนที่ฐานะสับเปลี่ยน หรือชาตินี้ที่ต่างฝ่ายต่างกลับคืนสู่จุดเดิม เซวียฉงก็แทบจะไม่มีความผูกพันฉันบิดาบุตรต่อนางเลยแม้แต่น้อยบางทีในคราแรกเขาอาจจะไม่รู้ว่าบุตรสาวทั้งสองถูกสลับตัวกัน ทว่าสิบห้าปีที่ผ่านมา เขาย่อมต้องสังเกตเห็นสิ่งใดบ้างแต่เขากลับยังคงเลือกที่จะนิ่งเงียบ นั่นก็คือคำตอบของเขาแล้วอีกอย่าง เซวียฉงจะไม่เป็นอันใดแน่ เขากับรองเสนาบดีกรมโยธาล้วนปฏิบัติภารกิจที่ฮ่องเต้ทรงมอบหมายได้อย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งยังสืบสวนเรื่องราวในแวดวงขุนนางแห่งซางโจวได้จนกระจ่างแจ้งแม้ในระหว่างนั้นจะเผชิญกับภยันตรายและได้รับบาดเจ็บอยู่หลายครา ทว่าก็ไม่ถึงขั้นอันตรายต่อชีวิต เขายังคงกลับมาได้อย่างครบถ้วนปลอดภัยในยามที่เสนาบดีกรมโยธาทูลลาออกจากราชการ เขาก็ได้รับการเลื่อนขั้นขึ้นเป็นเสนาบดี กลายเป็นขุนนางขั้นสองแห่งราชวงศ์อวิ๋น“เขาไม่เป็นอันใดหรอก” เซวียหว่านอี้มีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ปรากฏแววตาวิตกกังวลหรือห่วงหาแม้แต่น้อยเซวียหมิงเฟยอ้าปากคล้ายจะเอ่ยสิ่งใด แต่ท้ายที่สุดก็มิได้กล่าวคำใดออกมาสูญเสียชีวิตอันมั่งคั่งส
Read more

บทที่ 515

นางถอยหลังไปสองก้าวเพื่อตรวจดูเสื้อผ้าของเขา จากนั้นจึงก้าวเข้าไปจัดระเบียบพู่หยกที่เอวของเขาให้เรียบร้อย แล้วจึงดันตัวเขาให้ออกเดินไปข้างนอกด้วยความพึงพอใจ“อาหารที่ข้าเตรียมไว้ให้ท่านพี่ล้วนเป็นของที่ตรวจสอบได้ง่าย ด้านในยังมีเสื้อซับในและรองเท้าถุงเท้าสำหรับสวมใส่ยามค่ำคืน เสื้อคลุมตัวนอกก็เตรียมไว้ให้สองชุด อีกทั้งยังมีผงหอมช่วยให้หลับสบาย เนื้อผงละเอียดอ่อน ง่ายต่อการตรวจค้นเจ้าค่ะ”นางพร่ำบ่นอย่างละเอียดลออ ไม่นานนักเจินจูก็นำคนยกสำรับเช้าเข้ามายามนี้ด้านนอกยังคงมืดมิด การกินมื้อเช้าในเวลานี้ช่างไร้ซึ่งความเจริญอาหารเสียจริงทว่าเย่จั๋วกลับมิได้รู้สึกอึดอัดอันใด เขากินอาหารคำโตพลางรับฟังคำกำชับของฮูหยินตนเองไปด้วย“ยามค่ำคืนอากาศหนาวเย็น ให้ถิงอวิ๋นและป้านอวี่คอยระวังให้มากหน่อย อย่าได้ปล่อยให้ต้องลมเย็นนะเจ้าคะ”“ข้ามิเคยไปสนามสอบขุนนาง ย่อมไม่รู้ว่าสถานการณ์เบื้องในเป็นเช่นไร การคัดเลือกคนมีความสามารถเข้ารับราชการนั้นสำคัญ ทว่าร่างกายของท่านพี่ก็มิอาจละเลยได้เช่นกัน”เมื่อรู้สึกว่ากำชับจนครบถ้วนแล้ว นางจึงหยุดกินอาหารนี่คือสิ่งที่ภรรยาพึงกระทำจวบจนกระทั่งเส้นขอบฟ้าท
Read more

บทที่ 516

ช่วงการสอบเคอจวี่ การดื่มสุราหาความสำราญในเมืองหลวงล้วนลดน้อยลงไปบ้างที่ตระกูลเซวีย เซวียหมิงเฟยกำลังนั่งสนทนาเป็นเพื่อนฉินเยว่ชิงเมื่อกล่าวถึงเรื่องสลับตัวทารก นางได้นำคำพูดของเซวียหว่านอี้มาถ่ายทอดให้พี่สะใภ้ฟัง“ท่านคิดเห็นเช่นไร?” นางเอ่ยถาม “ท่านพ่อไม่รู้เรื่องนี้จริงหรือ?”ฉินเยว่ชิงถึงกับไร้คำจะเอื้อนเอ่ยนางเป็นเพียงสะใภ้ จะให้กล้านินทาพ่อสามีลับหลังได้อย่างไรกันทว่าความคลางแคลงใจของเซวียหว่านอี้ก็มิใช่จะไร้เหตุผลแต่งเข้าตระกูลเซวียมาหลายปี ท่าทีที่พ่อสามีมีต่ออนุชิวเป็นเช่นไร มีหรือนางจะไม่รู้อนุชิวนั้นงดงามยิ่งนัก แม้จะให้กำเนิดบุตรสาวมาแล้วผู้หนึ่ง ทว่ากลับยิ่งเพิ่มพูนเสน่ห์อันเย้ายวนในวัยสาวสะพรั่งได้ยินว่าในแต่ละเดือนพ่อสามีจะไปค้างแรมที่เรือนของอนุชิวอย่างน้อยเจ็ดถึงแปดวัน เพียงเท่านี้ก็เห็นชัดแล้วว่าโปรดปรานเพียงไรในเมื่อเป็นเช่นนี้ แล้วจะหมางเมินเย็นชาต่อบุตรสาวที่เกิดจากอนุชิวได้อย่างไร“ข้าคิดว่า...” เซวียหมิงเฟยเอ่ยปากอย่างเคลือบแคลง “แท้จริงแล้วคนในเรือนล้วนระแคะระคาย บางทีในยามนั้นอาจหมดหนทางแก้ไข จึงทำได้เพียงปล่อยเลยตามเลย”“ส่วนท่านแม่นั้น ช่า
Read more

บทที่ 517

หรือว่ามีผู้ใดติดสินบนคนในจวนกัน?สีหน้าของเซวียหมิงเฟยไม่สู้ดีนัก นางกุมมือพี่สะใภ้พลางเอ่ยอย่างกังวลว่า “เช่นนั้นการที่ท่านพ่อรับหน้าที่ผู้แทนพระองค์ไปสืบคดีครานี้ ย่อมต้องอันตรายมากเป็นแน่”ฉินเยว่ชิงก็กังวลใจอยู่เช่นกัน “เจ้าบอกน้องหญิงใหญ่แล้วหรือ?”“บอกแล้ว ทว่านางกลับไร้ซึ่งความรู้สึกใด” ภายในใจรู้สึกตัดพ้อเซวียหว่านอี้อยู่บ้าง แต่ถึงอย่างไรนางก็มิได้ไร้เหตุผลถึงเพียงนั้นตระกูลเซวียปฏิบัติต่อนางไม่ดีนักจริง ๆ ทว่าหากเป็นเรื่องความเป็นความตายของบิดามารดา แม้นางจะไม่ยอมยื่นมือเข้าช่วย แต่เอ่ยปากเตือนสติสักสองสามประโยคก็ย่อมได้มิใช่หรือ?หรือต้องทนมองดูคนตกตาย จึงจะช่วยสลายความเคียดแค้นในใจของนางลงได้?ฉินเยว่ชิงตบหลังมือนางเบา ๆ พลางเอ่ยปลอบโยนว่า “ในเมื่อน้องหญิงใหญ่ไร้ซึ่งท่าทีใด คิดว่าท่านพ่อก็คงไม่มีอันตรายถึงชีวิตหรอก”“ขอให้เป็นเช่นนั้นเถิด” เซวียหมิงเฟยพึมพำบางทีในสายตาของเซวียหว่านอี้ เซวียฉงอาจมิใช่บิดาที่ได้เรื่องนักทว่าสำหรับนางแล้ว เซวียฉงเรียกได้ว่ารักใคร่เอ็นดูอย่างถึงที่สุด……งานเลี้ยงฤดูใบไม้ผลิในปีนี้ เป็นหว่านกุ้ยเฟยที่เป็นแม่งานดังคาดเทียบเชิญจา
Read more

บทที่ 518

เมื่อมาถึงเรือนพักตากอากาศของราชวงศ์ที่จัดงานเลี้ยงวสันตฤดู สถานที่แห่งนี้ก็คึกคักยิ่งนักแล้วนอกเหนือจากคุณชายและคุณหนูจากตระกูลต่าง ๆ แล้ว ยังมีเหล่าบัณฑิตที่สอบผ่านการสอบขุนนางฤดูใบไม้ผลิในปีนี้อีกด้วยพวกเขาจะต้องเข้าร่วมการสอบหน้าพระที่นั่งในเดือนสี่ จะรุ่งโรจน์หรือร่วงหล่น อีกไม่นานก็จะได้รู้กันทว่าผู้ที่สอบได้อันดับหนึ่งในการสอบครั้งนี้มาจากเฉียนโจว ด้วยวัยที่ยังไม่ถึงยี่สิบปี เขาสามารถเอาชนะผู้เข้าสอบที่อายุมากกว่ามากมาย จนคว้าอันดับหนึ่งในการสอบระดับเมืองหลวงมาครองได้อย่างสง่างามกระทั่งกลายเป็นตัวเต็งจอหงวนที่มีโอกาสมากที่สุดในการสอบหน้าพระที่นั่งชาวบ้านไม่น้อยต่างแอบวางเดิมพัน อัตราการจ่ายเงินของบุคคลผู้นี้ต่ำยิ่งนัก เห็นได้ชัดว่าผู้คนตั้งความหวังกับเขาไว้สูงเพียงไรการสอบเคอจวี่ โดยทั่วไปมักเป็นคนหน้าใหม่ที่ฝ่าฟันอุปสรรคจนโดดเด่นขึ้นมาส่วนผู้ที่เข้าร่วมการสอบหลายครั้ง ทำได้เพียงกล่าวว่าเป็นผู้ที่มีความพยายาม ทว่ายังขาดพรสวรรค์อยู่บ้างเวินเซี่ยน มาจากเฉียนโจวที่มิได้โดดเด่นด้านวิชาการนัก ทั้งยังมิใช่ตระกูลสูงศักดิ์ แม้จะเป็นตระกูลบัณฑิต แต่บรรพบุรุษที่เคยรับราชกา
Read more

บทที่ 519

ครั้นเงยหน้าขึ้น กลับเห็นองค์รัชทายาท เย่จั๋ว และองค์ชายสามพร้อมพวกค่อย ๆ เดินก้าวเข้ามาผู้คนรอบด้านต่างพากันลุกขึ้นคารวะองค์รัชทายาทโบกมือ ส่งสัญญาณให้พวกเขากระทำตัวตามสบาย แล้วลุกนั่งลงด้านข้างทั้งสามชั่วขณะนั้น พื้นที่ตรงมุมนี้พลันดูคับแคบขึ้นมาถนัดตาผู้คนรอบข้างเห็นดังนั้น จึงลุกขึ้นเปลี่ยนที่นั่งในหมู่ผู้คนเหล่านี้ มิได้มีหญิงสาวหรือชายหนุ่มที่พวกเขาปรารถนาจะเข้าใกล้ต่อให้มีผู้ที่ยังไร้คู่ครอง ทว่าก็รู้ดีว่าเป็นไปมิได้เซี่ยเฝ่ยหรือ? ผู้ใดจะกล้าแต่งงานด้วยเล่า ขืนแต่งเข้าไปแล้วล่วงเกินคนผู้นี้มีหวังได้ถูกตีจนตายพอดีหรงเจวี๋ยหรือ? ผู้ใดล้วนอยากแต่งให้ ทว่าก็ต้องดูด้วยว่าจะสามารถแต่งเข้าไปได้หรือไม่ทว่าพวกเขาก็มิได้เดินจากไปไกล ผู้ใดใช้ให้คนเหล่านี้มีหน้าตาหล่อเหลางดงามเจริญหูเจริญตาเล่า เพียงแค่มองดูอยู่ด้านข้างก็รู้สึกอารมณ์เบิกบานขึ้นมากแล้วพระชายาองค์รัชทายาทยังคงรั้งอยู่ตำหนักบูรพาเพื่อดูแลเด็กทั้งสอง จึงมิได้มาด้วยมิเช่นนั้นงานเลี้ยงวสันตฤดูในปีนี้ คงเป็นพระชายาองค์รัชทายาทที่ออกหน้าเป็นผู้จัดงานแล้วเซี่ยฉานนั่งอยู่ข้างกายนาง “จะไปยงโจวหรือ?”“อืม” นางก
Read more

บทที่ 520

“เรื่องนั้นย่อมไม่มีปัญหา” นางพยักหน้า “พี่เจ็ดผู้ไม่เคยพบหน้าผู้นั้นสละชีพเพื่อชาติ สิ้นชีพกลางสนามรบ ในฐานะภรรยาหม้ายของเขา การที่นางต้องทนทุกข์ระทมเพียงนี้...”เซี่ยฉานเลิกคิ้ว “หากเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่า? สมมติว่าวันหน้าเย่จั๋วพลีชีพกลางสนามรบ เจ้าจะทำเยี่ยงไร?”ฝ่ามือของเย่จั๋วที่วางทาบอยู่บนพนักวางแขนเก้าอี้รถเข็นพลันบีบแน่นขึ้นเล็กน้อยทว่ากลับได้ยินเซวียหว่านอี้เอ่ยว่า “ย่อมต้องปล่อยวางทุกสิ่ง เก็บสัมภาระ แล้วออกไปดูขุนเขาและสายน้ำแห่งราชวงศ์อวิ๋นที่สามีของข้าปกป้องรักษา ว่าจะงดงามและตระการตาเพียงใด”คำพูดปั้นแต่ง ล้วนเป็นเพียงคำพูดปั้นแต่งให้ดูดีเท่านั้นนางจะทำอันใดได้เล่าผ่านพ้นเรื่องราวในชาติก่อนมาแล้ว หากชาตินี้เย่จั๋วต้องตายไปจริง ๆ นางก็คงจะปกป้องจวนเจิ้นกั๋วกงเอาไว้ จัดการฉู่ยวนให้สิ้นซาก แล้วจึงค่อยจบชีวิตตนเองตามไปอย่างน้อยหลังจากตายไปในชาตินี้ ก็ยังคงมีสุสานให้หลับใหลอย่างสงบเซี่ยฉานคล้ายกับตกตะลึงไป ชายหนุ่มหลายคนที่อยู่รอบ ๆ เองก็ประหลาดใจอยู่บ้างเช่นกัน“เช่นนั้นช่าง อิสระเสรีเสียจริง”เซี่ยฉานพึมพำ “แล้วหลังจากนั้นเล่า?”“ดูจนพอใจแล้ว ก็กลับมายังจวนเจิ้
Read more
PREV
1
...
5051525354
...
66
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status