All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 501 - Chapter 510

653 Chapters

บทที่ 501

แม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังต้องทรงไว้หน้าแม่นมสินเดิมผู้สูงวัยผู้นี้อยู่ถึงสามส่วนการไร้ความเคลื่อนไหว กลับนับเป็นเรื่องดีหากพระชายาองค์รัชทายาทประคองอาการไว้ไม่ไหวจริง ๆ คงจะออกมาตั้งนานแล้ว“ท่านพ่อ ตรวจสอบบรรดาพี่น้องเหล่านั้นเถิดพ่ะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทเอ่ยปาก “รวมไปถึงตำหนักเฟิงเซวียนด้วย”ฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรมองมาแม้แต่เจ้ารองก็ยังต้องตรวจสอบด้วยหรือ เจ้าคนหัวทึบผู้นั้นน่ะรึ?“อาจจะมิใช่น้องรอง แต่ก็มิอาจรับประกันได้ว่าคนข้างกายเขาจะมือสะอาดพ่ะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาทกล่าวว่า “ในฐานะองค์ชาย ตำแหน่งฮ่องเต้นั้นมีเพียงหนึ่งเดียว ผู้ใดต่างก็หมายปอง ข้าย่อมกลายเป็นหนามยอกอกของพวกเขา แม้น้องรองจะมิได้มักใหญ่ใฝ่สูงต่อบัลลังก์มังกร ทว่าคนข้างกายของเขาอาจจะต้องการสร้างความดีความชอบในการสนับสนุนผู้เป็นนายให้ขึ้นครองราชย์ก็ได้มิใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ?”ถ้อยคำของเขาช่างตรงไปตรงมา ทว่าผู้คนภายในตำหนักกลับมิได้รู้สึกแตกตื่นแต่อย่างใดระหว่างฮ่องเต้และองค์รัชทายาทนั้น ถือเพียงความผูกพันฉันพ่อลูก มิได้แบ่งแยกฐานะกษัตริย์กับขุนนางองค์ชายองค์อื่น ๆ ล้วนมิได้รับสิทธิพิเศษเช่นนี้“จางฝูเสียง ส่งกองทหารไป
Read more

บทที่ 502

ยามที่เซวียหมิงเยว่ถูกพาตัวมา มือข้างหนึ่งยันแผ่นหลังช่วงเอว ส่วนอีกมือประคองครรภ์เอาไว้บัดนี้นางอายุครรภ์มากแล้ว อีกเพียงสองสามเดือนก็ใกล้จะครบกำหนดคลอด จึงมิค่อยสะดวกต่อการเดินเหินนักทว่านี่คือพระราชโองการด้วยวาจาของฮ่องเต้ ตัวนางแม้แต่ฐานะอนุยังมิอาจนับได้ มีหรือจะกล้าขัดขืนไม่ยอมมานอกจากตำหนักเฟิงเซวียนแล้ว ทางฝั่งขององค์ชายพระองค์อื่น ๆ ก็มีกองทหารทยอยเดินทางไปถึงเช่นกันชั่วขณะนั้น ทั่วทั้งวังหลวงอันโอ่อ่างดงามตระการตา ผู้คนต่างหวาดผวาและระแวดระวังตัว ล้วนเกรงว่าหากพลาดพลั้งเพียงนิดอาจสิ้นชื่อได้……เย่จั๋วกลับมาถึงจวนก่อนยามอาหารค่ำ ห้องครัวเล็กยังคงง่วนอยู่กับการทำอาหาร“ฮูหยินเล่า?” เขาเอ่ยถามคนในลานเรือน“ฮูหยินอยู่ในห้องครัวเล็กเจ้าค่ะ”เย่อันกระจ่างแจ้งในทันที เขาเข็นรถพาผู้เป็นนายมายังห้องครัวเล็กของเรือนชุ่ยเวย ทันทีที่ถึงหน้าประตู ก็ได้ยินเสียงของเซวียหว่านอี้ดังมาจากด้านใน“เนื้อแกะเหล่านี้วางพักไว้เถิด พรุ่งนี้ค่อยให้เฝ่ยชุ่ยนำติดตัวไป”“เจ้าค่ะ ฮูหยิน”“ฮูหยินเจ้าคะ นี่แทบจะครึ่งตัวอยู่แล้ว สองสามีภรรยานั่นคงกินไปได้อีกนานเลย อากาศก็เริ่มอุ่นขึ้นแล้ว ระ
Read more

บทที่ 503

“เขาเป็นสายเลือดสายตรงเพียงคนเดียวของตระกูลฉู่ หากคิดจะฟื้นฟูความรุ่งโรจน์ของตระกูลฉู่ ย่อมต้องเดินในเส้นทางที่ไม่ธรรมดา”เซวียหว่านอี้กล่าวว่า “อีกอย่าง เรื่องนี้ก็มิได้สลักสำคัญอันใด ขุนนางตามหัวเมืองต่าง ๆ มีผู้ใดบ้างที่ไม่เคยถูกตระกูลใหญ่ในท้องถิ่นส่งสตรีมาปรนนิบัติ”ชาติก่อน ฉู่ยวนมิได้ถูกสั่งย้ายออกจากเมืองหลวง ย่อมไม่มีเรื่องราวเช่นนี้เกิดขึ้นเซวียหมิงเฟยรู้ดีว่ายามนี้เป็นเรื่องยากจะหลีกเลี่ยง เมื่อสถานะของตนถูกท้าทาย แม้ไม่สบอารมณ์ก็ทำได้เพียงอดกลั้นเอาไว้นางยกมือขึ้นลูบหน้าท้องแผ่วเบา หวังเพียงว่าครรภ์นี้จะได้บุตรชายหากเป็นเช่นนั้น ต่อให้วันหน้าฉู่ยวนจะพาอนุภรรยากลับมาสักร้อยแปดสิบคน หรือเลี้ยงดูสตรีนอกเรือนอีกเป็นพันเป็นร้อย นางก็มิได้ใส่ใจ“คนตระกูลฉินเข้าเมืองหลวงมาแล้ว อีกสองวันจะแวะไปเยี่ยมเยียนที่เรือน เจ้าจะกลับไปหรือไม่?”นางปัดเรื่องของฉู่ยวนทิ้งไป แล้วชวนคุยเรื่องสัพเพเหระในครอบครัวเซวียหว่านอี้ส่ายหน้า “ไม่กลับแล้ว”เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาเคลือบแคลงสงสัยของอีกฝ่าย จึงเอ่ยอธิบายว่า “ข้าคร้านจะไปปั้นหน้าต้อนรับ ไม่อยากพูดจาฝืนใจตนเอง และไม่อยากแขวนรอยยิ้มจ
Read more

บทที่ 504

เซวียหว่านอี้เอ่ยถึงของสองสามอย่าง เพื่อให้นางได้เตรียมใจไว้ก่อนทางนี้ลองคิดคำนวณดูแล้ว รู้สึกว่ามิใช่ปัญหาใหญ่โตอันใดยามนี้นางเป็นเพียงบุตรสาวอนุ ไร้มารดาบังเกิดเกล้าคอยจุนเจือ ของที่มอบให้ไปก็นับว่าสมฐานะมากแล้วเมื่อได้มีชีวิตใหม่อีกครา ความสัมพันธ์ของพี่น้องทั้งสองกลับดีขึ้นมากทีเดียวนางแย่งชิงงานแต่งของเซวียหว่านอี้ ถือว่าได้เปรียบไปแล้ว อย่างไรเสียก็เป็นพี่น้องร่วมตระกูล จะให้แตกหักกันไปจนถึงที่สุดได้อย่างไร?มีแต่จะทำให้ผู้อื่นหัวเราะเยาะเอาเปล่า ๆเมื่อได้ระบายความหงุดหงิดในใจให้ผู้อื่นฟัง อารมณ์ของเซวียหมิงเฟยก็ดีขึ้นมิใช่น้อยหลังมื้อกลางวันนางก็เอนกายพักผ่อนอยู่ในเรือนอุ่นหวังเฟิงเดินเข้ามาจากด้านนอก ในมือถือจดหมายมาด้วยฉบับหนึ่ง“ฮูหยิน เมืองผิงเจียงส่งมาขอรับ”รับมาแล้วเปิดออกด้านบนคือตัวอักษรบรรจงขนาดเล็กที่เขียนอย่างงดงามเป็นระเบียบกวาดตามองรอบหนึ่ง ก่อนจะจุ่มมันลงไปในถ้วยชาเบื้องหน้า“ดูจะราบรื่นเกินไปสักหน่อย”นางพึมพำแผ่วเบา “เป็นสถานการณ์ที่ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย ให้นางระวังตัวไว้บ้าง อย่าให้ทางฝั่งข้าไปกระทบกระเทือนถึงได้ หากมีแผนการในใจมากเกิ
Read more

บทที่ 505

ไม่รู้ว่ายามนั้นนางจะอยู่ที่แห่งใดเสียงพิณพลันดังกระหึ่มขึ้นกะทันหันผู้คนต่างเบนสายตาไปยังกึ่งกลางลาน เหลียนหุยผู้สวมอาภรณ์สีแดงสดและมีรูปโฉมงดงามพิลาสล้ำ กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะรองนั่ง บนหน้าตักวางพิณเอาไว้คันหนึ่งในฐานะอันดับหนึ่งแห่งหอ อีกทั้งเบื้องหลังยังมีเซี่ยเฝ่ยคอยคุ้มครองดูแล สถานะของคนผู้นี้ในหอหนานเฟิงจึงมิได้ต่ำต้อยเลยแม้แต่น้อยต่อให้เป็นองค์ชายหรือองค์หญิงเสด็จมา ก็ไม่มีผู้ใดปรารถนาจะงัดข้อกับ ‘สุนัขบ้า’ เช่นเซี่ยเฝ่ยนางถึงขั้นเคยนึกสงสัย ว่าเซี่ยเฝ่ยผู้นี้มีจิตฝักใฝ่ในบุรุษด้วยกันหรือไม่ทว่าก็มิใช่เรื่องแปลกอันใด ด้วยธรรมเนียมของราชวงศ์อวิ๋นนั้นเปิดกว้าง มิได้เคร่งครัดกับเรื่องพรรค์นี้นักกระทั่งยังสามารถใช้ชีวิตคู่ร่วมกับ ‘บุรุษ’ ด้วยกันได้อีกด้วย“เจ้าว่า เซี่ยเฝ่ยกับคนงามผู้นี้มีความสัมพันธ์อันใดกันหรือ?” เซี่ยฉานเอ่ยถามขึ้นมากะทันหันเซวียหว่านอี้ชะงักไปเล็กน้อย “คงเป็นเพียงการชื่นชมด้วยใจจริง คนผู้นี้มีฝีมือล้ำเลิศทั้งด้านการดีดพิณ เดินหมาก เขียนพู่กัน และวาดภาพ อย่าเห็นว่าซื่อจื่อดูคลุ้มคลั่งไปบ้าง ทว่าในฐานะลูกหลานราชวงศ์ ล้วนต้องเคยผ่านตาและศึกษ
Read more

บทที่ 506

เหลียนหุยนั้นช่างเลือกแขกยิ่งนัก เว้นเสียแต่ผู้ที่เซี่ยเฝ่ยพามาด้วยตนเองเมื่อมองบุรุษที่อ้วนท้วนยิ่งกว่าสุกรเบื้องหน้า เขาจึงบิดข้อมือเพื่อให้หลุดพ้นจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย“คุณชายท่านนี้ กฎของหอหนานเฟิงคือไม่บังคับฝืนใจซื้อขายเด็ดขาด”บุรุษผู้นั้นถูกหักหน้า ทั้งยังอยู่ท่ามกลางธารกำนัล จึงบังเกิดโทสะขึ้นมาทันควัน“ของคาวที่ผ่านบุรุษมาเป็นพัน ยังกล้ามาแสร้งทำตัวสูงส่งต่อหน้าบิดา ปฏิเสธไมตรีแส่หาความเจ็บตัวนัก เจ้า...”“เจ้าอันใดของเจ้า” เท้าที่สวมรองเท้าหนังหุ้มข้อสีดำสนิทข้างหนึ่ง พลันถีบเข้าที่บั้นท้ายอวบอ้วนของบุรุษผู้นั้นอย่างแรงอีกฝ่ายร้องโอดโอยถลาไปเบื้องหน้า โซซัดโซเซไปหลายก้าว ท้ายที่สุดด้วยเพราะดื่มสุรามามากเกินไป ศีรษะมึนงงจนมิอาจทรงตัวได้ ร่างทั้งร่างจึงล้มคว่ำหมอบกราบลงกับพื้นผู้ติดตามของเขาเห็นดังนั้น ก็รีบลี้ลนเข้าไปพยุงผู้เป็นนายขึ้นมา“ผู้ใด...” บุรุษผู้นั้นหันขวับ นัยน์ตาขุ่นมัวสาดประกายมาดร้ายอย่างปิดไม่มิด แค้นเคืองจนแทบอยากจะสับร่างผู้ที่ลอบทำร้ายตนให้แหลกเป็นพันชิ้นเซี่ยเฝ่ยแค่นเสียงเย็น “ในเมืองหลวงผู้ใดล้วนทราบดีว่า หอหนานเฟิงคือสถานที่หย่อนใจที่ข้าแว
Read more

บทที่ 507

ผู้ใดบ้างจะไม่รู้ว่าสตรีผู้นี้คือยอดดวงใจของฮ่องเต้ ฮองเฮา และองค์รัชทายาทเป็นองค์หญิงที่มีฐานะสูงส่งที่สุดแห่งราชวงศ์อวิ๋นอย่างแท้จริง และหาได้มีผู้ใดเสมอเหมือนไม่“โยนคนผู้นี้ออกไป”เซี่ยเฝ่ยหันไปกำชับผู้ติดตามคำหนึ่ง แล้วจึงพาทั้งสองไปยังห้องส่วนตัวของเขาในสถานที่แห่งนี้ส่วนเหลียนหุยอุ้มฉินเดินตามอยู่เบื้องหลังอย่างเชื่องช้าครู่ต่อมา เมื่อเหลียนหุยได้ยินคำกล่าวของเซี่ยฉาน เขาย่อมเอ่ยปากตอบตกลง“การได้ไปบรรเลงเพลงอวยพรวันเกิดขององค์หญิงด้วยตนเอง นับเป็นวาสนาของผู้น้อย ผู้น้อยย่อมมิกล้าบอกปัดขอรับ”เซี่ยฉานพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเอ่ยปลอบใจว่า “อย่าได้กลัวไป ข้ามิใช่คนไร้เหตุผล ย่อมไม่บังคับรั้งตัวเจ้าไว้แน่”เหลียนหุยอมยิ้มพยักหน้ารับ“เหตุการณ์เช่นในวันนี้ เกิดขึ้นบ่อยหรือ?” เซี่ยฉานเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้เหลียนหุยส่ายหน้า “น้อยครั้งมากขอรับ”ต้องเป็นผู้ที่ไม่คุ้นชินกับเมืองหลวง อีกทั้งยังมีฐานะไม่ธรรมดา จึงจะกล้ากระทำการวู่วามถึงเพียงนี้ผู้ที่เพิ่งมาเยือนเมืองหลวงเป็นครั้งแรก ต่อให้จะดูแคลนผู้คนเช่นพวกเขาสักเพียงใด ก็มิกล้ากระทำการเสียมารยาทท่ามกลางสายตาผู้คนมากม
Read more

บทที่ 508

“รู้สึกว่าผู้นั้นคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่ปีแล้ว”เซี่ยฉานจิบชาที่เหลียนหุยเป็นผู้ชง รสชาติไม่เลวเลยจริง ๆ“อายุปานนี้ ไม่อาจใช้คำว่าอายุยืนยาวมาอธิบายได้อีกแล้ว ทว่าการมีชีวิตอยู่นานเกินไปก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดี”อย่างน้อยในราชวงศ์ ก็ไม่มีผู้ใดปรารถนาจะเห็นสิ่งนี้“จริงสิ” เซี่ยฉานหันไปมองเซวียหว่านอี้ “เดือนห้า หลังล่วงพ้นเทศกาลตวนอู่ไปแล้วจะเป็นวันคล้ายวันเกิดของท่านย่าข้า ปีก่อน ๆ เย่จั๋วมักจะไปร่วมงานเสมอ ปีนี้เจ้าก็ต้องไปร่วมงานเลี้ยงด้วยแล้วนะ”เซวียหว่านอี้ชะงักไปเล็กน้อยนางย่อมรู้เรื่องวันคล้ายวันเกิดของไทเฮาอยู่แล้วนับตั้งแต่ฮ่องเต้พระองค์ก่อนสวรรคต ไทเฮาก็เอาแต่ถือศีลกินเจอยู่ในตำหนักของตนเอง น้อยนักที่จะออกไปเบื้องนอกงานวันคล้ายวันเกิดในแต่ละปี ก็เพียงร่วมรับประทานอาหารกับลูกหลาน มิเคยจัดอย่างเอิกเกริกสิ้นเปลืองไทเฮาและท่านย่าของเย่จั๋วเคยเป็นสหายรักกันเมื่อครั้งยังอยู่เหย้า ทั้งสองมีความผูกพันกันอย่างลึกซึ้งด้วยเหตุนี้เย่จั๋วถึงสามารถเข้าร่วมงานได้บัดนี้นางกลายเป็นสะใภ้ตระกูลเย่แล้ว คิดว่าคงมิอาจหลีกเลี่ยงได้เช่นกันแม้ในใจจะไม่ชอบงานเลี้ยงสังสรรค์ที่ครึกค
Read more

บทที่ 509

“อาหว่าน”เซวียหว่านอี้รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเจินจูเดินขึ้นหน้าไปเปิดประตู เซวียมู่เจาในชุดทหารรักษาพระองค์อันเป็นเอกลักษณ์ ยืนนำผู้ติดตามอยู่หน้าประตูเขากวาดสายตามองภายในห้อง พลางประสานมือ “คารวะองค์หญิง คารวะซื่อจื่อ”เซี่ยฉานมิได้เอ่ยปาก กลับเป็นเซี่ยเฝ่ยที่กล่าวด้วยท่าทางรำคาญใจ “มีธุระอันใด?”“มาสืบคดีและตรวจค้นที่หอหนานเฟิง เมื่อทราบว่าน้องหญิงอยู่ที่นี่ จึงแวะมาทักทาย” เซวียมู่เจาตอบนางลุกขึ้นเดินไปข้างหน้า “พี่ใหญ่ เป็นคดีสำคัญหรือเจ้าคะ?”นางพิจารณาเขาครู่หนึ่ง เห็นว่าท่าทางเขายังคงสุขุมเรียบร้อย จึงรู้ว่ามิได้เผชิญอันตรายใดเซวียมู่เจาส่ายหน้า “เพียงบุตรหลานขุนนางทะเลาะวิวาทกัน บังเอิญผ่านมาพบเข้า ยามนี้มิใช่เวลาเช้าแล้ว ไม่กลับจวนหรือ?”ช่วงเทศกาลปีนางกลับจวนตระกูลเซวียครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นก็มิได้ปรากฏตัวอีกกลับเป็นเซวียหมิงเฟย เนื่องจากฉู่ยวนไปรับตำแหน่งต่างถิ่น นางจึงกลับมาพักที่จวนตระกูลเซวียเป็นครั้งคราวนางสามารถพูดคุยคลายเหงากับฉินเยว่ชิงได้ อีกทั้งคนหนึ่งให้กำเนิดบุตรชาย อีกคนกำลังตั้งครรภ์ หัวข้อสนทนาจึงหนีไม่พ้นเรื่องเด็ก ๆ ทำให้เข้ากันได้ดียิ่งกว่า
Read more

บทที่ 510

เซวียฉงครุ่นคิดเล็กน้อย “บุตรสาวของหนิงกั๋วกงหรือ?”“กับจวนหนิงกั๋วกมิไม่ควรมีอันใดเกี่ยวข้องกัน หากมี...”เขาขมวดคิ้ว “นี่คงเป็นแผนการร้ายที่มุ่งเป้าไปยังขั้วอำนาจของฮองเฮาเป็นแน่”ฮูหยินเจียงเอ่ยว่า “ท่านยังคาดเดาได้อย่างง่ายดาย ผู้ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ย่อมมิได้โง่งมถึงเพียงนั้น จะออกเดินทางเมื่อใดหรือ?”“เฮ้อ เกรงว่าคงไปร่วมงานมงคลสมรสระหว่างจวนกว่างผิงโหวกับจวนอ๋องชิ่งไม่ทันเสียแล้ว” เซวียฉงกุมมือนางไว้ พลางเอ่ย “คงต้องลำบากฮูหยินแล้ว ก่อนไปข้าจะไปขอขมาต่อพี่ภรรยาด้วยตนเอง”ฮูหยินเจียงถลึงตาค้อน “ท่านเป็นขุนนางแห่งราชสำนัก รับบัญชาให้ออกไปปฏิบัติราชการ จะมีความผิดอันใดกัน”เซวียฉงแย้มยิ้มอย่างปัญญาชน “งานมงคลของหมิ่นเอ๋อร์คือสิ่งที่พี่ภรรยาห่วงใยที่สุดในใจ ยามนี้อ๋องชิ่งออกทุกข์แล้ว ในที่สุดเด็กทั้งสองก็จะได้ตบแต่งกัน ข้าผู้เป็นท่านอาเขยกลับมิอาจไปช่วยรับรองแขกเหรื่อ ย่อมต้องมีความผิดติดตัว”“อีกสองวันเมื่อถึงวันหยุดพักของท่าน พวกเราค่อยไปเยือนจวนกว่างผิงโหวสักคราเถิด มิได้พบหน้าพี่ชายและพี่สะใภ้มาหลายวันแล้วเช่นกัน”“ตกลง”อันที่จริงเมื่อปีก่อนนู้นเซวียฉงนับว่าเ
Read more
PREV
1
...
4950515253
...
66
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status