เซวียหว่านอี้เอ่ยขอบคุณพลางลิ้มรสของว่างทานคู่กับน้ำชา“พี่สะใภ้เจ็ด ในขบวนเดินทางมีหมอเทวดาอยู่ผู้หนึ่ง ข้าเห็นสีหน้าท่านไม่ค่อยสู้ดีนัก ให้เขาตรวจดูอาการท่านสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ”นางโจวยิ้มพลางส่ายหน้า “มิต้องรบกวนหมอเทวดาหรอก โรคของข้าเป็นที่ใจ ยามนี้กินยาไปก็เพียงเพื่อประคองอาการไว้เท่านั้น...”แววตาของนางสงบนิ่ง แฝงความปลงตกราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงความเป็นตาย“ยามนี้ที่ยังฝืนกลั้นใจอยู่ ก็เพราะอยากเห็นพวกเจ้ามีทายาทสืบสกุล...”เอ่ยถึงตรงนี้ นางก็อดมิได้ที่จะแย้มยิ้มออกมา“ก่อนหน้านี้เมื่อทราบว่าฮ่องเต้ทรงพระราชทานสมรส พวกเราที่ยงโจวได้ฟังต่างก็ยินดีปรีดายิ่งนัก แต่น้องสะใภ้ก็เห็นแล้วว่าคนในเรือนเดิมแห่งนี้ มีทั้งคนแก่ คนป่วย และคนพิการ หากต้องเดินทางรอนแรมไกลถึงเมืองหลวง ไปถึงก็คงเหลือเพียงครึ่งชีวิต หากไปร่วมงานมงคลสมรสของพวกเจ้าเกรงจะเป็นอัปมงคลเสียเปล่า ด้วยเหตุนี้จึงทำได้เพียงประดับประดาผ้าแดงมงคลอยู่ที่ยงโจว ถือเสียว่าได้ร่วมเฉลิมฉลองให้พวกเจ้าจากระยะทางไกลนับพันลี้”เพื่อมิให้เซวียหว่านอี้คลางแคลงใจ นางจึงเอ่ยรับรองว่า “เมื่อปีกลายยามที่พวกเจ้าแต่งงานกัน ชาวบ้านในยงโจว
Ler mais